Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

AUTO NEWS

AUTO NEWS : ทีมช่างอีซูซุไทยคว้าแชมป์การแข่งขัน I-1 Grand Prix ระดับนานาชาติ ประจำปี 2018

Tuesday, 25 September 2018 17:29

 

 

 

 

 

 

   ทีมช่างอีซูซุไทยสุดเจ๋ง คว้าแชมป์ในการแข่งขันทักษะบริการด้านเทคนิคของอีซูซุ ระดับนานาชาติสำหรับกลุ่มรถปิกอัพ ประจำปี 2018(Isuzu World Technical Competition I-1 Grand-Prix2018, LCV division)  ซึ่งปีนี้จัดการแข่งขันขึ้นในประเทศไทยและมีทีมตัวแทนจากผู้จำหน่ายอีซูซุ  24ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อเป้าหมายในการยกระดับทักษะการบริการหลังการขายของกลุ่มอีซูซุทั่วโลก   เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจและความพอใจสูงสุดของผู้ใช้รถอีซูซุ ณ อิมแพ็คอารีน่า เมืองทองธานี  โดยมี มร. มาซาโนริ คาตายามา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีซูซุ  มอเตอร์  ประเทศญี่ปุ่น บินจากกรุงโตเกียวเพื่อมาเป็นประธานในการแข่งขัน  พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มอีซูซุทั่วโลก   

   การแข่งขันทักษะบริการด้านเทคนิคของอีซูซุ ระดับนานาชาติ หรือ I-1 Grand Prix   เป็นการแข่งขันทดสอบความรู้ด้านทฤษฎีเทคนิคช่างยนต์ และการสอบภาคปฏิบัติเกี่ยวกับกระบวนการคิดและตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ภายในระยะเวลาจำกัด เสมือนสถานการณ์จริงในการทำงาน  โดย 1 ทีมประกอบด้วยสมาชิก 3 คน ได้แก่ ช่างเทคนิค 2 คน และโค้ช 1 คน    ซึ่งปีนี้มีทีมตัวแทนจาก  อีซูซุทั่วโลกเข้าร่วมแข่งขันรวม 24 ทีม  ได้แก่

·     กลุ่มเอ : ออสเตรเลีย  เบลเยียม  กัมพูชา  จีน  ปารากวัย  กาตาร์  เอลซัลวาดอร์  ลาว  อียิปต์  อินเดีย  อินโดนีเซีย และมาเลเซีย 

·     กลุ่มบี : มอลตา  ซาอุดิอาระเบีย  ปานามา  นิวซีแลนด์  ฟิลิปปินส์  รัสเซีย  สิงคโปร์  แอฟริกาใต้  ศรีลังกา  ไทย  อังกฤษ และเวียดนาม 

   ผลการแข่งขัน ทีมช่างอีซูซุจากประเทศไทยคว้าแชมป์ไปครอง นำทีมโดย นายวิทิต  พิมเสน โค้ชจากบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และ 2 ช่างเทคนิค นายธีรพล  มากชุมนุม จากบริษัท อีซูซุหาดใหญ่ จำกัด และนายวัชรา  เชื้อทอง  จากบริษัท อีซูซุอันดามันเซลส์ จำกัด  ซึ่งหลังผ่านการคัดเลือกสมาชิกทีมแล้ว  ต้องใช้เวลาเก็บตัว  2 เดือนเพื่อติวเข้มด้านทฤษฎีและปฏิบัติ ซึ่งจะจำลองการแข่งจริงโดยสถาบันฝึกอบรมตรีเพชรอีซูซุและฝ่ายบริการด้านเทคนิคและวิศวกรรม   ส่วนรองชนะเลิศที่คะแนนรวมมาเป็นอันดับ 2  และ 3 เป็นทีมอีซูซุจากประเทศรัสเซีย และประเทศแอฟริกาใต้ ตามลำดับ

   กลุ่มตรีเพชร  โดย มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ  บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ผมขอแสดงความยินดีกับทีมอีซูซุไทยทั้ง 3 ท่านที่ได้นำทักษะความรอบรู้ด้านเทคนิคเกี่ยวกับรถอีซูซุมาใช้ในการแข่งขันได้อย่างยอดเยี่ยม ส่งผลให้ทีมอีซูซุประเทศไทยประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ในการแข่งขัน I-1 Grand Prix  ครั้งที่ 13 นี้  ซึ่งเป็นการแข่งขันของตัวแทนทีมช่างอีซูซุที่มีฝีมือจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก   สะท้อนให้เห็นว่าอีซูซุประเทศไทยมีบุคลากรด้านช่างเทคนิคที่มีศักยภาพสูง    ซึ่งไม่เพียงช่วยยกระดับคุณภาพของการบริการหลังการขาย  สร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าอีซูซุเท่านั้น  แต่ยังตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตรถปิกอัพคุณภาพ และต้นแบบด้านกลยุทธ์การตลาดที่ส่งออกไปทั่วโลกอีกด้วย”

   ด้านนายวิทิต พิมเสน โค้ชจากบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวในฐานะตัวแทนของทีมว่า “เป็นครั้งแรกของผมที่ได้รับหน้าที่เป็นโค้ช  และเป็นการแข่งขันปีแรกของช่างเทคนิคทั้งสองด้วย  การแข่งขันปีนี้นับว่ายากและกดดัน เพราะทีมอีซูซุจากประเทศอื่น ๆ ต่างก็มีมาตรฐานที่สูงขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นเพื่อให้ได้ชัยชนะในครั้งนี้ นอกเหนือจากความรอบรู้ด้านเทคนิคแล้ว อีกปัจจัยหลักที่สำคัญสำหรับการแข่งขัน คือ ทีมเวิร์ค, การสื่อสารในทีมอย่างมีประสิทธิภาพ  และทำงานร่วมกันอย่างถูกต้องเป็นขั้นตอน  ด้วยจิตใจที่มุ่งมั่น ไม่กลัวต่ออุปสรรคและผู้แข่งขันชาติอื่น ​ นอกจากนี้ผมขอขอบคุณ​ทีมงานเบื้องหลังที่คอยสนับสนุนทีมของเราจนประสบความสำเร็จครั้งนี้ด้วยครับ”      

 
 

AUTO NEWS : เอเอเอส ยกทัพรถสปอร์ต Porsche ร่วมงาน Eastville Prestige Collection ที่สุดแห่งยนตรกรรมสุดหรูที่บ่งบอกความมีระดับในตัวคุณ

Thursday, 20 September 2018 15:05

 

 

 

 

 

   ปอร์เช่ ประเทศไทยโดยบริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (AAS) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยยกทัพรถสปอร์ตรุ่นเด่นร่วมจัดแสดงในงาน Eastville Prestige Collection ที่สุดแห่งยนตรกรรมสุดหรู ที่บ่งบอกความมีระดับในตัวคุณ ให้ได้ใช้ชีวิตแบบมีระดับ “The Luxury is you!” นำโดยรถสปอร์ตสายพันธุ์ Porsche E-Performance ทั้ง 2 รุ่นคือ รถสปอร์ตเอสยูวียอดนิยม ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด รุ่นใหม่ล่าสุด (The new Porsche Cayenne E-Hybrid)พร้อมด้วย พานาเมร่า 4อี-ไฮบริด (Panamera 4 E-Hybrid) และ 718 เคย์แมน (718 Cayman) ณ ศูนย์การค้า Central Festival EastVille ระหว่างวันที่ 18-24  กันยายน 2561

   สำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์ปอร์เช่ภายในงานจะได้รับการรับประกันจากโรงงานนาน 2 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และ Gift Set ครบรอบ 70 ปี ปอร์เช่ พิเศษด้วย Central Festival EastVille VIP Parking 1ปี พร้อมสามารถลงทะเบียนเพื่อทดลองขับรถปอร์เช่ในกิจกรรม Porsche Driving Experience ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เจ้าหน้าที่เอเอเอสฯ ณ บูธรถยนต์ปอร์เช่ มีเพียงรถยนต์ปอร์เช่จากเอเอเอสฯ เท่านั้นที่สามารถได้รับการรับประกันจากโรงงานนานสูงสุด 2+7 ปี

คาเยนน์ อี-ไฮบริด  (Cayenne E-Hybrid)

   ที่สุดแห่งยนตรกรรมพรีเมียม SUV แห่งยุคที่ติดตั้งขุมพลัง E-performance พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกใหม่ล่าสุด ผสมผสานการบังคับควบคุมสไตล์สปอร์ต ให้เป็นหนึ่งเดียวกับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด เครื่องยนต์ V6 ขนาดความจุกระบอกสูบ 3.0 ลิตร (340แรงม้า/250กิโลวัตต์) เสริมพลังด้วยระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า (136แรงม้า/100กิโลวัตต์) ให้พละกำลังสูงสุดรวมกว่า 462แรงม้า (340กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุดถึง 700นิวตันเมตร ด้วยแนวคิดในการพัฒนาแบบเดียวกับปอร์เช่ 918 สไปเดอร์ (Porsche 918Spyder) อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 29.4กิโลเมตรต่อลิตร อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 78กรัมต่อกิโลเมตร อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ 20.6กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อระยะทาง 100กิโลเมตร สนนราคาที่ 7.5ล้านบาท

พานาเมร่า 4อี-ไฮบริด (Panamera 4E-Hybrid)

   ยนตรกรรมสปอร์ตซาลูนสุดหรู ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและศักยภาพในการขับเคลื่อนด้วยกำลังไฟฟ้า เพียงอย่างเดียวกว่า 50กิโลเมตร พละกำลังสูงสุดกว่า 462แรงม้า ด้วยการทำงานของระบบมอเตอร์ไฟฟ้า เจเนอเรชั่นใหม่ซึ่งคิดค้นและพัฒนาขึ้นโดยปอร์เช่ผสานพลังร่วมกับเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบสมรรถนะสูง ปอร์เช่ พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด มีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่ประหยัดถึง 40กิโลเมตรต่อลิตร ราคาเริ่มต้นที่ 9.4ล้านบาท

718เคย์แมน (718 Cayman)

   รถสปอร์ตคูเป้เครื่องยนต์วางกลางที่ได้รับการพัฒนาและออกแบบโดยการผสมผสานระหว่างศิลปะและเทคโนโลยีวิศวกรรมยานยนต์ล้ำยุค ช่องดักอากาศด้านหน้าและด้านข้างของตัวถัง ทำหน้าที่เสริมประสิทธิภาพให้แก่การขับขี่ในสไตล์สปอร์ตอย่างแท้จริง มาพร้อมเครื่องยนต์4สูบนอนใหม่ พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จ พละกำลังสูงสุดถึง 300แรงม้า จากขนาดความจุเครื่องยนต์เพียง 2.0ลิตร สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 275 กิโลเมตรต่อชั่วโมงมีอัตราเร่งจาก 0-100กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 4.7วินาที ประหยัดยิ่งขึ้นด้วยอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเพียง 12.3 -17.5กิโลเมตรต่อลิตร ราคาเริ่มต้น 6.6ล้านบาท

 
 

AUTO NEWS : สมาคมรถโบราณฯ จับมือ อวานี โฮเทลส์ แอนด์ รีสอร์ท จัดงาน“หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 16” สัมผัสเสน่ห์ใหม่ ปลายทางเดิม

Monday, 17 September 2018 16:29

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทยโรงแรม อวานี ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ โรงแรม อวานี หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่าส์ เทศบาลเมืองชะอําเทศบาลเมืองหัวหิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมกันจัดงาน“หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 16”ภายใต้แนวคิด “เสน่ห์ใหม่ ปลายทางเดิม”9 – 11 พฤศจิกายนนี้

   ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า งานหัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด เป็นกิจกรรมประจำปีของสมาคมฯ จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 และได้รับการบันทึกในปฎิทินของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี รวมถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนได้สัมผัสรถโบราณ และรถคลาสสิคที่ทรงคุณค่าตลอดเส้นทาง กรุงเทพฯ – หัวหิน

   ปีนี้สมาคมฯ จัดงานตามแนวคิด “เสน่ห์ใหม่ ปลายทางเดิม”(New Charm, Same Destination)เพื่อแสดงให้เห็นว่า เหตุที่หัวหินยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของผู้นิยมการพักผ่อนตากอากาศท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม ตลอดหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมาเป็นเพราะหัวหินไม่เคยขาด “เสน่ห์ใหม่” ที่ดึงดูดใจไม่แพ้หาดทรายชายทะเล โดยปีนี้ได้รับความร่วมมือจากโรงแรม อวานี ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ และโรงแรม อวานี หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่าส์ มาสร้างเสน่ห์ใหม่ให้แก่งานพร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ อาทิ เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลเมืองหัวหิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

   จอห์น คิม (John Kim) ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม อวานี ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯผู้ร่วมจัดงานหลัก และเป็นสถานที่ปล่อยตัวขบวนรถโบราณที่หาชมได้ยากกว่า 50คันสู่หัวหินในปีนี้ เปิดเผยว่า “โรงแรม อวานีริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติ และความไว้วางใจจากสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ให้เป็นสถานที่จัดงานแถลงข่าว และจุดปล่อยตัวของงานหัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรดครั้งนี้ และเป็นปีแรกที่เราได้ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ผ่านขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิคที่สวยงามทรงคุณค่า รวมถึงมีส่วนช่วยอนุรักษ์และธำรงไว้ซึ่งประวัติศาสตร์อันงดงามที่แฝงอยู่ในรถเหล่านั้น”

   แมทธิว ฟรายา (Matthew Fryar)ผู้จัดการทั่วไป ของ อวานี หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่าส์ หนึ่งในโรงแรมใหม่ล่าสุดของเมืองหัวหิน สถานที่จัดงานอย่างเป็นทางการในปีนี้กล่าวว่า “งานหัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด นับเป็นงานประจำปีของอำเภอหัวหินที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว เราจึงตระหนักถึงความสำคัญในการมีส่วนช่วยสร้างสีสันด้านการท่องเที่ยวในมิติใหม่ นอกเหนือจากการพักผ่อนริมชายทะเล และเรามั่นใจว่า สถานที่ตั้งที่ดีของโรงแรม พร้อมสนามริมชายหาดส่วนตัว รวมถึงห้องบอลรูมขนาด 900ตารางเมตรที่นับเป็นหนึ่งในห้องประชุมที่ใหญ่ที่สุดในหัวหินจะมีส่วนผลักดันให้งานปีนี้ได้รับความสนใจมากขึ้น และเป็นงานท่องเที่ยวประจำปีของหัวหินที่น่าจดจำอีกงานหนึ่งอย่างแน่นอน” แมทธิว กล่าวปิดท้าย    

   เชิญชมคาราวานรถโบราณ “หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 16” จากโรงแรมอวานี ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯสู่ โรงแรม อวานี หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่าส์ โดยประชาชนทั่วไปสามารถสัมผัสเสน่ห์ของรถโบราณได้อย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทางระหว่างวันที่ 9 – 11 พฤศจิกายนนี้ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.vintagecarclub.or.th

 
 

AUTO NEWS : ทีมฟุตบอลเยาวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี จากโครงการ “โตโยต้า จูเนียร์ ฟุตบอล คลินิก” คว้าแชมป์ โตโยต้า อินเตอร์เนชั่นแนล จูเนียร์ คัพ 2018 ณ ประเทศญี่ปุ่น เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

Sunday, 23 September 2018 17:23

 

 

 

 

 

 

 

 

   นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยถึงความสำเร็จของทีมฟุตบอลเยาวชนทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการ “โตโยต้า จูเนียร์ฟุตบอล คลินิก 2018” เข้าร่วมการแข่งขันคว้าแชมป์รายการ โตโยต้าอินเตอร์เนชั่นแนล จูเนียร์ คัพ 2018 เมื่อวันที่ 15 – 17 กันยายน 2561 เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมฟุตบอลไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นเริ่มตั้งแต่ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพในระดับเยาวชนผ่านโครงการพัฒนาและผลักดันเยาวชนไทยโตโยต้า จูเนียร์ ฟุตบอล คลินิก”รวมถึงการเป็นผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันฟุตบอลทั้งในระดับประเทศและนานาชาติตลอดจนทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การเป็นผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศโตโยต้า ไทยลีก”รวมถึงการจัดการแข่งขันโตโยต้า ลีกคัพ”ตลอดจนได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและส่งเสริมการกีฬาของประเทศมาโดยตลอดทั้งในรูปแบบของการจัดการแข่งขัน และให้การสนับสนุนแก่วงการกีฬาต่างๆเพื่อพัฒนาการกีฬาของชาติ พัฒนานักกีฬาในการตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันและเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ

   นายวุฒิกร กล่าวว่า“กิจกรรม โตโยต้า จูเนียร์ฟุตบอล คลินิก 2018 ในครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 12 ปีซึ่งเป็นรุ่นอายุเริ่มแรกของการฝึกฝนสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพควรได้รับการฝึกสอนพร้อมปูพื้นฐานด้านฟุตบอลที่ดีเพื่อพัฒนาสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต โดยมีคุณปิยะพงษ์ผิวอ่อนโตโยต้าฟุตบอลแอมบาสเดอร์ และอดีตตำนานนักฟุตบอลทีมชาติไทยรับหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนพร้อมทำการคัดเลือกเยาวชนที่มีความสามารถโดดเด่นจากทั่วประเทศเข้าร่วมเป็นตัวแทนเยาวชนทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปีในการแข่งขันฟุตบอลรายการ โตโยต้า อินเตอร์เนชั่นแนล จูเนียร์ คัพ ณประเทศญี่ปุ่นเพื่อเสริมสร้างโอกาสฝึกฝนทักษะและประสบการณ์ในรูปแบบการแข่งขันทัวร์นาเมนท์ระดับสากล

   โดยที่ผ่านมา มีเยาวชนไทยที่ผ่านการเข้าร่วม “โตโยต้า จูเนียร์ฟุตบอล คลินิก 2016” จำนวน 8 คน ได้ต่อยอดพัฒนาทักษะด้านกีฬาฟุตบอลจนสามารถเป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปีและคว้าแชมป์จากการแข่งขันฟุตบอลรายการอู่ฮั่น คัพ 2018 ที่จัดขึ้น ณเมืองอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 4-12 กันยายน 2561 อันนำมาซึ่งความภาคภูมิใจให้คนไทยทั้งประเทศ”

   นายวุฒิกร กล่าวเพิ่มเติมว่า“ในปีนี้โตโยต้ายังคงมุ่งมั่นที่จะให้การสนับสนุนและพัฒนาวงการฟุตบอลของไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปทั้งเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ฝึกฝนทักษะการแข่งขันระดับมืออาชีพด้วยการส่งตัวแทนเยาวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี จำนวน 24 คนร่วมการแข่งขันฟุตบอลรายการ โตโยต้า อินเตอร์เนชั่นแนล จูเนียร์ คัพ ณประเทศญี่ปุ่น เพื่อสนับสนุนเยาวชนไทยที่มีความสามารถให้ได้พัฒนาสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคตควบคู่ไปกับการส่งเสริมวงการฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง”

รายละเอียดและผลการแข่งขัน โตโยต้า อินเตอร์เนชั่นแนล จูเนียร์ คัพ 2018

การแข่งขันฟุตบอลรายการ โตโยต้า อินเตอร์เนชั่นแนล จูเนียร์ คัพ 2018 จัดขึ้นที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น โดยมีทีมเข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 8 ทีม ในรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ได้แก่
1. ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี(คัดเลือกจากโครงการ โตโยต้า จูเนียร์ ฟุตบอล คลินิก 2018)
2. ทีมโตโยต้า จูเนียร์ ฟุตบอล เวียดนาม
3. ทีมเยาวชน สโมสรนาโกย่า แกรมปัส เอต
4. ทีมเยาวชน สโมสรเวนท์โฟเรท์ โคฟุ
5. ทีมเยาวชน สโมสรกีฬาทาคาอิชิ ชูโอ
6. ทีมเยาวชน ศูนย์พัฒนาฟุตบอลเมืองคาริยะ
7. ทีมเยาวชน ศูนย์พัฒนาฟุตบอลเมืองโตโยต้า
8. ทีมเยาวชน ตัวแทนจังหวัดไอจิ

ผลการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า อินเตอร์เนชั่นแนล จูเนียร์ คัพ 2018 ณ เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น

   “ขอชื่นชมน้องๆเยาวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ทุกคนซึ่งผ่านการคัดเลือกจากโครงการโตโยต้า จูเนียร์ ฟุตบอล คลินิก 2018 ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย โดยการคว้าแชมป์จากการแข่งขันรายการโตโยต้า อินเตอร์เนชั่นแนล จูเนียร์ คัพ 2018 มาได้สำเร็จเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน นับว่าเยาวชนนักเตะทุกคนของเราทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยความมุ่งมั่นในการเล่นแบบทีมเวิร์คและความมีระเบียบวินัยในการฝึกซ้อมและสามารถทำหน้าที่ตามกลยุทธ์ที่ผู้ฝึกสอนวางแผน

   ทั้งนี้ผลแพ้ชนะไม่ได้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดหากแต่เราเชื่อมั่นว่าการเดินทางไปร่วมแข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้จะเป็นประสบการณ์อันล้ำค่าและเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาศักยภาพของน้อง ๆทุกคนโดยเฉพาะการได้เรียนรู้ประสบการณ์การแข่งขันในระดับนานาชาติและความเป็นมืออาชีพของทีมจากญี่ปุ่นที่จะทำให้ทัศนคติในการเป็นนักฟุตบอลของน้องๆ เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นและสามารถเติบโตไปเป็นนักฟุตบอลคุณภาพของวงการฟุตบอลไทยต่อไปในอนาคตดั่งความตั้งใจของเราที่จะให้โครงการโตโยต้า จูเนียร์ ฟุตบอล คลินิก”นี้เป็นจุดเริ่มต้นของการให้โอกาสแก่เยาวชนไทยได้มีประสบการณ์พัฒนาทักษะรวมถึงสร้างศักยภาพด้านฟุตบอลที่ถูกต้องและยังเป็นเวทีสร้างดาวรุ่งดวงใหม่สู่วงการฟุตบอลของไทยอันจะมีส่วนช่วยในการพัฒนารากฐานวงการฟุตบอลไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นต่อไปซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความสุขที่โตโยต้าขอมอบให้กับสังคมไทย”นายวุฒิกรกล่าวในที่สุด

TOYOTA Spirit of Football...มุ่งมั่นสร้างสรรค์บอลไทย

 
 

AUTO NEWS : นิสสัน ลีฟ ผจญภัยงข้ามทวีประยะทางกว่า 16,000 กม. นักผจญภัย มาเร็ค คามินสกี (Marek Kaminski) เดินทางมาจากโปแลนด์มาถึงญี่ปุ่นเป็นระยะทาง 16,000 กิโลเมตร ด้วยนิสสัน ลีฟ รถยนต์ไฟฟ้า 100%

Wednesday, 19 September 2018 15:47

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  นักสำรวจขั้วโลก มาเร็ค คามินสกี เดินทางด้วยระยะทางกว่า 16,000 กิโลเมตร จากจุดเริ่มต้นที่ตั้งชื่อว่า #NoTraceExpeditionในโปแลนด์เมื่อสามเดือนก่อนเพื่อออกเดินทางมาถึงประเทศญี่ปุ่นด้วยนิสสัน ลีฟ รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในยุโรป

   การเดินทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของ คามินสกี เริ่มจากเมืองซาโคปาเน (Zakopane) ประเทศโปแลนด์ผ่าน 8 ประเทศในสองทวีปด้วยสภาพเส้นทางที่หลายรูปแบบของ ประเทศลิธัวเนีย เบลารุส รัสเซีย มองโกเลีย จีนและเกาหลีใต้ โดยมีจุดหมายคือกรุงโตเกียว

   เสน่ห์ของ การไม่ทิ้งร่องรอยไว้ หรือ "No trace LeftBehind" ของการผจญภัยในกิจกรรม  #NoTraceExpedition การเดินทางโดยไม่สร้างมลภาวะใดๆ เลย เป็นตัวอย่างให้นักสำรวจที่ไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลกโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

   คามินสกี คือมนุษย์คนแรกที่เดินทางไปจากขั้วโลกเหนือสู่ขั้วโลกใต้ภายใน1 ปี การผจญภัยที่น่าประทับใจของคามินสกี คือการเดินทางด้วยรถยนต์ไฟฟ้าผ่านสภาพเส้นทางทุระกันดารในมองโกเลียตลอดจนถึงการที่ต้องชาร์จไฟด้วยวิธีสร้างสรรค์ในรัชเซีย

   หลักจากสำเร็จภาระกิจกับระยะทาง 16,000 กิโลเมตรแรกแล้ว คามินสกีได้เริ่มออกเดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่นสู่ประเทศโปแลนด์ด้วยรถยนต์คันเดิม

   "สำหรับผมแล้ว การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่ไปถึงจุดหมายปลายทางเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องที่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เรียบง่ายแต่ยั่งยืน" คามินสกีกล่าว “ไม่ว่าจะเป็นในป่าของประเทศรัสเซีย หรือถนนที่ทุรกันดารของประเทศมองโกเลีย หรือ ในถนนที่พลุกพล่านของกรุงโตเกียว นิสสัน ลีฟ เป็นคู่หูของการเดินทางที่ไว้วางใจได้ตลอด ด้วยคุณสมบัติต่างๆของรถ เช่น เทคโนโลยี ProPILOT ที่มีความสามารถในการขับขี่ในสภาวะต่างๆได้เป็นอย่างดี แม้จะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ที่มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานน้อย เราสามาถชาร์จลีฟของเราได้ตลอดการเดินทาง และลีฟ ทำให้เราเดินทางอย่างไร้มลพิษตลอดเส้นทาง และผมหวังการเดินทางครั้งนี้จะเป็นขั้นต่อไปของการผจญภัยที่อย่างยั่งยืน”

 
 

AUTO NEWS : ครบรอบ 30 ปี โตโยต้า ถนนสีขาว ก้าวสู่การสร้าง “สังคมคนขับรถดี” เปิด “ศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้ขับขี่รถยนต์โตโยต้า

Friday, 10 August 2018 18:30

 

 

 

 

 

   นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วยนายวิทยา ยาม่วง ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางน้ำ กระทรวงคมนาคม นายวัลลภ งามสอน ผู้อำนวยการสำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก นายแพทย์วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ รองประธานแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด ผู้บริหารเครือข่ายความปลอดภัยทางถนน นายคาร์ล ออพเพนบอร์น ประธานชมรมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า และผู้บริหารผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ร่วมงานครบรอบ 30 ปี โตโยต้า ถนนสีขาว พร้อมก้าวเข้าสู่สังคมคนขับรถดี และพิธีเปิดศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้ขับขี่รถยนต์โตโยต้า ในวันที่ 8 สิงหาคม 2561 ณ ศูนย์ขับทดสอบรถยนต์โตโยต้า Toyota Driving Experience Park ถนนบางนา - ตราด กิโลเมตรที่ 3 กรุงเทพมหานคร

ตลอดระยะเวลากว่า 29 ปีที่ผ่านมา โตโยต้าได้ดำเนินโครงการถนนสีขาว มีวัตถุประสงค์ เพื่อรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ปลูกฝังวินัยจราจรและน้ำใจของการขับขี่รถที่ดีให้กับสังคมไทย โดยเริ่มตั้งแต่เด็ก เยาวชน จนถึงประชาชน เพื่อก่อให้เกิด “วัฒนธรรมความปลอดภัย”แก่สังคมไทย โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ยุค ดังนี้

     • ยุคสร้างการเรียนรู้ (พ.ศ.2531-2540) ยุคแห่งการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนนเริ่มการก่อตั้งโครงการ โตโยต้า ถนนสีขาว ด้วยการผลิตคู่มือการเรียนรู้เกี่ยวกับการขับขี่ปลอดภัย “ถนนสีขาว” เล่มที่ 1 รวมถึงการมอบเฮลิคอปเตอร์ โตโยต้า 99 และรถตู้พยาบาลให้โครงการหมออาสาของ จส.100 เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยบนท้องถนนยามฉุกเฉิน พร้อมทั้งได้จัดอบรมขับขี่ปลอดภัยให้แก่ตำรวจจราจรในโครงการพระราชดำริ นอกจากนั้นยังได้เปิดตัวมาสคอส หนูน้อยมิลค์กี้ เวย์ (Milky Way) เพื่อเป็นสื่อกลางการรณรงค์เสริมสร้างการเรียนรู้ด้านน้ำใจและวินัยจราจรบนท้องถนนแก่เด็กและเยาวชน พร้อมจัดทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์รณรงค์ขับขี่ปลอดภัยในช่วงเทศกาลต่าง ๆ

     • ยุคแห่งการสร้างจิตสำนึก (พ.ศ.2541-2550) ยุคแห่งการปลูกฝังวินัยและน้ำใจในการขับขี่จัดทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรณรงค์ให้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย และจัดทำคู่มือขับขี่ปลอดภัย “ถนนสีขาว” เล่มที่ 2ในปี 2547 ได้เปิดเมืองจราจรจำลองแห่งแรก ณ สวนวชิรเบญทัศ (สวนรถไฟ) เพื่อถ่ายทอดความรู้ สร้างจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยแก่เด็กและเยาวชน และได้ทำการขยายไปยังโรงเรียนในพื้นที่ต่างจังหวัดผ่านกิจกรรม “หนูน้อยมิลค์กี้เวย์สัญจร” นอกจากนั้นยังได้ติดตั้งป้ายเตือนโค้งอันตราย 162 จุดทั่วประเทศ ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

     • ยุคของทศวรรษแห่งการลงมือทำ (พ.ศ.2551-2560) ยุคแห่งการมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อนำไปสู่การลดจำนวนอุบัติเหตุอย่างเป็นรูปธรรมโตโยต้าจึงได้สนับสนุนการปรับปรุงอาคารสนามฝึกหัดขับรถยนต์ หลักสูตรการขับขี่ปลอดภัย และมอบอุปกรณ์การเรียนการสอนแก่ศูนย์สอนขับรถและพัฒนาศักยภาพผู้ขับรถยนต์ (อาคาร 8) กรมการขนส่ง เพื่อพัฒนาทักษะการขับรถอย่างปลอดภัยและถูกต้อง และในปี 2554 ภาครัฐได้ประกาศนโยบายให้ปี 2554-2563 เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน โดยบูรณาการการดำเนินงานจากทุกภาคส่วนในการลดความสูญเสียที่เกิดจากอุบัติเหตุจราจร และเพื่อเป็นการสอดรับทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน โตโยต้าจึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายความปลอดภัยบนท้องถนน จัดคาราวานเมืองจราจรปลอดภัย โตโยต้า ถนนสีขาว เพื่อสร้างจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนน ลดการเกิดอุบัติเหตุ ก่อให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัยให้แก่เด็ก เยาวชน ลูกค้า รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในชุมชน และในปี 2555 ได้ริเริ่มโครงการ ถนนแห่งรอยยิ้ม (Smiling Road) ใน 4 ภูมิภาค เพื่อเป็นถนนต้นแบบที่มีความปลอดภัยผสานด้วยสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับชุมชน พร้อมขยายเมืองจราจรจำลองอีก 3 แห่ง ได้แก่ จ.นครราชสีมา จ.พิษณุโลก และจ.นครศรีธรรมราช ให้ครอบคลุมทั้ง 4 ภูมิภาคเช่นกัน การจัดกิจกรรม Hero on the road เพื่อเฟ้นหาและเชิดชูผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย มีน้ำใจช่วยเหลือเพื่อนร่วมทาง เคารพกฎและรักษาวินัยจราจร ไปสู่การสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ขับขี่และผู้ใช้ถนน ลดจำนวนอุบัติเหตุอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนั้นยังได้จัดกิจกรรม Campus Challenge โดยโตโยต้าถนนสีขาว เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้จัดทำแผนและลงมือรณรงค์ความปลอดภัยในรั้วมหาวิทยา ลัยด้วยตัวเอง และยังได้จัดทำคู่มือหลักสูตรขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม (Toyota Safe Eco Driving) และได้ขยายองค์ความรู้ไปยังพนักงานขับรถโรงเรียน และรถตู้โดยสารสาธารณะ เพื่อให้เกิดทักษะการขับรถที่ดีและปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร เป็นต้น

จากการดำเนินโครงการโตโยต้า ถนนสีขาว มาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โตโยต้าได้รับรางวัล Prime Minister Road Safety Award ติดต่อกัน 4 ปีซ้อนจนทำให้ในปี 2560 โตโยต้า ถนนสีขาวได้รับรางวัลดีเด่นด้านความปลอดภัยทางถนน ประเภทองค์กรเกียรติยศ ซึ่งถือเป็นรางวัลสูงสุดของ Prime Minister Road Safety Award

   

ในโอกาส ครบรอบ 30 ปี โตโยต้า ถนนสีขาวบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อนำไปสู่การสร้าง “สังคมคนขับรถดี”ผ่านความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายความปลอดภัยทางถนน ไม่ว่าจะเป็นคณะทำงานความปลอดภัยทางถนนภายใต้ประชารัฐ กรมการขนส่งทางบก สนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจร (สอจร) ศูนย์วิจัยเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ) ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย (TARC) มูลนิธิไทยโรดส์ เป็นต้น เพื่อทำให้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนอย่างยั่งยืนต่อไป

และเพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นกับการก้าวสู่การสร้างสังคมคนขับรถดี โดยให้ความ สำคัญกับผู้ใช้รถใช้ถนน เพื่อช่วยลดจำนวนอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างแท้จริง โตโยต้าได้กำหนดนโยบายร่วมกับผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ สอดรับกับแผนงานของ สอจร. ในการดำเนินงานมาตรการองค์กรเพื่อความปลอดภัยทางถนนจากภายในสู่ชุมชน ผ่าน


     1) นโยบายการขับขี่ยานพาหนะอย่างปลอดภัยสำหรับพนักงานภายในองค์กร
     2) กิจกรรมการจัดการอบรม “ขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม”ให้แก่ลูกค้า โตโยต้าและประชาชนทั่วไป
     3) กิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลสำคัญ โดยผู้แทนจำหน่ายฯในแต่ละจังหวัด ร่วมกับกรมทางหลวง กรมขนส่งทางบกในพื้นที่ สถานีตำรวจในพื้นที่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตรวจเช็คสภาพรถยนต์เบื้องต้น
     4) การจัดทำป้ายเตือนการใช้รถใช้ถนนในจุดเสี่ยง เพื่อช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่

     นอกจากนี้ โตโยต้ายังได้ร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก เปิดศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้ขับขี่รถยนต์โตโยต้า เพื่อพัฒนาและเพิ่มทักษะการขับขี่รถยนต์อย่างปลอดภัย ผ่านหลักสูตรการอบรมความรู้ด้านการขับขี่ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ซึ่งประกอบด้วย 3 หลักสูตร คือ

     1.หลักสูตรการสอนขับรถยนต์ สำหรับมือใหม่หัดขับเป็นการจัดอบรมขับขี่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานการขับรถยนต์และมีความต้องการเรียนรู้ทักษะการขับรถที่ถูกต้อง โดยจะนำความรู้และทักษะการขับรถเพื่อขอสอบใบขับขี่รถยนต์ ซึ่งหลักสูตรประกอบด้วยภาค ทฤษฎีและปฏิบัติ รวมจำนวนการอบรมทั้งสิ้น 21 ชั่วโมง
     2.หลักสูตรการต่ออายุใบขับขี่รถยนต์เป็นการเปิดสอนสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ที่มีความต้องการต่ออายุใบขับขี่รถยนต์ ที่หมดอายุไม่เกิน 1 ปี โดยเนื้อหาในการอบรมประกอบด้วยภาคทฤษฏี และเพิ่มเนื้อหาในภาคปฏิบัติด้วยการทบทวนการขับรถอย่างปลอดภัยและถูกต้อง รวมถึงเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ในรถยนต์โตโยต้า รวมเวลาการอบรมทั้งสิ้น 3 ชั่วโมง
     3.หลักสูตรขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม (Safe Eco Driving) เปิดสอนสำหรับบุคคลทั่วไปที่มีใบขับขี่รถยนต์และมีความประสงค์ต้องการเพิ่มทักษะการขับรถอย่างปลอดภัย และประหยัดพลังงานช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม โดยใช้เวลาในการอบรมทั้งสิ้น 8 ชั่วโมง

     โดยผู้ที่เข้าร่วมอบรมในหลักสูตร 1 และ 2 และได้ผ่านการทดสอบตามหลักการของกรมการขนส่งทางบก จะได้รับหนังสือรับรองการขอรับใบขับขี่รถยนต์ ซึ่งสามารถนำหนังสือรับรองฯ ไปยื่นพร้อมเอกสารประกอบตามข้อกำหนดของกรมขนส่งทางบก เพื่อขอออกใบขับขี่ฉบับจริงได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ


 

และได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ด้านการขับขี่ปลอดภัยแห่งแรกของโตโยต้า โดยนำเสนอโซนพฤติกรรมเสี่ยงและการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ผ่าน VR Simulator ในสถานการณ์การขับรถเร็ว การขับตัดหน้ากระชั้นชิด และเมาแล้วขับ และโซนแนะนำเทคโนโลยีความปลอดภัยในรถยนต์โตโยต้า ที่สนามทดสอบรถยนต์ Toyota Driving Experience Park นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตร “ขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม”หรือ Toyota Safe Eco Driving และเพื่อเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้นี้ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โตโยต้าจึงได้ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก ส่งครูฝึกขับขี่ปลอดภัยของเราร่วมเป็นวิทยากร ผ่านช่องทาง “ระบบถ่ายทอดสดกรมการขนส่งทางบก” และร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ จัดอบรม “ขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม” แก่ลูกค้าและประชาชนทั่วไป ตลอดจนร่วมมือกับภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดตั้งจุดบริการประชาชนในช่วงเทศกาลสำคัญอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางถนนให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ได้ทำการปรับปรุงจุดเสี่ยงและสภาพแวดล้อมทางถนน โดยโตโยต้าได้ร่วมมือกับกรมทางหลวง แขวงการทางฉะเชิงเทรา และศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย (TARC) ปรับปรุงและติดตั้งอุปกรณ์เทคโนโลยีความปลอดภัย เพื่อยกระดับความปลอดภัยบนถนนทางหลวงหมายเลข 314 ตั้งอยู่ด้านหน้าโรงงานโตโยต้า บ้านโพธิ์ และบริเวณนิคมอุตสาหกรรมเกตุเวย์ เพื่อเป็นถนนต้นแบบด้านความปลอดภัย และมุ่งหวังว่า จะก่อให้เกิดการนำไปปรับปรุงจุดเสี่ยงทางถนนบริเวณหน้าบ้านของพวกเราทุกคน ให้เกิดความปลอดภัยในการสัญจร

   

 นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมมือกับโตโยต้าภายใต้โครงการถนนสีขาวอย่างต่อเนื่อง ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือเพื่อรณรงค์ความปลอด ภัยบนท้องถนนระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายความปลอดภัยในครั้งนี้ จะนำไปสู่การขยายกิจกรรมความปลอดภัยทางถนนจากระดับชุมชน สู่ระดับจังหวัด และต่อยอดความร่วมมือในระดับภูมิภาคสู่ระดับประเทศต่อไป โดยโตโยต้ามุ่งมั่นที่จะร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยให้เป็น “สังคมคนขับรถดี” เพื่อสร้างถนนทุกสายในประเทศไทยให้ปลอดภัยเป็น “ถนนสีขาว” อย่างแท้จริง”

 

โครงการ30 ปี โตโยต้า ถนนสีขาว

     บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคม จึงได้ริเริ่มดำเนิน โครงการโตโยต้า ถนนสีขาว ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2531 เพื่อส่งเสริมและปลูกฝังจิตสำนึกด้านการขับขี่ปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 29 ปี และเนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีทางบริษัทฯ มีแนวคิดในการสร้าง “สังคมคนขับรถดี” ให้กับสังคมไทย จึงได้ร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก และภาคีเครือข่ายความปลอดภัยทางถนน ในการเสริมทักษะด้านการขับขี่ปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ผ่านกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

• โครงการร่วมกับกรมการขนส่งทางบก เปิด “ศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้ขับขี่รถยนต์โตโยต้า” (Toyota Driving Skill Development Center)

     เพื่อเป็นศูนย์ถ่ายทอดความรู้ด้านการขับขี่ปลอดภัยให้กับผู้ที่ต้องการหัดขับรถ และผู้ที่สนใจเพิ่มเติมทักษะการขับขี่ปลอดภัย ตั้งอยู่ที่สนามทดสอบรถยนต์โตโยต้า (Toyota Driving Experience Park) โดยศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้ขับขี่รถยนต์โตโยต้าประกอบไปด้วย 2 กิจกรรมหลักดังนี้

กิจกรรมที่ 1. ศูนย์การเรียนรู้ด้านการขับขี่ปลอดภัยแห่งแรกของโตโยต้า (Road Safety Showcase)
     โซนจำลองพฤติกรรมเสี่ยงและการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ผ่าน VR Simulator ในสถานการณ์การขับรถเร็ว การขับตัดหน้ากระชั้นชิด และเมาแล้วขับ พร้อมโซนแนะนำเทคโนโลยีความปลอดภัยในรถยนต์โตโยต้า Toyota Safety Sense

กิจกรรมที่ 2 การจัดอบรมขับขี่ปลอดภัยเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้ขับขี่รถยนต์และขอรับใบขับขี่
     เป็นกิจกรรมจัดอบรมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ รวมถึงการสอบเพื่อขอหนังสือรับรองในการขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์จากกรมการขนส่งทางบก โดยหลักสูตรที่ใช้ในการอบรมเป็นหลักสูตรที่ทางบริษัทฯ ได้พัฒนาร่วมกับกรมการขนส่งทางบก โดยแบ่งการเรียนออกเป็น 3 หลักสูตร ดังนี้

1. หลักสูตรการสอนขับรถยนต์เพื่อขอรับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ (21 ชั่วโมง)
     สำหรับผู้ที่ยังไม่มีพื้นฐานการขับรถยนต์ ต้องการเข้ารับการอบรมและสอบ เพื่อขอรับใบขับขี่ชนิดชั่วคราวอายุ 1 ปี โดยหลักสูตรการอบรมจะเป็นไปตามมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก และเพิ่มเติมทักษะด้านการขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมที่ผ่านการทดสอบทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ จะได้รับหนังสือรับรองฯ เพื่อนำไปยื่นขอรับใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดได้ทั่วประเทศ
 รายละเอียดของหลักสูตรหลักสูตรการสอนขับรถยนต์เพื่อขอรับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์


คุณสมบัติของผู้เข้ารับการอบรม
     1) บุคคลทั่วไปที่อายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ และไม่เคยได้รับใบขับขี่รถยนต์มาก่อน
     2) ผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกายเบื้องต้น ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

เอกสารที่ใช้ในการสมัคร
     1) บัตรประชาชน (ตัวจริง)
     2) ใบรับรองแพทย์ตามข้อกำหนดของทางกรมการขนส่งทางบก

ช่องทางการรับสมัคร
     ติดต่อได้ที่ศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้ขับขี่รถยนต์โตโยต้า หมายเลขโทรศัพท์ 02-396-0888

2. หลักสูตรการต่ออายุใบขับขี่รถยนต์
     สำหรับผู้ที่ต้องการต่ออายุใบขับขี่ชั่วคราว เป็นใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล (5 ปี) จะต้องเข้ารับการอบรม และผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย จึงจะได้รับหนังสือรับรอง เพื่อขอรับใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ

 


เอกสารที่ใช้ในการสมัคร
     1) บัตรประชาชนตัวจริง และสำเนา
     2) ใบขับขี่เดิมที่หมดอายุ

ช่องทางการรับสมัคร
     ติดต่อได้ที่ศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้ขับขี่รถยนต์โตโยต้า หมายเลขโทรศัพท์ 02-396-0888

3. หลักสูตรขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม (Safe Eco Driving) (8 ชั่วโมง)
     เปิดสอนสำหรับบุคคลทั่วไปที่สามารถขับรถได้ และมีใบอนุญาตขับรถยนต์ แต่ต้องการเพิ่มทักษะการขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม ในหลักสูตรประกอบด้วยการเรียนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ

 


อุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอนของศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้ขับขี่รถยนต์โตโยต้า
ส่วนที่ 1 ห้องอบรม และห้องสอบภาคทฤษฎี ตั้งอยู่บริเวณชั้น 3

      1. ห้องอบรมขนาด 53 ตารางเมตร รองรับผู้เข้าอบรมได้ 30 คน
      2. ห้องทดสอบภาคทฤษฎี (E-Exam) รองรับผู้เข้าสอบได้ 10 คน
      3. ห้องทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

ส่วนที่ 2 สนามฝึกหัดขับรถ และทดสอบ
     1. สนามฝึกหัดขับ 13 ท่ามาตรฐาน

ส่วนที่ 3 รถยนต์สำหรับฝึกหัดขับ
     เป็นรถยนต์ที่ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมตามมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก ได้แก่ กระจกมองหลังสำหรับผู้ฝึกสอน มีกระจกมองข้างสำหรับผู้ฝึกสอน มีแป้นเบรกสำหรับผู้ฝึกสอน มีแผ่นป้าย “ฝึกหัดขับ”

กิจกรรมที่ 3การร่วมมือในการให้ความรู้ด้านการขับขี่ปลอดภัยแก่ประชาชน ผ่านระบบถ่ายทอดสดกรมการขนส่งทางบก ช่อง LTSB Live (Land Transport Safety Bureau Live)
     โครงการความร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก ในการถ่ายทอดความรู้ด้านการขับขี่ปลอดภัย การบำรุงรักษารถยนต์ และเทคโนโลยีของโตโยต้า โดยการสนับสนุนครูฝึก เพื่อร่วมเป็นวิทยากรในการบรรยาย ตลอดจนสื่อประชาสัมพันธ์รณรงค์การขับขี่ปลอดภัย ผ่านระบบการถ่ายทอดสด LTSB Live (Land Transport Safety Bureau Live) ของสำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก

• การร่วมมือกับคณะกรรมการแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร)
     สนับสนุนการสร้างมาตรการองค์กรเพื่อความปลอดภัยทางถนนจากภายในสู่ภายนอก เพื่อสอดรับกับนโยบายภาครัฐ โดยการยกระดับด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ด้วยการสร้าง “สังคมคนขับรถดี”ซึ่งจะนำไปสู่การช่วยลดจำนวนอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างแท้จริง ผ่านความร่วมมือกับคณะกรรมการแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด(สอจร.) และผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมมาตรการความปลอดภัยภายในองค์กร โดยผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ สู่ชุมชนภายนอก เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ผ่านโครงการต่างๆ ดังนี้

1. กำหนดนโยบายการขับขี่ยานพาหนะอย่างปลอดภัยภายในองค์กร
     ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ ได้ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมมาตรการความปลอดภัยจากภายใน จึงส่งเสริมให้ทางผู้แทนจำหน่ายฯได้มีการกำหนดนโยบายการขับขี่ยานพาหนะอย่างปลอดภัย เพื่อให้พนักงานยึดถือและปฏิบัติสำหรับการขับขี่ยานพาหนะไว้อย่างเคร่งครัดทั้งในและนอกเวลาทำงาน ดังนี้
     1. ปฏิบัติตามและเคารพกฎหมายจราจร, สัญญาณไฟจราจร, เครื่องหมายจราจร อย่างเคร่งครัด
     2. ขับขี่ยานพาหนะด้วยความระมัดระวัง รวมถึงการใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด
     3. ไม่ขับขี่ยานพาหนะ เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันมิให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิต
     4. คาดเข็มขัดนิรภัยในตำแหน่งผู้ขับขี่และทุกที่นั่งที่มีผู้โดยสาร
     5. งดใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ เว้นแต่มีการใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับการสนทนา
     6. สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่และโดยสารรถจักรยานยนต์
     7. ติดตั้งป้ายเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย / สวมหมวกกันน็อคทุกครั้ง ในบริเวณทางเข้า – ออกโชว์รูม

2. จัดอบรม “ ขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม”(Toyota Safe Eco Driving)
      ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ในการขับขี่อย่างปลอดภัย ภายใต้หลักสูตร “ขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม”(Toyota Safe Eco Driving) ให้แก่ชุมชนและประชาชนทั่วประเทศ เพื่อร่วมสร้างวินัยและน้ำใจในการใช้รถใช้ถนน และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดอุบัติเหตุพร้อมนำไปสู่การเกิด “สังคมคนขับรถดี” ต่อไป

3. รณรงค์ความปลอดภัยในเทศกาลสำคัญ
     ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ ร่วมกับหน่วยงานของกรมทางหลวงและกรมขนส่งทางบกในพื้นที่ สถานีตำรวจในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดตั้งศูนย์อำนวยการโครงการฯ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่และช่วงสงกรานต์ โดยจะสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของผู้แทนจำหน่ายตรวจเช็คสภาพรถยนต์เบื้องต้น ให้ความรู้เรื่องการขับขี่ปลอดภัย พร้อมทั้งมีมุมสำหรับพักผ่อนชั่วคราวให้แก่ประชาชนในช่วงเทศกาลสำคัญ

4. ทำป้ายเตือนการใช้รถใช้ถนน เพื่อช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ
     ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ ร่วมกับหน่วยงานพื้นที่ของกรมทางหลวงและกรมขนส่งทางบก และสถานีตำรวจในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ติดตั้งป้ายเตือนการใช้รถใช้ถนน ในพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพื่อรณรงค์ประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังขณะขับขี่ในบริเวณจุดเสี่ยงทั่วประเทศ และให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมากขึ้น

“โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข”

 
 

AUTO NEWS : ฮอนด้า มอบข้อเสนอสุดพิเศษ “Double Smile” ดาวน์ 0 บาท ประกัน 0 บาท สำหรับ ซิตี้ แจ๊ซ ซีอาร์-วี บริโอ้ และบริโอ้ อเมซ ภายใน 31 ส.ค. นี้

Friday, 10 August 2018 15:51

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มอบข้อเสนอสุดพิเศษ “Double Smile” ดาวน์ 0 บาท ประกัน 0 บาท* ให้แก่ลูกค้าที่จองและซื้อรถยนต์ฮอนด้า รุ่นฮอนด้า ซิตี้ แจ๊ซ ซีอาร์-วี บริโอ้ และบริโอ้ อเมซ ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 สิงหาคม 2561 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2561 ณ โชว์รูมฮอนด้าที่ร่วมรายการ โดยลูกค้าสามารถเลือกดาวน์ 0 บาท หรือเลือกผ่อนสบาย พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1

 โดยข้อเสนอพิเศษ “Double Smile” มีรายละเอียด ดังนี้

  • ฮอนด้า ซิตี้ ดาวน์เพียง 0 บาท ผ่อนเริ่มต้นที่ 9,000 บาท เป็นเวลา 48 เดือน ดอกเบี้ย 4.90% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 เป็นเวลา 1 ปี มูลค่า 19,688 – 24,636 บาท หรือเลือกดาวน์ 15% ผ่อนเริ่มต้นที่ 7,000 บาท เป็นเวลา 48 เดือน ดอกเบี้ย 4.90% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 เป็นเวลา 1 ปี มูลค่า 19,688 – 24,636 บาท
  • ฮอนด้า แจ๊ซ ดาวน์เพียง 0 บาท ผ่อนเริ่มต้นที่ 9,000 บาท เป็นเวลา 48 เดือน ดอกเบี้ย 4.90% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 เป็นเวลา 1 ปี มูลค่า 19,928 – 24,636 บาท หรือเลือกดาวน์ 15% ผ่อนเริ่มต้นที่ 7,000 บาท
    เป็นเวลา 48 เดือน ดอกเบี้ย 4.90%  พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 เป็นเวลา 1 ปี มูลค่า 19,928 – 24,636 บาท
  • ฮอนด้า ซีอาร์-วี ดาวน์เพียง 0 บาท ผ่อนเริ่มต้นที่ 21,000 บาท (หักค่าฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 3,000 บาท เป็นเวลา 12 เดือน รวมมูลค่า 36,000 บาท) ดอกเบี้ย 4.90% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 เป็นเวลา 1 ปี มูลค่า 27,634 – 39,990 บาท หรือเลือกดาวน์ 15% ผ่อนเริ่มต้นที่ 15,000 บาท (หักค่าฮอนด้าช่วยผ่อน
    เดือนละ 3,000 บาท เป็นเวลา 12 เดือน รวมมูลค่า 36,000 บาท) ดอกเบี้ย 4.90%  พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 เป็นเวลา 1 ปี มูลค่า 27,634 – 39,990 บาท
  • ฮอนด้า บริโอ้ และบริโอ้ อเมซ ดาวน์เพียง 0 บาท ผ่อนเริ่มต้นที่ 6,000 บาท (หักค่าฮอนด้าช่วยผ่อน
    เดือนละ 2,500 บาท เป็นเวลา 12 เดือน รวมมูลค่า 30,000 บาท) ดอกเบี้ย 4.90% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 เป็นเวลา 1 ปี มูลค่า 18,730 – 22,081 บาท หรือเลือกดาวน์ 15% ผ่อนเริ่มต้นที่ 4,000 บาท (หักค่าฮอนด้า
    ช่วยผ่อน เดือนละ 2,500 บาท เป็นเวลา 12 เดือน รวมมูลค่า 30,000 บาท) ดอกเบี้ย 4.90%  พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 เป็นเวลา 1 ปี มูลค่า 18,730 – 22,081 บาท

   ลูกค้าท่านใดที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าที่ร่วมรายการ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 02-341-7777 ต่างจังหวัดโทรฟรีที่เบอร์ 1 800 239 833 หรือ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th

*เฉพาะโชว์รูมฮอนด้าที่ร่วมรายการ และเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

 
 

AUTO NEWS : บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด มอบสิทธิพิเศษสุดคุ้มสำหรับแฟนพันธุ์แท้ซูบารุ ในงาน Big Motor Sale 2018 เพียงนำรถรุ่นใดยี่ห้อใดมาแลกซื้อ รับเพิ่ม 200,000 บาททันที และข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับลูกค้าท่านใดที่สนใจออกรถ Forester 2.0i-P รับแ

Monday, 06 August 2018 15:01

   บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด มอบสิทธิพิเศษสุดคุ้มสำหรับแฟนพันธุ์แท้ซูบารุ ในงาน Big Motor Sale 2018  เพียงนำรถรุ่นใดยี่ห้อใดมาแลกซื้อ รับเพิ่ม 200,000 บาททันที  และข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับลูกค้าท่านใดที่สนใจออกรถ Forester 2.0i-P รับแคมเปญผ่อนน้อย 19,759 บาท/เดือน (คำนวณจากยอดดาวน์ขั้นต่ำ 25% ระยะเวลา 48 เดือน) ตั้งแต่วันนี้ถึง 31ส.ค. นี้  ห้ามพลาดโอกาสดี ๆ กับการเป็นเจ้าของรถยนต์ซูบารุที่ตอบรับทุกความต้องการสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์มากด้วยสมรรถนะและความปลอดภัย  ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.subaru.asia/th/th/home/

 
 

AUTO NEWS : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เผยดีไซน์ใหม่ของโชว์รูมและศูนย์บริการ เตรียมพลิกโฉมทุกสาขาทั่วโลก

Sunday, 05 August 2018 16:17

 

 

 

 

 

 

   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่นเปิดตัวดีไซน์ใหม่ของโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์มิตซูบิชิ ที่ตกแต่งใหม่ทั้งภายนอกและภายใน พร้อมปรับโฉมกว่า 5,000 แห่งทั่วโลก เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ในระดับโลก “Drive your Ambition” ที่ได้ประกาศไปในปีที่ผ่านมา โดยการพัฒนาดังกล่าว จะช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้าผ่านบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมภายในโชว์รูมและศูนย์บริการฯ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์อันแข็งแกร่งของแบรนด์ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ต่อไป

   ดีไซน์ใหม่ของโชว์รูมและศูนย์บริการฯ โดดเด่นด้วยโทนสีดำ สีขาว และสีเทา พร้อมเส้นสายสีแดงที่โฉบเฉี่ยว ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์นี้ จะช่วยเชื่อมโยงประสบการณ์ของลูกค้าผ่านทุกจุดที่ได้สัมผัสกับแบรนด์ ตั้งแต่ภายในบูธจัดแสดงยานยนต์ เว็บไซต์ และโบร์ชัวร์ ต่อเนื่องมายังโชว์รูมและศูนย์บริการฯ

   ทั้งนี้ภาพลักษณ์ใหม่ของโชว์รูมและศูนย์บริการฯ ได้รับการออกแบบให้สะท้อนถึงอัตลักษณ์ใหม่ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ด้วย “ไดนามิก สโลป” (Dynamic Slope) องค์ประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของภายนอกโชว์รูมและศูนย์บริการฯ พร้อมการจัดแสดงรถยนต์มิตซูบิชิให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น บ่งบอกถึงพลังและการขับเคลื่อน ขณะที่ภายในโชว์รูมก็ได้รับการตกแต่งเพื่อส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับให้แก่ลูกค้า

   มร. กียอม คาร์เทียร์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส ด้านการตลาดและการขายระดับโลก ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์สกล่าวว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้จากการนำเอกลักษณ์การออกแบบมาใช้ในทุกจุดเพื่อสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า เราจึงได้นำเอกลักษณ์ใหม่ดังกล่าวมาสู่เครือข่ายผู้จำหน่าย เพื่อเน้นย้ำถึงความเป็น มิตซูบิชิ ทั้งรูปลักษณ์และสัมผัส พร้อมคุณภาพด้านการบริการของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก”

 
 

AUTO NEWS : บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย แต่งตั้ง มร. แบรน์ฮาร์ท เทอรีท ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการเงิน คนใหม่

Saturday, 04 August 2018 15:41

   บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยประกาศแต่งตั้ง มร. แบรน์ฮาร์ท เทอรีท ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการเงินคนล่าสุด มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป โดยมร. เทอรีท เข้ารับตำแหน่งต่อจาก มร. ริวดิเก้ รัดเช็ค ซึ่งย้ายไปรับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการเงิน ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป รัสเซีย

   มร. แบรน์ฮาร์ท เทอรีทจบการศึกษาด้านบริหารธุรกิจ จาก University of Bayreuth ประเทศเยอรมนีและได้เริ่มต้นร่วมงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในปี 2545 โดยรับผิดชอบในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายการจัดการและควบคุมด้านการเงิน ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มิวนิค ในหน่วยงานต่าง ๆ รวมเป็นระยะเวลากว่า 16 ปี ก่อนจะย้ายมารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการเงิน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เพื่อบริหารงานด้านการเงินและบัญชีสำหรับการดำเนินงานโดยรวม และการรับผิดชอบดูแลด้านการปฏิบัติงาน การบริหารฝ่ายทรัพยากรบุคลากร และการบริหารงานทั่วไปของบริษัทฯ

   มร. คริสเตียน วิดมานน์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปประเทศไทย กล่าวว่า “ในโอกาสนี้ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับมร. แบรน์ฮาร์ท เทอรีท มาร่วมงานกับเราในฐานะประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการเงิน โดยความเชี่ยวชาญด้านการเงินของมร. เทอรีท ประกอบกับประสบการณ์อันยาวนานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปจะมาเป็นกำลังสำคัญในการหล่อเลี้ยงและขับเคลื่อนการดำเนินงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ให้สามารถพัฒนาประสิทธิภาพและความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำแห่งยนตรกรรมพรีเมียมในประเทศไทย”

   “และผมต้องขอแสดงความยินดีแก่ มร. ริวดิเก้ รัดเช็ค อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการเงินของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป รัสเซีย ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการเงิน มร. รัดเช็คได้แสดงถึงความสามารถและความทุ่มเทตลอดระยะเวลาที่ได้ร่วมงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และผมขอเป็นตัวแทนของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ในการแสดงความขอบคุณแก่ มร. รัดเช็ค สำหรับความมุ่งมั่นในการสร้างความสำเร็จและผลงานที่น่าภาคภูมิใจให้แก่บีเอ็มดับเบิลยูในประเทศไทย”

 
 

More Articles...

Page 1 of 39

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )