Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

AUTO NEWS

AUTO NEWS : ยอดขายมาสด้าตุลาคมพุ่ง 63% บีที-50 กลับมาแรงสุด โค้งสุดท้ายเอาใจคนรักมาสด้าจัดหนักดอกเบี้ย 0%

Monday, 12 November 2018 18:16

 

 

 

 

 

 

 

   ตลาดรถยนต์ของประเทศไทยยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดนิ่ง โดยเฉพาะยอดขายมาสด้ในรอบ 10 เดือน ที่ผ่านมา มียอดสะสมสูงถึง 57,402 คัน เพิ่มขึ้นถึง 43%เฉพาะเดือนตุลาคมโตอีก 63% ด้วยยอดขาย 5,647 คัน แม้ว่าปีนี้จะไม่ได้เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่ยังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการดำเนินกลยุทธ์ตามแผนงานที่วางไว้หนึ่งในนั้น คือการขยาย โชว์รูม เพื่อรองรับผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุดได้กลุ่มกฤษฎา นักธุรกิจรุ่นลายครามที่เชี่ยวชาญด้านรถยนต์มาร่วมเป็นพันธมิตรเปิดโชว์รูมกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ย่านรามอินทรา นำทีมโดยผู้บริหารมากประสบการณ์ที่คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่า 40 ปี

   นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เราอยากให้ลูกค้ารู้สึกถึงการเป็นครอบครัวเดียวกัน และอยากให้ลูกค้าได้มีความใกล้ชิดกับโชว์รูมมากขึ้นเสมือนเป็นบ้านหลังที่สอง การปรับปรุงและเพิ่มจำนวนโชว์รูมจึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญเพื่อสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า และส่งมอบบริการที่ดีที่สุดมากว่าที่ลูกค้าคาดหวัง ดังนั้นการเลือกพื้นที่ตั้งของโชว์รูมแต่ละแห่งจึงมีความสำคัญ เพราะเราตระหนักถึงความสะดวกสบายของลูกค้าก่อนเสมอ และในครั้งนี้เราได้พื้นที่ยุทธศาสตร์ย่านรามอินทรา กม.9ด้วยการเดินทางที่สะดวกสบาย อยู่ติดถนนใหญ่และใกล้ชิดกับแหล่งชุมชน สามารถเชื่อมต่อกับเส้นวงแหวนรอบนอก เราได้กลุ่มกฤษฎา ออโต้ เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวมาสด้า โดยคุณหนึ่งนุช ฐิติปุญญา กรรมการผู้จัดการ เป็นหัวเรือใหญ่ ผมเชื่อว่าด้วยประสบการณ์ที่มีมาอย่างยาวนานทางด้านรถยนต์ รวมถึงรางวัลต่างๆ ที่ทางบริษัทฯ ได้รับ ผมเชื่อมั่นว่ากฤษฎา ออโต้ จะกลายเป็นศูนย์กลางย่านถนนรามอินทราและบริเวณใกล้เคียง

   หลังจากมุ่งมั่นทุ่มเทให้กับการสร้างแบรนด์ด้วยการปรับภาพลักษณ์โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการทั่วประเทศ ส่งผลให้ยอดขายขยับเพิ่มขึ้นทุกๆ เดือน ถึงแม้ว่าปีนี้มาสด้าจะไม่มีรถรุ่นใหม่มาเสริมทัพเข้าสู่ตลาด หากกลับทำผลงานด้านยอดขายเกินเป้าหมายทุกเดือน โดยเฉพาะรถเก๋งเล็กอย่างมาสด้า2   กลายเป็นรถเล็กที่มีความโดดเด่นไร้คู่ต่อกร เดือนตุลาคมยังคงรั้งเบอร์หนึ่ง เก็บยอดขายสูงถึง 3,770 คัน เติบโต 67%ตามมาด้วยรถอเนกประสงค์ ซีเอ็กซ์-5ยังคงกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค จำนวน 469 คัน เติบโต 23%ตามติดด้วยมาสด้า3จำนวน 408คัน เพิ่มขึ้น 46% มาสด้า ซีเอ็กซ์-3จำนวน 294คัน เพิ่มขึ้น 57%และมาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5อีกจำนวน 2คัน ส่วนรถปิกอัพมาสด้า บีที-50โปร ธันเดอร์ หลังจากมาสด้าเริ่มหวนกลับมาบูมในตลาดนี้ ก็มาแรงเช่นเดียวกันมียอดขาย 704คัน เพิ่มขึ้นถึง 99%ส่งผลให้เดือนตุลาคมปิดตัวเลขอย่างงดงามที่ 5,647คัน เติบโตสูงถึง 63%

   นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์กล่าวว่าย่างเข้าสู่สองเดือนสุดท้าย บรรยากาศโดยรวมในปีนี้ถือว่ามีความคึกคักกว่าหลายๆ ปีที่ผ่านมา ค่ายรถยนต์ต่างๆ เริ่มทยอยออกแคมเปญเด็ดๆ เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า บางค่ายก็ได้วางแคมเปญไปยาวจนถึงงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป สำหรับค่ายมาสด้าเอาใจคนรักมาสด้าโดยเฉพาะ จัดแคมเปญ “MAZDA LOVER เหนือกว่าทุกเซอร์ไพรส์” โดยเป็นแคมเปญระยะยาวตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน จนถึงวันที่ 10 ธันวาคม เพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสตัดสินใจในการเลือกรุ่นที่ชอบและเหมาะสมกับตนเองมากที่สุด ซึ่งแคมเปญครั้งนี้พิเศษกว่าครั้งไหน ด้วยดอกเบี้ยต่ำสุดเริ่มต้น 0% พร้อมประกันภัยชั้น 1 ฟรีทุกรุ่น

- มาสด้า2 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 2.15% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

- มาสด้า3 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 2.15% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

- มาสด้าCX-3 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยต่ำสุดเพียง 2.15% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

- มาสด้า บีที-50 โปร เงินดาวน์ 20% ผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,900 บาท/ เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1

- All-New Mazda CX-5 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยต่ำสุด 0% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1

   รถยนต์มาสด้าทุกรุ่นรับฟรีประกันชั้น 1(Mazda Premium Insurance) ข้อเสนอสุดพิเศษนี้ สำหรับลูกค้ามาสด้าทุกโชว์รูมทั่วประเทศ

 
 

AUTO NEWS : ปอร์เช่เติบโตต่อเนื่องทั้งในด้านรายรับและผลการดำเนินงาน

Saturday, 10 November 2018 08:14

 

 

 

 

 

   ด้วยความแข็งแกร่งขององค์กร ซึ่งดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจนถึงไตรมาสที่ 3 ส่งผลให้ Porsche AG ประสบ ความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่อีกวาระ ทั้งในแง่ของผลประกอบการ รายรับรวม ยอดส่งมอบรถยนต์ใหม่ และจำนวนบุคลากร คุณภาพผู้ร่วมปฏิบัติงานกับบริษัทที่เพิ่มขึ้นตลอดระยะเวลา 9 เดือนที่ผ่านมาของปี 2018 ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบตัวเลขผล ประกอบการในช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อนหน้า พบว่ามีอัตราการเติบโตสูงขึ้นประมาณ 11 เปอร์เซ็นต์ หรือ 3.3 พันล้านยูโร สำหรับรายรับรวมเพิ่มขึ้นกว่า 12 เปอร์เซ็นต์ หรือ 19.1 พันล้านยูโร ผลตอบแทนจากการขายอยู่ที่ 17.4 เปอร์เซ็นต์ ยอดส่ง มอบรถยนต์ใหม่เพิ่มขึ้นถึง 6 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นจำนวนรถยนต์ปอร์เช่ ที่ส่งถึงมือลูกค้าผู้หลงใหลในยนตรกรรมสปอร์ต ทั่วทุกมุมโลกมากถึง 196,562 คัน เมื่อสิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ในส่วนของอัตรากำลังคนเพิ่มขึ้นประมาณ 8 เปอร์เซ็นต์ แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 31,753 ตำแหน่ง

   “ปอร์เช่ พานาเมร่า (Porsche Panamera) และรถสปอร์ตเรือธง 911 (Porsche 911) ของเรา ได้รับการตอบรับอย่างดี เยี่ยมและตลาดมีความต้องการที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง” ข้างต้นคือคำกล่าวของ Oliver Blume ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ของ Porsche AG “เบื้องหลังความสำเร็จทั้งหมดนี้ คือทีมบุคลากรที่แข็งแกร่งของเราทุกคน ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึงระดับ 32,000 คน อันเป็นสถิติของบริษัท อีกหนึ่งไตรมาสต่อจากนี้ ตำแหน่งงานอีกกว่า 1,200 ตำแหน่ง จะถูกเพิ่มเติมขึ้นเพื่อรองรับการ ถือกำเนิดของไทคานน์ (Taycan) รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์แบบคันแรกจากปอร์เช่ และขณะนี้คณะกรรมการ บริหารผู้กำกับดูแลการดำเนินงานได้เปิดสัญญาณไฟเขียวอนุมัติให้ผลิตปอร์เช่ ไทคานน์ ครอส ทัวริสโม่ (Porsche Taycan Cross Turismo) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว – รถคันนี้คืออีกหนึ่งเวอร์ชั่นของรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าที่กำลังจะได้รับการผลิตขึ้น จริงเป็นรุ่นที่ 2 – เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว เราวางแผนที่จะเสริมกำลังคนเพิ่มขึ้นอีกกว่า 300 อัตรา" Blume กล่าวปิดท้าย

   ตามติดด้วย Lutz Meschke รองประธาน และสมาชิกคณะกรรมการบริหาร ผู้ดูแลส่วนงานการเงินและเทคโนโลยี สารสนเทศของปอร์เช่ โดยเขาได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานตลอดระยะเวลา 3 ไตรมาสที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ถึงการเติบโต ซึ่งเกิดขึ้นจากแรงผลักดันในเชิงบวกและยอดจำหน่ายที่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนผลกระทบในเชิงลบนั้นมีสาเหตุหลัก จากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน และการทุ่มงบประมาณลงทุนจำนวนมากในการพัฒนาระบบขับเคลื่อน พลังงานไฟฟ้า เช่นเดียวกับการแสวงหาแนวทางการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ให้แก่องค์กร

   "ความสำเร็จที่เกิดขึ้น เป็นแรงผลักดันให้เราพยายามสร้างสรรค์ผลงานให้ดีมากกว่าเดิมสำหรับช่วงเวลาปลายปีที่เหลืออยู่ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ท้าทายความสามารถของพวกเราอย่างมาก" Meschke กล่าวเสริมต่อไปอีกว่า "นอกจากความไม่แน่นอน ของกระแสเศรษฐกิจและการเมือง เรายังต้องพร้อมเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงวิธีการทดสอบ WLTP test cycle แบบใหม่ รวมทั้งการทดสอบการทำงานของระบบ gasoline particulate filters พร้อมกับการยุติบทบาทของเครื่องยนต์ดีเซล" ทั้งนี้กฎข้อบังคับด้านมลภาวะฉบับใหม่ ได้เริ่มประกาศใช้อย่างเป็นทางการทั่วทั้งทวีปยุโรปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต ซึ่งทุกคันจะต้องผ่านข้อกำหนดดังกล่าว

   ปอร์เช่สามารถสร้างสถิติใหม่ ภายในช่วงเวลาเพียง 9 เดือนแรกของปี 2018 ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์ที่เพิ่มมากขึ้นถึง 6 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นจำนวนทั้งสิ้น 196,562 คัน การดำเนินงานอย่างมีประสิทธิ ภาพของบริษัทผู้ผลิตรถสปอร์ตชั้นนำ ของโลกรายนี้ ส่งผลต่อความแข็งแกร่งของปอร์เช่ที่เพิ่มพูนขึ้นในภูมิภาคยุโรป โดยแสดงให้เห็นจากอัตราการเติบโตที่เพิ่ม สูงขึ้นถึง 9 เปอร์เซ็นต์ หรือ 66,551 คัน ทั้งนี้เฉพาะในประเทศเยอรมนีเพียงแห่งเดียว ปอร์เช่มียอดส่งมอบเพิ่มขึ้นกว่า 13 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็น 24,709 คัน ในส่วนของประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดของปอร์เช่ ตัวเลขจำนวนการส่งมอบ รถยนต์ใหม่ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 4 เปอร์เซ็นต์ หรือ 56,254 คัน

   เมื่อพิจารณาแยกแต่ละรุ่น ปอร์เช่ พานาเมร่า (Porsche Panamera) คือรุ่นที่มีอัตราการเติบโตเป็นสัดส่วนสูงที่สุด: หลังสิ้นเดือนกันยายน จำนวนของรถสปอร์ตซาลูน 4 ประตูที่ถูกส่งมอบถึงมือลูกค้าทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ทางด้านปอร์เช่ 911 (Porsche 911) สามารถรักษาอัตราการเติบโตได้ที่ตัวเลข 2 หลักด้วยสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นกว่า 19 เปอร์เซ็นต์ สำหรับปอร์เช่รุ่นที่สร้างยอดได้มากที่สุดยังคงเป็นสปอร์ต SUV มาคันน์ (Porsche Macan) จากตัวเลข ส่งมอบรวม 68,050 คัน และตามมาด้วย คาเยนน์ (Porsche Cayenne) ที่ 49,715 คัน

   ปอร์เช่คาดหมายว่าปี 2018 บริษัทจะยังคงมีผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมและบรรลุถึงเป้าหมายเช่นเดียวกับปี 2017 ที่ผ่าน มาด้วยยอดส่งมอบรถยนต์ใหม่ที่สูงถึง 246,375 คัน ถึงแม้ว่าเงื่อนไขหลักของการบรรลุความสำเร็จดังกล่าวให้ได้ภายใน ช่วงไตรมาสที่ 4 คือการสร้างรายรับรวมตลอดปีงบประมาณ 2018 ให้เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้าโดยอาศัยการ ผสานข้อได้เปรียบจากปัจจัยเชิงบวกหลายประการ จุดมุ่งหมายคือปฏิบัติตามแนวทางการ ดำเนินงานที่ดีเยี่ยมต่อเนื่อง จากปีที่แล้ว ทั้งนี้แผนกลยุทธ์ที่ต้องการผลตอบแทนจากการขายที่ตัวเลข 15 เปอร์เซ็นต์นั้น ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่ อย่างใด

 
 

AUTO NEWS : ฮุนไดชวนลูกค้าเตรียมรถให้พร้อมก่อนเดินทางช่วงเทศกาลท่องเที่ยว มอบแคมเปญพิเศษ สำหรับค่าอะไหล่และบริการ

Wednesday, 07 November 2018 18:27

   บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด สนับสนุนให้ลูกค้าใช้รถยนต์ช่วงเทศกาลท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย มอบแคมเปญ “ผ่อนสบายใจ 0% นานสูงสุด 6 เดือน สำหรับค่าอะไหล่และค่าบริการ” เชิญชวนลูกค้านำรถยนต์เข้าตรวจเช็คความพร้อมก่อนเดินทาง โดยลูกค้าสามารถนำรถยนต์เข้ารับบริการและใช้สิทธิ์ผ่อนชำระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด  6 เดือน สำหรับค่าอะไหล่และค่าบริการ เมื่อมียอดค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ 8,000 บาท ตามเงื่อนไขธนาคาร ได้ที่ศูนย์บริการฮุนไดทั่วประเทศที่เข้าร่วมแคมเปญ  ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 61 – 30 เม.ย. 62

   สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ ฮุนได คอลเซ็นเตอร์ โทร. 02- 305 8489 หรือ www.hyundai.co.th

 

 
 

AUTO NEWS : เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดโปรแกรมบริการหลังการขายส่งท้ายปี รับส่วนลด ค่าอะไหล่สูงถึง 30% กับแคมเปญ “Genuine Parts, Genuine Comfort, Genuine Safety”

Wednesday, 07 November 2018 17:24

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)จำกัด จัดแคมเปญใหญ่ส่งท้ายปี เอาใจลูกค้าดาวสามแฉกทุกท่านกับแคมเปญบริการหลังการขาย “Genuine Parts, Genuine Comfort, Genuine Safety” มอบส่วนลดค่าอะไหล่สูงสุดถึง 30%เพื่อตอบแทนลูกค้าที่นำรถเข้ามารับบริการที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั้ง 32แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ -29ธันวาคม 2561

   นายพุทธิ ตุลยธัญ รองประธานบริหารฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท เมอร์เซเดส- เบนซ์ (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยมีความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุด พร้อมประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นด้านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และบริการหลังการขาย เพื่อเป้าหมายในการให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุดตลอดการดูแลของเรา ซึ่งสำหรับในช่วงปลายปีเช่นนี้ ทางบริษัทฯ จึงได้จัดแคมเปญสุดพิเศษ “Genuine Parts, Genuine Comfort, Genuine Safety” เพื่อเปรียบเสมือนคำขอบคุณ และตอบแทนความไว้วางใจของลูกค้าที่เชื่อมั่นในมาตรฐานการบริการหลังการขายของเมอร์เซเดส--เบนซ์ด้วยดีเสมอมา รวมถึงเป็นของขวัญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ให้แก่ลูกค้าทุกท่าน ผ่านการมอบส่วนลด25-30%แบ่งตามอายุรถยนต์ สำหรับอะไหล่กลุ่มระบบกันสะเทือน เช่น โช้คอัพ ลูกหมาก ปีกนก คาลิปเปอร์ เป็นต้น เพื่อความปลอดภัยและสะดวกสบายสูงสุดในการขับขี่ โดยลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์(ไม่รวมVitoและ Van model)ที่ซื้อจากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการมีสิทธิ์เข้าร่วมแคมเปญดังกล่าวเพียงเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ”

   ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่มียอดใช้จ่ายผ่านศูนย์บริการ โดยมียอดใช้จ่ายรายการอะไหล่ในแคมเปญรวมอยู่ด้วยตั้งแต่ 30,000บาทขึ้นไป รับฟรี ‘Collapsible Shopping Crate’ตะกร้าชอปปิงแบบพับได้ สำหรับ  จัดระเบียบของใช้ช่องวางสัมภาระหลังรถยนต์ในการเดินทางทันที (สินค้ามีจำนวนจำกัด)

   “นอกจากนี้ เพื่อเป็นการมอบความสะดวกสบายในการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นให้กับลูกค้า ทางบริษัทฯ ยังมี ข้อเสนอพิเศษให้แก่ลูกค้าผู้ถือบัตรเมอร์เซเดสการ์ดที่มียอดการใช้จ่ายผ่านศูนย์บริการฯ รวมถึงยอดชำระอุปกรณ์ประดับยนต์ สินค้าคอลเลคชั่นเมอร์เซเดส-เบนซ์ Wallboxหรือจักรยาน  เมอร์เซเดส-เบนซ์ รวมตั้งแต่ 30,000บาทขึ้นไป สามารถเลือกผ่อนชำระด้วยดอกเบี้ย 0%เป็น เวลา 6หรือ 10เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืน (Cash Back)สูงสุดถึง 5,000บาท / ท่าน / วัน จำกัดสูงสุด 25,000บาท ต่อลูกค้า 1 ท่านตลอดรายการ”นายพุทธิ กล่าวปิดท้าย

   สำหรับลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถรับข้อเสนอพิเศษจากแคมเปญ “Genuine Parts, Genuine Comfort, Genuine Safety” ได้ตั้งแต่วันนี้ - 29ธันวาคม 2561 ท่านที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั้ง 32แห่งทั่วประเทศ

 
 

AUTO NEWS : เมกา ออโตโมบิล ติวานนท์ คว้ารางวัล นิสสัน เบสท์ ออฟ เดอะ เบสท์ นิสสัน ขยับสู่อันดับ 4 ด้านการบริการลูกค้า จากผลสำรวจของ เจ.ดี.พาวเวอร์ ประจำปี 2561

Wednesday, 07 November 2018 16:11

 

 

 

 

 

 

 

   เมื่อเร็วๆนี้ นิสสันมอเตอร์ ประเทศไทย ร่วมฉลองความสำเร็จให้กับ  เมกา ออโตโมบิล ติวานนท์ ที่ได้คว้ารางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม หรือ นิสสัน เบสท์ ออฟ เดอะ เบสท์ ประจำประเทศไทย ของปีนี้ไปครอง

   งานประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ ถูกจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เพื่อยกย่องผู้จำหน่ายรถยนต์ที่มีผลงานอันโดดเด่น ทั้งในเรื่องการขาย การตลาด รวมทั้งคุณภาพ และมาตรฐานในการให้บริการในช่วงปีงบประมาณที่ผ่านมา

   นอกจากนี้ ยังเป็นการย้ำถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ของนิสสันและพันธมิตรผู้จำหน่าย เพื่อสานต่อวิสัยทัศน์ของแผนระยะกลางระดับโลก M.O.V.E. 2022 ซึ่งเป็นแผนงานในการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด ปรับปรุงอันดับของความพึงพอใจของลูกค้า รวมทั้งเสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มพันธมิตร ได้แก่ เรโนลต์ และมิตซูบิชิ

   “รางวัล เบสท์ ออฟ เดอะ เบสท์ คือหนึ่งในรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดที่มอบให้แก่ผู้จำหน่ายที่มีการดำเนินงาน ด้านการขาย การบริการหลังการขาย การจัดการโชว์รูมและการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ที่เป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดในทุก ๆ ด้าน” นาย อันตวน บาร์เตส ประธาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าว “รางวัลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่สำนักงานใหญ่ของนิสสันที่ต้องการยกย่องผู้จำหน่ายในแต่ละประเทศ ซึ่งผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ เมกา ออโตโมบิล ติวานนท์ สามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรติดังกล่าวได้ในครั้งนี้”

   นาย อันตวน ทิ้งท้ายว่า ความมุ่งมั่นและความไว้วางใจของเครือข่ายผู้จำหน่ายนั้นเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของนิสสัน ซึ่งทางบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นที่จะส่งเสริมระดับคุณภาพและมาตรฐานเพื่อที่จะส่งมอบบริการชั้นหนึ่งให้แก่ลูกค้า

   “จากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับผู้จำหน่ายผ่านการสร้างแรงจูงใจและการฝึกอบรมพนักงาน เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งกับดัชนีด้านการบริการลูกค้าในประเทศไทยประจำปี 2561 จากเจ.ดี. พาวเวอร์ แสดงให้เห็นได้ว่า นิสสัน มีการพัฒนาขึ้นอย่างมาก ทำให้ลำดับความพึงพอใจด้านการบริการลูกค้าขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 4 ด้วยคะแนน 827 คะแนนจาก 1000 คะแนน แสดงถึงความมุ่งมุ่นของนิสสัน ในการใส่ใจลูกค้าและยึดลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ”

   นายมังกร มังกรพานิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมกา ออโตโมบิล ติวานนท์ จำกัดกล่าวถึงการคว้ารางวัลครั้งนี้ที่เป็นผลมาจากความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการดูแลลูกค้า และการทำงานร่วมกันอย่างยอดเยี่ยม “เรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนิสสันและการได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ ยิ่งไปกว่านั้นการที่ได้ทำงานร่วมกับนิสสันในเรื่องการเพิ่มทักษะให้แก่พนักงานเพื่อรองรับความคาดหวังของลูกค้าในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่งานขาย ช่างเทคนิคไปจนถึงการบริการหลังการขาย ”

   โชว์รูมของ เมกา ออโตโมบิล ติวานนท์ ตั้งอยู่บนถนนหลักเส้นติวานนท์ ด้วยพื้นที่กว่า 7,500 ตารางเมตร ให้บริการทั้งการขายและการซ่อมบำรุง เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00 น. ถึง 18.00 น.

   นิสสันร่วมมือกับผู้จำหน่ายอย่างใกล้ชิดในการขยายธุรกิจในประเทศไทย ทั้งยังมอบการบริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าผ่านการปรับปรุงประสิทธิภาพของผู้จำหน่ายและการลงทุนในทุกด้านของธุรกิจ รวมไปถึงการเปิดตัวโชว์รูมรูปแบบ Nissan Retail Environmental Design Initiativeหรือ NREDIซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการส่งมอบประสบการณ์ผู้จำหน่ายที่มีมาตรฐานระดับโลก เพื่อตอบสนองความคาดหวังของลูกค้า

   ทั้งนี้ การแข่งขันทักษะประจำปี 2560(Nissan Skills Contest 2017)นี้ มีผู้ตัวแทนเข้าร่วมกว่า 130 คน จาก 52 ดีลเลอร์ และ 72 ผู้เทนจำหน่ายทั่วประเทศ ซึ่งการแข่งขันในครั้งนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อช่วยให้ที่ปรึกษาการขาย ที่ปรึกษาด้านบริการ เจ้าหน้าที่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์และช่างเทคนิคตระหนักถึงความสามารถที่แท้จริงในการพัฒนาทักษะสำหรับการบริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น

 
 

AUTO NEWS : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย สร้างยอดจำหน่ายเติบโตต่อเนื่อง ในไตรมาสที่ 3 พ.ศ. 2561

Tuesday, 06 November 2018 16:43

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศยอดจำหน่ายประจำไตรมาสที่ 3 (กรกฎาคม – กันยายน) ยังคงเติบโตและสานต่อความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง พร้อมแสดงความมั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมายประจำปี พ.ศ. 2561

   ยอดจำหน่ายรถยนต์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน พ.ศ. 2561 อยู่ที่ 20,156 คัน ในขณะที่ยอดจำหน่ายของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภาพรวมอยู่ที่ 257,466 คัน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.1 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี พ.ศ. 2560

   ยอดจำหน่ายรวมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายน พ.ศ. 2561 ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย อยู่ที่ 61,257 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.6 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดตั้งแต่ต้นปีเติบโตขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 8.2 เทียบกับร้อยละ 7.9 ของปีที่แล้ว

   ยอดจำหน่ายรวมทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ที่ 746,581 คัน เติบโตร้อยละ 20.3 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี พ.ศ. 2560

   มร. โมริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เราสามารถทำผลงานประจำไตรมาสนี้ได้อย่างน่าพอใจ อย่างไรก็ตามเราจะยังคงมุ่งมั่นดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเราพร้อมแล้วสำหรับไตรมาสสุดท้ายของ พ.ศ. 2561 โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35 เรามั่นใจว่าจะสามารถสร้างความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่อง”

   มร. ชกกิ ยังระบุถึงปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อยอดจำหน่ายที่ยอดเยี่ยมของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย

   “เรามีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและได้ทำการเปิดตัวรถยนต์ที่ตรงต่อความต้องการของตลาดทั้งในด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี การออกแบบ ความปลอดภัย  และความอเนกประสงค์ พร้อมด้วยการบริการที่ยอดเยี่ยมซึ่งได้รับการจัดอันดับเป็นที่2จากดัชนีความพึงพอใจของลูกค้า (CSI) โดย เจ.ดี. พาวเวอร์ ในปีนี้ และยังได้รับการประเมินให้อยู่เหนือค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภาพรวม ในขณะที่ดัชนีด้านบริการงานขาย (SSI) ได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 4”มร.ชกกิกล่าวสรุป

   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวรถยนต์ที่ได้รับการจับตาและมีเทคโนโลยีก้าวล้ำหลายรุ่นในปี พ.ศ. 2561 เริ่มต้นจาก มิตซูบิชิ แอททราจ และ มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นพิเศษและรุ่นปรับโฉมใหม่ รวมถึง มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ลิมิเต็ด เอดิชั่น ตลอดจน      มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร

   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะทำการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่สำคัญภายในปีนี้ ด้วยความมั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายส่วนแบ่งตลาดมากกว่าร้อยละ 8 จากยอดจำหน่ายรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์คาดการณ์อยู่ที่ประมาณ 1,000,000 คัน

   พบกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่บูธ A7 มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายนถึง 10 ธันวาคม พ.ศ. 2561 ที่ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี

 
 

AUTO NEWS : ฮุนไดชวนลูกค้าเตรียมรถให้พร้อมก่อนเดินทาง มอบแคมเปญ “ผ่อนสบายใจ 0% นานสูงสุด 6 เดือน สำหรับค่าอะไหล่และบริการ”

Monday, 05 November 2018 16:49

   บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัดสนับสนุนให้ลูกค้าใช้รถยนต์ช่วงเทศกาลท่องเที่ยวอย่างปลอดภัย มอบแคมเปญ “ผ่อนสบายใจ 0% นานสูงสุด 6 เดือน สำหรับค่าอะไหล่และค่าบริการ” เชิญชวนลูกค้านำรถยนต์เข้าตรวจเช็คความพร้อมก่อนเดินทาง โดยลูกค้าสามารถนำรถยนต์เข้ารับบริการและใช้สิทธิ์ผ่อนชำระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด  6 เดือน สำหรับค่าอะไหล่และค่าบริการ เมื่อมียอดค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ 8,000 บาท ตามเงื่อนไขธนาคาร ได้ที่ศูนย์บริการฮุนไดทั่วประเทศที่เข้าร่วมแคมเปญ  ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 61 – 30 เม.ย. 62

   ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ ฮุนได คอลเซ็นเตอร์  โทร. 02- 305 8489หรือ www.hyundai.co.th

 
 

AUTO NEWS : ฮอนด้า ซีวิค เจเนอเรชั่นที่ 10 ครองอันดับ 1 ตลอด 3 ปีซ้อน ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะสปอร์ตซีดานไอคอนของเมืองไทย

Thursday, 08 November 2018 15:06

   เมื่อพูดถึงรถยนต์สายพันธุ์ซีดาน 4 ประตู หรือที่เราเรียกกันอย่างติดปากว่า “รถเก๋ง” ชื่อแรกที่หลายคนมักจะนึกถึงคงหนีไม่พ้น “ฮอนด้า ซีวิค (Honda Civic)” ยนตรกรรมที่มาพร้อมกับเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ทันสมัย แฝงด้วยความสปอร์ตมีสไตล์ และสมรรถนะการขับขี่ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ซึ่งทำให้ฮอนด้าซีวิค เป็นที่ชื่นชอบและครองใจลูกค้าทั่วโลกมายาวนานกว่า 45 ปี  

   ฮอนด้า ซีวิค ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและยังคงสะท้อน“จิตวิญญาณแห่งความท้าทาย” ซึ่งเป็นหัวใจของ ฮอนด้า ซีวิค ที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยฮอนด้า ซีวิค เจเนอเรชั่นที่ 10 ที่เปิดตัวในประเทศไทยไปเมื่อเดือนมีนาคมปี 2559สามารถครองอันดับ 1 รถยนต์ซีดานใน C-segmentที่ขายดีที่สุดในประเทศไทยได้ถึง 3ปีซ้อน ครองส่วนแบ่งทางการตลาดกว่า 50%มาอย่างต่อเนื่อง และมียอดขายสะสมกว่า 68,000คัน(พ.ศ. 2559 - 2561) อีกทั้งมีอัตราการเติบโตของยอดจำหน่ายสูงสุดในปี 2560 จากรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นที่จำหน่ายในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย นับเป็นข้อพิสูจน์ที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ฮอนด้า ซีวิค ยังคงเป็นรถเก๋งอันดับ 1 ในใจผู้บริโภคเสมอ เช่นเดียวกับทุกเจเนอเรชั่นที่ผ่านมา

   จากผลสำรวจของลูกค้าที่เลือกใช้ ฮอนด้า ซีวิค เจเนอเรชั่นที่ 10 ทำให้เราได้ทราบถึงเหตุผลที่ทำให้ฮอนด้า ซีวิค เจเนอเรชั่นที่ 10เป็นรถซีดานที่สามารถตอบโจทย์และครองใจผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็น ดีไซน์ภายนอก ที่สปอร์ตโฉบเฉี่ยวสะกดทุกสายตาประกอบกับความสดใหม่ในทุกด้าน มีดีไซน์ภายในที่หรูหราและกว้างขวาง มาพร้อมเครื่องยนต์ที่พร้อมตอบสนองทุกความต้องการอีกทั้งฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในทุกการขับขี่ เป็นต้น

   อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่สามารถพิสูจน์ความสำเร็จได้ดีที่สุด คือ รางวัลที่การันตีคุณภาพ รวมทั้งสะท้อนความนิยมจากผู้บริโภคและการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญในวงการรถยนต์ สำหรับ ฮอนด้า ซีวิค เจเนอเรชั่นที่ 10ถือว่าได้คะแนนเต็มทั้งในด้านดีไซน์ สมรรถนะ เทคโนโลยี ความคุ้มค่าและความประหยัดน้ำมัน ยืนยันด้วยรางวัลจากสถาบันต่างๆ ที่ได้รับมาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ดังนี้

:   รางวัลประเภทรถยนต์ขนาดกลางจากผลการศึกษาวิจัยสมรรถนะระบบปฏิบัติการ และการออกแบบรูปลักษณ์ของรถยนต์หรือ APEAL ประจำปี 2559 โดย เจ.ดี.พาวเวอร์ (J.D. Power 2016Thailand Automotive Performance, Execution and Layout: APEAL)

            :    รางวัลรถยนต์ขวัญใจมหาชนในประเทศไทย ประเภทรถยนต์นั่งขนาดกลาง ประจำปี 2560(Mid-Size Sedan of the Year 2017) และรางวัล Silverในประเภทรางวัล ASEAN Car of the Year 2017
จาก “iCar Asia People’s Choice Awards - Car of the Year 2017”

:   รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2560(Car of the Year 2017) ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 38(Bangkok International Motor Show 2017)

    - ฮอนด้า ซีวิค รุ่น TURBO RSคว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประเภทซีดาน เครื่องยนต์ไม่เกิน 2,000ซีซี

            :   รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 2561(Car of the Year 2018) ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39(Bangkok International Motor Show 2018)

- ฮอนด้า ซีวิค รุ่น TURBO RSคว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประเภทซีดาน เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,600 ซีซี

- ฮอนด้า ซีวิค รุ่น 1.8 ELคว้ารางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประเภทซีดาน เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,800ซีซี

   ทั้งความนิยมและรางวัลที่ได้รับมาอย่างต่อเนื่อง ล้วนตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นที่ผู้ใช้งานจริงและวงการผู้เชี่ยวชาญด้านยนตรกรรมมีต่อ ฮอนด้า ซีวิค เจเนอเรชั่นที่ 10นับเป็นความภาคภูมิใจของฮอนด้าที่ได้พัฒนาและนำเสนอยนตรกรรมคุณภาพและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ด้วยนวัตกรรมการขับขี่ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานและทุกไลฟ์สไตล์ได้เป็นอย่างดี

   ร่วมพิสูจน์ที่สุดของยนตรกรรมซีดาน “ฮอนด้า ซีวิค เจเนอเรชั่นที่ 10” ด้วยตัวเองได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.honda.co.th/civic

 
 

AUTO NEWS : อีซูซุเฮลั่น “สะท้านฟ้า ศิษย์นายกชายสงขลา” ชนะน็อกงดงาม เตรียมลงนวม THAI FIGHT 2018 รอบรองชนะเลิศ ที่สระบุรี 24 พฤศจิกายน ศกนี้

Monday, 05 November 2018 16:24

 

 

 

 

 

 

 

   อีซูซุแสดงความยินดีกับชัยชนะของ “สะท้านฟ้า ศิษย์นายกชายสงขลา” แชมป์อีซูซุคัพคนล่าสุดและแชมป์อีซูซุคัพซูเปอร์ไฟต์ 2018 หลังจัดใหญ่แทงเข่าเอาชนะน็อกนักชกจากโมร็อกโก ในการแข่งมวยไทยโลก “THAI FIGHT 2018” รอบคัดเลือกรอบแรกกลางเมืองเชียงราย พร้อมเตรียมฟิตร่างกายสู่รอบรองชนะเลิศ ในวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน ศกนี้ ที่จังหวัดสระบุรี

   คุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขัน THAI FIGHT และคุณประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย มร.โทชิอากิ  มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ผู้ร่วมสนับสนุนหลักการแข่งขันฯ ร่วมเป็นประธานเปิดการแข่งขันมวยไทยระดับโลก “THAI FIGHT 2018” รอบคัดเลือกรอบแรก ใน “THAI FIGHT เชียงราย”ณ ลานกิจกรรมเซ็นทรัลพลาซา จังหวัดเชียงราย โดยได้รับเกียรติจากผู้มีชื่อเสียงในจังหวัดเชียงรายและแวดวงกีฬามวยไทย พร้อมด้วยกำลังใจจากแฟนมวยชาวเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมชมการแข่งขันฯ อย่างคับคั่ง

   การแข่งขันมวยไทยระดับโลก “THAI FIGHT 2018” รอบคัดเลือกรอบแรก เป็นการปะทะมวยไทยแบบสวมนวมและคาดเชือก ระหว่างนักชกไทยและนักชกชาวต่างชาติ จำนวน 9 คู่ โดยคู่เด่นเป็นการพบกันของ “สะท้านฟ้า ศิษย์นายกชายสงขลา” จอมเตะอันเลื่องชื่อ แชมป์มวยอีซูซุคัพคนล่าสุดและแชมป์อีซูซุคัพซูเปอร์ไฟต์ 2018 ขึ้นป้องกันศักดิ์ศรีมวยไทยแบบสวมนวม พิกัด 67 กิโลกรัม กับ บราฮิม มาชคัวร์ (Brahim Machkour) นักชกหน้าเข้มจากโมร็อกโก ทันทีที่ระฆังดังขึ้น สะท้านฟ้าไม่รอช้าปล่อยอาวุธไม่ยั้ง แทงเข่าซ้ายเข้ากลางลำตัวจนบราฮิมทรุดกลางเวที แพ้พ่ายไปในยกที่ 1 ส่งผลให้สะท้านฟ้าชนะน็อกสมศักดิ์ศรีดีกรีแชมป์มวย 2 เข็มขัด เก็บแต้มสู่ THAI FIGHT 2018 รอบรองชนะเลิศอย่างงดงาม

   มร. โทชิอากิ  มาเอคาวะ กล่าวว่า “อีซูซุภาคภูมิใจกับผลงานการชกของสะท้านฟ้าในวันนี้เป็นอย่างมาก ออกอาวุธได้อย่างสวยงาม และยังสามารถชนะน็อกแบบที่แฟนมวยคาดไม่ถึงอีกด้วย ขอให้สะท้านฟ้าทำผลงานในรอบต่อไปให้ดีที่สุด เพื่อครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไว้ให้คนไทยได้ชื่นชมอีกครั้ง” ด้านสะท้านฟ้าเผยว่า “ผมจะทำผลงานให้ดีที่สุด ขอให้คนไทยร่วมส่งกำลังใจให้ผมในรอบรองชนะเลิศ ในวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ที่สระบุรี มาเชียร์กันเยอะๆ นะครับ”

ผลการแข่งขัน THAI FIGHT 2018 รอบคัดเลือกรอบแรก มีดังนี้

1.      เพชรพะงัน ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม (ไทย) ชนะคะแนน เฟลิเป้ โกอีส (บราซิล)

2.      สะท้านฟ้า ศิษย์นายกชายสงขลา (ไทย) ชนะน็อก บราฮิม มาชคัวร์ (โมร็อกโก)

3.      พยัคฆสมุย ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม (ไทย) ชนะน็อก อเล็กซานเดอร์ เวลิน (สวีเดน)

4.      แสนสะท้าน คลองสวนพลูรีสอร์ท (ไทย) ชนะน็อก โฮซีน นาซิรี่ (อิหร่าน)

5.      พันธ์พยัคฆ์ พยัพคำพันธุ์ (ไทย) ชนะคะแนน เอซาน คอร์ชิดแวนด์ (อิหร่าน)

6.      ชนะจน พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม (ไทย) ชนะน็อก เออฮาน กันกอร์ (เยอรมนี)

7.      เพชรสมุย ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม (ไทย) ชนะน็อก โอมาร์ เอล เอ๊าร์ส (โมร็อกโก)

8.      ป.ต.ท. ส.พัฒนาแก๊ส (ไทย) แพ้น็อก ดิเอโก เบเนดุซซี่ (บราซิล)

9.      แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม (ไทย) ชนะคะแนน ไอแซค ซานโตส (บราซิล)

   ร่วมชมและเชียร์ “สะท้านฟ้า ศิษย์นายกชายสงขลา”ในการแข่งขัน “THAI FIGHT 2018” รอบรองชนะเลิศ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน ศกนี้ ที่จังหวัดสระบุรี ส่วนรอบชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม ศกนี้ ที่จังหวัดนครราชสีมา  ซึ่งผู้ครองตำแหน่งแชมป์“THAI FIGHT 2018” ในแต่ละรุ่น จะได้ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยรางวัลชนะเลิศรถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์”และรางวัลเงินสดรวม 3ล้านบาทอีกด้วย

 
 

AUTO NEWS : เอ็มจีโชว์นวัตกรรมยานยนต์อัจฉริยะแห่งอนาคตที่สัมผัสได้แล้ววันนี้ ที่งาน MG Expo 2018

Saturday, 03 November 2018 07:03

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจี  จัดงาน MG Expo 2018 ย้ำจุดยืนความเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมอัจฉริยะ (Smart Car ) พร้อมโชว์ความล้ำสมัยของระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ “i-SMART”นวัตกรรมยานยนต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่ให้ทั้งความสะดวกสบาย ความปลอดภัย  และการเชื่อมต่อไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ในยุคดิจิตัล

   นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า  “MG Expo 2018ครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเพื่อแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ของเอ็มจี คือ “ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ หรือ i-SMART”  ภายใต้แนวคิด “Greeting Tomorrow” โดยผู้เข้าชมงานจะได้รับรู้ถึงความล้ำสมัยของระบบ i-SMART ผ่านการนำเสนอและกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ ที่บริษัทฯ ได้จัดเตรียมไว้ อีกทั้งยังสามารถทดลองใช้งานระบบดังกล่าวด้วยตนเอง ซึ่งผมมั่นใจว่าการจัดงานในครั้งนี้จะช่วยสร้างกระแสและสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการดำเนินงานของเอ็มจีที่มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ๆ  ที่ล้ำสมัยรวมถึงความเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมอัจฉริยะ (Smart Car)ของเอ็มจีได้เป็นอย่างดี

   เอ็มจี เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2013 ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ทั้งการลงทุนเพื่อการสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศ การขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครอบคลุม และการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง  ทั้งนี้จากความมุ่งมั่นเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีในแบบที่ไม่เคยมีบริษัทรถยนต์รายใดทำมาก่อน  ทำให้รถยนต์MG ที่แนะนำสู่ตลาดในเมืองไทยเป็นยนตรกรรมที่มีความโดดเด่น มาพร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอโดยหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีความโดดเด่นและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า คือ “ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART”

   สำหรับระบบปฏิบัติการอัจฉริยะi-SMARTเป็นผลลัพธ์จากวิสัยทัศน์หลักของเอสเอไอซี คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเอ็มจี ในด้านการพัฒนารถยนต์แห่งอนาคตให้มีความเป็นอัจฉริยะ (Intelligent) และการพัฒนาเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตและระบบการเชื่อมต่อภายในรถยนต์ (Internet Car)  โดยเป็นระบบปฏิบัติการที่ให้ทั้งความสะดวกสบาย ความปลอดภัย  และการเชื่อมต่อที่อัจฉริยะ

   ทั้งนี้ภายหลังจากประสบความสำเร็จจากการแนะนำนวัตกรรมการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่กับรถยนต์เอ็มจีในแบบเรียลไทม์ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ภายใต้ชื่อ inkaNet ในปีพ.ศ. 2558 ซึ่งปัจจุบันระบบดังกล่าวมีการติดตั้งในรถยนต์ MG 6 รถยนต์ MG5 และ รถยนต์ MG GS นั้น  เอ็มจี ได้พัฒนาและแนะนำระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMARTสู่ตลาดเมืองไทยอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายน 2560ซึ่งถูกนำมาใช้งานครั้งแรกในรถยนต์รุ่น MG ZS ก่อนจะมีการติดตั้งใน MG3 รุ่นใหม่ ที่เปิดตัวไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา โดยระบบดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าคนไทยในฐานะระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะระบบแรกและระบบเดียวในโลกที่รองรับการสั่งการในรถด้วยเสียงภาษาไทยและยังสามารถเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ขับขี่  และได้กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้รถทั้งสองรุ่นดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าคนไทยและทำให้ยอดขายโดยรวมของเอ็มจีเติบโตขึ้นเท่าตัว  โดย ณ เดือนกันยายนที่ผ่านมา เอ็มจี มียอดขายรวม 17,500 คัน เติบโตขึ้น 108 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่ผ่านมา ซึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือ MG ZS ซึ่งมาพร้อมระบบ i-SMART

   สำหรับระบบปฏิบัติการอัจฉริยะi-SMART  สามารถยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของผู้ใช้รถยนต์เอ็มจี ใน 3 แกนหลักๆ  คือด้านการสั่งการ หรือ SMART Command  ด้านการเชื่อมต่อ หรือSMART Connectและด้านการตรวจเช็ครถหรือ SMART Check

SMART COMMAND- สั่งการทุกฟังก์ชันอย่างแม่นยำ

   ระบบi-SMART รองรับการสั่งการควบคุมการทำงานในรถยนต์เอ็มจีด้วยเสียงภาษาไทยช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย เพียงแค่พูด “ฮัลโหล เอ็มจี” (Hello MG) เพื่อเริ่มต้นสั่งการฟังก์ชันต่างๆ อาทิ โทรออกเพียง ค้นหาจุดสนใจ เปิด-ปิดหรือเปลี่ยนเพลง ควบคุมระบบปรับอากาศ รวมไปถึงเปิด-ปิดซันรูฟและหน้าต่างฝั่งคนขับ นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมหรือสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอภายในรถ อาทิ โทรออก - รับสายจากจอทัชสกรีนในกรณีฉุกเฉินซึ่งโทรฟรีได้ 50 นาทีต่อเดือน  ใช้ระบบ i – CALLติดต่อ MG CALL CENTREเพื่อสอบถามข้อมูลและขอรับจุดสนใจ (Point Of Interest) ด้วยปุ่มลัดบนพวงมาลัย  หรือเลือกสั่งการบนสมาร์ทโฟนผ่าน MG Mobile Applicationเพื่อสั่งสตาร์ทเครื่องยนต์และเปิดเครื่องปรับอากาศ

SMART CONNECT เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ให้สนุกได้ไม่รู้จบ 

   ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อไลฟ์สไตล์เข้ากับการใช้งานรถยนต์เอ็มจีผ่านระบบ i-SMART  ทั้งฟังเพลงฮิตจากทั่วโลกได้มากกว่า 1 ล้านเพลงผ่านระบบไลฟ์สตรีมจาก TRUE Online Musicค้นหาร้านอาหารยอดนิยมหรือที่พักระหว่างเดินทางผ่าน FOOD & TRAVEL GUIDEจาก WONGNAI และ AGODAสามารถเชื่อมต่อแอพลิเคชั่นต่างๆในระบบแอนดรอยด์ บนสมาร์ทโฟนเข้ากับรถผ่านเทคโนโลยี MG LINK หรือค้นหาเส้นทางผ่าน Smart Navigation ซึ่งแสดงผลการจราจรแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถอัพเกรดระบบได้เองผ่านออนไลน์  (OTA upgrade system)

SMART CHECK- ขับขี่ปลอดภัยเมื่อความมั่นใจอยู่ในมือ

   ระบบ i-SMART มาพร้อมฟังก์ชันที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจเช็คการทำงานของรถยนต์เอ็มจีได้ง่ายๆ เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น ด้วยแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบความผิดปกติและแจ้งสถานะการทำงานของรถ (Remote vehicle diagnosis)  อาทิ เครื่องยนต์ ลมยาง ระบบเบรก ถุงลมนิรภัย และการล็อกประตู   หรือใช้คำสั่งล็อกหรือปลดล็อกประตู (Remote vehicle control) รวมทั้งค้นหารถโดยกำหนดให้รถเปิดไฟหน้าไฟท้ายหรือใช้เสียงแตรผ่านการตั้งค่า (Find my Car)และตรวจสอบตำแหน่งของรถพร้อมบอกเส้นทางไปยังรถยนต์ และสามารถกำหนดขอบเขตการใช้รถได้ตั้งแต่  500ม. ถึง 10กม. ซึ่งระบบจะแจ้งเตือนเมื่อรถเข้าออกในขอบเขตที่กำหนดไว้

   “จากการสำรวจการใช้งานระบบ i-SMART พบว่าการใช้งานคำสั่งเสียงที่ลูกค้านิยมมากที่สุดคือสั่งการระบบนำทาง ระบบปรับอากาศ และสั่งการโทรออก ในขณะที่การใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่นบนมือถือนั้นส่วนใหญ่จะเน้นเพื่อตรวจสอบสถานะของรถ  สั่งการเปิดระบบเครื่องปรับอากาศ และสั่งล็อกหรือปลดล็อกประตู” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว

   ทั้งนี้นายพงษ์ศักดิ์กล่าวเสริมว่าปัจจุบันเอ็มจียังคงเดินหน้าพัฒนาระบบ i-SMARTเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของลูกค้าโดยเน้นความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการใช้งานมากยิ่งขึ้น โดยล่าสุดได้เตรียมปรับอินเตอร์เฟซใหม่เพื่อให้การใช้งานสะดวกและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มการอัพเกรดแบบออนไลน์ หรือ FOTA ซึ่งจะทำให้ลูกค้าสามารถอัพเกรดได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านระบบออนไลน์โดยไม่ต้องนำรถเข้าศูนย์  รวมไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในรับคำสั่งเสียงพร้อม Voice guidanceเพื่อแนะนำคำสั่งเสียง ให้กับผู้ใช้ เสียงแจ้งเตือนเมื่อรถน้ำมันใกล้หมดหรือสถานะยางผิดปกติ และเพิ่มความเพลิดเพลินตลอดการเดินทางได้มากยิ่งขึ้นด้วยการฟังเพลงผ่านระบบไลฟ์สตรีมได้มากขึ้นอีกทั้งยังสามารถเพิ่มเพลงผ่านเพลย์ลิสต์ได้  และเลือก ID การเชื่อมต่อด้วยการสแกน QR Code หรือ ปุ่มบนหน้าจอระบบสัมผัสซึ่งระบบสามารถจำแนกสิทธิในการใช้งานตั้งแต่เจ้าของรถ ผู้ใช้ทั่วไป และผู้ใช้ชั่วคราว พร้อมจดจำการตั้งค่าส่วนตัวของแต่ละไอดีไม่ว่าจะเป็นสถานีวิทยุที่ฟังประจำ เพลย์ลิสต์ที่เล่นประจำ และการตั้งค่าอื่นๆ ได้  ทั้งนี้บริษัทฯ คาดว่าผู้ใช้รถยนต์ MG ZS และ  MG  3 ใหม่ จะสามารถอัพเกรดระบบ i-SMART ใหม่ ได้ภายในปีนี้

สัมผัสเทคโนโลยีอัจฉริยะด้วยตัวคุณเอง

   ผู้ที่สนใจสามารถไปร่วมชมและสัมผัสระบบปฏิบัติการอัจฉริยะi-SMART ที่งาน MG Expo 2018 ระหว่าง  วันที่  29 ตุลาคม – 4 พฤศจิกายน2561 ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์  หรือ  ที่โชว์รูมรถยนต์เอ็มจีทั้ง90แห่งทั่วประเทศติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ i-SMART ได้ที่ https://mgcars.com/th/Innovation/ismart

 
 

More Articles...

Page 1 of 43

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )