Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

AUTO NEWS

AUTO NEWS : มาสด้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์ออโต้อัลลายแอนซ์

Monday, 29 April 2019 16:43

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทยนำคณะผู้บริหารระดับสูงเข้าแสดงความยินดีกับประธานบริหารคนใหม่ล่าสุด พร้อมเยี่ยมชมกระบวนการผลิตรถยนต์โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ หรือดีทรอยด์แห่งเอเชีย ซึ่งเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า 51,000 ล้านบาท ทำการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศไทยและส่งออกไปขายแล้วทั่วโลกกว่า 3 ล้านคัน

   เมื่อเร็วๆ นี้ คณะผู้บริหารจาก มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เดินทางเข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตรถยนต์ โดยได้การต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประธานบริหารคนใหม่ล่าสุด มร. เคล เคิร์นส พร้อมนายชัยพร ศีลแดนจันทร์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการผลิต และนายสถิรยุทธ แสงสุวรรณ รองประธานฝ่ายทรัพยากรบุคคล ได้พาชมเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตทั้งหมดตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำก่อนที่จะส่งมอบรถยนต์คุณภาพจากฝีมือคนไทยทุกคันถึงมือลูกค้าทั่วโลก

   โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทยก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2538เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และพันธมิตร ด้วยเงินลงทุนมหาศาลกว่า 51,000ล้านบาท บนเนื้อที่กว่า 529ไร่ ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด ดำเนินธุรกิจผลิตรถเพื่อการพาณิชย์ รถยนต์นั่งและชิ้นส่วน เพื่อป้อนตลาดภายในประเทศและส่งออกไปยัง 142ประเทศทั่วโลก โรงงานแห่งนี้มีประสิทธิภาพในการผลิตหลายขั้นตอนนับตั้งแต่ การขึ้นรูปตัวถังรถยนต์ การประกอบตัวถังรถยนต์ การพ่นสี การประกอบเครื่องยนต์ ไปจนถึงการประกอบขั้นสุดท้าย การตรวจสอบคุณภาพ การบรรจุภัณฑ์ การขนส่ง โดยทีมบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญสูง

   ปัจจุบันมีกำลังการผลิตประมาณ 275,000 คันต่อปี โดยแบ่งออกเป็น 2ส่วน ประกอบด้วยส่วนของโรงงานผลิตรถเพื่อการพาณิชย์ทำการผลิตรถปิกอัพมาสด้า บีที-50โปร และฟอร์ด ส่วนโรงงานผลิตรถยนต์นั่งทำการผลิตเฉพาะมาสด้า2มาสด้า3และมาสด้า CX-3

 
 

AUTO NEWS : นิสสันจับมือเดลต้าแนะนำมาตรฐานเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า สำหรับที่อยู่อาศัยครั้งแรกในไทย

Wednesday, 22 May 2019 18:11

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   นิสสัน ประเทศไทยประกาศแต่งตั้งบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ให้บริการหลักเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ

   ความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาการใช้พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยที่ต้องการให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจำนวน 1.2ล้านคันบนท้องถนนภายในปีพ.ศ. 2579และเพื่อส่งมอบเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับมาตรฐานสากลพร้อมการบริการที่ได้มาตรฐานจากเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ และได้รับการรับรองโดยนิสสันให้แก่เจ้าของรถยนต์นิสสัน ลีฟ (Nissan LEAF) ในประเทศไทย

   “นิสสัน ประเทศไทย ขับเคลื่อนอีโคซิสเต็มส์ของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าและคนไทยทุกคน โดยการร่วมสร้างสรรค์อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านยานยนต์ไฟฟ้า และเพื่อเป็นการตอกย้ำถึงความตั้งใจนี้ เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หนึ่งในผู้ผลิตโซลูชั่นการจัดการพลังงานสะอาดและระบบจัดการความร้อนชั้นนำของโลก เพื่อร่วมกับนิสสันขับเคลื่อนประเทศไทยให้เกิดการเปลี่ยนไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต” นายราเมช นาราสิมัน ประธาน นิสสัน ประเทศไทยกล่าว

   “เราเชื่อมั่นว่าอนาคตที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่านี้กำลังรออยู่ข้างหน้า เนื่องด้วยนโยบายการเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้วเช่นเดียวกับความร่วมมือกับเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ที่เกิดขึ้นในวันนี้ รวมถึงความร่วมมือของนิสสันกับการไฟฟ้านครหลวงเมื่อไม่นานมานี้ ที่นำเสนอทางเลือกการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับที่อยู่อาศัยเพื่อให้มั่นใจว่าเรามีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมสำหรับลูกค้านิสสัน ลีฟ” นายนาราสิมัน กล่าวเพิ่มเติม

   ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้น มีผลงานการศึกษาของ ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน (Frost & Sullivan) สนับสนุน เนื่องจากการศึกษาดังกล่าวพบว่าสำหรับผู้บริโภคชาวไทยแล้วนั้น การมีทางเลือกการชาร์จที่สะดวกและยืดหยุ่นเป็นหนึ่งในสามปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ความร่วมมือนี้จึงช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงโซลูชั่นสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างสะดวกง่ายดาย อีกทั้งยังได้รับบริการด้านการจัดการสถานที่ติดตั้งจากเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) เช่นเดียวกับผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย

   นอกจากนั้น เอกสิทธิ์ความร่วมมือครั้งนี้มาพร้อมกับนิสสัน ลีฟ รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายที่ดีสุดทั่วโลกด้วยยอดขายกว่า 400,000 คันทั่วโลก และจะเริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าชาวไทยภายในเดือนนี้

   “เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ยกระดับความสามารถหลักในด้านการแปลงพลังงานและจัดการพลังงานสะอาดเพื่อพัฒนาและติดตั้งโซลูชั่นส์สถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลกให้กับผู้ใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยในตอนนี้ด้วย นับจากนี้เป็นต้นไปเจ้าของรถยนต์นิสสัน ลีฟ ในประเทศไทยสามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ด้วยโซลูชั่นส์การชาร์จที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย รวมทั้งการบริการที่เหมาะสม” นายเซีย เชน เยน ประธานบริหาร บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าว

   ข้อตกลงครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อช่วยบุกเบิกการคมนาคมสีเขียวในประเทศไทยโดยตรงด้วยการมอบทางเลือกใหม่ๆ ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเปิดรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น สำหรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้านและที่สำนักงานจะเป็นการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบธรรมดากระแสสลับของเดลต้าขนาด 7.36 กิโลวัตต์ ส่วนสถานีบริการชาร์จไฟสาธารณะเป็นเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบเร็วกระแสตรงของเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ขนาด 50 กิโลวัตต์ นอกจากนี้นิสสันยังได้ติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบเร็วกระแสตรงและแบบธรรมดากระแสสลับที่โชว์รูมตัวแทนจำหน่ายทั้งหมด 32 แห่งทั่วประเทศ โดยเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จะเป็นผู้ให้บริการสำรวจพื้นที่ ติดตั้ง และบริการหลังการขาย

   “นี่คือก้าวแรกที่สำคัญในประเทศไทยสำหรับนิสสันในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของการใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นิสสันมั่นใจว่าความพยายามร่วมกันครั้งนี้จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการซื้อเครื่องชาร์จไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ และสร้างความมั่นใจ ให้แก่ลูกค้าด้วยการมอบทางเลือกในการชาร์จไฟที่หลากหลาย” นายราเมซ นาราสิมัน อธิบาย

   เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงาน กับนิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย และ สนับสนุนการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนไปใช้ยานต์ยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ เราเชื่อมั่นในการสร้างสรรค์ความร่วมมือที่มีประสิทธิผลสูงสุดเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนไปพร้อมกับการทำตามคำมั่นสัญญาของเราที่ว่า ‘Smarter. Greener. Together’.” นายเซีย เชน เยน กล่าวเสริม

   นิสสัน ลีฟ ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในงาน Thailand International Motor Expo 2561 พร้อมส่งมอบในเดือนพฤษภาคม 2562เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลกโดยมีส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลก 25% และเป็นไอคอนของ Nissan Intelligent Mobility ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ของบริษัทที่มีจุดประสงค์เพื่อเปลี่ยนวิถีการขับขี่และใช้ชีวิตของผู้คน นอกจากนี้ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะไร้มลพิษ (e-powertrain) รุ่นใหม่ให้กำลังเครื่องยนต์ 110 กิโลวัตต์และแรงบิด 320 นิวตันเมตร ช่วยเพิ่มความเร่งและความเพลิดเพลินในการขับขี่

   เครื่องชาร์จไฟฟ้าของเดลต้า อีเลคโทรนิคส์มาพร้อมกับการรับประกันนานถึง 3 ปี บริการสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ และ การเปลี่ยนเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าฟรีภายใต้การรับประกัน

 
 

AUTO NEWS : มินิ ประเทศไทย ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดทริปสุดพิเศษ “MINI Wanderluster” ชวนเที่ยวเมืองรองทั่วไทย ฉลองครบรอบ 60 ปีมินิ

Thursday, 23 May 2019 17:59

 

 

 

 

 

 

 

   มินิ ประเทศไทยร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เตรียมจัดทริปสุดพิเศษ “MINI Wanderluster” ที่รังสรรค์มาสำหรับลูกค้ามินิโดยเฉพาะ ฉลองหกทศวรรษที่มินิได้สะกดสายตาคนทั่วโลก กับการรวมตัวกันของเหล่า MINIsters ลูกค้าแฟนพันธุ์แท้ของมินิ ที่จะตระเวนไปเยี่ยมชมและทำกิจกรรมเพื่อสังคมใน 60 สถานที่ที่น่าสนใจทั่วไทย กับยานยนต์สไตล์บริทิชสุดคลาสสิกที่จะร่วมขับเคลื่อนหัวใจ นักเดินทางตลอดทริป กิจกรรมMINI Wanderluster จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคมจนถึง 9 มิถุนายน พ.ศ. 2562 ครอบคลุม 20 จังหวัดทั้งเมืองหลักและเมืองรอง ครบทุกภาคทั่วไทย รวมระยะทาง 3,160 กิโลเมตร ด้วยแรงสนับสนุนจากพันธมิตรทั้ง เอสโซ่ ประเทศไทย เซ็นทรัลพัฒนาและ SuperDry ผู้จัดหาหนังสือ เสื้อผ้าและรองเท้าเพื่อมอบให้กับเด็กๆ ในชุมชนต่างๆ

ตะลุยเมืองรอง ออนทัวร์บนเส้นทางที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ

   ทริป MINI Wanderluster เป็นกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้ามินิที่สะท้อนถึงตัวตนและปลุกจิตวิญญาณความเป็นนักเดินทางในแบบฉบับมินิ เพื่อฉลองหกทศวรรษแห่งตำนานยนตรกรรมสุดคลาสสิก การเดินทางครั้งนี้จึงมุ่งท่องไปยัง 60 จุดหมายทั่วไทย เน้นส่งเสริมฃการท่องเที่ยวเมืองรองบนเส้นทางที่ตามรอยประวัติศาสตร์และเยือนแลนด์มาร์คสำคัญ ครอบคลุม 20 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก* ลำปาง* เชียงใหม่ อุตรดิตถ์* เพชรบุรี ขอนแก่น ร้อยเอ็ด* อุบลราชธานี* สุรินทร์* นครราชสีมา ปราจีนบุรี* ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร* สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ตรัง พังงา และปิดท้ายที่ภูเก็ต รวมระยะทางทั้งหมด 3,160 กิโลเมตรโดยระหว่างทาง ผู้ร่วมทริปจะแชร์ภาพเรื่องราว แรงบันดาลใจ และมิตรภาพใหม่ๆ ผ่านแฮชแท็ก #MINIWANDERLUSTERบนโซเชียลมีเดียทั้งทาง Facebook, Instagramและ Twitter

   คุณปรีชา นินาทเกียรติกุล ผู้จัดการทั่วไป มินิ ประเทศไทยกล่าวว่า“โรดทริปครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง 60 ปีของมินิ ภายใต้คอนเซ็ปท์ Wanderluster ซึ่ง wander คือการไปท่องเที่ยว เดินทางไปยังที่ต่างๆ ส่วน luster คือตามใจปรารถนา เลยเกิดเป็นแนวคิดของทริปนี้ที่พาคนรักมินิจากทั่วประเทศมารวมตัวกัน ทั้งกลุ่มมินิคลาสสิก และนิวมินิ เพื่อท่องเที่ยว บุกเบิกสถานที่ เส้นทางใหม่ๆ ร่วมพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนที่หลงใหลในมินิเหมือนกัน เชื่อว่าระหว่างทางในทุกภาคที่เราไป จะพบกับแฟนๆ มินิที่ออกมาทักทายและร่วมขบวน รวมถึงช่วยกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับสังคมไปด้วยกัน”

ท่องไปตามใจปรารถนา พร้อมร่วมพัฒนาและส่งต่อสิ่งดี ๆ สู่สังคม

   อีกไฮไลต์หนึ่งของทริป MINI Wanderlusterคือกิจกรรมเพื่อสังคมของเหล่า MINIsters พร้อมด้วย ผู้จำหน่ายมินิอย่างเป็นทางการ ตามสถานที่ต่างๆ ด้วยการร่วมกันมอบเสื้อผ้าและรองเท้าให้กับน้องๆ ที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ จังหวัดสุโขทัย ห้องสมุดเด็ก สวนดอกคูณ จังหวัดขอนแก่น และโรงเรียนพิชัยศึกษา จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งทั้งหมดนี้สนับสนุนโดยพันธมิตรทั้งเซ็นทรัลพัฒนา และSuperDryแบรนด์เสื้อผ้า สัญชาติอังกฤษ และผู้ร่วมทริปยังได้ร่วมเป็นอาสาสมัครช่วยกันเก็บขยะริมชายหาดบางเสร่ จ.ชลบุรี

   เหล่าวันเดอร์ลัสต์ยังได้ส่งต่อความห่วงใยให้แก่ชุมชนในจังหวัดอุบลราชธานี ภายใต้โครงการแคร์ ฟอร์วอเตอร์ (Care4Water) ที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ด้วยการมอบเครื่องกรองน้ำจำนวน 60 ชุด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้คนในชุมชนมีน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคบริโภค รวมถึงถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการบริโภคน้ำสะอาดและการบำรุงรักษาระบบกรองน้ำให้แก่ชุมชนในระยะยาว และส่งต่อองค์ความรู้ให้กับคนอื่นๆ ในชุมชนได้อีกด้วย

   “แม้ว่าบนโลกนี้จะมีคนมากมายที่รักการเดินทาง แต่ผมเชื่อว่าการได้สำรวจสถานที่ท่องเที่ยวแปลกใหม่ กับเพื่อนๆ ที่มีความรักและหลงใหลเดียวกันนั้นเป็นโอกาสที่พิเศษ และผมรักการท่องเที่ยวในเมืองไทยอยู่แล้ว จึงตกลงเข้าร่วมทีมกับมินิ ประเทศไทยทันที นอกจากเราจะได้เปิดโลกกว้าง เดินทางไปพบเจอในสิ่งที่เราไม่คุ้นเคย ได้รับความสนุกสนานในการเดินทาง ยังได้ร่วมทำบุญและทำกิจกรรมซีเอสอาร์และพบปะกับพี่น้องมินิในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก ถือเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้เดินทางทั่วประเทศไทย ขับเคลื่อนไปด้วยความรักและหลงใหลอย่างเต็มเปี่ยม นับเป็นการเติมเต็มประสบการณ์ชีวิตให้มีเรื่องราวและสีสันมากขึ้น” คุณปณิธาน กัจฉปานันท์ หนึ่งในผู้ร่วมทริปMINI Wanderlusterกล่าว

   สำหรับรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์และแฟนเพจมินิ ประเทศไทยที่ https://www.facebook.com/MINI.Thailand/

 
 

AUTO NEWS : เชฟโรเลต มอบข้อเสนอพิเศษ “แรงสุดขีด คุ้มจัดสุด” ให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์เชฟโรเลตได้ง่ายขึ้น

Tuesday, 14 May 2019 19:17

 

 

 

 

 

 

 

   เชฟโรเลต ประเทศไทย มอบข้อเสนอสุดพิเศษให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์เชฟโรเลต โคโลราโดและเทรลเบลเซอร์ได้ง่ายขึ้น พร้อมนำเสนอแคมเปญนำรถเก่าแลกรถใหม่โดยรับมูลค่าเพิ่ม 50,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายนนี้ ที่ผู้จัดจำหน่ายเชฟโรเลต
ทั่วประเทศ

    โปรโมชั่นพิเศษเริ่มต้นด้วยรถอเนกประสงค์สไตล์อเมริกัน เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ ปี 2020 รุ่น 4x2 A/T LT รับข้อเสนอราคาพิเศษ 999,000 บาท จากราคาจำหน่ายปกติ 1,144,000 บาท พร้อมฟรีสติกเกอร์ TRAILBLAZERเพิ่มความสวยงามสะดุดตาบนฝากระโปรงหน้า รวมถึงชุดแต่งซุ้มล้อทั้งหน้าและหลัง มูลค่ารวม 8,300 บาท

   รถกระบะอเมริกันพันธุ์แท้ เชฟโรเลต โคโลราโด มาพร้อมข้อเสนอพิเศษเช่นกัน เมื่อจองและรับรถระหว่าง 1 พฤษภาคม 2562 ถึง 30 มิถุนายน 2562 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

▪ โคโลราโด เอ็กซ์-แคป รุ่น 4x2 M/T LT ผ่อนต่อเดือนเพียง 4,999 บาท*

▪ โคโลราโด ซี-แคป รุ่น 4x2 M/T LT ผ่อนเริ่มต้น 5,999 บาท*

▪ โคโลราโด ทอร์นาโด อีดิชั่น รับข้อเสนอราคาพิเศษ 799,000 บาท จากราคาจำหน่ายปกติ
822,000 บาท พร้อมฟรีตราสัญลักษณ์เชฟโรเลตสีดำ ด้านหน้าและหลัง ชุดแต่งซุ้มล้อทั้งหน้าและหลัง สติกเกอร์ด้านข้างสีดำ ตัวอักษร COLORADO ที่ฝากระโปรงหน้าแบบ 3D และกรอบไฟท้าย รวมมูลค่า 13,550 บาท นอกจากนี้ ลูกค้ายังได้รับข้อเสนอผ่อนต่อเดือน เพียง
 6,999 บาท*

ขณะที่แคมเปญ “รถเก่าแลกรถใหม่” เปิดโอกาสให้ลูกค้าลูกค้านำรถยนต์เก่ารุ่นใดก็ได้ทุกยี่ห้อมาแลกซื้อรถกระบะ โคโลราโด รุ่นซี-แคป LTZ เมื่อจองและรับรถระหว่าง 1 พฤษภาคม 2562 ถึง 30 มิถุนายน 2562 โดยมีรายละเอียดดังนี้

▪ โคโลราโด ซี-แคป 4x2 M/T LTZ รถเก่าแลกใหม่ รับมูลค่าเพิ่มสูงสุด 50,000 บาท พร้อมรับข้อเสนอผ่อนต่อเดือน เพียง 7,099 บาท*

▪ โคโลราโด ซี-แคป 4x2 A/T LTZ รถเก่าแลกใหม่ รับมูลค่าเพิ่มสูงสุด 50,000 บาท ผ่อนต่อเดือนเพียง 7,599 บาท*

        ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1734 หรือที่ผู้จัดจำหน่ายเชฟโรเลตทั่วประเทศ

*ข้อกำหนดและเงื่อนไขเป็นไปที่บริษัทฯ กำหนด โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.chevrolet.co.th

 
 

AUTO NEWS : บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดทัวร์นาเม้นท์ BMW Golf Cup International 2019 รอบคัดเลือก เฟ้นหาตัวแทนนักกอล์ฟสมัครเล่นเข้าชิงแชมป์ระดับประเทศ

Tuesday, 21 May 2019 17:25

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยนำโดย มร. คริสเตียน วิดมานน์ ประธาน จัดการแข่งขันกอล์ฟรายการBMW Golf Cup International 2019 รอบคัดเลือก ณ สนามนิกันติ กอล์ฟ คลับ นครปฐม โดยมีนักกอล์ฟสมัครเล่นรวมกว่า 2,736 คนทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขันเพื่อเป็นหนึ่งใน 126 คนที่จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ก่อนจะคัดเลือกเหลือเพียง 3 ท่านเท่านั้นที่จะได้รับเกียรติเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศระดับโลก

   โดยในการแข่งขันรอบดังกล่าว มีนักกอล์ฟสมัครเล่นสร้างสถิติทำโฮล-อิน-วันคนแรกของทัวร์นาเม้นท์ครั้งนี้ ได้แก่ คุณปิยะภัทร มณีเสถียร ผู้หวดวงสวิงทำ โฮล-อิน-วัน ในหลุมที่ 5ระยะทาง 180หลา คว้าสิทธิ์ได้รับรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟบีเอ็มดับเบิลยู 320d GT M SPORT มูลค่า 2,999,000 บาทไปครอบครอง

   นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยูยังคงเดินหน้าเชิญชวนผู้สมัครเข้าร่วมสมทบทุนเพื่อการกุศลอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่สาม โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการแข่งขันBMW Golf Cup International 2019 จะถูกนำไปสมทบทุนให้แก่มูลนิธิแคร์ฟอร์วอเตอร์และมูลนิธิเพื่อการกุศลอื่น ๆ

   และสำหรับการแข่งขัน BMW Golf Cup International 2018 รอบชิงแชมป์โลก ณ สนามคาโบ เดล โซล กอล์ฟ รีสอร์ท บนชายฝั่งทางใต้ของลอส คาโบส ประเทศเม็กซิโก เมื่อวันที่ 18-23 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา คุณพรสวรรค์ ชาญศึก ได้ครองตำแหน่งรองชนะเลิศในประเภทCategory Ladyด้วยคะแนน 106 แต้ม ในขณะที่ทีมประเทศไทย ยังสร้างความภาคภูมิใจให้แก่แฟน ๆ คว้าแชมป์อันดับสามประเภท National Team Category มาครอบครองที่คะแนน 288 แต้ม จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 34 ประเทศในทัวร์นาเมนท์กอล์ฟสมัครเล่นระดับเวิลด์คลาสที่ใหญ่ที่สุดในโลก

   ร่วมเป็นกำลังใจให้นักกอล์ฟมือสมัครเล่นหวดวงสวิงสู่รอบชิงชนะเลิศและรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.bmw.co.th

 
 

AUTO NEWS : อีซูซุแสดงความยินดีกับ “เพชรสมุย ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม” คว้าแชมป์ ISUZU CUP SUPER FIGHT 2019 ได้ไปต่อบนเวที THAI FIGHT 2019 ปลายปีนี้

Tuesday, 07 May 2019 17:11

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัดร่วมกับ ไทยไฟท์ และสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขันมวยไทยระดับโลก THAI FIGHT เกาะสมุย”กิจกรรมสปอร์ตทัวริซึ่ม ริมหาดพรุเฉวง ผสานแสงเสียงสปอร์ตเอ็นเตอร์เทนเม้นสุดอลังการ ดึงดูดใจแฟนมวยทั้งชาวสมุยและจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ให้ความสนใจเดินทางเข้าชมนับหมื่นคน โดยมีคุณสมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานเทคนิคสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย กล่าวต้อนรับและเปิดการแข่งขันฯ อย่างเป็นทางการ ณ พรุเฉวง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

   คู่เด็ดของรายการเป็นการแข่งขันศึกยอดมวยไทยแห่งสยามประเทศ  ISUZU CUP SUPER FIGHT 2019 ในแบบสวมนวม พิกัด 62 กิโลกรัม นับเป็นนัดล้างตาของ 2 นักชก ระหว่าง“เพชรมหาชน จิตรเมืองนนท์” ดีกรีแชมป์มวยอีซูซุคัพคนล่าสุด พบกับ “เพชรสมุย ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม” ฉายาเพชฆาตเมืองน้ำดำ ทั้งสองฝ่ายพกพาสายเลือดนักสู้ ตะลุยแลกอาวุธสุดสนุกครบ 3 ยก เพชรสมุยอาศัยความฟิตเอาชนะคะแนนไปอย่างขาดลอย รับรางวัลเงินสด 300,000 บาทไปครอง พร้อมรับตำแหน่งตัวแทนนักชกไทยเตรียมพร้อมฟิตนวมสู่เวทีเกียรติยศ THAI FIGHT 2019 ปลายปีนี้ ส่วนเพชรมหาชนได้รับรางวัลเงินสด 200,000 บาทนอกจากนี้อีซูซุยังเติมเต็มความสุขอย่างต่อเนื่องด้วยการแข่งขันของนักชกไทย นำโดย 4 อวตารไทยไฟท์ กับนักชกจากนานาชาติ รวมอีก 8 คู่ ทั้งแบบสวมนวมและแบบคาดเชือก ให้แฟนมวยได้ชมและเชียร์อย่างใกล้ชิดติดขอบเวที

ผลการแข่งขัน “THAI FIGHTเกาะสมุย” และ “ISUZU CUP SUPER FIGHT 2019”มีดังนี้

คู่ที่ 1 สมิงเดช เดชไฟฟ้า (ไทย) ชนะคะแนน มาติน คามห์ซารี่ (อิหร่าน)

คู่ที่ 2 เพชรสมุย ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม (ไทย) ชนะคะแนน เพชรมหาชน จิตร์เมืองนนท์ (ไทย)

คู่ที่ 3 ชนะจน พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม (ไทย) ชนะคะแนน แพททริค โบโรว์สกี้-เบสซ์ต้า (โปแลนด์)

คู่ที่ 4 ปีเตอร์ เดนแมน (ไทย) เสมอ ดาเนียล ดอร์เรอร์ (เยอรมัน)

คู่ที่ 5 พยัคฆ์สมุย ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม (ไทย) ชนะน็อก เออเม็ค คูมาเชฟ (คีกิสถาน)

คู่ที่ 6 กิตติ ส.จ.แดนระยอง (ไทย) ชนะน็อก นิกิตา เจราซิโมวิช (รัสเซีย)

คู่ที่ 7 ป.ต.ท. ว.รุจิรวงศ์ (ไทย) ชนะน็อก จาอีร์ ดอส ซานโตส จูเนียร์ (บราซิล)

คู่ที่ 8 เต็งหนึ่ง ศิษย์เจ๊สายรุ้ง (ไทย) ชนะน็อก ไซมอน มาเอียท (ออสเตรเลีย)

คู่ที่ 9 แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม (ไทย) ชนะคะแนน มาคซิม มานาซอฟ (รัสเซีย)

 
 

AUTO NEWS : เอ็มจี ผนึกกำลังทุกภาคส่วน เดินหน้าเตรียมความพร้อมให้กับประเทศไทย ในงานสัมมนา “EVolution of Automotive” ผลักดัน “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า” สู่ทางเลือกใหม่ในการยกระดับคุณภาพชีวิต

Monday, 20 May 2019 20:05

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองวิเคราะห์ความพร้อมของประเทศไทยต่อการพัฒนาและยกระดับการใช้ “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า” (EV) ให้เป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น  กับงานสัมมนา “EVolution of Automotive”เพื่อนำเสนอประเด็นที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในทุกมิติโดย 7 ผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งมาร่วมสะท้อนให้เห็นถึงทิศทาง  ความเป็นไปได้ และความคืบหน้าในการขับเคลื่อนประเทศไทยของอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานทางเลือกที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นไปอีกขั้น

   นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ปัจจุบันประชาคมโลกให้ความสำคัญกับการใช้รถยนต์พลังงานทางเลือกโดยเฉพาะรถยนต์พลังงานไฟฟ้า  เพิ่มมากขึ้น เพราะตระหนักถึงคุณภาพชีวิตควบคู่กับความต้องการลดภาวะมลพิษในระยะยาว เนื่องจากรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% จึงไม่มีไอเสีย พร้อมการทำงานของมอเตอร์  ที่เงียบจึงไม่ก่อให้เกิดมลพิษทางเสียง อีกทั้งยังเป็นพาหนะที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศจึงช่วยลดภาวะโลกร้อน รวมไปถึงลดมลภาวะฝุ่นพิษในอากาศได้เป็นอย่างดี โดยรัฐบาลในหลายประเทศต่างเริ่มมีมาตรการส่งเสริม  รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างจริงจัง ซึ่งในปีที่ผ่านมาทั่วโลกมียอดจำหน่ายรถพลังงานไฟฟ้าสูงถึงกว่า 1.26 ล้านคัน หรือเพิ่มขึ้น 74 %จากปี ค.ศ. 2017นอกจากนี้ยังมีการประมาณการว่าในปี ค.ศ. 2020 จะมีรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกกว่า 20 ล้านคัน”

   “สำหรับประเทศไทย เรากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานสำหรับขับเคลื่อนรถยนต์ จากการใช้พลังงานเชื้อเพลิงแบบเดิมๆ สู่รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle – HEV)และรถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid Electric Vehicle - PHEV)และกำลังก้าวสู่การใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า100% (Electric Vehicle – EV) ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัจจุบันรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเริ่มเข้ามาทำการตลาดในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ประกอบกับการสนับสนุนของภาครัฐซึ่งมีนโยบายและแผนขับเคลื่อนด้านพลังงานที่จูงใจต่อภาคผู้ผลิต อาทิ              การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล การยกเว้นอากรการนำเข้าชิ้นส่วนและอุปกรณ์ และยังมีมาตรการในการลดภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการลงทุนของ BOI  นอกจากนี้ เรายังเห็นถึง                   การขยายตัวของสถานีชาร์จ (EV Charger) ที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งจากการลงทุนของหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อรองรับการขยายตัวของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ถือเป็นการสร้างระบบนิเวศของตลาดรถยนต์พลังงานทางเลือกในประเทศไทยให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น”

   ทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการก้าวสู่ยุคแห่งพลังงานทางเลือกดังกล่าว การสร้างองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถก้าวผ่านข้อจำกัดและพร้อมที่จะยอมรับและปรับเปลี่ยน   ไปพร้อมๆ กับวิวัฒนาการของรถยนต์จึงเป็นสิ่งจำเป็น เอ็มจี จึงจัดกิจกรรมสัมมนาครั้งพิเศษ ภายใต้หัวข้อ “EVolution of Automotive”เพื่อนำเสนอองค์ความรู้ที่ครบทุกมิติ มีความรอบด้านของข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทิศทาง โอกาส และความเป็นไปได้ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจาก 7 ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากแวดวงทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองวิเคราะห์ความพร้อม     ของประเทศไทยต่อการพัฒนาและยกระดับการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าให้เป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น  ประกอบด้วย

ตัวแทนจากภาครัฐ

- คุณศิริรุจ จุลกะรัตน์รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

- ดร.เจนกฤษณ์ คณาธารณารองผู้อำนวยการ สายงานกิจการพิเศษ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

- คุณอดิศักดิ์ โรหิตะศุนผู้ทำการแทนผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์

ตัวแทนจากภาคเอกชน

- ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนาประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)

- คุณอมร ทรัพย์ทวีกุลรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)

- มร. ผู่ จินฮวน (Mr. Pu Jinhuan)หัวหน้าวิศวกร (Chief Engineer) แผนก Project Operation,   PM Section - EV Platform, SAIC Motor Corporation

- มร. จาง ไห่โปกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์   (ประเทศไทย) จำกัด

   “สำหรับ เอ็มจี เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเป็นเวลากว่า 5 ปี และได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน รวมไปถึงลูกค้าคนไทย จนทำให้มียอดขายสะสมรวมแล้วกว่า 50,000 คัน ซึ่งบริษัทฯ จะยังคงเดินหน้าพัฒนาและนำเสนอยนตรกรรมเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างต่อเนื่องต่อไปด้วยการพัฒนารถยนต์ตาม 4 วิสัยทัศน์หลักของ SAIC Motor Corporationซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเอ็มจีในประเทศไทย ประกอบด้วย การพัฒนารถยนต์ให้มีการเชื่อมต่ออัจฉริยะมากยิ่งขึ้น (Intelligence connectivity)การพัฒนารถซึ่งขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (Electrification)การแบ่งปันรถยนต์ในการใช้งานร่วมกัน   (Car Sharing) และการพัฒนารถยนต์สำหรับตลาดในระดับสากล (Globalization)โดยในส่วนของการพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้านั้น ปัจจุบัน SAIC ได้แนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ทั้งในรูปแบบรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) รถยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเซลล์เชื้อเพลิง (FCV)สู่ตลาดในประเทศจีนและทั่วโลกแล้วกว่า 20 รุ่น โดยในส่วนประเทศไทย เอ็มจี มีแผนแนะนำรถยนต์ “MG ZS EV” ซึ่งเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของเอ็มจีที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ที่มีรูปลักษณ์โดดเด่น   ในแบบฉบับรถยนต์ SUV พร้อมระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะ i-SMART ที่สามารถตอบสนองความต้องการ    ของคนรุ่นใหม่สู่ตลาดเมืองไทยอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายนนี้” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวเสริมในตอนท้าย

 
 

AUTO NEWS : เครื่องบินรบล่องหนคือแรงบันดาลใจในการออกแบบ เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่

Monday, 13 May 2019 17:49

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   เชฟโรเลต ประเทศไทยเปิดเผยแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบภายนอกที่สะกดทุกสายตาของรถอเนกประสงค์ เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ ซึ่งเตรียมออกจำหน่ายในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 หลังจากที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องและเพิ่งคว้ารางวัล The Most Exciting New Product Award 2019 จากงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ประจำปีนี้      วันนี้ เชฟโรเลต ประเทศไทย พร้อมเผยที่มาของแรงบันดาลใจในการออกแบบภายนอกของรถอเนกประสงค์รุ่นดังกล่าว

   ลูกค้าเชฟโรเลต แคปติวาชาวไทยจะได้สัมผัสปรัชญาการออกแบบและผลิตรถอเนกประสงค์ของเชฟโรเลต ที่โดดเด่นด้วยความกว้างขวางของห้องโดยสาร สไตล์ที่โฉบเฉี่ยว และมาพร้อมกับเทคโนโลยีอัจฉริยะ ซึ่งเชฟโรเลตจะมาเผยเรื่องราวของการออกแบบเชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่
ที่เราเห็นกันอยู่ในตอนนี้

   การกลับมาของเชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ แสดงให้เห็นถึงทิศทางการออกแบบใหม่ของรถรุ่นนี้ซึ่งสะท้อนสไตล์รถอเนกประสงค์ระดับโลกของเชฟโรเลต ใช้เทคโนโลยีการออกแบบล่าสุด และได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องบินรบล่องหน เอฟ-35 (F-35 stealth) ของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา

   เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดโดยมีสไตล์ไปในทิศทางเดียวกันกับรถอเนกประสงค์ระดับโลกรุ่นอื่นๆ ของเชฟโรเลต กระจังหน้ารูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูแบบเดียวกับเชฟโรเลต อิควิน็อกซ์ (Chevrolet Equinox)ตำแหน่งไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวันแบบ LED ซึ่งแยกส่วนกับไฟหน้าโปรเจคเตอร์นั้นทำให้นึกถึงเชฟโรเลต เบลเซอร์ (Chevrolet Blazer) และดีไซน์ที่มีความคล้ายกันนั้นยังรวมถึงการที่ด้านข้างตัวถังของแคปติวา รุ่นใหม่นั้นมีเส้นสันคมยาวตั้งแต่ด้านหน้ารถจรดด้านท้ายเหมือนกับเชฟโรเลต ทราเวิร์ส (Chevrolet Traverse)

   การออกแบบแคปติวา รุ่นใหม่ให้มีความกลมกลืนไปกับกลุ่มรถอเนกประสงค์ระดับโลกของเชฟโรเลตนั้นถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากผลการวิจัยตลาดระบุชัดเจนว่า ลูกค้าในประเทศไทยนั้นตัดสินซื้อรถอเนกประสงค์โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบเป็นอันดับต้นๆเชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ ผสานการออกแบบสไตล์อเมริกันเข้ากับรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ต มาพร้อมกับพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางและเพิ่มประโยชน์ใช้สอยเพื่อให้เป็นรถอเนกประสงค์ที่มีความลงตัวสำหรับลูกค้า 

   “เส้นสายบนฝากระโปรงหน้าที่สะดุดตาของแคปติวา รุ่นใหม่ นั้นถ่ายทอดพลังและแสดงถึงความโดดเด่นอันเป็นคุณสมบัติที่มีอยู่ในรถอเนกประสงค์ระดับโลกทุกรุ่นของเชฟโรเลต ไฟหน้าทรงเรียวบางยังมอบความรู้สึกสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ที่พบเห็นได้บ่อยขึ้นในรถอเนกประสงค์ยุคใหม่ของเชฟโรเลตในปัจจุบัน รวมถึงโครงสร้างด้านข้างตัวถังที่แข็งแกร่งและปราดเปรียว” นายคอลิน ฟิปป์ส ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ จีเอ็ม แอดวานซ์ ดีไซน์ ในประเทศจีน กล่าว 

   สไตล์ภายนอกของเชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ มีการออกแบบด้วยเส้นสายที่ปราดเปรียวอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว  เริ่มต้นด้วยกระจังหน้าที่มีขนาดกว้างและเสริมรายละเอียดที่ดุดันด้วยไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวันแบบ LED ที่มีขนาดบางมากโดยมีไฟเลี้ยวและไฟฉุกเฉินในตัว ทีมนักออกแบบรังสรรค์ส่วนล่างของด้านหน้ารถที่มีไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED และไฟตัดหมอกให้อยู่ในกรอบรูปทรงตัว C ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องบินรบล่องหน เอฟ-35 ของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา

   นายคอลิน  กล่าวว่า “เป้าหมายหลักของการออกแบบไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวัน คือต้องสร้างความดุดันและมีเสน่ห์ดึงดูดทุกสายตา นอกจากนี้เรายังต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบดีไซน์ที่ดูสง่างามเหนือระดับ เราใช้เอกลักษณ์การดีไซน์เส้นสายที่ดูปราดเปรียวบนด้านข้างตัวถังเพื่อช่วยเสริมความสวยงามของไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวัน”

   การออกแบบที่ดูสง่างามและปราดเปรียวของแคปติวา รุ่นใหม่ นั้นเห็นได้อย่างชัดเจนจากเส้นสันคมยาวตั้งแต่ด้านหน้ารถจรดด้านท้าย เสริมแต่งให้สะดุดตาด้วยดีไซน์หลังคาแบบลอยตัว มิติตัวถังนั้นทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจ พร้อมที่จะพุ่งทะยานไปข้างหน้าบนล้ออลูมิเนียมอัลลอยสีทูโทนขนาด 17 นิ้ว

   จากด้านหน้าจรดด้านท้ายของรถ การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ของแคปติวา รุ่นใหม่ ปรากฎผ่านเสาอากาศครีบฉลามและสปอยเลอร์ในตัวพร้อมไฟเบรกแบบ LED ที่ติดตั้งในตำแหน่งสูงซึ่งทำงานประสานกับไฟท้าย LED รูปทรงเรียวบาง และโคมไฟท้ายฝังอยู่ในกันชน

   ระหว่างการพัฒนางานออกแบบแคปติวา รุ่นใหม่ จากภาพร่างสองมิติสู่โมเดลสามมิติทีมนักออกแบบใช้เทคนิคการดีไซน์ทั้งแบบดิจิทัลและการปั้นโมเดลด้วยมือ ผสมผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับงานศิลปกรรมเพื่อให้เกิดเป็นแบบสุดท้าย กระบวนการนี้ทำให้ทีมออกแบบแคปติวารุ่นใหม่สามารถมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและความต้องการรถอเนกประสงค์ขนาดกลางรุ่นใหม่ในตลาดได้อย่างรวดเร็ว

   “ลูกค้าคือหัวใจหลักของการออกแบบ” คอลิน กล่าว “เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะผสานนวัตกรรมเข้ากับความงดงาม ถึงแม้ เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ จะเป็นรถอเนกประสงค์แต่เราสามารถสร้างรูปลักษณ์ที่มีความสปอร์ตเพื่อตอบสนองความชื่นชอบของกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ของเรา”

   สำหรับตลาดประเทศไทย รถอเนกประสงค์เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ จะพร้อมจำหน่ายใน ช่วงครึ่งหลังของปี 2562

 
 

AUTO NEWS : ฮอนด้า จัดกิจกรรม “Life Crossover Trip” ชวนลูกค้าบีอาร์-วี เอชอาร์-วี และ ซีอาร์-วี ก้าวข้ามชีวิตเดิมๆ ยกขบวนขับรถเที่ยว 3 ประเทศ “ไทย-ลาว-เวียดนาม” เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ – 31 พฤษภาคม 2562

Monday, 13 May 2019 14:26

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดจัดกิจกรรม “Life Crossover Trip”ชวนลูกค้าผู้ใช้รถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ หรือ เอสยูวี ของฮอนด้า ได้แก่ ฮอนด้า บีอาร์-วี ฮอนด้า เอชอาร์-วี และ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ก้าวข้ามชีวิตเดิมๆ ขับรถออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ชมธรรมชาติที่สวยงามและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจตลอดเส้นทางจากกรุงเทพฯ สู่ประเทศลาวและเวียดนาม ในวันที่ 8 - 14 กรกฎาคม 2562

   กิจกรรม “Life Crossover Trip”จัดขึ้นเพื่อขอบคุณลูกค้ารถยนต์เอสยูวีของฮอนด้าทั่วประเทศที่มีหลากหลายกลุ่ม   ทั้งกลุ่มครอบครัว  กลุ่มเพื่อน และกลุ่มที่ต้องการการใช้งานที่ลงตัว ได้ร่วมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบใหม่ที่ฉีกออกไปจากกรอบเดิมๆ พร้อมพิสูจน์สมรรถนะที่แข็งแกร่งและความอเนกประสงค์ที่เหนือระดับของยนตรกรรมฮอนด้า โดยขบวนกิจกรรมจะออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ก่อนข้ามพรมแดนเข้าเขตประเทศลาวและเวียดนาม โดยคณะกิจกรรมจะเดินทางผ่านสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายที่ไม่ว่าจะเป็น     จังหวัดมุกดาหารและอุบลราชธานีของไทย เมืองดองฮอย ดานัง บานา ฮิลล์ และฮอยอันของเวียดนาม  รวมไปถึงปากเซและปากซองของลาว รวมระยะทางกว่า 2,562 กิโลเมตร ตลอด 7 วันสำหรับความพิเศษของ   “Life Crossover Trip” ในครั้งนี้ นอกเหนือจากการขับขี่อย่างสนุกสุดท้าทายใน 3 ประเทศแล้ว ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์คือ     ผู้ร่วมทริปทุกคนจะได้ใกล้ชิดกับศิลปินชื่อดัง นำโดยศิลปินมากความสามารถอย่าง “เดอะ ทอยส์ (The Toys)”    “แป้งโกะ จินตนัดดา” และ “แสตมป์ อภิวัชร์” ที่จะมาถ่ายทอดบทเพลงเพราะๆ และสร้างรอยยิ้มท่ามกลางบรรยากาศเมืองเทพนิยายบนยอดเขาประเทศเวียดนาม

วิธีการสมัครร่วมกิจกรรม

1.  กรอกรายละเอียดของผู้สมัครที่ www.honda.co.th/lifecrossovertrip

2.   แนบภาพถ่ายของคุณกับรถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี หรือ เอชอาร์-วี หรือซีอาร์-วี (รุ่นปัจจุบัน) พร้อมให้เหตุผลว่าทำไมคุณถึงควรได้รับเลือกให้ไปร่วมกิจกรรมในรูปแบบใบลาพักร้อนบนเว็บไซต์ ภาพและข้อความที่โดนใจคณะกรรมการมากที่สุดจะได้รับสิทธิ์ร่วมทริป Life Crossover Trip”

กติกาการรับสมัคร

•      เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 13  - 31 พฤษภาคม 2562

•      ผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมต้องเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี หรือ เอชอาร์-วี หรือ ซีอาร์-วี (รุ่นปัจจุบัน)    รุ่นใดรุ่นหนึ่ง

•      รับสมัครจำนวนจำกัดเพียง 18คันเท่านั้น โดยให้สิทธิ์การร่วมกิจกรรม 1คัน ต่อ 2ท่าน ต่อ 1 ห้องพัก

•      ประกาศผลผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในวันที่ 5มิถุนายน 2562ทาง www.honda.co.th/lifecrossovertrip หรือที่ Facebook Page: Honda Thailand

รายละเอียดและเงื่อนไขการร่วมกิจกรรม

•      กิจกรรมจะจัดขึ้นวันที่ 8 - 14 กรกฎาคม 2562 (7 วัน 6 คืน) บนเส้นทาง กรุงเทพฯ – มุกดาหาร – เว้ –       บานา ฮิลล์ – ฮอยอัน – ปากซอง – อุบลราชธานี – กรุงเทพฯ รวม 2,562 กิโลเมตร

•      ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถเลือกจุดเริ่มต้นที่กรุงเทพฯ หรือมุกดาหาร และจุดสิ้นสุดการเดินทางที่อุบลราชธานี หรือกรุงเทพฯ ได้ตามความสะดวกของผู้ร่วมกิจกรรม

•      ค่าสมัครคันละ 8,999 บาท (รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดและค่าน้ำมันตลอดการเดินทาง)

•      ผู้ร่วมกิจกรรมต้องใช้รถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี หรือ เอชอาร์-วี หรือซีอาร์-วี (รุ่นปัจจุบัน) ของตนเองในการเดินทางและรถต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์

•      ผู้สมัครและผู้ติดตามต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล (แบบสมาร์ทการ์ด) ที่ยังไม่หมดอายุก่อนวันที่ 14 กรกฎาคม 2562 และต้องมีหนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุไม่น้อยกว่า 6เดือนขึ้นไป นับตั้งแต่วันเริ่มเดินทางจนถึงวันเดินทางกลับ รวมทั้งต้องมีประสบการณ์ในการขับขี่รถยนต์ทางไกล

•      รถยนต์ที่เข้าร่วมกิจกรรมต้องมีประกันภัยรถยนต์ที่ยังไม่หมดอายุก่อนวันที่ 14 กรกฎาคม 2562

•      กรณีที่ออกรถใหม่ ต้องดำเนินการจดทะเบียนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31พฤษภาคม 2562

•   สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ร่วมกิจกรรมที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และไม่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัย

นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสดีๆ ที่ลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี เอชอาร์-วี และ ซีอาร์-วี ไม่ควรพลาด                       สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 ทาง www.honda.co.th/lifecrossovertripหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางCall Center โทร 02-341-7777  #ก้าวข้ามชีวิตเดิมๆ #HondaLifeCrossover

หมายเหตุ:

•      ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยินยอมให้บริษัทฯ นำภาพและข้อมูล ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมไปใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ได้

•      บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข กติกา กำหนดการ เส้นทางและที่พักโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

•      การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

•  พนักงานในกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ผู้จำหน่ายและพนักงาน รวมถึงพนักงานบริษัทเอเจนซี่ที่เกี่ยวข้องไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมนี้ได้

•      หากผู้ได้รับสิทธิ์ ไม่สามารถร่วมกิจกรรมได้ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินค่าสมัครในทุกกรณี ยกเว้นคณะกรรมการตัดสินเป็นอย่างอื่นตามเหตุผลอันสมควร และจะพิจารณาหาผู้โชคดีในลำดับถัดไปตามความเหมาะสม

 
 

AUTO NEWS : วอลโว่นำเสนอสุดยอดประสบการณ์ครั้งสำคัญแห่งปี The Volvo Way: Freedom to Experience สัมผัสอัตลักษณ์แห่งแบรนด์ดังกับกิจกรรมทดสอบสมรรถนะยานยนต์บนลู่วิ่ง 2 ระดับ แนวใหม่สุดเร้าใจกลางมหานคร

Thursday, 09 May 2019 17:45

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    หลังประสบความสำเร็จอย่างสูงจากงานเปิดตัวThe All New XC40 เมื่อเดือนกันยายนในปีที่ผ่านมา วอลโว่ต้อนรับศักราชใหม่ด้วยกิจกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่จะกลายเป็นท็อคออฟเดอะทาวน์แห่งปี กับงานเปิดตัว The Volvo Way: Freedom to Experience”พบขบวนรถยนต์รุ่นล่าสุดจากวอลโว่ที่สร้างยอดขายถล่มทลาย มาร่วมทดสอบสมรรถนะบนลู่วิ่ง 2 ระดับที่แฟนวอลโว่ยังไม่เคยสัมผัสมาก่อน ณ ใจกลางมหานครกรุงเทพฯ เปิดรอบสำหรับบุคคลทั่วไปในวันที่ 9 - 19 พฤษภาคม 2562 ระหว่างเวลา 11.00 – 22.00 น. ณ ลานมรกต ด้านหน้าห้างเซ็นทรัลชิดลม

   “นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561 วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย มุ่งเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจ โดยให้ความสำคัญกับลูกค้าของเราเป็นอันดับแรก จวบจนปัจจุบัน เรายังคงให้ความสำคัญกับลูกค้าของเราอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประสบการณ์ที่พวกเขาจะได้รับทุกครั้งที่มาเยือนศูนย์บริการวอลโว่” มร.คริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) กล่าว “ภายในงานThe Volvo Way ในครั้งนี้ เราจะแสดงให้ทุกท่านเห็นว่า วอลโว่ได้เดินทางมาไกลเพียงใดในการก้าวข้ามขีดจำกัดของโลกยานยนต์”

   “วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และเหล่าพันธมิตรของเรา มุ่งมั่นนำเสนอบริการที่ดีที่สุด พร้อมมอบประสบการณ์แห่งบริการชั้นเลิศที่เหนือความคาดหมายของทุกท่าน ทำให้ในปัจจุบัน ลูกค้าวอลโว่มีทางเลือกมากมายในการเข้ารับบริการเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลได้อย่างสมบูรณ์แบบ กิจกรรม The Volvo Wayในวันนี้ เพื่อนำเสนอรถยนต์ของเราสู่ลูกค้าโดยตรง โดยไม่ต้องรอให้ลูกค้าเดินทางมาหาเรา  ซึ่งทุกท่านจะไม่เพียงได้สัมผัสกับสมรรถนะรถยนต์ของเราในทุกสภาพถนนเท่านั้น หากจะเข้าใจถึงความมุ่งมั่นของเราในการก้าวสู่ความยั่งยืน การนำเสนอดีไซน์ร่วมสมัยสไตล์สแกนดิเนเวียน การเชื่อมต่อออนไลน์ภายในห้องโดยสาร และเทคโนโลยีความปลอดภัยชั้นเลิศ โดยวอลโว่ยังคงมุ่งมั่นพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ที่เพียบพร้อมด้วยระบบส่งกำลังแบบใหม่และอุปกรณ์ไฮเทคที่ล้ำสมัยที่สุด ร่วมกับการทำงานกับบรรดาพันธมิตรผู้ค้าปลีก เพื่อนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่เปี่ยมด้วยอิสระเสรี ความปลอดภัย โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และมุ่งสู่แนวทางที่ยั่งยืนแก่ลูกค้าของเรา”

   วิด อาเรล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “สำหรับการดำเนินงานขั้นแรก วอลโว่ได้ปรับเปลี่ยนแนวทางจากการนำเสนอแคมเปญทั่วไป สู่ ‘การบอกเล่าเรื่องราว’ เพื่อสร้างความเชื่อมโยงกับกลุ่มลูกค้าชาวไทยให้มากยิ่งขึ้น โดยในปี 2560 เราได้ริเริ่มแคมเปญ S90 Pure Powerซึ่งบอกเล่าสาระสำคัญของเราในด้านเทคโนโลยียานพาหนะแบบปลั๊กอินไฮบริด (Plug-In Hybrid Electric Vehicle - PHEV) และทิศทางในอนาคตของการใช้พลังงานไฟฟ้า โดยเราได้สร้างป้ายบิลบอร์ดขนาดยักษ์เพื่อบอกเล่าถึงแนวคิดพลังงานสะอาดอันโดดเด่นและงานดีไซน์ไฟของเทพเจ้าธอร์อันเป็นซิกเนเจอร์ของเรา นอกจากนี้ เรายังติดตั้งสายล่อฟ้าเพื่อแปลงพลังงานจากฟ้าผ่าให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้แสงสว่างได้อย่างน่าตื่นตาและน่าประทับใจ ซึ่งสิ่งนี้คือสาระสำคัญของแนวคิดยานพาหนะแบบปลั๊กอินไฮบริดของเครื่องยนต์รุ่น T8 Twin Engineของเรา จนกลายเป็นที่สนใจในสังคมโซเชียลมีเดียและกระตุ้นการประชาสัมพันธ์ของวอลโว่ในการสร้างความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ใช้โซเชียลมีเดียชาวไทยได้เป็นอย่างดี แคมเปญนี้ยังได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ Gold Awardจากงาน Adfest 2018 Thailandในประเทศไทย และ Ad Stars 2018ในประเทศเกาหลีใต้”

   “สำหรับงาน The Volvo Way: Freedom to Experience ครั้งนี้ เราเดินหน้าจากการบอกเล่าเรื่องราว ไปสู่ ‘การดำเนินเรื่องราว’ โดยมีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอประสบการณ์ระดับพรีเมียมที่แท้จริงสู่ผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งไม่เพียงแค่เทคโนโลยีชั้นเลิศทั้งหมดในรถยนต์รุ่น XC40, XC60 และ XC90 เท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นของเราในการมอบประสบการณ์ด้านความปลอดภัย ความยั่งยืน และอิสรภาพส่วนบุคคลที่แท้จริง เราต้องการสร้างความสัมพันธ์อันดีและแบ่งปันช่วงเวลาอันน่าประทับใจกับผู้บริโภคชาวไทย เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยมีโอกาสสัมผัสถึงความหรูหราในแบบสวีดิชและดีไซน์ล้ำสมัยสไตล์สแกนดิเนเวียนให้มากยิ่งขึ้น ตลอดจนกิจกรรมเพื่อสร้างความยั่งยืนของเรา และแน่นอน ทั้งหมดล้วนต้องตั้งอยู่บนทัศนคติที่ดีด้วยเช่นกัน”

หลักการสำคัญ 3 ประการของวอลโว่ (3 BRAND PILLARS)

1)      ความปลอดภัย (Safety)

         ฉลองครบรอบ 60 ปี นวัตกรรมเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด

วอลโว่ภาคภูมิใจในการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมความปลอดภัย หนึ่งในนวัตกรรมของเราคือเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ซึ่งวอลโว่นำเสนอสู่ตลาดยานยนต์เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1959 และได้มอบความปลอดภัยให้แก่ผู้คนมาแล้วมากกว่า 1 ล้านชีวิตทั่วโลกทั้งในรถยนต์วอลโว่และรถยนต์แบรนด์อื่น ๆ เนื่องจากวอลโว่ได้แบ่งปันสิ่งประดิษฐ์นี้แก่ผู้ผลิตรายอื่น ๆ เพื่อร่วมกันยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน เพราะ วอลโว่ คาร์ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นหลักอันเป็นเสมือนดีเอ็นเอของเรา และเรามุ่งนำเสนอเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเสมอเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและความสูญเสียของผู้ใช้รถใช้ถนน

   โครงการ Project E.V.A.

หลังการฉลองครบรอบ 60 ปีนวัตกรรมเข็มขัดนิรภัย วันนี้ วอลโว่ยังได้ฉลองอีกหนึ่งหลักชัยสำคัญแห่งวัฒนธรรมการแบ่งปันที่อยู่เหนือเรื่องสิทธิบัตรและผลิตภัณฑ์ใด ๆ โดยได้เปิดตัวโครงการ Project E.V.A. เพื่อการแบ่งปันองค์ความรู้เพื่อสร้างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เท่าเทียมและทำให้การแบ่งปันเป็นเรื่องพื้นฐานของอุตสาหกรรม โดยการพัฒนาความปลอดภัยของรถยนต์ได้ถูกยกระดับขึ้นเพื่อเน้นปกป้องสรีระของผู้โดยสารหญิงเมื่อเกิดการชนปะทะ ภายใต้แนวคิด “รถยนต์ต้องปกป้องผู้โดยสารทุกคนได้” โดยไม่จำกัดเฉพาะการปกป้องสรีระผู้โดยสารชายเท่านั้น

วอลโว่ตั้งเป้าหมายสานต่อสถานะผู้นำในโลกยานยนต์ระดับโลก ทั้งในด้านเทคโนโลยีความปลอดภัย การใช้พลังงานไฟฟ้า และการขับขี่อัตโนมัติ และเรายังคงท้าทายตนเองอย่างต่อเนื่อง วันนี้ เรายังเป็นผู้นำด้านโซลูชั่นระบบการขับขี่อัตโนมัติและนำเสนอเทคโนโลยีของเราให้เป็นฟังก์ชั่นมาตรฐานของรถยนต์นับตั้งแต่รุ่น XC40 ไปจนถึงXC90พร้อมเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อผู้บริโภคทุกระดับ

2)      ความยั่งยืน (Sustainability)

         Pure Mode: พลังงานอันทรงประสิทธิภาพจากวอลโว่และสุดยอดสมรรถนะที่ไม่เป็นรองใคร

อนาคตของการขับเคลื่อนด้วยยานยนต์พลังงานไฟฟ้า เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด และไฮบริด จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงแนวทางการเดินทางของเราทุกคน โดยโหมดการขับขี่ Pure Mode จะใช้แหล่งพลังงานเดี่ยวเมื่อแบตเตอรี่พลังสูงได้รับการประจุไฟจนเต็ม นักขับสามารถสัมผัสโหมดการขับขี่นี้ได้ในรถยนต์รุ่น XC90 T8โดยเฉพาะในสภาพการจราจรของเมืองใหญ่ที่ต้องหยุดรถสลับกับเคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลา

XC90มอบประสบการณ์การขับขี่ที่หรูหราอย่างสมบูรณ์แบบและเพียบพร้อมด้วยสมรรถนะขั้นสูงสุด กำลังเครื่องยนต์ และประสิทธิภาพการขับขี่ทั้งในด้านการประหยัดเชื้อเพลิงและการปล่อยไอเสีย โดยโหมดการขับขี่ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นComfort และOff-roadล้วนมีเสน่ห์ในการขับขี่ที่แตกต่างกันที่นักขับทุกคนจะต้องหลงใหล

เรายังตั้งเป้าหมายให้รถยนต์ 50% ที่เราจำหน่ายภายในปีคศ.2025  เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งวอลโว่ได้ประกาศความมุ่งมั่นนี้เป็นรายแรกในอุตสาหกรรมยานยนต์ตั้งแต่ปี 2017 ว่ารถยนต์ทุกรุ่นที่จะเปิดตัวตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นไป จะต้องเป็นรถยนต์แบบปลั๊กอินไฮบริดหรือรถยนต์ที่ใช้แบตเตอรี่พลังงานไฟฟ้าเท่านั้น

การรีไซเคิลวัสดุและการลดขยะพลาสติก

วอลโว่ประกาศว่า นับตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป พลาสติกอย่างน้อย 25% ที่ใช้ในการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ของวอลโว่จะต้องมาจากพลาสติกรีไซเคิล และเพื่อการบรรลุเป้าหมายนี้ บริษัทได้มุ่งพัฒนาส่วนประกอบรถยนต์รุ่นใหม่ให้สอดคล้องกับแนวคิดความยั่งยืนมากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ โดยเฉพาะการใช้พลาสติกรีไซเคิลให้มากขึ้น ซึ่งความมุ่งมั่นนี้เห็นได้จากการที่บริษัทเปิดตัวรถยนต์เอสยูวี XC60 T8 plug-in hybrid SUVรุ่นพิเศษที่ดูเหมือนกับรุ่นปกติในปัจจุบันทุกประการ เพียงแต่ส่วนประกอบที่เป็นพลาสติกเดิม ถูกแทนที่ด้วยพลาสติกรีไซเคิลที่มีคุณสมบัติเทียบเท่ากัน

ห้องโดยสารภายในของ XC60 ติดตั้งแท่นคอนโซลกลางที่ทำจากวัสดุไฟเบอร์และพลาสติกที่นำกลับมาใช้ซ้ำจากตาข่ายจับปลาและเชือกในเรือประมงที่ไม่ใช้งานแล้ว สำหรับพื้นห้องโดยสาร ปูด้วยพรมที่ใช้เส้นใยจากขวดน้ำพลาสติกและส่วนผสมของฝ้ายรีไซเคิลที่นำมาจากเศษเหลือของโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า อีกทั้งเบาะนั่งจากรถยนต์วอลโว่คันเก่ายังถูกนำมาใช้เพื่อผลิตวัสดุดูดซับเสียงใต้ฝากระโปรงรถ วอลโว่ยังพยายามผสมผสานพลาสติกเหลือใช้เข้ากับการออกแบบรถยนต์รุ่นใหม่เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ โดยคาดหวังว่าจะเป็นแบบอย่างให้ผู้ผลิตรายอื่นในตลาดยานยนต์ และนี่คือข้อพิสูจน์ว่าปัญหาพลาสติกสามารถเยียวยาได้ผ่านกระบวนการออกแบบและการคิดค้นนวัตกรรม 

3)      อิสรภาพส่วนบุคคล(Personal)

ในฐานะบริษัทสัญชาติสวีดิช การตัดสินใจทุกครั้งของเราล้วนส่งผลถึงโลกและชีวิตของผู้คน ดังนั้นเราจึงกำหนดให้ผู้คนมีความสำคัญสูงสุดในการทำงานทุกด้านของเรา ซึ่งทำให้เราคิดและพิจารณาอย่างรอบคอบในการปฏิบัติงานของเราทุกครั้ง โดยเราเรียกสิ่งนี้ว่า “omtanke” (ภาษาสวีเดนแปลว่าความใส่ใจ) ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการทำงานของเรา ทุกสิ่งล้วนเริ่มต้นจากผู้คน พันธกิจในการทำให้ผู้คนใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบาย ปลอดภัย และดียิ่งขึ้น ถือเป็นสิ่งที่เรายึดถือเป็นหลักสำคัญ และนี่คือวิถีทางแห่งวอลโว่

แนวทางการออกแบบและสร้างประสบการณ์ของผู้ขับขี่ตั้งอยู่บนปรัชญาที่ว่า “วัฏจักรแห่งชีวิต” นั่นคือ การพัฒนามาตรฐานและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งอยู่บนองค์ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับผู้บริโภคและข้อมูลจากชีวิตจริง เรามีแรงบันดาลใจแบบสแกนดิเนเวียน นั่นคือการผสมผสานความเรียบง่าย ความงาม และประโยชน์ใช้สอยเข้าด้วยกัน ดีไซน์แบบสแกนดิเนเวียนที่ดีที่สุดจึงมักเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนเพื่อให้ทุกสิ่งดำเนินไปอย่างเรียบง่าย

รถยนต์รุ่นใหม่จากวอลโว่ทุกรุ่นคือผลิตภัณฑ์ของสวีเดน ประเทศที่มีสังคมเป็นเอกลักษณ์และสไตล์ที่โดดเด่น ซึ่งความเชื่อมั่นอันสงบนิ่งและการให้ความสำคัญกับแสงและวัสดุจากธรรมชาติถูกนำมาผสานกัน เพื่อยกระดับวิถีชีวิตแบบชาวสวีดิชและดีไซน์สมัยใหม่สไตล์สแกนดิเนเวียน

รถยนต์ทั้งหมดในตระกูล XCตั้งแต่ XC40 – XC60 – XC90 ไปจนถึงS90

            * New Volvo XC40เอสยูวีรุ่นแรกของวอลโว่ภายใต้แนวคิด “Designed to Break the Norms

รถยนต์ New XC40 เป็นเอสยูวีขนาดเล็กรุ่นใหม่ที่ติดตั้งนวัตกรรมเต็มรูปแบบ และทำให้วอลโว่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์เอสยูวีได้ครอบคลุมทุกขนาดในตลาด รวมถึงในประเทศไทย โดย XC40 รุ่นใหม่นี้มอบดีไซน์ที่น่าหลงใหล ระบบจัดเก็บสัมภาระที่ชาญฉลาด และเทคโนลีอัจฉริยะครบครัน นับเป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนของอิสรภาพแห่งการเดินทางบนแนวทางที่ยั่งยืน โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และปลอดภัย รถรุ่นนี้ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นด้วยการจัดพื้นที่ใช้สอยและการจัดเก็บสัมภาระอย่างชาญฉลาด ซึ่งมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าที่ติดตั้งมาเป็นฟังก์ชั่นมาตรฐาน และแสดงถึงวิถีชีวิตที่ยอดเยี่ยมในแบบสวีดิชที่แท้จริง!วอลโว่ XC40 ยังมีความปลอดภัยมากกว่ารถยนต์ในระดับเดียวกัน ด้วยการติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยและการรองรับสรีระชั้นเยี่ยม ซึ่งนำมาจากรถรุ่นใหญ่อย่างตระกูล XC90 และ XC60เพื่อช่วยตอบโจทย์ความท้าทายที่ซับซ้อนของการเดินทางในเมืองใหญ่ในปัจจุบัน

*  Volvo XC60โดดเด่นด้วยแนวคิดArrive like never before

XC60เป็นเอสยูวีขนาดกลางระดับพรีเมียมที่ดีที่สุด ประสบความสำเร็จด้วยยอดขายสูงสุดที่ 1,00,000 คันทั่วโลกในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา รถยนต์รุ่นนี้แสดงให้เห็นถึงความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีรุ่นใหม่ของวอลโว่ได้อย่างชัดเจน พร้อมด้วยงานออกแบบที่กระตุ้นเร้าแรงบันดาลใจ ผสานกับความหรูหรานำสมัยและเสน่ห์อันยากจะห้ามใจแก่ทุกคนที่พบเห็น

XC60นำผู้ขับขี่เอสยูวีสู่โลกแห่งคุณภาพในการผลิต สไตล์ที่โดดเด่น ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ และเอสยูวีเพื่อสิ่งแวดล้อมด้วยโซลูชั่นอันชาญฉลาด พร้อมสัมผัสประสบการณ์ระบบเสียงสุดล้ำจากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Bowers & Wilkinsซึ่งความสำเร็จของ XC60 เอสยูวีที่ขายดีที่สุดในยูโรป เกิดจากการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีของวอลโว่ที่กวาดรางวัลมาแล้วมากมาย และการให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์บรรยากาศและการยกระดับอารมณ์ความรู้สึกขณะขับขี่ เพื่อให้คุณได้เป็นตัวของคุณเองในแบบฉบับที่ดีที่สุด

       * Volvo XC90 เอสยูวีขนาดใหญ่ที่ขายดีที่สุด

เอสยูวีระดับหรูขนาด 7 ที่นั่งที่ผสานลุคโฉบเฉี่ยวแบบสปอร์ตและความภูมิฐานไว้ได้อย่างลงตัว มอบสไตล์ที่ดึงดูดทุกสายตาทุกครั้งที่ปรากฏบนท้องถนน ด้วยตะแกรงหน้าสีดำวาววับแบบ Piano Black ขอบโลหะกระจกข้างและกระจกหูช้างแต่งผิวสัมผัสสุดหรู พร้อมท่อไอเสียคู่ที่ดูบึกบึน ห้องโดยสารภายในบุหนัง Fine Nappaและผ้า Nubuckเสริมความสวยงามด้วยผิวลายตาข่ายโลหะให้ลุคแบบเครื่องกลไกและพื้นผิวที่หรูหรา ทันสมัย แข็งแกร่ง ภูมิฐาน และการรองรับสรีระผู้ขับได้อย่างมั่นคง

    XC90 ผสานความหรูหรา สะดวกสบาย และสไตล์ที่แตกต่าง เข้ากับขุมพลังเครื่องยนต์ T8 Twin Engine AWD Plug-in Hybridที่ล้ำหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ

* S90ให้คุณค้นพบความหรูหราแบบสแกนดิเนเวียนที่แท้จริง

   วอลโว่นำเสนอ S90 เพื่อแสดงถึงความเชื่อของเราที่ว่า รถยนต์ต้องมุ่งตอบสนองความต้องการและความปรารถนาของคุณเป็นอันดับแรก ทำให้ทุกรายละเอียดของ S90 บ่งบอกความเป็นตัวตนของคุณได้ดีที่สุดและประจักษ์ได้อย่างชัดเจนทันทีที่มองเห็น ทั้งจากตะแกรงหน้าและตะแกรงล่างสีดำขลับของการแตกแต่งในแบบ R-Design และการติดตั้งกันชน ล้ออัลลอย และท่อไอเสียแบบกลมกลืนกับเข้าตัวรถ ซึ่งทำให้รถยนต์รุ่นนี้มอบความโดดเด่นในทุกมุมมอง

S90นำเสนอแนวคิดแห่งความหรูหรา สมดุลแห่งเทคโนโลยีขั้นสูง สมรรถนะอันน่าประทับใจ และห้องโดยสารที่กว้างขวางโออ่า

   สำหรับการตกแต่งภายใน ทั้งเบาะนั่ง พวงมาลัยและแป้นเกียร์ ตกแต่งด้วยลายคาร์บอนไฟเบอร์และเส้นขอบสีดำ เพื่อสร้างบรรยากาศที่จริงจังและเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นของคุณ พร้อมมอบความนุ่มสบายจากหนังฉลุลายNubuck Fine Nappa Perforated Leather

S90คือสุดยอดยานพาหนะที่ภูมิฐานเพื่อการขับขี่ในทุกวันของคนที่เหนือระดับเช่นคุณ

   อย่าพลาด! ร่วมชมการถ่ายทอดสดงานเปิดตัว The Volvo Way: Freedom to Experience ผ่านทางเฟซบุ๊กไลฟ์ได้ในวันที่ 8 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลาทุ่มตรงเป็นต้นไป! โดยมี “คริส หอวัง” และ “พีเค”ปิยะวัฒน์ เข็มเพชร มาร่วมนำเสนอปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่ ณ ใจกลางมหานครกรุงเทพฯ แฟนวอลโว่สามารถมาสัมผัสกิจกรรมด้วยตัวเองได้ตั้งแต่วันที่ 9 - 19 พฤษภาคม 2562 ในเวลา 11.00 – 22.00 น.  ณ ลานมรกต ด้านหน้าห้างเซ็นทรัลชิดลม 

ราคา

 
 

More Articles...

Page 1 of 59

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )