Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

AUTO NEWS

AUTO NEWS : เชฟโรเลต จัดการแข่งขันทักษะพนักงานด้านเทคนิคและการบริการของผู้จัดจำหน่ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Thursday, 19 April 2018 14:33

 

 

 

 

 

 

 

   เชฟโรเลต เทรนนิ่ง อคาเดมี (Chevrolet Training Academy) จัดการแข่งขันประลองทักษะของพนักงานในระดับภูมิภาคสำหรับช่างเทคนิค ที่ปรึกษาการขาย และที่ปรึกษาด้านการบริการชั้นนำ จากผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เมียนมาร์ และกัมพูชา ณ ศูนย์ฝึกอบรมของเชฟโรเลตในกรุงเทพฯ

   “การแข่งขันทักษะพนักงานระดับภูมิภาคประจำปีคือหนึ่งในความมุ่งมั่นของเราที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการครอบครองรถให้แก่ลูกค้า ผ่านการยกระดับทักษะและความสามารถของทีมพนักงานอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการสนับสนุนวัฒนธรรมความเป็นเลิศด้านการบริการลูกค้าในกลุ่มผู้จัดจำหน่ายของเรา” นายเอียน นิโคลส์ ประธานกรรมการ จีเอ็ม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

   การแข่งขันทักษะครั้งนี้ คือการแข่งขันในระดับสูงสุดสำหรับช่างเทคนิค ที่ปรึกษาการขาย และที่ปรึกษาด้านการบริการจากผู้จัดจำหน่ายเชฟโรเลตทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งการแข่งขันระดับประเทศครั้งแรกถูกจัดขึ้นในปี 2555 โดยปัจจุบันการแข่งขันในระดับภูมิภาคถูกจัดขึ้นเป็นปีที่ 5

   ผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้ง 26 คนในการแข่งขันทักษะครั้งนี้ ได้รับการคัดเลือกว่าเป็นพนักงานที่มีความสามารถที่สุดในสายงานของตนจากแต่ละประเทศ

   ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องผ่านการทดสอบความรู้ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ ความสามารถในการแก้ไขปัญหา ทักษะการขายและการให้บริการหลังการขาย รวมถึงการทดสอบความสามารถทางเทคนิคที่มีความท้าทายอย่างยิ่ง

   การทดสอบความสามารถด้านการขายและการบริการประกอบไปด้วยหลายสถานีทดสอบ ซึ่งครอบคลุมทั้งการทดสอบความรู้ทางเว็บไซต์ การสาธิตการใช้งานผลิตภัณฑ์ การลงมือปฏิบัติจริงในสถานการณ์จำลอง อาทิ การส่งมอบรถยนต์ให้แก่ลูกค้า

   ขณะที่การประเมินของช่างเทคนิคประกอบไปด้วยการทดสอบทางเว็บไซต์ การตรวจสอบวินิจฉัยอาการของรถยนต์ ตลอดจนกระบวนการทดสอบและประเมินผลในสถานีที่เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าและกลไกของรถ โดยผู้ชำนาญด้านเทคนิคได้ทำการตรวจสอบวินิจฉัยรถเชฟโรเลต โคโลราโดและเทรลเบลเซอร์ซึ่งจัดจำหน่ายทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

   นายปพน แซ่เตีย ผู้เข้าแข่งขันจากประเทศไทย เป็นผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ Best of the Best Awardประเภทพนักงานที่มีความสามารถที่สุดในด้านการขาย กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับรางวัลนี้ ตั้งแต่ได้รับคัดเลือกให้เข้าแข่งขันในระดับประเทศเมื่อปีที่แล้ว ผมได้พัฒนาตนเอง ทุ่มเทและทำงานหนักมาตลอดเพื่อรางวัลนี้ ขอขอบคุณเพื่อนร่วมงานทุกคนที่ช่วยผมเตรียมความพร้อม การแข่งขันวันนี้นับว่ายากมาก ผมคิดว่าส่วนที่ยากที่สุดคือส่วนการทดสอบความรู้ เพราะเราต้องตอบคำถามมากมายภายในเวลาที่จำกัดมาก ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองที่ผมได้เข้าร่วมการแข่งขันทักษะของเชฟโรเลตในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และปีนี้ผมก็สามารถคว้ารางวัลนี้มาได้สำเร็จ ผมดีใจมากๆ ครับที่ได้เป็นส่วนหนี่งในการพัฒนาประสบการณ์ลูกค้าของผู้จัดจำหน่ายของเราในประเทศไทย”

   การแข่งขันทักษะระดับภูมิภาคช่วยให้เชฟโรเลตสามารถส่งเสริมโปรแกรมคอมพลีท แคร์ ซึ่งเป็นการดูแลลูกค้าแบบครอบคลุม ด้วยการสนับสนุนและเน้นย้ำให้ช่างเทคนิค ที่ปรึกษาการขาย และที่ปรึกษาด้านการบริการของผู้จัดจำหน่ายเชฟโรเลตทุกแห่ง รวมถึงพนักงานเชฟโรเลตทุกคน ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าโดยให้ลูกค้าเป็นหัวใจในทุกสิ่งที่เราทำ

   “เรามีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพการขายและการบริการหลังการขายของเราให้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การครอบครองรถที่ดีที่สุด เราทุกคนยึดมั่นในแนวคิดการให้ลูกค้าเป็นหัวใจในทุกสิ่งที่เราทำ” นายสุมิโต อิชี รองประธานฝ่ายขาย การบริการ และการตลาด จีเอ็ม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

 
 

AUTO NEWS : ทาทา มอเตอร์ส จัด “ทาทา คาราวาน” ต่อเนื่อง ให้ข้อมูล และ มอบประสบการณ์การขับขี่ให้ลูกค้าทั่วประเทศ

Wednesday, 18 April 2018 16:39

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ส่ง “ทาทา คาราวาน” (Tata Customer Experience Caravan) อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจัดขึ้นในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี บริเวณหน้าโกลบอลเฮ้าส์ ศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง ของแต่งบ้านและสวน โดยเป็นการจัดแสดงรถยนต์ทาทาหลากหลายรุ่น เช่น ทาทา ซีนอน แบบซิงเกิลแค็บ ดับเบิ้ลแค็บ และรถบรรทุกขนาดเล็ก ทาทา ซูเปอร์เอซ มินท์ เพื่อเข้าถึงลูกค้า ให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และให้ลูกค้าได้สัมผัสสมรรถนะด้านต่างๆ ของรถยนต์ทาทามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ลูกค้ายังได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่ถูกต้อง ปลอดภัย จากผู้เชี่ยวชาญอีกด้วย โดยมีผู้สนใจ และสั่งจองรถจากการจัด ทาทา คาราวาน ในครั้งนี้ ด้วยผลตอบรับที่น่าพอใจ

   ทั้งนี้ “ทาทา คาราวาน” มีแผนจะลงพื้นที่ภาคต่างๆ ทั่วประเทศไทย หลังจากประสบความสำเร็จมาก่อนแล้ว เช่น ภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ และลำปาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ โดยมีแผนจะจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 20-22 เมษายนนี้ ณ โกลบอลเฮ้าส์ สาขาศาลายา และระหว่างวันที่ 27-29 เมษายนนี้ ที่สาขาเทพารักษ์

 
 

AUTO NEWS : อีซูซุเปิดสมรภูมิครั้งยิ่งใหญ่ จัดการแข่งขันหาสุดยอด “แชมป์ประหยัดน้ำมันอัจฉริยะ” ทั่วไทยไปชิงชัยในต่างแดน

Sunday, 08 April 2018 14:37

   อีซูซุขอเชิญชวนนักขับฝีมือเยี่ยมทั่วประเทศไทยร่วมแข่งขัน “แชมป์ประหยัดน้ำมันอัจฉริยะ” (Isuzu Insight Fuel EconomyContest) รวม 4เส้นทาง โดยใช้รถ “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9ดีดีไอ บลูเพาเวอร์”ค้นหาสุดยอดแชมป์นักขับประหยัดน้ำมันจากทั่วทุกภาค เพื่อไปแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในต่างประเทศ ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1 ล้าน 8 แสนบาท

   กลุ่มตรีเพชร  โดย คุณปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ เผยว่า “ปีนี้อีซูซุได้เปิดสมรภูมิการแข่งขันขับประหยัดน้ำมันครั้งยิ่งใหญ่ นั่นคือ “แชมป์ประหยัดน้ำมันอัจฉริยะ” หรือ Isuzu Insight Fuel Economy Contestเพื่อเป็นการตอกย้ำจุดแข็งของรถอีซูซุดีแมคซ์ 1.9ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ขีดสุดแห่งนวัตกรรมเปลี่ยนโลกที่ทรงพลัง สมรรถนะเหนือชั้น ยอดเยี่ยมในทุกด้าน นั่นคือ กำลังเครื่องยนต์สูงสุด  ค่ามลพิษต่ำสุด และประหยัดน้ำมันสูงสุด  อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำความเป็นต้นแบบการแข่งขันขับประหยัดน้ำมันที่อีซูซุจัดเป็นเจ้าแรกในวงการรถยนต์เมืองไทย และดำเนินการต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศมาตลอดระยะเวลาอันยาวนาน ในปีนี้จึงขอเชิญชวนนักขับฝีมือเยี่ยมซึ่งเป็นผู้ใช้รถอีซูซุดีแมคซ์ 1.9ดีดีไอ บลูเพาเวอร์จากทั่วประเทศที่มีความมั่นใจในวิธีขับประหยัดน้ำมันของตัวเองมาร่วมประลองแข่งขันเพื่อค้นสุดยอดแชมป์ประหยัดน้ำมันอัจฉริยะในแต่ละภาค  4 เส้นทาง  รวม  6  ท่าน ซึ่งได้แก่  ผู้ชนะเลิศในแต่ละเส้นทางรวม 4ท่าน และพิเศษ!ผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศอันดับ 1 สำหรับรุ่นเกียร์อัตโนมัติที่มีการแข่งขันเฉพาะในเส้นทางที่ 1เท่านั้นอีก 2ท่าน จะได้สิทธิเป็นตัวแทนไปแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในต่างแดนอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม ศกนี้”

   ในการแข่งขัน “แชมป์ประหยัดน้ำมันอัจฉริยะ” ผู้สมัครที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมต้องขับจากจุดเริ่มต้นถึงจุดสิ้นสุดตามเส้นทาง ระยะทาง และระยะเวลาที่กำหนด เกณฑ์การตัดสินจะพิจารณาจากผลอัตราสิ้นเปลืองโดยเฉลี่ยจาก “รายงานการขับขี่อีซูซุอินไซท์” และในกรณีที่อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยเท่ากัน ให้ใช้คะแนนรวมสูงสุดของผลคะแนนการขับขี่จาก “รายงานการขับขี่อีซูซุอินไซท์” มาร่วมในการพิจารณาด้วย  ทั้งนี้รายละเอียดการรับสมัครรอบคัดเลือก ประกอบด้วย

·       ผู้สมัครได้แก่ ผู้ขับและผู้ร่วมเดินทาง  คนใดคนหนึ่งต้องเป็นเจ้าของรถอีซูซุ หรือกรณีเป็นนิติบุคคลจะต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าของรถ

·       รถที่เข้าร่วมแข่งขัน  รถปิกอัพ“อีซูซุดีแมคซ์ 1.9ดีดีไอ บลูเพาเวอร์”  มาตรฐานโรงงาน แต่สามารถติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมได้ เช่น หลังคาไฟเบอร์ ผ้าใบปิดกระบะท้าย เป็นต้น   และต้องเป็นรถยนต์ที่เข้ารับการบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานของอีซูซุ

·       วัน-เวลาและเส้นทางการแข่งขันรอบคัดเลือก

-          เส้นทางที่ 1 : วันที่  12 พฤษภาคม 2561 : จังหวัดนนทบุรี 

พิเศษ! รับสมัครทั้งรุ่นเกียร์ธรรมดา จำนวน  40คัน และรุ่นเกียร์อัตโนมัติ จำนวน  20คัน

-          เส้นทางที่ 2 : วันที่  19 พฤษภาคม 2561 :จังหวัดเชียงใหม่

-          เส้นทางที่ 3 : วันที่   2 มิถุนายน 2561 :     จังหวัดนครราชสีมา

-          เส้นทางที่ 4 : วันที่ 23 มิถุนายน 2561 :     จังหวัดนครศรีธรรมราช

เส้นทางที่ 2– 4  รับสมัครเฉพาะรุ่นเกียร์ธรรมดา จำนวนเส้นทางละ  50คัน

·       รางวัลรอบคัดเลือก

-          รางวัลชนะเลิศ ในทุกเส้นทางจะได้รับสิทธิในการเข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในต่างประเทศ และเงินสด 50,000บาท  

-          รางวัลชนะเลิศ และรองชนะเลิศอันดับ 1ในรุ่นเกียร์อัตโนมัติที่จัดแข่งขันเฉพาะเส้นทางที่ 1 ได้รับสิทธิในการเข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในต่างประเทศ และเงินสด 50,000บาท และ 30,000บาท ตามลำดับ        

-          รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1และ 2 ได้รับเงินสด 30,000บาท และ 20,000บาท ตามลำดับ   

-          ผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกคันที่ปฏิบัติถูกต้องตามกติกาจะได้รับบัตรกำนัลอีซูซุมูลค่า 2,000บาท 

   สำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในต่างประเทศเพื่อชิงความเป็น “แชมป์ออฟเดอะแชมป์” ของการแข่งขัน “แชมป์ประหยัดน้ำมันอัจฉริยะ” นั้นจะจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม  เพื่อชิงรางวัลชนะเลิศ เงินสด 200,000บาท จำนวน 3รางวัล และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1เงินสด 100,000บาท จำนวน 3รางวัล ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและสมัครเข้าร่วมกิจกรรม ได้ทางเว็บไซต์ www.isuzu-tis.com    หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่สายด่วนลูกค้าสัมพันธ์ โทร.0-2118-0777 ได้ตั้งแต่วันที่ 9เมษายน 2561เป็นต้นไป จนกว่าจะครบจำนวนผู้เข้าสมัครของแต่ละเส้นทาง

 
 

AUTO NEWS : ทาทา มอเตอร์ส ส่งทีมจัดอบรมเพิ่มทักษะบริการหลังการขาย เติมความรู้ด้านอะไหล่ให้แก่ผู้จำหน่ายทั่วประเทศ

Friday, 06 April 2018 19:10

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดส่งทีมจัดอบรม “การใช้งานระบบจัดการ และบริหารสต๊อกอะไหล่” (Electronic Parts Catalogue & Warehouse Management System) ซึ่งเป็นการอบรมต่อเนื่อง ที่จัดขึ้นเพื่อเพิ่มพูนความรู้ของพนักงานในเรื่องการบริการหลังการขายและอะไหล่ โดยเป็นการช่วยสนับสนุนให้การบริการลูกค้าทำได้รวดเร็ว แม่นยำขึ้น และยังช่วยให้การบริหารสต๊อกอะไหล่ของผู้จำหน่ายมีความถูกต้อง และพอเพียงต่อการให้บริการลูกค้าได้ทันท่วงทีโดยจัดอบรมขึ้นณ ห้องประชุมของบริษัท เค วาย เอ็น มอเตอร์เซลส์ จำกัด ศูนย์บริการรถยนต์ทาทา จังหวัดเลย

   ทั้งนี้บริษัทฯ ได้จัดการอบรมดังกล่าวในภูมิภาคอื่นมาแล้วที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยภูมิภาคต่อไปได้แก่ ภาคกลาง และภาคใต้ เพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศไทย และช่วยลดภาระของผู้จำหน่ายในการส่งพนักงานเข้าอบรมที่สำนักงานใหญ่

 
 

AUTO NEWS : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จัดแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิ ผนึกกำลังผู้จำหน่ายมุ่งยกระดับความพึงพอใจลูกค้า

Thursday, 05 April 2018 14:46

 

 

 

 

 

 

 

 

  

   บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จํากัดจัดการแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิ ครั้งที่ 18ประจำปี พ.ศ. 2560 เพื่อสนับสนุนผู้แทนจำหน่ายในการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร และผลักดันการพัฒนาคุณภาพด้านบริการให้เป็นไปตามมาตรฐานของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส

   มร.โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า“มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้จัดการแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาเกือบสองทศวรรษ การแข่งขันฯนี้ เป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักเพื่อพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรนอกเหนือจากการจัดฝึกอบรมทักษะความรู้อย่างสม่ำเสมอ ด้วยหนึ่งในพันธกิจหลักของเราคือการส่งมอบคุณภาพและความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าบริษัทฯ จึงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาและเชิดชูบุคลากรของเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิ ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทโดยตรงในการช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา และส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า”

   สำหรับงานแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิ ครั้งที่ 18 ประจำปี 2560 แบ่งเป็นการแข่งขันออกเป็น 6 ประเภทสายงาน ได้แก่ ที่ปรึกษาการขาย เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ ช่างเทคนิควิเคราะห์ปัญหา ช่างเทคนิคซ่อมบำรุงตามระยะ ที่ปรึกษางานบริการ และพนักงานอะไหล่ โดยในปีนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ยกระดับการประเมินผู้เข้าแข่งขันให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ด้วยการจัดให้มีการทดสอบล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์เป็นปีแรก สำหรับสายงานที่ปรึกษาการขายและเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ ทั้งในรอบคัดเลือกระดับภูมิภาค และก่อนการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ

   การแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิในปีที่18 นี้ มีผู้เข้าร่วมแข่งขันระดับภูมิภาคมากกว่า 1,700 คน จากเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ แบ่งออกเป็น 5 เขต ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง ภาคเหนือภาคอีสาน และภาคใต้ คัดเลือกจนได้ผู้เข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ 60 คน ซึ่งจัดขึ้น ณ สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) ลำลูกกา ปทุมธานี เน้นการทดสอบโดยจำลองสถานการณ์และปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจริงในการทำงาน พิจารณาตัดสินที่ความเชี่ยวชาญ ความเป็นเลิศในการให้บริการตามมาตรฐานของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส และเพื่อการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า

   นอกจากนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังจัดการแข่งขันประเภทนักศึกษาอาชีวะจากโครงการสนับสนุนอาชีวศึกษา (Vocational School Support Project - VSSP) ซึ่งเป็นโครงการที่ทางบริษัทฯได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสด้านการศึกษาและพัฒนาอาชีพในสาขาวิชาช่างเทคนิคยานยนต์ให้กับเยาวชน     

ผลการแข่งขันทักษะรถยนต์มิตซูบิชิ ประจำปี 2560

 
 

AUTO NEWS : บริดจสโตนเปิดตัว “TURANZA T005A” สุดยอดนวัตกรรมยางระดับพรีเมี่ยม

Saturday, 07 April 2018 14:21

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว ผลิตภัณฑ์ TURANZA T005A”สุดยอดนวัตกรรมยางรถยนต์ระดับพรีเมี่ยม ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงของบริดจสโตน เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับของการขับขี่ ด้วยความเงียบยิ่งขึ้น นุ่มสบายยิ่งขึ้น และปลอดภัยยิ่งขึ้นในทุกการเดินทาง พร้อมส่งกลยุทธ์ Customer Centricหรือ ลูกค้าต้องมาก่อน ตอกย้ำการเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของตลาดยางรถยนต์ในเมืองไทย ณ ห้องบอลรูม โรงแรมพาร์ค   ไฮแอท กรุงเทพฯ

   มร. ยาสุฮิโระ โมริตะ กรรมการผู้จัดการ  บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดเผยว่า “บริดจสโตนไม่เคยหยุดนิ่งในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ยางรถยนต์ทั่วโลก  ผลิตภัณฑ์ “TURANZA T005A”จึงได้รับการพัฒนาให้เป็นสุดยอดนวัตกรรมระดับพรีเมี่ยม  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานด้านต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น โดยมีจุดเด่นหลักๆ  คือ เงียบยิ่งขึ้น  ลดเสียงรบกวนขณะขับขี่  นุ่มสบายยิ่งขึ้นเพื่อสุนทรียภาพในการขับขี่  และปลอดภัยยิ่งขึ้น ด้วยการใช้เทคโนโลยีการผสมเนื้อยางแบบใหม่ Nano Pro-Tech™เอกสิทธิ์เฉพาะของ บริดจสโตน ช่วยยึดเกาะพื้นถนนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  ทำให้ได้รับความไว้วางใจให้เป็นยางมาตรฐานติดรถยนต์จากค่ายรถยนต์หรูชั้นนำระดับโลก สะท้อนให้เห็นว่า “TURANZA T005A” นั้นสามารถตอบสนองความต้องการสูงสุดของผู้บริโภคในผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยม และสามารถครองความเป็นยางรถยนต์ยอดนิยมในใจผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง อีกทั้งยังมุ่งมั่นเดินหน้าใช้กลยุทธ์ “Customer Centric” หรือ ลูกค้าต้องมาก่อน เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดในทุกกระบวนการ ตอกย้ำครองความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย และสร้างแบรนด์บริดจสโตนให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นทั้งในระดับประเทศ และระดับสากล”

   ภายในงานได้รับความสนใจจากแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนที่มาร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดตัว  ยางรถยนต์ “TURANZA T005A”อย่างล้นหลาม   ทั้งนี้ยางบริดจสโตน กลุ่ม “TURANZA”เป็นผลิตภัณฑ์ของบริดจสโตนที่มีชื่อเสียงมายาวนาน ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคว่ามีคุณภาพที่ดีเยี่ยมทั้งในด้านของประสิทธิภาพและสมรรถนะระดับสูง

 
 

AUTO NEWS : ชายหาดจอมเทียนอบอวลไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อมาสด้าชวนลูกค้าร่วมงานขอบคุณที่ White ใจ

Wednesday, 04 April 2018 16:11

 

 

 

 

 

 

 

   ไม่เพียงแต่รถมาสด้าที่ขับสนุกสนานจะพาคุณไปยังจุดหมายอย่างมีความสุขและปลอดภัยตลอดการเดินทางเท่านั้น การเอาใจใส่ในด้านการบริการของมาสด้ายังเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่ทำให้ลูกค้าและมาสด้าก้าวเดินเคียงข้างไปด้วยกัน เพราะมาสด้าเชื่อว่าการดูแลเอาใจใส่ดูแลลูกค้าที่ดีและสม่ำเสมอเสมือนหนึ่งในครอบครัว จะทำให้ลูกค้ามีความสุขตลอดระยะเวลาที่ครอบครองรถจนกระทั่งถึงเวลาที่ต้องการเปลี่ยนรถคันใหม่

   นอกจากจะมุ่งมั่นในเรื่องของการเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยี ควบคู่ไปการออกแบบที่ทันสมัยมาโดยตลอดแล้ว มาสด้ายังคงเดินหน้าต่อในเรื่องของการให้บริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ดังนั้นภารกิจหลักสำคัญ คือการสร้างสายสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างมาสด้ากับลูกค้า และระหว่างลูกค้าด้วยกัน เพื่อก่อให้เกิดเป็นสังคมคนรักมาสด้า หรือ ZOOM-ZOOM Societyอันจะนำไปสู่ความจงรักภักดีต่อแบรนด์ และทำให้มาสด้าเป็นแบรนด์หนึ่งเดียวที่ลูกค้ารัก และรักตลอดไป ทั้งนี้เพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในแบรนด์มาสด้ามาโดยตลอด จึงเป็นที่มาของการจัดกิจกรรมขอบคุณที่ White ใจ” ณ ริมชายหาดจอมเทียน พัทยา ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้มีลูกค้าผู้ใช้รถยนต์มาสด้าในหลากหลายรุ่นเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

   มาสด้าตอกย้ำนโยบายการยกระดับคุณภาพของการบริการหลังการขายภายใต้โปรแกรม MAZDA ACTIV SERVICE ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Feel the Passion”หรือ “มุ่งมั่นดูแลรถ...ใส่ใจดูแลคุณ โดยนิยามนี้สร้างขึ้นมาเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความมี passion ของมาสด้ารวมถึงความตั้งใจจริงและความปรารถนาดีในการให้บริการแก่ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดีที่สุด ซึ่งได้รวมเอาหัวใจหลักทั้ง 4เรื่องของการบริการ ได้แก่ Convenientในเรื่องของการขยายจำนวนศูนย์บริการ, Fastเพิ่มความรวดเร็วในการบริการและการจัดส่งอะไหล่, Standardizeความมีมาตรฐานเดียวกันในทุกโชว์รูม และ Competitive prizeราคาที่สามารถแข่งขันในตลาด โดยเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าในเรื่องของอะไหล่แท้ และการบริการที่มีคุณภาพมาตรฐานระดับสากล

   เพราะการบริการ คือ หัวใจสำคัญ มาสด้ายังคงยึดมั่นในการสร้างสายสัมพันธ์อันแนบแน่นกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการขับขี่ที่สนุกสนานเร้าใจไปพร้อมกับมาสด้า ดังนั้นกิจกรรมขอบคุณที่ White ใจ”จึงเป็นจุดเริ่มต้นครั้งสำคัญที่จะหลอมรวมคนรักมาสด้าได้เข้าร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ภายในงานให้ลูกค้าได้ร่วมทำ Work shop Snow Globe กับคุณจี๊ด ธัญญานันท์ ศรีชัยวรรณ อดีตกองบรรณาธิการนิตยสาร Room และนิตยสารบ้านและสวน พร้อมกิจกรรมต่างๆ มากมาย สำหรับงานเลี้ยงขอบคุณมีศิลปินดัง ตี๋ The Voiceขับกล่อมท่ามกลางบรรยากาศแสนโรแมนติก โดยงานนี้จัดขึ้น ณ วีรันดา รีสอร์ท พัทยา

 
 

AUTO NEWS : ฮุนไดเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ฮุนได ไอออนิค พร้อมแนะนำรถรุ่นตกแต่งพิเศษ เอช-วัน แบล็กซีรีส์ ที่งานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 39

Friday, 30 March 2018 17:28

 

 

 

 

 

 

+บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัดนำรถยนต์ ฮุนได ไออนิค อิเล็กทริก มาจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการครั้งแรก พร้อมแนะนำรถยนต์อเนกประสงค์ที่ขายดีที่สุด รุ่นตกแต่งพิเศษ ฮุนได เอช-วัน แบล็กซีรีส์ มาเผยโฉมและรับจองครั้งแรกที่งานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ครั้งที่ 39

   งานมอเตอร์โชว์ในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ปฏิวัติทุกการเคลื่อนไหว”ซึ่งสอดคล้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่มีอยู่ในรถยนต์ฮุนได  ในงานนี้นอกจากฮุนไดจะเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้จองรถยนต์รุ่นใหม่และทดลองขับแล้ว  ลูกค้าที่จองรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่นตลอดช่วงงานจนถึงสิ้นเดือนเมษายนนี้ ยังได้รับสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาทอีกด้วย

   “ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทยในปี 2560 กลับมามีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่อยู่ในสภาวะซบเซามาหลายปี โดยมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 13เปอร์เซ็นต์   แต่ฮุนไดสามารถเพิ่มยอดจำหน่ายขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็นต์” มร.โตชิฮิเดะ อาโนะ ประธานบริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าว

   “และนี่คือสิ่งที่สื่อให้เห็นถึงการลงทุนและความมุ่งมั่นที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ฮุนไดทั่วประเทศได้สร้างไว้ตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ฮุนได มอเตอร์ ไทยแลนด์ เข้ามาดำเนินกิจการในประเทศไทย ซึ่งนับเป็นเครื่องยืนยันความสำเร็จได้เป็นอย่างดี”

   “ทั้งหมดนี้เป็นเครื่องยืนยันได้ว่ามิใช่เพียงแต่ราคาที่ได้เปรียบ   นวัตกรรมใหม่และความพรีเมียมของรถยนต์ฮุนไดก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราเติบโตและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า  แต่ยังรวมไปถึงการให้บริการและการดูแลใส่ใจลูกค้าจากผู้แทนจำหน่ายของเราด้วย ที่จะทำให้ลูกค้าอีกหลายพันคน หันมาเลือกใช้รถยนต์ฮุนได” มร.อาโนะ กล่าวเสริม

   ฮุนไดมีรถยนต์รุ่นใหม่มาแนะนำพร้อมเปิดรับจองในงานนี้ 2 รุ่น ได้แก่ ฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริก ซึ่งเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ได้รับรางวัลมากมาย   ทำให้ฮุนได ไอออนิค เป็นรถพลังงานไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมและสามารถเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก

   ไอออนิก อิเล็กทริก ใช้แบตเตอร์รี่แบบลิเธียม ไอออน โพลิเมอร์ ขนาด 28 กิโลวัตต์ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทางสูงสุด 280 กิโลเมตร ให้พละกำลังสูงสุด 120แรงม้า (88kW) แรงบิดสูงสุด 295 นิวตันเมตร เชื่อมต่อผ่านระบบเกียร์แบบ single-speed ที่สามารถพารถยนต์ไปที่ความเร็วสุงสุดที่ 165กิโลเมตร/ชั่วโมง

   สามารถชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอรี่แบบลิเธียม ไอออน โพลิเมอร์ ได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ภายในเวลาเพียง 24 นาที (ด้วยการชาร์จไฟขนาด 100กิโลวัตต์) ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี

   “ฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริก ถูกออกแบบให้อากาศสามารถไหลผ่านตัวรถได้อย่างสะดวกตามหลักอากาศพลศาสตร์ ทำให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ต่ำเพียง 0.24 ซึ่งนับเป็นค่าที่ต่ำที่สุดในรถยนต์ทั่วโลก มาพร้อมเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ที่เน้นการใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ภายในตกแต่งด้วยสีส้มทองแดงโดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์ ซึ่งเรานำรถยนต์ที่ยอดเยี่ยมนี้มาจำหน่ายในราคาเริ่มต้นเพียง 1,749,000 บาท” มร.อาโนะ กล่าว

   “ผมเชื่อมั่นว่ามีคนไทยจำนวนไม่น้อย ที่ให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อม และนั่นทำให้ ฮุนได ไอออนิก กลายเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศไทย ซึ่ง ณ ตอนนี้ฮุนได        ไอออนิก มียอดจำหน่ายทั่วโลกหลายหมื่นคันแล้ว”

   ในงานนี้เรามีรถครอบครัวที่เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย นำมาตกแต่งพิเศษในรุ่น ฮุนได เอช-วัน แบล็กซีรีส์  ที่เพิ่มความสปอร์ตมากยิ่งขึ้นด้วย ล้ออัลลอยแบบ Y Spoke Design ขนาด 17 นิ้ว และตกแต่งให้ดูหรูหรา มีเอกลักษณ์ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ในแบบพรีเมียม ผมมั่นใจว่ารถรุ่นนี้จะมีลูกค้ารีบจับจองกันอย่างแน่นอน”        มร.อาโนะ กล่าว

   ภายในเน้นการตกแต่งแบบหรูหรา เบาะนั่งและแผงประตูคู่หน้าตกแต่งด้วยหนังสีเบจ ที่มีการเดินด้ายแบบตะเข็บคู่ และได้รับการตัดเย็บอย่างประณีต  บริเวณคอนโซลด้านหน้า ตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์, พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนังสีดำ เพิ่มความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น

   ฮุนได เอช-วัน แบล็กซีรีส์ มาพร้อมระบบความบันเทิงครบครัน ด้วยหน้าจอสัมผัสด้านหน้าขนาด 7 นิ้ว พร้อมเครื่องเล่น DVD ที่รองรับระบบ Apple Car Play สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ติดตั้งจอขนาด 10.1 นิ้ว 2 ตำแหน่ง สามารถแยกการใช้งานระหว่างสองด้านได้อย่างอิสระแบบ Dual Zone ผ่านหูฟังระบบอินฟราเรด

   ภายในงานฮุนไดยังได้นำ ฮุนได แกรนด์ สตาร์เรกซ์ รถยนต์อเนกประสงค์แบบ 7 ที่นั่ง และ ฮุนได เอช-วัน รุ่นเดอลุกซ์, อีลิท และทัวริ่ง มาให้ทุกท่านได้สัมผัสและทดลองขับที่งานนี้

   นอกจากข้อเสนอพิเศษ ฟรี ประกันภัยชั้น1นาน 1ปี สำหรับรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่น และดอกเบี้ยอัตราพิเศษสำหรับฮุนได แกรนด์ สตาร์เรกซ์แล้ว   ลูกค้าที่จองรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่นตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2561 จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลจากฮุนได ได้แก่ ทองคำหนัก 10บาท, แพ็คเกจทัวร์ประเทศเกาหลีใต้ หรือโทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy Note 8รวมมูลค่าของรางวัลทั้งหมดกว่า 3 ล้านบาท

   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที www.hyundai.co.th หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ปรึกษาด้านการขาย  ที่บูทรถยนต์ฮุนไดในงาน บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม – 8เมษายน 2561 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี

โปรโมชั่นพิเศษในงาน

ฮุนได เอช-วัน ทุกรุ่น :

-          ฟรี ประกันภัยชั้น 1นาน 1 ปี

ฮุนได แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ทุกรุ่น:

-          รับดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่0.99% ผ่อนนานสูงสุด 48 เดือน หรือ รับเงื่อนไขพิเศษอื่นๆ

 
 

AUTO NEWS : โตโยต้าเชิญสัมผัสยานยนต์ที่ทำให้ทุกชีวิตไปได้ไกลกว่า LIVE ALIVE…Live Ever Better ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39

Thursday, 29 March 2018 17:26

 

 

 

 

 

 

 

 

   นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงข่าวเปิดบูทโตโยต้า ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39(Bangkok International Motor Show 2018)นำเสนอรถยนต์รุ่นล่าสุด และรถยนต์รุ่นพิเศษหลากหลายรุ่น พร้อมแนะนำ 4 เทคโนโลยีใหม่ ที่ตอบโจทย์ในทุก  ไลฟ์สไตล์ของความต้องการ  เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2561  ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดข้าร่วมจัดแสดงยานยนต์ที่มีความหลากหลาย ภายใต้แนวคิด “LIVE ALIVE…Live Ever Better  ออกไป….ใช้ชีวิต” กับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ทำให้ทุกชีวิตไปได้ไกลกว่า พาท่องโลกกว้าง ได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง พร้อมจัดแสดง 4 เทคโนโลยีใหม่ที่ถือเป็นมาตรฐานของรถยนต์โตโยต้า เพื่อตอบสนองในทุกรูปแบบของการใช้ชีวิตที่ไร้ขีดจำกัด เริ่มต้นด้วยระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 ที่พัฒนาแบตเตอรี่ใหม่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อความทนทานและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น  สถาปัตยกรรมโครงสร้างยานยนต์ใหม่ (Toyota New Global Architecture หรือ TNGA) สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจกว่าเคย มาตรฐานความปลอดภัยใหม่ระดับโลก (Toyota Safety Sense หรือ TSS) มาตรฐานความปลอดภัยใหม่เพื่อทุกชีวิต และท้ายสุดกับ Toyota T-Connect Telematics เชื่อมต่อทุกเส้นทางอย่างสมบูรณ์แบบ

4 เทคโนโลยีใหม่ มาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า

อีกขั้นกับนวัตกรรมการออกแบบรถยนต์รุ่นใหม่ให้มีดีไซน์ทันสมัย ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีให้    ก้าวล้ำสามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนยุคใหม่กับ 4 เทคโนโลยีที่ถือได้ว่าเป็นมาตรฐานของรถโตโยต้า

  1. ระบบไฮบริดเจนเนอเรชั่นที่ 4 (4th Generation Hybrid) นิยามของยนตรกรรมอัจฉริยะ ที่ได้รับการพัฒนาแบตเตอรี่ใหม่ให้มีขนาดเล็กลง แต่สามารถเก็บประจุไฟฟ้าได้เร็วขึ้น และสามารถจ่ายไฟให้แก่มอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมพัฒนาระบบระบายความร้อนใหม่
  2. สถาปัตยกรรมโครงสร้างยานยนต์ใหม่ (Toyota New Global Architecture หรือ TNGA) จากแนวคิดที่ท้าทายขีดจำกัดของการออกแบบสู่มาตรฐานใหม่ TNGA ด้วยแรงบันดาลใจในการออกแบบและพัฒนาจากความแข็งแรงของร่างกายมนุษย์ ที่มีกระดูกสันหลังเเละกล้ามเนื้อเป็นพื้นฐาน เพื่อสมรรถนะในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและดียิ่งกว่า ให้ความแข็งแกร่งและการควบคุมที่แม่นยำ ทำให้เกิดความเร้าใจในการขับขี่
  3. มาตรฐานความปลอดภัยใหม่ระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense หรือ TSS) กับที่สุดของเรดาร์และกล้องตรวจจับโดยช่วยผู้ขับขี่ตัดสินใจได้ในเสี้ยววินาที เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งประกอบด้วย ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (PRE-COLLISION SYSTEM) ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ (DYNAMIC RADAR CRUISE CONTROL) ระบบควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ (AUTOMATIC HIGH BEAMS) และระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (LANE DEPARTURE ALERT WITH STEERING ASSIST)
  4. ระบบที่เชื่อมต่อรถและผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียว (Toyota T-Connect Telematics) ระบบที่เชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับ Wi-Fi Box ทำให้เกิดฟังก์ชั่นใหม่ให้กับผู้ขับขี่และใช้งานได้จริงผ่านอุปกรณ์ Smartphone, Apple Watch และหน้าจอวิทยุ พร้อมด้วยบริการของศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Call Center) ที่มีประสบการณ์มากกว่า 5 ปี สามารถตอบรับกับรูปแบบในการใช้ชีวิตและการเดินทางอย่างแท้จริง โดย Toyota T-Connect Telematics มาพร้อมคุณสมบัติเด่น 3 ฟังก์ชั่นหลัก ได้แก่
  5. ความสะดวกสบายสูงสุด ด้วยบริการแจ้งเตือนข้อมูลข่าวสาร และสิทธิพิเศษมากมาย

- My TOYOTA Wi-fi1 มอบความเพลิดเพลิน และความบันเทิงไร้ขีดจำกัดตลอดการเดินทาง

- Service Reminder แจ้งเตือนสถานะเมื่อถึงรอบการเข้ารับบริการตรวจสอบตามระยะ

- Service Appointment บริการนัดหมายเข้าศูนย์บริการผ่านระบบออนไลน์ และศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Call Center)

- My Message แจ้งข้อมูลข่าวสาร ส่วนลด พร้อมสิทธิพิเศษจากโครงการ Toyota Privilege

- Pay As Your Drive2 ประกันภัย "ขับน้อย จ่ายน้อย" จ่ายค่าบริการตามการใช้งานจริง

พร้อมมอบข้อเสนอส่วนลดเบี้ยประกันเพิ่มเติมสูงสุดถึง 20% กรณีใช้งานรถน้อย

1ตามเงื่อนไขที่กำหนดในแพ็กเกจ

2สำหรับการทำประกันภัยกับบริษัทฯ ที่กำหนดไว้เท่านั้น สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.toyota.co.th/t-connect

  • บริการด้วยใจ เพื่อมอบความปลอดภัยสูงสุด

- Find My Car เช็คตำแหน่งรถผ่านแอพพลิเคชั่น Find My Car หรือ Apple Watch บริการแจ้งพิกัดกรณีรถหายและการแจ้งเตือนขณะจอดรถได้อย่างแม่นยำ

- Stolen Vehicle Tracking ระบบตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์ เมื่อถูกโจรกรรมและศูนย์บริการ  ที่พร้อมช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

- Parking Alert บริการเปิดการแจ้งเตือนขณะจอดรถ   ช่วยให้ทราบเมื่อรถถูกสตาร์ทหรือเคลื่อนที่จากจุดจอด

  • อุ่นใจยิ่งขึ้น ด้วยบริการที่คอยดูแลคุณตลอด 24 ชั่วโมง

- Operator Service: OPS บริการผู้ช่วยส่วนตัว แนะนำสถานที่ในแบบที่คุณต้องการ พร้อมการบริการจองร้านอาหารสุดโปรดของคุณ

- SOS Emergency Service3 ทั้งด้านประกันภัย หรือบริการด้านรถยนต์ หมดห่วงในทุกการเดินทาง

- Roadside Service ด้วยการขอรับความช่วยเหลือบนท้องถนน ให้ความช่วยเหลือได้อย่างสะดวกรวดเร็วในทุกที่

- Health โดยการส่งตำแหน่งที่คุณอยู่ไปยังสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) เพื่อให้ความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และทันท่วงที

เปิดประสบการณ์เทคโนโลยีอัจฉริยะ Toyota T-Connect Telematics กับรถยนต์ทั้ง 5 ได้ที่บูทโตโยต้า

  • โตโยต้าซีเอชอาร์ (TOYOTA C-HR) รุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด
  • โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ (TOYOTA FORTUNER) รุ่น 8V
  • โตโยต้าอินโนวา (TOYOTA INNOVA) รุ่น 8V
  • โตโยต้าคัมรี (TOYOTA CAMRY) รุ่น 5 HV Premium
  • โตโยต้าอัลฟาร์ด (TOYOTA ALPHARD)

3อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในบางกรณี

รถยนต์โตโยต้าที่จัดแสดงในงาน“บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39

"TOYOTA C-HR IRRESISITIBLE...ความสมบูรณ์แบบที่ยากเกินต้านทาน

   TOYOTA C-HR (Coupe High Rider) รถยนต์ซับคอมแพคเอสยูวีรุ่นใหม่ ยนตรกรรมแห่งความสมบูรณ์แบบที่ได้รับแรงบันดาลใจ  จากรูปทรงของเพชรซึ่งเต็มไปด้วยรายละเอียด โดดเด่นสะดุดตาสะท้อนถึงรูปแบบพื้นผิวของอัญมณี  ที่มีความประณีตในการเจียระไนที่ออกแบบให้มีความสปอร์ต หรูหรา ล้ำสมัย ภายนอกและภายใน  ตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูงครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย ตอบสนองในทุกความต้องการของลูกค้า โดยมีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 24.4 กม./ลิตร

เลือกเป็นเจ้าของ TOYOTA C-HR 4 รุ่น  6 สี สำหรับเครื่องยนต์ไฮบริด

(Premium Red/Black Roof, Blue Metallic/Black Roof, Radiant Green Metallic/Black Roof, White Pearl Crystal, Metal Stream Metallic, Attitude Black Mica)

และ3 สี สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน

(White Pearl Crystal, Metal Stream Metallic, Attitude Black Mica)

  • 8 Entry   ราคา       979,000 บาท5
  • 8 Mid      ราคา    1,039,000 บาท5
  • HV Mid   ราคา    1,069,000 บาท5
  • HV Hi      ราคา    1,159,000 บาท5

(สำหรับสีพิเศษได้แก่ Premium Red, Blue Metallic และ Radiant Green Metallic พร้อมหลังคาสีดำเพิ่ม 10,000 บาท สี White Pearl Crystal เพิ่ม 10,000 บาท)

5ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

Toyota C-HR TRD Sportivo

   Toyota C-HR TRD Sportivo ที่ตกแต่งพิเศษสในไตล์เอ็กซ์ตรีมสปอร์ต (Extreme Sports) และถูกออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ภายนอกตกแต่งด้วยแนวเส้นอลูมิเนียมสีดำ เพิ่มความแข็งแรง ดุดัน สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้ที่ชอบความโดดเด่น

Toyota C-HR Modellista Elegant Ice Style

พร้อมกันนี้ยังมีรุ่น Toyota C-HR Modellista Elegant Ice Style ชุดแต่งจากแบรนด์ Modellista บริษัทภายใต้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น โดยการออกแบบเน้นที่ความเรียบง่าย ทันสมัย เพิ่มความหรูหราผ่านเส้นสายที่เฉียบคมตกแต่งด้วยวัสดุโครเมี่ยม ให้ความรู้สึกที่เหนือระดับในสไตล์ Modellista

“Alphard รุ่นปรับโฉมใหม่” MY VISION MY DECISION

ความสมบูรณ์แบบที่เหนือระดับสำหรับผู้นำ    ด้วยรูปลักษณ์ที่หรูหรา โดดเด่นทั้งภายในและภายนอก อันเป็นเอกลักษณ์ เหนือกว่าที่พิเศษสาหรับ ลูกค้าในประเทศไทย ด้วยชุดสเกิร์ตพิเศษรอบคัน พร้อมเบาะ หนังอุปกรณ์บริการหลังแบบไฟฟ้า  ให้ความสะดวกสบายเหนือใคร

พิเศษสำหรับลูกค้าโตโยต้า อัลฟาร์ด  รุ่นปรับโฉมใหม่

  • ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถใหม่เป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. พร้อมฟรีค่าแรงเช็คระยะถึง 100,000 กม. หรือ 5 ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน
  • สำหรับอัลฟาร์ด รุ่นเครื่องยนต์ 5 ไฮบริด มาพร้อมความคุ้มครองที่ครบครันยิ่งขึ้นด้วย HYBRID WORRY FREE กับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และระบบไฮบริด 5 ปี

โตโยต้า อัลฟาร์ด  รุ่นปรับโฉมใหม่ พร้อมให้คุณครอบครอง

(White Pearl Crystal / Luxury White Pearl Crystal / Black ในอัลฟาร์ด)

  • อัลฟาร์ด5 ไฮบริด ราคา 3,939,000 บาท6
  • อัลฟาร์ด5 VIP ราคา 5,429,000 บาท6

6ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน และชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ พร้อมค่าติดตั้งโดยบริษัท TAC จำกัด

   ATIV รถยนต์ซับคอมแพคซีดานรุ่นใหม่ ขนาดเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ที่มีรูปลักษณ์ดีไซน์     โดดเด่นเฉพาะตัว ภายในกว้างขวางสะดวกสบาย สมรรถนะในการขับขี่ที่คล่องตัว มาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว (ASEAN NCAP) พร้อมเติมสีสันให้ชีวิตคุณด้วยชุดแต่ง TRD ในราคาพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ต้องการ  ความเร้าใจ ด้วยรูปลักษณ์สไตล์สปอร์ต  ดูโฉบเฉี่ยว ดุดันด้วย สปอยเลอร์หลัง และสเกิร์ตรอบคัน สามารถบ่งบอกความเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างชัดเจน

ซื้อ ATIV วันนี้ พร้อมข้อเสนอพิเศษ7

  • ดาวน์เริ่มต้นเพียง 8,500 บาท หรือ
  • ผ่อนสบายๆกับโปรแกรมสบายดี เพียงเดือนละ 3,500 บาท หรือ
  • รับดอกเบี้ยต่ำสุด เพียง 0.99 %
  • รับสิทธิ์ซื้อชุดอุปกรณ์ตกแต่ง ATIV TRD ราคาพิเศษเพียง 16,000 บาท จากปกติ 25,000 บาท

และพิเศษ! สำหรับเจ้าของรถยนต์โตโยต้า รับเพิ่ม แคมเปญ TOYOTA KEY TO KEY

บัตรกำนัลโตโยต้า มูลค่า 10,000 บาท หรือส่วนลดดอกเบี้ย 0.4%

7ข้อเสนอพิเศษ ตั้งแต่ 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2561 เท่านั้น

เลือกเป็นเจ้าของ ATIV 5 รุ่น และ 7 สี

(Dark Blue Mica Metallic (สีใหม่)/ Gray Metallic/ Silver Metallic / Quartz Brown Metallic/

Super White/ Attitude Black Mica / Red Mica Metallic)

  • รุ่นS เกียร์อัตโนมัติ               ราคา    635,000บาท
  • รุ่นG เกียร์อัตโนมัติ               ราคา    609,000บาท
  • รุ่น E เกียร์อัตโนมัติ               ราคา    559,000บาท
  • รุ่นJ เกียร์อัตโนมัติ               ราคา    529,000บาท
  • รุ่นJ ECO เกียร์อัตโนมัติ         ราคา    479,000บาท

HILUX REVO ROCCO  รุ่นตกแต่งพิเศษ…แกร่งเกินนิยาม

   “ไฮลักซ์ รีโว่ รถกระบะ ที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แข็งแกร่งดุดัน เปี่ยมด้วยสมรรถนะที่       ยอดเยี่ยม สามารถตอบสนองต่อทุกการใช้งาน และอีกขั้นแห่งการขับขี่สะท้อนความแกร่งดุจหินผา ไฮลักซ์     รีโว่ ร็อคโค่ (ROCCO) รุ่นตกแต่งพิเศษ โดดเด่นด้วยชุดแต่งพิเศษรอบคัน ทั้งภายนอกและภายที่ปรับตกแต่งใหม่จากรุ่นธรรมดา สร้างความแตกต่างที่เหนือระดับ เปี่ยมด้วยสมรรถนะที่แข็งแกร่งเกินนิยาม สะท้อนภาพลักษณ์ของผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบในไลฟ์สไตล์รักการผจญภัย พร้อมลุยฝ่าไปในทุกเส้นทาง

เลือกเป็นเจ้าของ“ไฮลักซ์ รีโว่” รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ ปี 2560 ทั้ง 48 รุ่น

ราคา เริ่มต้นพียง 516,000 บาท – 1,199,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 มูลค่าสูงสุด 28,500 บาท

ข้อเสนอพิเศษสุดกับ ไฮลักซ์ รีโว่ ตั้งแต่ 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2561 เท่านั้น

  • สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับมอบรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ รับสิทธิ์ลุ้นรางวัล

รางวัลที่ 1 บัตรเติมน้ำมัน ปตท.                   จำนวน 95 มูลค่า            รางวัลละ 65,000 บาท

รางวัลที่ 2 โดรน “Mavic Air Combo”           จำนวน 155 มูลค่า          รางวัลละ 37,500 บาท

รางวัลที่ 3 Go Pro “Hero 6 Black”             จำนวน 255 มูลค่า          รางวัลละ 14,500 บาท

รางวัลที่ 4 บัตรเติมน้ำ ปตท.                       จำนวน 555 มูลค่า          รางวัลละ 5,000 บาท

รวมทั้งสิ้น       1,060 รางวัล   มูลค่า 18,460,000 บาท

  • สำหรับลูกค้าที่ทดลองขับ รับฟรีทันที คู่มือแนะนำการท่องเที่ยว “เที่ยวเมืองรอง กับไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่” (จำนวนจำกัด)

เปิดประสบการณ์ใหม่กับ

กิจกรรม “Go Local by REVO ROCCO ท่องเที่ยวเมืองรอง กับไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่

  • ภาคใต้ จังหวัดตรัง – สตูล 11-13 พฤษภาคม 2561
  • ภาคตะวันออก จังหวัดจันทบุรี – สระแก้ว – ปราจีนบุรี 8 - 10 มิถุนายน 2561
  • ภาคกลาง จังหวัดสุพรรณบุรี – ชัยนาท – อ่างทอง    24 - 26 สิงหาคม 2561
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดหนองคาย – บึงกาฬ      26 - 28 ตุลาคม 2561
  • ภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย – แพร่ – น่าน           14 – 16 ธันวาคม 2561

หมายเหตุ :     วัน เวลา และสถานที่ในการเดินทาง อาจมีการเปลี่ยนแปลง  โปรดติดตามรายละเอียดได้ที่ http://www.golocalbyrevorocco.com/และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร 081-934-5610

ชุดอุปกรณ์ตกแต่งภายนอกของแท้จากโตโยต้า Genuine Accessories

  • พิเศษสุดกับชุดอุปกรณ์ตกแต่งภายนอกของแท้จากโตโยต้าลดสูงสุด 20%  พร้อมรับประกันสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กม. พิเศษเฉพาะลูกค้าที่จองรถตั้งแต่เริ่มเปิดจอง - 8 เม.ย. 2561 เท่านั้น

หมายเหตุ
- สามารถสอบถามรายละเอียด และตรวจสอบราคาอุปกรณ์ตกแต่งภายนอก และสินค้าที่ร่วมรายการที่ลด 20% ได้ที่ตัวแทนจำหน่าย

- สำหรับการประกอบอุปกรณ์ตกแต่ง อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โปรดศึกษารายละเอียดจากคู่มือรับประกันคุณภาพ 
และการบำรุงรักษารถยนต์

พบข้อเสนอสุดพิเศษ ในการเป็นเจ้าของรถยนต์ โตโยต้า

เอกสิทธิ์พิเศษสำหรับลูกค้าโตโยต้า

- เพียงแสดงกุญแจรถโตโยต้าที่เคาน์เตอร์โตโยต้า Privilege รับทันทีคูปองสิทธิพิเศษและของที่ระลึก4

- เชิญสัมผัสเทคโนโลยีภาพเสมือนจริง ในรูปแบบ 3 มิติ (Augmented Reality) กับกิจกรรมทั้ง 5 สถานี เพื่อศึกษารายละเอียดเทคโนโลยีใหม่ของโตโยต้า เพื่อมีสิทธิ์ร่วมลุ้นรับของรางวัล

   สนใจสามารถทดลองขับรถยนต์โตโยต้า ในงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ครั้งที่ 39 ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 8 เมษายน 2561 ที่ ศูนย์แสดงสินค้า และนิทรรศการนานาชาติ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

“โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข”

 
 

AUTO NEWS : เมอร์เซเดส-เบนซ์ คาร์ ตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในไทย มุ่งผลักดันรถยนต์ไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Thursday, 15 March 2018 16:39

 

 

 

 

 

 

 

 

   เมอร์เซเดส-เบนซ์ คาร์เดินหน้าเสริมศักยภาพด้านการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังตัดสินใจเดินกลยุทธ์เพื่อรองรับรูปแบบการสัญจรที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าซึ่งกำลังมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค โดยนับจากนี้จนถึงปี 2563ทางบริษัทฯ จะทุ่มเงินลงทุนรวมกว่า 100ล้านยูโรเพื่อขยายการผลิตในไทยร่วมกับพันธมิตรในประเทศ คือ ธนบุรีประกอบรถยนต์ โดยเม็ดเงินดังกล่าวจะใช้เพื่อขยายโรงงานรถยนต์ที่มีอยู่ในปัจจุบันและสร้างโรงงานประกอบแบตเตอรี่แห่งใหม่ขึ้นในที่ตั้งเดียวกันเพื่อเป็นหลักประกันว่าโรงงานในไทยจะมีเทคโนโลยีอันล้ำหน้าไว้พร้อมสำหรับรถยนต์ที่มีระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าและรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เพียงอย่างเดียว (Battery Electric Vehicle – BEV)ที่ผลิตขึ้นที่นี่

   “โครงการเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าในเครือข่ายการผลิตทั่วโลกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ คาร์ ที่มีความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพในการผลิตสูง กำลังก้าวรุดหน้าด้วยดีและรวดเร็วอย่างยิ่ง โดยหนึ่งในแผนงานตามกลยุทธ์ของเราคือการร่วมมือกับพันธมิตร อย่างธนบุรีประกอบรถยนต์ เพื่อเตรียมพร้อมสู่อนาคตแห่งการสัญจรในประเทศไทยที่จะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งจากแนวคิดการผลิตแบตเตอรี่ของเราที่มีมาตรฐานเดียวกันและขยายต่อเติมได้ ทำให้เราเปิดสายการผลิตได้อย่างรวดเร็วในภูมิภาคใดๆ ก็ตามด้วยขนาดโรงงานที่เหมาะสม โรงงานแบตเตอรี่ในประเทศไทยจะเสริมเครือข่ายการผลิตแบตเตอรี่ทั่วโลกของเราให้มีโรงงานเพิ่มขึ้นเป็น 6แห่งใน 3 ทวีป”มร. มาร์คุส เชฟเฟอร์ กรรมการบริหาร รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ฝ่ายการผลิตและการจัดการห่วงโซ่อุปทาน กล่าว

   ด้วยข้อดีของการผลิตที่เป็นมาตรฐานเดียวกันและแนวคิดในการออกแบบโรงงาน แผนงานในการผลิตแบตเตอรี่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ คาร์จึงสามารถปรับขยายได้เพื่อให้เหมาะสมกับการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะต่างๆ และเพื่อให้การดำเนินการตามแผนการผลิตเป็นไปด้วยความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับภาวะตลาดทั่วโลก

  ดร. อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า“เมอร์เซเดส-เบนซ์ ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลก และเป็นผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของประเทศไทยด้วยผลิตภัณฑ์และบริการมาตรฐานระดับโลก ก่อให้เกิดการลงทุน สร้างรายได้ให้กับประเทศ และนับเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศให้เติบโตก้าวหน้าทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสังคม โดยขณะนี้ ทางบริษัทฯ ได้มีการขอขยายการส่งเสริมการลงทุนผลิตรถยนต์รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดปลั๊กอิน (Plug-in Hybrid Electric Vehicles: PHEV) เป็นการตอบรับต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย ที่มีเป้าหมายที่จะก้าวไปสู่การพัฒนายานยนต์แห่งอนาคตและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องที่ใช้พลังงานไฟฟ้า แสดงให้เห็นว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ จากประเทศเยอรมนีได้เล็งเห็นความสำคัญของประเทศไทย ในการเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในภูมิภาค อีกทั้งยังเป็นการยกระดับความสามารถ คนไทยด้วยการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีที่เหนือกว่าการผลิตชิ้นส่วนทั่วไป ซึ่งจะช่วยให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศก้าวหน้าเป็นอย่างมาก และสามารถสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาชาติอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป”

   ภายในปี 2565 บริษัทฯ จะผสานระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเข้ากับรถยนต์ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างทั่วถึง เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกที่เป็นรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า อย่างน้อย 1 รุ่นในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่รถยนต์จากแบรนด์สมาร์ทไปจนถึงรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ รวมถึงบริษัทฯ กำลังวางแผนจะนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า  50 รุ่นย่อยอีกด้วย ในขณะเดียวกันเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังสนับสนุนการพัฒนารถยนต์      ปลั๊กอินไฮบริดและการแจ้งเกิดของระบบ 48 โวลท์ พร้อมด้วยรถยนต์รุ่นแรกในตระกูล EQซึ่งใช้ชื่อว่า EQCที่จะเข้าสู่สายการผลิตในปี 2562ที่เบรเมน ประเทศเยอรมนี ทั้งนี้ EQ เป็น   แบรนด์เทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์ CASEซึ่งประกอบด้วยเสาหลักเชิงกลยุทธ์ที่ผสานกันอย่างชาญฉลาด ได้แก่ การเชื่อมต่อ (Connected),การขับเคลื่อนด้วยตัวเอง (Autonomous),ความยืดหยุ่นในการใช้งาน (Shared & Services) และระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (Electric)

โรงงานผลิตแบตเตอรี่แห่งที่ 6ของเมอร์เซเดส-เบนซ์

   โรงงานแบตเตอรี่ในประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในเครือข่ายการผลิตแบตเตอรี่ทั่วโลกของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ คาร์ โดยจะผลิตเพื่อรองรับความต้องการในประเทศและเพื่อส่งออก   เดมเลอร์ใช้เงินลงทุนรวมกว่า 1,180 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (กว่า 1 พันล้านยูโร) ในเครือข่ายการผลิตแบตเตอรี่ดังกล่าว ซึ่งยังมีโรงงานทั้งในเยอรมนี สหรัฐอเมริกา และจีนอีกด้วย เครือข่ายการผลิตแบตเตอรี่นี้จะตอบสนองความต้องการในตลาดอย่างยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับการผลิตรถยนต์ ซึ่งกลยุทธ์นี้จะทำให้มีเทคโนโลยีแบตเตอรี่   อันทันสมัยจากศูนย์กลางการผลิตในแต่ละพื้นที่ ทั้งยุโรป จีน และสหรัฐอเมริกาไว้พร้อมรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ  เมอร์เซเดส-เบนซ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นตามแผนงานรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท ทั้งนี้ โรงงานผลิตแบตเตอรี่ในประเทศไทยมีแผนจะเริ่มเดินสายการผลิตภายในปี 2562

มั่นใจศักยภาพตลาดรถยนต์นั่งในประเทศไทย

การร่วมลงทุนในครั้งนี้ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ คาร์ และธนบุรีประกอบรถยนต์ซึ่งเป็นพันธมิตรในประเทศไทย ส่วนหนึ่งเพื่อการขยายโรงงานผลิตรถยนต์ที่มีอยู่ ซึ่งจะส่งผลให้ศักยภาพการผลิตรถยนต์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญด้วยจำนวนรุ่นที่มากขึ้น

   มร. ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า“เมอร์เซเดส-เบนซ์ ดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นที่จะมอบ “สิ่งที่ดีที่สุด” (THE BEST) ให้กับลูกค้าทั้งในวันนี้และวันข้างหน้าการลงทุนในครั้งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นที่เรามีต่อศักยภาพของตลาดรถยนต์นั่งในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่เราทำตลาดอยู่ในปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างสูงจากกลุ่มลูกค้า และเราจะยังคงเดินหน้าเพิ่มความหลากหลายของรถยนต์ที่ผลิตภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง”

   ในปี 2560 เมอร์เซเดส-เบนซ์มียอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทยสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ด้วยจำนวนมากกว่า 14,000 คัน ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตสูงถึงสองหลัก โดยรุ่นที่มียอดจำหน่ายสูงสุดประกอบด้วยรถยนต์ซีดานตระกูล E-Class, C-Class และ CLA ในปัจจุบันเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ทำตลาดรถยนต์ที่ประกอบภายในประเทศรวมทั้งหมด 9 รุ่น โดยรุ่นที่เป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดได้รับความนิยมอย่างมากทั้ง C-Class, S-Class และ GLEในเวอร์ชั่นปลั๊กอินไฮบริดที่เปิดตัวในช่วงต้นปี 2559 และล่าสุดคือรุ่น E 350e Avantgarde, E 350e Exclusive และ E 350e AMG Dynamicนอกจากนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องมาตลอด 17ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2544

   ปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่ส่งผลให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ประสบความสำเร็จอย่างสูงในประเทศไทยคือความร่วมมืออันใกล้ชิดระหว่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง  ประเทศไทย และ ธนบุรีประกอบรถยนต์ ในฐานะผู้ดำเนินงานด้านการผลิตในประเทศไทย โดยที่ในปี 2560 เพียงปีเดียว ธนบุรีประกอบรถยนต์สามารถผลิตรถยนต์ให้  เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้มากกว่า 12,000 คัน ในปัจจุบันโรงงานแห่งนี้มีพนักงานกว่า  1,000 คน และคาดการณ์ว่าเมื่อโครงการลงทุนครั้งนี้เสร็จสมบูรณ์ โรงงานแห่งนี้จะสร้างงานเพิ่มขึ้นอีกกว่า 300 ตำแหน่ง โดยในจำนวนนี้จะเป็นการจ้างงานในส่วนของการผลิตแบตเตอรี่เกือบ 100 ตำแหน่ง

   มร. อันเดรอัส เลทเนอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า“การขยายโรงงานและการผลิตแบตเตอรี่ที่จะเริ่มขึ้นในอนาคต ณ โรงงานในจังหวัดสมุทรปราการนับเป็นการกระชับความร่วมมือกับ ธนบุรีประกอบรถยนต์ให้แข็งแกร่งขึ้นอีกขั้น และยังเป็นการเตรียมพร้อมของ  เมอร์เซเดส-เบนซ์สำหรับรูปแบบการสัญจรในอนาคต นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสสำคัญสำหรับพนักงานของเราที่จะได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบใหม่ๆ ที่ต้องใช้ทักษะความรู้ขั้นสูง เพื่อเตรียมพร้อมพวกเขาสำหรับเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุด เรามุ่งมั่นที่จะเพิ่มบทบาทในภูมิภาคและสานต่อความร่วมมือกับพันธมิตรของเราในประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ความร่วมมือทั้งกับธนบุรีประกอบรถยนต์ซึ่งเป็นพันธมิตรของเรา และกับหน่วยงานภาครัฐของไทยล้วนเป็นไปอย่างดีเยี่ยม โดยเราได้รับการสนับสนุนที่จำเป็นในการดำเนินการผลิตของเราต่อไปให้ประสบความสำเร็จ”

   เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อให้มั่นใจได้ว่ารถยนต์ทุกคันที่ผลิตในเครือข่าย  การผลิตทั่วโลกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ คาร์มีคุณภาพสูงตามมาตรฐานของแบรนด์ไม่ว่าจะผลิตจากฐานการผลิตแห่งใดก็ตาม โดยในช่วงของการเตรียมการเพื่อเริ่มผลิตรถยนต์รุ่นใหม่หรือใช้เทคโนโลยีใหม่ พนักงานในประเทศไทยจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากทีมงานที่มีประสบการณ์สูงเพื่อให้พวกเขาคุ้นเคยกับกระบวนการผลิตใหม่ๆ เหล่านั้นด้วย

   คุณวีระชัย เชาวน์ชาญกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด กล่าวว่า“ธนบุรีประกอบรถยนต์มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ได้มอบความไว้วางใจให้เราเป็นผู้ผลิตอย่างเป็นทางการในการตั้งโรงงาน   แห่งใหม่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการผลิตแบตเตอรี่ทั่วโลกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ คาร์ โรงงานผลิตแบตเตอรี่แห่งใหม่นี้จะตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 30 ไร่ ใกล้กับโรงงาน   ประกอบรถยนต์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในปัจจุบัน โดยมีแผนจะเริ่มเดินสายการผลิตใน   ช่วงต้นปี 2562เราตระหนักเป็นอย่างดีว่าความรู้ความสามารถของพนักงานฝ่ายผลิตมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเครือข่ายการผลิตทั่วโลกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ คาร์   ทั้งนี้ ด้วยคำยืนยันของเราที่ว่า “เราเชื่อมั่นในตัวบุคลากร เครือข่าย และการผลิตที่ใช้ทักษะฝีมือขั้นสูง”ดังนั้นในช่วงของการเตรียมตัวเปิดสายการผลิต พนักงานในประเทศไทยจะได้รับการสร้างเสริมความรู้ความชำนาญในการผลิตและความรู้ทางเทคนิคสำหรับการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด เพื่อให้มั่นใจได้อย่าเต็มเปี่ยมว่าแบตเตอรี่จะมีคุณภาพได้มาตรฐานทัดเทียมกับ แหล่งผลิตอื่นๆ ทั่วโลก”

เกี่ยวกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ คาร์ โอเปอเรชั่นส์

   เมอร์เซเดส-เบนซ์ คาร์ โอเปอเรชั่นส์ (Mercedes-Benz Cars Operations) เป็นผู้ดำเนินงานด้านการผลิตรถยนต์นั่ง ณ โรงงานกว่า 30 แห่งทั่วโลก โดยที่มี 3 แห่งกำลัง  อยู่ระหว่างการก่อตั้ง เครือข่ายการผลิตที่มีความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพสูงนี้มีพนักงานประมาณ 78,000 คน และมีศูนย์กลางการดำเนินงานที่ทำหน้าที่วางแผนการผลิต ออกแบบและทดสอบกระบวนการผลิต (TECFACTORY) ดำเนินการด้านโลจิสติกส์ และควบคุมคุณภาพ ในปีที่ผ่านมาเมอร์เซเดส-เบนซ์ คาร์ผลิตรถยนต์นั่งภายใต้แบรนด์    เมอร์เซเดส-เบนซ์ และ สมาร์ท รวมกว่า 2.4 ล้านคัน ซึ่งเป็นการสร้างสถิติใหม่เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน เครือข่ายดังกล่าวครอบคลุมทั้งสถาปัตยกรรมรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้า     (รถยนต์คอมแพคท์)และขับเคลื่อนล้อหลัง (อาทิ S-Class, E-Class และ C-Class)ตลอดจนสถาปัตยกรรมรถยนต์อเนกประสงค์และรถยนต์สปอร์ต นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม   การผลิตระบบส่งกำลัง (เครื่องยนต์,ชุดเกียร์,เพลา และส่วนประกอบต่างๆ)โดยโรงงานต่างๆ ในกลุ่มการผลิตดังกล่าวจะตั้งอยู่รายล้อมโรงงานหลัก (Lead Plant)ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางความรู้ความเชี่ยวชาญสำหรับการเตรียมเดินเครื่องผลิตสำหรับผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดจนการรับประกันคุณภาพ ในปัจจุบันเมอร์เซเดส-เบนซ์ คาร์มี  ความพร้อมสำหรับการสัญจรที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า โดยได้สร้างศูนย์นวัตกรรมไฟฟ้า (Electro Hub)ขึ้นทั่วโลกเพื่อการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ภารกิจประจำวันจะเน้นการสร้างพัฒนาการและความเป็นเลิศด้านวิธีการผลิตอันทันสมัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้การผลิตรถยนต์ไฮเทคในอนาคตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เต็มไปด้วยความยืดหยุ่น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับมาตรฐานด้านคุณภาพที่ขึ้นชื่อของ   เมอร์เซเดส-เบนซ์ทั้งหมดนี้มีพนักงานและความรู้ความเชี่ยวชาญของพวกเขาเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งการทำงานของพวกเขาได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นระบบด้วยการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ของสถานที่ทำงานอย่างเหมาะสม พร้อมด้วยระบบออโตเมชั่น   อันชาญฉลาด นอกจากโรงงานผลิตที่เป็นของตนเองแล้ว เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังสร้างพลังจากการร่วมมือกับพันธมิตรและใช้ขีดความสามารถของผู้รับดำเนินงานด้านการผลิตเพื่อเป็น  ส่วนหนึ่งในกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทฯอีกด้วย

เกี่ยวกับบริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย)จำกัด

   โรงงานของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ โดยการผลิตรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในประเทศไทยเริ่มต้นขึ้นเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้วด้วยรุ่น W123โรงงานแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งในเครือข่ายการผลิตทั่วโลกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ คาร์   ในปัจจุบันการผลิต ณ โรงงานแห่งนี้มีพันธมิตรในประเทศไทย คือธนบุรีประกอบรถยนต์ รับหน้าที่ผู้ดำเนินงานทั้งการประกอบรถยนต์ งานตัวถัง และงานสี โดยรถยนต์ที่ดำเนินการผลิตอยู่ในปัจจุบันมีทั้งหมด 9 รุ่น ได้แก่ C-Class, E-Class, S-Class, GLE, GLA, CLA, GLC, GLC Coupé และ C-Class Coupéเฉพาะในปี 2560 เพียงปีเดียว ธนบุรีประกอบรถยนต์สามารถผลิตรถยนต์ให้กับเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้มากถึง 12,000 คัน ปัจจุบันโรงงานแห่งนี้มีพนักงานกว่า 1,000 คน-

 
 

More Articles...

Page 1 of 26

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )