Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

AUTO TRAVEL

AUTO TRAVEL : ฟอร์ด เรนเจอร์ พาท่องเที่ยววิถีชุมชนจังหวัดสงขลา พร้อมร่วมกิจกรรมจิตอาสา และอบรม “ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย”

Monday, 20 November 2017 16:35

 

 

 

 

 

 

   ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมกับ ฟอร์ด พี วี เค หาดใหญ่จัดทริป ฟอร์ด...เกิดมาแกร่ง2 วัน 1 คืน ให้สื่อมวลชนในจังหวัดสงขลาได้ร่วมเดินทางไปกับรถกระบะพันธุ์แกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ ในเส้นทางท่องเที่ยวแบบวิถีชุมชน พร้อมร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสื่อมวลชนกีฬา ตลอดจนการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการขับขี่อย่างปลอดภัย เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

   ฟอร์ดได้นำคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมออกเดินทางจากโชว์รูมและศูนย์บริการ ฟอร์ด พี วี เค หาดใหญ่มุ่งหน้าสู่ชุมชนบ้านควนเสม็ด ในอำเภอสะเดา เพื่อศึกษาวิถีชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยสื่อมวลชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการสืบสานและอนุรักษ์การทำข้าวหลามชักพรุด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ 5 รุ่น ยาวนานกว่า 200 ปี ซึ่งจะมีการทำข้าวหลามชักพรุดที่จัดขึ้นในงานประเพณีสวดบ้านเพียงปีละครั้ง ซึ่งจะมีวิธีการทำที่แตกต่างจากข้าวเหนียวหลามทั่วๆไป โดยจุดเด่นของข้าวหลามชัดพรุด อยู่ที่การใช้ไม้ไผ่บางมาเป็นกระบอกข้าวหลามและใช้ใบยี่เร็ดผ่าครึ่งมาม้วนกับไม้ไผ่ ใส่ข้าวเหนียว และน้ำกะทิลงไป แล้วนำไปย่างไฟ ซึ่งที่มาของชื่อข้าวหลามชักพรุด คือ เพียงแค่ดึงก้านใบยี่เร็ดออกมาข้าวเหนียวก็จะหลุดออกมาจากกระบอกไม้ไผ่อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องผ่า หรือทุบกระบอกไม้ไผ่

   จากนั้นคณะออกเดินทางไปรับประทานอาหารกลางวัน ที่ร้านกู๊ดวิว อีกหนึ่งร้านอาหารชื่อดังประจำบ้านด่านนอก อำเภอสะเดา บริเวณตะเข็บชายอดนไทย-มาเลเซีย ที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติ และทิวทัศน์ที่งดงาม ก่อนออกเดินทางไปโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสื่อมวลชนกีฬา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เพื่อเพื่อมอบหน้าดินและกล้าพืชผักเพื่อการเพาะปลูก พร้อมทำกิจกรรมเพื่อสังคม ร่วมกับครู นักเรียน และชุมชน ปลูกพันธุ์ไม้ พืชผักสวนครัว เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบริเวณโรงเรียนและให้เป็นแหล่งเรียนรู้ สำหรับนักเรียน ทั้งนำไปใช้ได้ประโยชน์ในโครงการอาหารกลางวัน

   จากนั้นคณะสื่อมวลชนเดินทางไปพิชิต 13คลอง สะเดา อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง เส้นทางอันซีนของสงขลา เพื่อชมความงดงามของธรรมชาติบนเส้นทางออฟโรด ข้ามสายน้ำ 13 สาย ที่มีทั้งความท้าทาย และสมบุกสมบัน เพื่อพิสูจน์ถึงความแกร่งของเรนเจอร์สำหรับทุกเส้นทางการขับขี่ แม้ว่าต้องเผชิญกับเส้นทางอันแสนคดเคี้ยวและสภาพพื้นถนนที่ยากลำบาก ฟอร์ด เรนเจอร์ ได้พาคณะสื่อมวลชนเอาชนะทุกอุปสรรคการเดินทางอย่างง่ายดายและปลอดภัยด้วยขุมพลังเปี่ยมสมรรถนะจากเครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์ค ทีดีซีไอ วีจี เทอร์โบ ขนาด 3.2ลิตร ที่ให้พละกำลังสูงสุดถึง 200แรงม้า และมอบแรงบิดสูงสุดถึง 470นิวตันเมตร ผนวกกับเทคโนโลยีอันชาญฉลาดที่ตอบสนองต่อการขับขี่แบบออฟโรด อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา (Hill Descent Control) โหมดการตั้งค่าแบบอัตราทดสูง (4x4 Low) และระบบล็อคเฟืองท้ายแบบ Electronic Locking Rear Differential (LRD)ที่ช่วยเพิ่มพลังการขับเคลื่อนให้ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะบนพื้นผิวถนนที่ขรุขระ และด้วยความสามารถในการลุยน้ำลึกสูงสุดถึง 800มิลลิเมตร พร้อมการออกแบบช่วงล่างและด้านหน้าให้สามารถกระจายแรงดันจากน้ำได้เป็นอย่างดี ฟอร์ด เรนเจอร์ จึงสามารถพาผู้ขับขี่ผจญภัยไปบนทุกเส้นทางหฤโหดได้

   นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทยกล่าวว่า “ฟอร์ดมีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในเส้นทางการท่องเที่ยวแบบวิถีชุมชนของจังหวัดสงขลาในครั้งนี้ ซึ่งการเดินทางไปชมเส้นทางธรรมชาติแบบอันซีน ร่วมกิจกรรมอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนทำกิจกรรมเพื่อสังคมให้กับโรงเรียนนั้น ต้องผ่านเส้นทางที่มีความท้าทาย สมบุกสมบัน เราจึงได้นำรถกระบะพันธุ์แกร่งอย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ ซึ่งมาพร้อมเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง และเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะมาเป็นพาหนะในการเดินทาง ซึ่งสามารถฝ่าฟันทุกเส้นทางการขับขี่ทั้งทางเรียบและออฟโรด ทั้งถนนลูกรังขรุขระ และทางบุกป่าฝ่าเขาที่สมบุกสมบัน และความแกร่งด้านสมรรถนะการบรรทุกของฟอร์ด เรนเจอร์ ด้วยกระบะขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับการบรรทุกได้มากและรับน้ำหนักได้สูงถึง 1.3 ตัน”

   ตลอดระยะทางกว่า 270กิโลเมตร ระหว่างกิจกรรมทั้ง 2วัน คณะสื่อมวลชนยังได้ใช้เทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะมากมายที่ติดตั้งมากับรถฟอร์ด เรนเจอร์ อาทิ ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ ระบบการเตือนการชนด้านหน้า ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง และระบบแจ้งเตือนการขับขี่ ซึ่งได้รับการคิดค้นและพัฒนาขึ้น เพื่อมอบความปลอดภัยสูงสุดและความอุ่นใจในทุกเส้นทางการเดินทาง

   “ในฐานะบริษัทผลิตรถยนต์มาตรฐานระดับโลก ฟอร์ดให้ความสำคัญกับกิจกรรมจิตอาสา เพื่อตอบแทนสิ่งดีๆ คืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการรณรงค์สร้างการรับรู้และจิตสำนึกด้านการขับขี่ปลอดภัยในโครงการฝึกอบรม Ford Driving Skills for Life(DSFL)หรือ  ที่ฟอร์ดได้ทำต่อเนื่องมาเป็นเวลา 10 ปี โดยฟอร์ดมุ่งหวังที่จะช่วยป้องกันและลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุโดยรวมบนท้องถนน” นางสาวศุภรางศุ์ กล่าวเสริม

   กิจกรรมฝึกอบรม Ford Driving Skills for Life(DSFL) หรือ  “ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย” เป็นโครงการเพื่อสังคมของฟอร์ดที่จัดขึ้นทั่วโลก โดยในปีนี้ถือเป็นการฉลองครบรอบ 10ปี ของโครงการดังกล่าวในประเทศไทย ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างได้เรียนรู้เทคนิคการขับรถยนต์อย่างถูกต้องทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ อาทิ ท่านั่งในการขับรถและวิธีการจับพวงมาลัยอย่างถูกต้อง การควบคุมรถขณะเกิดเหตุฉุกเฉิน และเกร็ดความรู้การขับขี่อย่างปลอดภัยอื่นๆ  อีกมากมาย

 
 

AUTO TRAVEL : ฮอนด้า ชวนลูกค้าซีอาร์-วี ใหม่ เที่ยวกัมพูชาและลาวใต้แบบเอ็กซ์คลูซีฟ กับทริป “CR-V Reach Out ก้าวออกไป...ให้ไกลกว่าจินตนาการ”

Tuesday, 14 November 2017 14:17

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เชิญชวนลูกค้าเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่เปิดประสบการณ์การขับขี่บนเส้นทางประเทศกัมพูชาและลาวใต้แบบเอ็กซ์คลูซีฟกับทริป CR-V Reach Out ก้าวออกไป...ให้ไกลกว่าจินตนาการ” ร่วมสัมผัสอารยธรรมแห่งลุ่มแม่น้ำโขงที่นครวัด เมืองมรดกโลกแห่งความศรัทธา ตื่นตากับความมหัศจรรย์ของน้ำตกคอนพะเพ็ง พร้อมกิจกรรมให้ร่วมสนุกตลอดการเดินทาง 5 วัน 4 คืน เพียงสมัครร่วมกิจกรรมโดยส่งภาพของคุณกับฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ พร้อมบรรยายความประทับใจ ตั้งแต่วันนี้ – 5 ธันวาคม 2560 ที่ www.honda.co.th/crvreachout โดยจะประกาศผล 10 รายชื่อผู้โชคดี ในวันที่ 12 ธันวาคม 2560 ผ่านทางเว็บไซต์ ลูกค้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ www.honda.co.th/crvreachout

 
 

AUTO TRAVEL : ฮอนด้าชวนสื่อมวลชนสัมผัสประสบการณ์สุดชิค ไปกับยนตรกรรมอเนกประสงค์ 3 รุ่น ณ สวนน้ำแห่งใหม่ของหัวหิน

Monday, 23 March 2015 13:47

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด นำสื่อมวลชนกว่า 30 คน ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดชิคไปกับยนตรกรรมอเนกประสงค์ 3 รุ่น ได้แก่ ฮอนด้า เอชอาร์-วี รุ่น EL, ซีอาร์-วี รุ่น 2.4EL 4WD และโมบิลิโอทั้งรุ่น S เบาะนั่งแบบ 2 แถวและรุ่น RS เบาะนั่งแบบ 3 แถว ณ สวนน้ำ วานา นาวา หัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

   ฮอนด้า เอชอาร์-วี, ซีอาร์-วี และโมบิลิโอ เป็นยนตรกรรมอเนกประสงค์ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่มีการใช้ชีวิตที่หลากหลาย ทั้งการใช้งานเพื่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน และเพื่อการท่องเที่ยวพักผ่อนแบบครอบครัวในวันหยุด โดยฮอนด้า เอชอาร์-วี มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว 141 แรงม้า ส่วนฮอนด้า ซีอาร์-วี ก็มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 2.4 ลิตร DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว  และฮอนด้า โมบิลิโอ ยนตรกรรมอเนกประสงค์อีกรุ่นหนึ่งที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะของเครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร 120 แรงม้า ซึ่งทั้ง 3 รุ่นนี้เป็นระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม มีรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย ภายในห้องโดยสารยังได้รับการออกแบบให้มีความหรูหรา กว้างขวาง ให้ความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง นอกจากนี้ ยนตรกรรมทุกรุ่นยังสามารถปรับพับเบาะที่นั่งด้านหลังเพื่อใช้เป็นพื้นที่บรรทุกสัมภาระ หรือใส่อุปกรณ์ต่างๆ อาทิ จักรยาน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว

   กิจกรรมสุดชิคก่อนการเดินทางไปกับยนตรกรรมอเนกประสงค์ทั้ง 3 รุ่น จากกรุงเทพฯ มุ่งหน้า อ. หัวหิน เริ่มต้นที่ร้าน 66 Cottage  ร้านกาแฟเก๋ๆ ย่านสุขุมวิท โดยระหว่างทางมีแวะพักเล่นเกมเพื่อเก็บสะสมคะแนน  ก่อนจะเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางที่สวนน้ำ วานา นาวา หัวหิน ที่ได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นภายใต้แนวคิด “วอเตอร์ จังเกิ้ล” แห่งแรกในเอเชีย เป็นสวนน้ำที่มีการผสมผสานกันระหว่างความเป็นสวนน้ำและป่าเมืองร้อนเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งมีเครื่องเล่นที่ได้มาตรฐานระดับโลก อาทิ อะบิส สไลเดอร์ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก บูมเมอร์แรงโก  สไลเดอร์ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย หรือ เลซี่ริเวอร์ สายน้ำแห่งการผ่อนคลายที่มีความยาวกว่า 345 เมตร

   หลังจากสนุกสนานกับเครื่องเล่นของสวนน้ำ ช่วงค่ำยังสนุกกันต่อกับปาร์ตี้ในธีม ทะเล้ ทะเล ที่สื่อมวลชนต่างพร้อมใจกันแต่งกายในโทนสีฟ้า ขาว ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเอง

   เช้าวันรุ่งขึ้นยังสนุกกันต่อกับการปั่นจักรยานแบบชิล ชิล เพื่อไปบริจาคเครื่องเขียน และอุปกรณ์กีฬาให้แก่น้องๆ ที่โรงเรียนเทศบาลบ้านเขาเต่า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักมากนัก ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพด้วยความประทับใจ

 
 

AUTO TRAVEL : ฮอนด้าพาสื่อมวลชนร่วมเดินทางไปไหว้พระ และถวายเทียนพรรษากับฮอนด้า แจ๊ซ ใน จ.พระนครศรีอยุธยา

Thursday, 10 July 2014 10:57

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด นำคณะสื่อมวลชนจากสื่อต่างๆ รวม 24 คน ร่วมเดินทางไปถวายเทียนพรรษากับฮอนด้า แจ๊ซ พร้อมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมืองกรุงเก่าที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน โดยมีมัคคุเทศก์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นผู้นำเที่ยวพร้อมบรรยายประวัติความเป็นมาของวัดแต่ละแห่ง

   โดยพาหนะในการเดินทางครั้งนี้ คือ ฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่  เจนเนอร์เรชั่นที่ 3 ซึ่งสื่อมวลชนได้มีโอกาสทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ ฮอนด้า แจ๊ซ ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ i-VTEC 1.5 ลิตร 117 แรงม้า ผสานเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม พร้อมระบบช่วยขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน Eco Assist และรองรับพลังงานทางเลือก E85 ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย และรองรับการใช้งานที่หลากหลายด้วยเบาะนั่งปรับพับได้แบบอัลตร้า ซีท และยังครบครันด้วยมัลติฟังก์ชั่นอันล้ำสมัย เทคโนโลยีอัจฉริยะ และมาตรฐานความปลอดภัยครบครัน

   เริ่มออกเดินทางจาก The Walk ถนนเลียบทางด่วนเอกมัย รามอินทรา ไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงจุดหมายปลายทางแห่งแรก ณ วัดแม่นางปลื้ม ตำบลหัวรอ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ต่อมาสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้บูรณะวัดนี้ นับเป็นหนึ่งในวัดที่มิได้ถูกทำลายเหมือนวัดอื่นๆ ในพระนครศรีอยุธยา  คณะได้เข้าสักการะหลวงพ่อขาว แล้วจึงออกเดินทางต่อไปยังวัดที่ 2 วัดสามวิหาร  เดิมนั้นมี 3 วิหาร คือ วิหารพระนอน วิหารพระนั่ง และวิหารพระยืน ปัจจุบันเหลืออยู่ 2 วิหาร คือ วิหารพระนอนและวิหารพระนั่งเท่านั้น ส่วนวิหารพระยืนได้ปรักหักพังไปตามกาลเวลา คณะได้ถวายเทียนพรรษาและชุดสังฆทานร่วมกัน ก่อนพักรับประทานอาหารกลางวัน

   ในช่วงบ่าย คณะยังเดินทางต่อไปยัง วัดพรหมนิวาสวรวิหาร เป็นวัดพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ซึ่งเป็นวัดที่รัชกาลที่ 4 เคยประทับอยู่ที่วัดนี้ครั้นเมื่อทรงผนวช และได้มีการปฏิสงขรณ์วัดในช่วงขณะนั้นคณะสื่อมวลชนได้ถวายเทียนพรรษาและชุดสังฆทานร่วมกัน และเดินทางต่อเพื่อไปสักการะอนุสาวรีย์พระนเรศวรทรงม้า ซึ่งเป็นอนุสาวรีย์ที่อยู่ในลักษณะสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงม้าศึก ประดิษฐานบนแท่นและลานหินสีขาว พระบรมราชานุสาวรีย์มีพื้นที่ทั้งหมด 1,075 ไร่ ประกอบด้วยสระเก็บน้ำ พื้นที่จัดกิจกรรม มีภูมิทัศน์บริเวณรอบอนุสาวรีย์สวยงาม สวนสาธารณะพักผ่อนหย่อนใจสำหรับประชาชน พื้นที่รับน้ำทำการเกษตร  พร้อมถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึก และเดินทางไป วัดตูม เป็นที่สุดท้าย ซึ่งเป็นวัดที่ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์เรื่อยมา และได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงในรัชกาลที่ 4 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญภายในวัดตูม คือ หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปสำริดทรงเครื่องปางมารวิชัย โดยมีลักษณะพิเศา คือ บนพระเศียรขององค์พระสามารถเปิดออกและมีน้ำไหลซึมออกมาตลอดเวลา เชื่อกันว่าเป็นน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนต่างสนุกสนาน อิ่มบุญ อิ่มใจ ที่ได้ไหว้พระถวายเทียนพรรษาร่วมกัน และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถึง 5 แห่ง ก่อนเดินทางกลับถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

 
 

AUTO TRAVEL : Honda Freed Freestyle รื่นรมณ์ ชมทะเล ณ .เกาะทะลุ

Wednesday, 20 March 2013 02:29

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล ( ประเทศไทย ) จำกัด จัดกิจกรรมเชิญสื่อมวลชนร่วมเดินทางไปกับ Honda Freed
ยานยนต์อเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง ที่ให้ความสะดวกสบายและเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก โดยทริปนี้จะเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กับกิจกรรมดำน้ำ ปลูกปะการังที่เกาะทะลุ จ.ประจวบคีรีขันธ์
เริ่มต้นออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ถนนปากท่อ เพื่อไปสมทบกับเพื่อนๆสื่อมวลชนด้วยกันอีกหลายเล่ม ที่ปั๊มปตท. อำเภอบ้านลาด เวลา 8.00 น.ช่วงนี้จึงต้องเน้นทำเวลาเป็นพิเศษเพื่อทันตามกำหนดเวลาโดยเราควบ Honda Freed ด้วยความเร็วอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 100-140 กม./ชม ซึ่งเครื่องยนต์พิกัด 1.5 ลิตร i-vtec
ให้กำลังสูงสุด 118 แรงม้า ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ตอบสนองอัตราเร่งทั้งช่วงออกตัว และเร่งแซง ได้อย่างทันอกทันใจ แถมช่วงล่างก็ยังให้ความนุ่นนวลนั่งสบายเหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยงอย่าง แท้จริง เมื่อไปถึงปั๊มปตท. อำเภอบ้านลาด ทีมงานประชาสัมพันธ์ฮอนด้าให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น นำเครื่องดื่มกาแฟ มาให้ทาน

ก่อนจะเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป ที่ท่าเรื่อเกาะทะลุในช่วงเที่ยง ระหว่างที่เดินทางมีเกมส์ตอบปัญหา โดยส่งผ่าน เอสเอ็มเอส ทางโทรศัพท์มือถือของทุกคน แล้วตอบผ่านใบตอบคำถามของรถแต่ละคัน เพื่อเฉลยคำตอบในค่ำคืนนี้ การเดินทางยังอีกยาวไกล ผ่านหัวหิน ถึงอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อันเป็นที่ตั้งของท่าเรือเกาะทะลุในช่วงเที่ยงกว่านิดหน่อย
ผมใช้เวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่นาน บ้างก็ใช้เวลาถ่ายภาพรถยนต์กับวิวทะเลสวยๆ มองทะเลที่กว้างใหญ่ ภาพวิวสวย มองเห็นเรือขนาดลำไม่ใหญ่มากนักจอดที่ชายฝั่ง ผมสงสัยว่าเรื่อลำนี้ต้องพาผมล่องไปทางฝั่งโน้นแน่เลย สิ่งที่ผมคิดก็เป็นจริง เที่ยงครึ่งเรือลำนี้ก็พาสื่อมวลชนทุกท่านที่ร่วมชะตากรรมกับผมออกจากฝั่ง ท่ามกลางที่แดดร้อนแสนร้อน อากาศในทะเลที่เย็น
ใส ช่วยผมให้ทุเลาความร้อนได้บ้าง อีกทั้งอาศัยทาครีมกันแดดกันผิวไหม้ ก็ช่วยได้บ้าง สักครู่เรือสีขาวลำนี้ก็พาผมและเพื่อนๆ สื่อ ฯ มาถึงชายฝั่งเกาะทะลุ เพื่อมาทานอาหารกลางวันกันที่ฝั่ง แน่นอนละครับอาหารที่ทานจะเป็นอะไรไม่ได้ ถ้าไม่ใช่อาหารทะเล กุ้ง ปู ปลา ที่ปิ้งๆ ย่างๆๆ เมื่ออาหารเข้าไปย่อยในกระเพาะทุกคน แล้ว...ในช่วงบ่าย 3 พวกเรามีกิจกรรมที่ต้องกระทำร่วมกันคือปลูกปะการังกันที่นั่น
โดยมีครูฝึกมาบรรยายให้พวกเราฟังและสาธิตการ ปลูกปะการังให้ดู ก่อนที่พวกเราจะลงมือปลูกปะการังกันเอง ท่ามกลางที่สนุกสนาน แต่จะเป็นที่น่าเสียดายอย่างมากถ้าพวกเราไม่มาร่วมกิจกรรมแบบนี้ อย่างที่ครูฝึกบอก ทุกวันนี้ประการังในท้องทะเลที่นี่ ลดน้อยเต็มที คนที่อนุรักษ์ก็น้อยลง ทุกอย่างเกิดจากฝีมือมนุษย์ เป็นผู้ทำลาย ผมคิดว่าอีกไม่นานปะการังอาจจะหมดไป ถ้าทุกคนไม่คิดอนุรักษ์
ความสวยงามของท้องทะเลก็จะหมดไป เยาวชนรุ่นหลังอาจะไม่ได้เห็นอีกต่อไป แล้วปลาที่อยู่ใต้ท้องทะเล จะอยู่ได้อย่างไร เมื่อพลพรรคที่ร่วมชะตากรรมร่วมกิจกรรมเสร็จแล้ว ก็ขึ้นเรือออกจากฝั่งไปดำน้ำใกล้ๆ ที่เกาะทะลุ โดยทุกคนที่จะพร้อมเปียก ก่อนลงน้ำต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันการจมน้ำ เพื่อความปลอดภัย เป็นอันว่าทุกคนก็สามารถเอาตัวรอดได้ทุกคน หลังจากนั้นเรือก็หันหน้าเข้าหาฝั่ง
แล่นมาถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย ทุกคนวิ่งเร่าขึ้นมาอาบน้ำสะอาด เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากตัว เปลี่ยนกางเกงขาสั้นก่อน สตาร์ทรถอเนกประสงค์ Honda Freed ออกจากเกาะทะลุ มุ่งหน้ากลับทางเดิม สู่ที่พัก ณิชารีสอร์ท แอนด์สปา เช็คอินเข้าห้องพัก ที่เป็นหลังๆ จะมี2 ห้องพักให้เราเลือกนอน ในช่วงนี้ก็มีกิจกรรมให้เลือก ใครที่ต้องการนวดอโรม่าก็นวดได้ ทางฮอนด้าจัดไว้บริการทุกคน
หรือจะใช้บริการช่วงเช้ายังมีอีกรอบ ยามเย็นที่ชายหาดสวยงาม ไม่แพ้หาดอื่นๆในบริเวณใกล้เคียง แสงไฟที่ประดับริมชายหาดยามโพล้เพล้ ทำให้เรามองเห็นได้ตลอดแนวฝั่ง หลังจากนั้ก็ไปทานอาหารเย็นแบบบุฟเฟ่ต์ มีอาหารทะเล กุ้ง หอย ปู ปลา ประเภท ปิ้งๆ ย่างๆ ให้เราเลือกทาน ก๋วยเตี๋ยวก็มี สักพัก 2พิธีกรจำเป็น บิ๊กและเปิ้ล ก็ประกาศ สวัสดี สื่อมวลชน ที่มาร่วมงาน ทางพีอาร์ฮอนด้าจัดเกมส์ให้สื่อเล่น
เพื่อความสนุกสนาน เป็นเกมส์คำถามความรู้รอบตัว ตอบได้รับรางวัลไปเลย ก่อนจะมาเฉลยคำตอบ เกมส์ที่ส่งคำถามผ่านเอสเอ็มเอส ในระหว่างเดินทางช่วงบ่าย คะแนนที่ได้รับไกล้เคียงกันมาก ปรากฏว่ามี 3 ทีมได้คะแนนเท่ากัน จึงต้องมาหาผู้ชนะ โดยการตัดสินจากการเล่นทอดลูกเต๋า ใครออกเลขคู่ทีมนั้นแพ้ ต้องมาลุ้นกันพอสมควร สุดท้ายก็ได้ทีมชนะซะที จนล่วงเวลามาถึง 21.00 น.งานเลี้ยงก็มาเลิกรา ทุกคนแยกย้ายไปทำภารกิจตัวเอง
ตื่นเช้ามา ผมคิดว่าอากาศจะสดใส และมีแสงแดดออกมา หลังผมทานอาหารเช้า เมฆมืดครึ้ม ฝนตกลงมาอย่างหนัก ผมเริ่มตื่นตัว เพราะมีเวลาไม่นาน ที่ใช้บริการนวดอโรม่า ช่วยผ่อนคลายความเมื่อยได้มากที่เดียว หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ผมก็ไปจัดการกับเนื้อตัว ทำความสะอาด จัดการแต่งตัวไปทานข้าวเที่ยงกับพีอาร์ฮอนด้าและเพื่อนๆสื่อมวลชน อาหารเที่ยงหลายๆชนิด ที่นี่น่าทานมาก มีทั้งขนมจีนน้ำยา หอยทอด ผัดไทไร้เส้น ขนมจีบ ซาลาเปา
ขนมหวนก็มี ขนมถ้วย รวมมิตร ลอดช่อง ผลไม้ เราทานกันจนอิ่มแป้...ก่อนเช็คเอาท์ ออกจากรีสอร์ทในช่วงเที่ยงวัน ฟรีรันหวดยาวเข้ากรุงเทพฯ ปลอดภัยกันทุกคน
 
 

AUTO TRAVEL : คาราวานนิสสัน เอ็กซ์เทรล “สะพายกล้องท่องหัวหิน”

Tuesday, 25 June 2013 16:20

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดกิจกรรมคาราวานท่องเที่ยวให้แก่ลูกค้านิสสัน เอ็กซ์เทรลทุกรุ่น ภายใต้ชื่อ “สะพายกล้องท่องหัวหิน” เส้นทางกรุงเทพ – หัวหิน ระยะทางรวมกว่า 300 กิโลเมตร โดยกิจกรรมคาราวานเริ่มปล่อยตัวจากโชว์รูม สยามนิสสัน รถดี พระราม 2

   มุ่งหน้าสู่จังหวัดเพชรบุรี โดยตลอดทาง ลูกค้าได้ร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของลูกค้านิสสัน เอ็กซ์เทรล จากนั้นเข้าชมความอัศจรรย์ของถ้ำเขาหลวงและความงดงามของพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พร้อมเรียนเทคนิคถ่ายภาพขั้นสูงและถ่ายภาพเขียนไฟกับอาจารย์สมชาย ครองสมบูรณ์ แห่งโฟโตฮัทกรุ๊ป ปิดท้ายกิจกรรมด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก ป๊อป แคลอรี่ บลาบลา

 
 

AUTO TRAVEL : ฟอร์ด เรนเจอร์ พาท่องเที่ยววิถีชุมชนจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมร่วมกิจกรรมจิตอาสา และอบรม “ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย”

Wednesday, 13 September 2017 13:25

 

 

 

 

 

 

 

   ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมกับ ฟอร์ด มิตรแท้ สุราษฏร์ จัดทริป ฟอร์ด...เกิดมาแกร่ง เป็นเวลา 2 วัน 1 คืน ให้สื่อมวลชนจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ร่วมเดินทางไปกับรถกระบะพันธุ์แกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ ในเส้นทางท่องเที่ยวแบบวิถีชุมชน พร้อมร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมกับการอนุรักษ์ป่าชายเลนและฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ของไทย ตลอดจนการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการขับขี่อย่างปลอดภัย เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุโดยรวมบนท้องถนน

   ฟอร์ดได้นำคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมออกเดินทางจากโชว์รูมและศูนย์บริการ ฟอร์ด มิตรแท้ สุราษฏร์ มุ่งหน้าสู่ชุมชนบางใบไม้ เพื่อศึกษาวิถีชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่น ณ ศูนย์เรียนรู้การทำน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์สกัดเย็น สวนลุงสงค์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์โอทอปอันเลื่องชื่อของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยสื่อมวลชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำแปลงเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง และสนุกสนานไปกับการทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นและขนมจาก จากคุณสมประสงค์ ศรีเทพ ประธานกลุ่มน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น จังหวัดสุราษฎร์ธานี เจ้าของสวนลุงสงค์ ก่อนออกเดินทางไปรับประทานอาหารกลางวัน ที่ร้านภูณิศา ในอำเภอพุนพิน อีกหนึ่งร้านอาหารชื่อดังประจำจังหวัดที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติ ทั้งทิวทัศน์ที่งดงามของแม่น้ำตาปีที่ทอดยาวขนาบข้างและบรรยากาศเขียวขจีของแนวเทือกเขาสีเข้มโดยรอบ จากนั้น คณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมจึงออกเดินทางไปสัมผัสความงามของธรรมชาติ ณ แหล่งเรียนรู้ทรัพยากรป่าชายเลน ตำบลลีเล็ด พร้อมร่วมกิจกรรมจิตอาสาด้วยการล่องเรือปลูกกล้าต้นจากตามแนวป่าชายเลน เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ป่าชายเลนและเพิ่มจำนวนทรัพยากรป่าไม้ของไทย

   นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า “ฟอร์ดมีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในเส้นทางการท่องเที่ยวแบบวิถีชุมชนของจังหวัดสุราษฎร์ธานีในครั้งนี้ ซึ่งการเดินทางไปชมภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนทำกิจกรรมเพื่อสังคมปลูกป่าชายเลนนั้น ต้องผ่านเส้นทางที่มีความท้าทาย สมบุกสมบัน เราจึงได้นำรถกระบะพันธุ์แกร่งอย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ ซึ่งมาพร้อมเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง และเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะมาเป็นพาหนะในการเดินทาง เพื่อพิสูจน์ถึงความแกร่งของเรนเจอร์สำหรับทุกเส้นทางการขับขี่ทั้งทางเรียบและออฟโรด ทั้งถนนลูกรังขรุขระ และทางบุกป่าฝ่าเขาที่สมบุกสมบัน และความแกร่งด้านสมรรถนะการบรรทุกของฟอร์ด เรนเจอร์ ด้วยกระบะขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับการบรรทุกได้มากและรับน้ำหนักได้สูงถึง 1.3 ตัน ในการบรรทุกกล้าต้นจากและอุปกรณ์ เพื่อนำไปทำกิจกรรมอนุรักษ์ป่าชายเลน”

   ตลอดระยะทางกว่า 287 กิโลเมตร ระหว่างกิจกรรมทั้ง 2 วัน คณะสื่อมวลชนยังได้ใช้เทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะมากมายที่ติดตั้งมากับรถฟอร์ด เรนเจอร์ อาทิ ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ ระบบการเตือนการชนด้านหน้า ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง และระบบแจ้งเตือนการขับขี่ ซึ่งได้รับการคิดค้นและพัฒนาขึ้น เพื่อมอบความปลอดภัยสูงสุดและความอุ่นใจในทุกเส้นทางการเดินทาง

   “ในฐานะบริษัทผลิตรถยนต์มาตรฐานระดับโลก ฟอร์ดให้ความสำคัญกับกิจกรรมจิตอาสา เพื่อตอบแทนสิ่งดีๆ คืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการรณรงค์สร้างการรับรู้และจิตสำนึกด้านการขับขี่ปลอดภัยในโครงการฝึกอบรม Ford Driving Skills for Life (DSFL) หรือ “ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย” ที่ฟอร์ดได้ทำต่อเนื่องมาเป็นเวลา 10 ปี โดยฟอร์ดมุ่งหวังที่จะช่วยป้องกันและลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุโดยรวมบนท้องถนน” นางสาวศุภรางศุ์ กล่าวเสริม

   กิจกรรมฝึกอบรม Ford Driving Skills for Life (DSFL) หรือ  “ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย” เป็นโครงการเพื่อสังคมของฟอร์ดที่จัดขึ้นทั่วโลก โดยในปีนี้ถือเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปี ของโครงการดังกล่าวในประเทศไทย ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างได้เรียนรู้เทคนิคการขับรถยนต์อย่างถูกต้องทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ อาทิ ท่านั่งในการขับรถและวิธีการจับพวงมาลัยอย่างถูกต้อง การควบคุมรถขณะเกิดเหตุฉุกเฉิน และเกร็ดความรู้การขับขี่อย่างปลอดภัยอื่นๆ  อีกมากมาย

 
 

AUTO TRAVEL : ฟอร์ดเปิดเส้นทางอันซีนจังหวัดจันทบุรี กับฟอร์ด เรนเจอร์ พร้อมร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา และอบรม “ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย”

Wednesday, 26 July 2017 13:54

 

 

 

 

 

 

 

 

   ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมกับ ฟอร์ด เอก จันทบุรี จัดทริป “ฟอร์ด...เกิดมาแกร่ง” เป็นเวลา 2 วัน 1 คืน ให้สื่อมวลชนท้องถิ่นได้ร่วมเดินทางไปกับกระบะพันธุ์แกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ ในเส้นทางท่องเที่ยวแบบอันซีนของจังหวัดจันทบุรี พร้อมร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม ทั้งการช่วยเหลือสัตว์ป่า และอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของไทย ตลอดถึงการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการขับขี่อย่างปลอดภัยเพื่อลดอุบัติเหตุทางท้องถนน

   ฟอร์ดได้นำคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมออกเดินทางจากโชว์รูมและศูนย์บริการ ฟอร์ด เอก จันทบุรี มุ่งหน้าสู่อำเภอโป่งน้ำร้อน เขตจังหวัดจันทบุรี โดยจุดหมายแรก คือ วัดเขาชวัง โบสถ์ไม้แกะสลักทั้งหลังที่บอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติและวิถีชีวิตชาวบ้าน มีพระประธานสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวงดงาม ก่อนเดินทางต่อไปยังอ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำตามธรรมชาติที่มีความงดงาม เห็นวิวทิวทัศน์ได้กว้างไกล วิวอ่างเก็บน้ำมีให้เห็นเป็นเกาะแก่งเหมาะกับการถ่ายรูปธรรมชาติ และชมพระอาทิตย์ตกในยามเย็นโดยมีเขาสอยดาวเป็นวิวด้านหลัง จากนั้นคณะเดินทางได้มุ่งหน้าสู่น้ำตกหินดาด เพื่อมอบสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการแก้ปัญหาช้างป่าให้แก่กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 544 ฐานดงจิก พร้อมร่วมกันสร้างแหล่งอาหารในพื้นที่และปลูกกล้วยไม้เหลืองจันทบูร ราชินีกล้วยไม้แห่งจันทบุรี เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ให้คงความอุดมสมบูรณ์

   นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า “ฟอร์ดมีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในเส้นทางการท่องเที่ยวที่น่าสนใจและสวยงามของจังหวัดจันทบุรี ซึ่งการเดินทางไปชมความงามในเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาตินั้น แน่นอนว่าเต็มไปด้วยความท้าทาย เราจึงได้นำรถกระบะพันธุ์แกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ มาเป็นพาหนะในการเดินทางพิสูจน์ความแกร่งสำหรับการขับขี่ในทุกเส้นทาง ทั้งทางเรียบและออฟโรด ทั้งถนนลูกรังขรุขระ และทางบุกป่าฝ่าเขาที่สมบุกสมบัน นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้สัมผัสเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะที่ติดตั้งมากับรถฟอร์ด เรนเจอร์ อาทิ ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ ระบบการเตือนการชนด้านหน้า ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางและระบบแจ้งเตือนการขับขี่ ซึ่งได้รับการคิดค้นและพัฒนามาเพื่อมอบความปลอดภัยสูงสุด มอบความอุ่นใจบนทุกเส้นทาง

   “ในฐานะบริษัทผลิตรถยนต์มาตรฐานระดับโลก ฟอร์ดให้ความสำคัญกับกิจกรรมจิตอาสาเพื่อตอบแทนสิ่งดีๆ คืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการรณรงค์สร้างการรับรู้และจิตสำนึกด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในโครงการ ฝึกอบรม Ford Driving Skills for Life (DSFL) หรือ   “ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย” ที่ฟอร์ดได้ทำต่อเนื่องมาเป็นเวลา 10 ปี โดยฟอร์ดมุ่งหวังผลลัพธ์ในการช่วยป้องกันและลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุทางท้องถนน” นางสาวศุภรางศุ์ กล่าวเสริม

   กิจกรรมฝึกอบรม Ford Driving Skills for Life (DSFL) หรือ  “ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย” เป็นโครงการเพื่อสังคมของฟอร์ดที่จัดขึ้นทั่วโลก โดยในปีนี้ถือเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีของโครงการดังกล่าวในประเทศไทย ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างได้เรียนรู้เทคนิคการขับรถยนต์อย่างถูกต้องทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ อาทิ ท่านั่งในการขับรถและวิธีการจับพวงมาลัยที่ถูกต้อง การควบคุมรถขณะเกิดเหตุฉุกเฉินและเกร็ดความรู้อื่นๆ เป็นต้น

 
 

AUTO TRAVEL : MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN เส้นทาง EAST – WEST ECONOMIC CORIDOR จากเวีนดนาม-ลาว-ไทย-พม่า เชื่อมโยงอารยธรรม เชื่อมโยงเศรษฐกิจ รวมระยะทางกว่า 2,900 KM.

Saturday, 15 July 2017 19:12

 

 

 

 

 

   การเดินทางครั้งล่าสุดภายใต้เส้นทาง EAST – WEST ECONOMIC CORIDOR จากเวีนดนาม-ลาว-ไทย-พม่า  ค่ายมาสด้าเชิญสื่อมวลชนไทยเปิดประสบการณ์หน้าใหม่แห่งการเดินทางด้วยรถยนต์กับเรื่องราวที่ประทับลอยล้อในรูปแบบคาราวานครั้งใหม่ เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของมาสด้า ที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยไม่ได้มองเพียงการเติบโตของมาสด้าประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับสมาชิกในกลุ่มประเทศอาเซียนซึ่งเป็นภูมิภาคที่สำคัญต่อการลงทุน ด้วยประชากรประมาณ 600 ล้านคน จากตัวเลขการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมรถยนต์ ถือเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างเม็ดเงินเข้าประเทศอย่างมหาศาล ซึ่งมาสด้า ประเทศไทย นับเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้าที่สำคัญไปยังภูมิภาคอื่นๆ ทั้งทั้งอาเซียน และต่างประเทศทั่วโลก

   ทางด้านโลกยานยนต์ทุกวันนี้ก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นความท้าทายของผู้ผลิตรถยนต์ คงหนี้ไม่พ้นเรื่องของการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีแห่งยนตรกรรมล้ำสมัย ที่ทุกค่ายรถยนต์ทั่วโลกต่างมุ่งมั่นคิดค้นด้วยแนวคิดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง และเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างไม่หยุดยั้ง ผู้บริโภคจึงถูกดึงอยู่ในโลกแห่งเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ซึ่งประโยชน์ที่ผู้บริโภคได้รับโดยตรงนั่นคือ ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและง่ายขึ้นด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีคุณสมบัติครบครัน ตอบโจทย์ความต้องการใช้งานได้มากที่สุด เส้นแบ่งระหว่างโลกในจินตนาการและโลกความจริงเริ่มบางลงเรื่อยๆ เฉกเช่นดั่งที่รถค่ายมาสด้าในเจนเนอเรชั่นปัจุบัน ที่หลอมรวมด้วยองค์ประกอบที่ถูกพัฒนาจากแนวคิดและต่อยอดด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีใหม่อย่างลงตัว เสมือนดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตที่มีการถ่ายทอดพันธุกรรมจากรุ่นก่อนสู่รุ่นใหม่อย่างไม่มีวันจบสิ้น

   ค่ายมาสด้าได้มุ่งมั่นทุ่มเทพัฒนาจนประสบความสำเร็จ จนวันนี้ได้นำเสนอเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด จนได้รับการยอมรับมาแล้วทั่วโลก ซึ่งถือเป็นความก้าวล้ำทางด้านเทคโนโลยีและความท้าทายใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ ผนวกด้วย 4 หัวใจหลักของรถยนต์ ประกอบด้วยเครื่องยนต์ทั้งเบนซิน เครื่องยนต์ดีเซล ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ โครงสร้างตัวถัง และแชสซีส์ ที่พร้อมส่งมอบการขับขี่แบบ ซูม-ซูม สไตล์สปอร์ตของมาสด้า ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและให้ความปลอดภัยสูงสุด โดยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดทั้งหมดนี้จะอยู่ในรถในอนาคตของมาสด้าทุกรุ่นจนกลายเป็น MAZDA DNA SKYACTIV ที่นำพาสื่อมวลชนได้สัมผัสกับคาราวานครั้งล่าสุดบนเส้นทางสายเศรษฐกิจที่สำคัญ EAST – WEST ECONOMIC CORIDOR จากเวีนดนาม-ลาว-ไทย-พม่า รวมระยะทางกว่า2,900 กม.

   ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ถูกนำมาใส่ในมาสด้าในยุคปัจจุบันกับ SKYACTIV Vehicle Dynamics ที่มาพร้อมกับระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ (G-Vectoring Control : GVC) ซึ่งเป็นการต่อยอดจากเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ที่ช่วยผสานการทำงานของรถยนต์ทั้งคัน ทั้งเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ โครงสร้างตัวถัง รวมไปจนถึงระบบช่วงล่าง ที่สอดประสานการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถรีดสมรรถนะอันทรงพลังได้เต็มขั้น

   หากเจาะลึกถึงองค์ประกอบดีเอ็นเอของมาสด้า ภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ – วิฮีเคิล ไดนามิกส์ กับเครื่องยนต์ทั้งสกายแอคทีฟคลีนดีเซล (SKYACTIV-D) คือเครื่องยนต์ดีเซลที่เผาไหม้สะอาดเจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดที่สามารถผ่านข้อกำหนดมาตรฐานไอเสียโลก โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเร่งปฏิกิริยาที่มีราคาสูงเพื่อลดไอเสีย ที่ให้แรงบิดสูง ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสกายแอคทีฟเบนซิน (SKYACTIV-G) คือเครื่องยนต์เบนซินแบบไดเร็คอินเจ็คชั่น ที่ให้ประสิทธิภาพสูง เจนเนอเรชั่นใหม่ที่เป็นนวัตกรรมชิ้นเอกของวงการยานยนต์โลก นับว่าเป็นเครื่องยนต์ที่มีอัตราแรงอัดอากาศในการเผาไหม้สูงที่สุดของโลก คืออัตรา 14:1 โดยที่เครื่องยนต์ไม่เกิดอาการน๊อค เผาไหม้สมบูรณ์ ให้แรงม้าและแรงบิดสูง พร้อมประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น 

   SKYACTIV-Drive คือระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 Speed คือ ระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติเจนเนอเรชั่นใหม่ที่ส่งถ่ายแรงบิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมแบบอิเล็กทรอนิกส์ แม่นยำ ราบรื่น ต่อเนื่อง และประหยัดน้ำมันในทุกรอบความเร็ว ซึ่งทั้งสองเครื่องยนต์ช่วยรักษามลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย รวมจุดแข็งของเกียร์อัตโนมัติได้ครบทุกประการ ในส่วนของโครงสร้างตัวถัง

   SKYACTIV-Body ถูกพัฒนาเพื่อลดน้ำหนักที่ไม่จำเป็นลง เป็นโครงสร้างที่คงความแข็งแกร่ง เสถียร และให้ความปลอดภัยสูงสุดจากแรงปะทะรอบทิศทาง ผลิตจากเหล็กกล้าที่ทนแรงดึงสูง เหนียว แข็งแกร่ง มีน้ำหนักเบา อีกทั้งยังช่วยลดแรงกระเทือนจากพื้นถนนควบคู่ไปกับการกระจายแรงปะทะที่จะเข้าสู่ห้องโดยสารในกรณีเกิดอุบัติเหตุ

   SKYACTIV-Chassis คือ แชสซีส์เจนเนอเรชั่นใหม่ ที่ให้ประสิทธิภาพสูง มีน้ำหนักเบา แต่ให้สมดุลที่สมบูรณ์แบบของทั้งการควบคุมการขับขี่ที่สะดวกสบายและปลอดภัยสูงสุด ที่คล่องตัวด้วยระบบช่วงล่างที่เกาะถนนมั่นคง พร้อมระบบบังคับเลี้ยวที่เป็นตัวช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ ซึ่งส่งผลโดยตรงในเรื่องของความปลอดภัย

   เมื่อทั้ง 4 หัวใจหลักของมาสด้าเริ่มสอดผสานการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เกิดสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลัง ให้สัมผัสการขับขี่อย่างมีเอกลักษณ์ของมาสด้า นั่นคือ อารมณ์สปอร์ตที่ให้ความสนุก เร้าใจ สนุกทุกการขับขี่ และดีเอ็นเอ สกายแอคทีฟสายพันธ์ล่าสุดนี้ ได้ถูกฝังในหัวใจของรถมาสด้ารุ่นปัจจุบันของปี 2017 ซึ่งได้แก่ มาสด้า2, มาสด้า3, มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 เรียบร้อยแล้ว และกำลังจะถูกส่งต่อในรุ่น มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 ที่กำลังจะมาเติมเต็มความสมบูรณ์แบบอีกระดับให้กับตลาดรถครอสโอเวอร์อีกครั้งในไม่ช้านี้ด้วย และด้วยผลลัพธ์อันทรงคุณค่าที่มาสด้าได้เพียรพยายามจนประสบความสำเร็จในครั้งนี้ จึงเป็นเหตุผลของการหาเส้นทางที่จะใช้พิสูจน์สมรรถนะดีเอ็นเอสกายแอคทีฟทุกรุ่น

   การเดินทางครั้งนี้ สื่อมวลชนร่วมเดินทางกับฝูงสกายแอคทีฟนับ 10 คัน มีทั้ง มาสด้า2, มาสด้า3, มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 และซีเอ็กซ์-5 รุ่นล่าสุด ซึ่งทุกคันขับเคลื่อนด้วยขุมพลังพลังเบนซิน SKYACTIV-G แบ่งการเดินทางออกเป็น 3 กลุ่ม สลับผลัดเปลี่ยนกันขับตลอดระยะทางกว่า 2,900 กม. เพื่อร่วมสร้างเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ เชื่อมโยงอารยธรรม บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ เชื่อมโยงวัฒนธรรม ไปกับกิจกรรม MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN โดยมาสด้าปักหมุดไว้ที่เส้นทางสายเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง สืบเนื่องจากความร่วมมือจาก 6 ประเทศ ประกอบด้วย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม จีน และไทย ได้ร่วมผนึกกำลังทางเศรษฐกิจ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวทางการค้า การลงทุนด้านอุตสาหกรรม ด้านการเกษตร และด้านการบริการ เพิ่มคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชากร

   กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก 6 ประเทศ ได้มีการกำหนด 9 เส้นทางหลักเพื่อเป็นพื้นที่พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ Greater Mekong Subregion  (GMS) โดยขบวนคาราวานรถยนต์มาสด้าจะออกโลดแล่นไปบนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ แนวตะวันออกมุ่งหน้าสู่ตะวันตก หรือที่รู้จักกันในชื่อ EAST-WEST ECONOMIC CORRIDOR เรียกว่าเส้นทาง R2 หรือ R9 เมื่ออยู่ในประเทศลาว ที่เชื่อมสองมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ จากมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันออก หรือทะเลจีนใต้ กับมหาสมุทรอินเดียตะวันตก สัมผัสขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิตความเป็นอยู่ และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม รวมไปถึงการเติบโตของสมาชิกกลุ่มประเทศอาเซียน

   คาราวานครั้งนี้เริ่มออกสตาร์ทที่ประเทศเวียดนาม โดยสื่อมวลชนกลุ่มแรกจะเริ่มต้นภารกิจด้วยการบินลัดฟ้าสู่เมืองเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ซึ่งเราร่วมเดินทางอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย เมื่อมาถึงสนามบินเมืองดานังสื่อมวลชนทุกท่านก็ได้สัมผัสกับการควบคุมฝูงรถยนต์สกายแอคทีฟในทันที โดยผมรับหน้าที่ไม้แรกในการควบมาสด้า 2 มุ่งหน้าไปยังโรงงานผลิตรถยนต์มาสด้าเมืองดานัง ซึ่งดำเนินการผลิตโดยบริษัท Thaco จากการเข้าเยี่ยมชมพบว่าโรงงานแห่งนี้จะเน้นผลิตมาสด้า 3 เป็นหลักเพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดรถยนต์เวียดนาม   เราใช้เวลาอยู่ในโรงงานพร้อมนั่งรถเยี่ยมชมไลน์ผลิตต่างๆด้วยตาเปล่าประมาณ 60 นาทีก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังโรงแรมที่พักวันแรก ณ. เมืองเว้  ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของเวียดนาม

   การควบคุม มาสด้า 2 ขุมพลังพลังเบนซิน 1.3 ลิตร SKYACTIV-G ในประเทศเวียดนามตลอดทั้งวัน จากสภาพการจราจรในเมืองที่แสนวุ่นวาย เราต้องขับชิดขวาแซงซ้ายตามกฎหมายของที่นี่ เพื่อเอาตัวรอดจากรถยนต์และมอเตอร์ไซด์ ท้องถิ่นที่ไม่ค่อยมีวินัยเท่าไหร่ เพราะเขาขับกันแบบตามสะดวกปาดซ้ายปาดขวาเปลี่ยนเลนแซกหน้ารถแบบไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแม้ว่าเราจะขับแบบขบวนคาราวานก็ตาม  เราจึงต้องเอาตัวรอดด้วยการใช้แตรดังๆขอทางตลอดเวลา รวมถึงการพึ่งพิงสมรรถนะของมาสด้า 2 อย่างเต็มที่ทั้งการออกตัวเร็วๆและการเร่งแซงโดยฉับพลันตลอดเวลา เมื่อมาถึงโรงแรมที่พักในเมืองเว้ หลังจากเซ็ท 0 มาจากสนามบินดานัง ระยะทางวันนี้เราวิ่งไปทั้งสิ้น 285.8 กม.นอกจากสมรรถนะของรถที่น่าพึ่งพอใจในทุกด้านทั้งกำลังเครื่องยนต์ที่เพียงพอและการควบคุมรถที่มั่นใจได้ สิ่งที่น่าประทับใจอีกจุด คืออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงตลอดทั้งวันด้วยการขับขี่แบบดุเดือดน้อยครั้งที่จะใช้ความเร็วคงที่ ค่าเฉลี่ยที่แสดงบนแผงหน้าปัดยังทำได้มากถึง 19.0 กม./ลิตร !!!!

   วันรุ่งขึ้นเป็นการเดินทางสบายๆบ้างเพราะผมรับหน้าที่เป็นผู้โดยสารนั่งกินลมชมวิวบน มาสด้า ซีเอ็กซ์3 มุ่งหน้าออกจากเมืองดานัง เดินทางยาวๆประมาณ 400 กม. ข้ามผ่านเข้าสู่ด่านชายแดนลาวบาวของเวียดนาม-ลาว และข้ามแม่น้ำโขงผ่านประเทศลาวด้วยสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 เข้าสู่ประเทศไทยในจังหวัดมุกดาหารพักผ่อนกัน 1คืน ก่อนขับผ่านขอนแก่น ข้ามทางเขาค้อ เพชรบูรณ์ มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางพิษณุโลก ซึ่งเป็นจังหวัดที่รัฐบาลไทยปลุกปั้นให้เป็นเส้นทางสายเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงการเดินทางจะทั่วทุกสารทิศ นั่นคือ 4 แยกอินโดจีน ด้วยตำแหน่งที่อยู่กึ่งกลางจุดตัดระหว่าง NSEC และ EWEC จึงเกิดการเชื่อมโยงเศรษฐกิจจากทั้ง 4 ทิศ ภาครัฐจึงสนับสนุนให้เกิดการลงทุน มีการจัดตั้งศูนย์บริการกระจายสินค้า และการท่องเที่ยวทางธรรมชาติสร้างรายได้ให้ครัวเรือนได้อีกด้วย

   สำหรับการเดินทางช่วงที่ 2 สื่อมวลชนกลุ่มที่สองบินมารับช่วงต่อที่พิษณุโลก ประเดิมวันแรกกับเส้นทางพิษณุโลก สู่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อข้ามแดนสู่เมืองมะละแหม่ง เมืองตากอากาศชายทะเล ประเทศพม่า ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังเมืองย่างกุ้ง เมืองหลวงประเทศพม่า ศูนย์กลางทางการค้าหลักที่สำคัญของประเทศ ก่อนจะปิดท้ายทริปด้วยบรรยากาศและความงดงามของสาวพม่า ณ “ตลาดสก๊อต” ก่อนที่จะส่งมอบพวงมาลัยต่อให้สื่อมวลชนกลุ่มสุดท้าย ที่เดินทางมาวันแรกก็มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวพม่า ที่แม้แต่คนไทยยังต้องดั้นด้นไปไหว้ขอพร เริ่มต้นที่วัดเจ๊าทัตยี พระนอนองค์ใหญ่ที่ตาหวานที่สุด, พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง และเจดีย์โบดาทาวน์ หรือ วัดเทพทันใจ หลังจากอิ่มบุญวันรุ่งขึ้นก็เริ่มภารกิจนำทัพ DNA SKYACTIV กลับสู่ประเทศไทย ผ่านด่านแม่สอด มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานครถือเป็นอันเสร็จสิ้นสุดภารกิจ บนเส้นทางประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN  2017

   สุดท้ายนี้ขอบคุณ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในการอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทางในครั้งนี้

 
 

AUTO TRAVEL : อีซูซุจัดกิจกรรมสุดพริวิเลจ เอกลักษณ์แห่งเอกสิทธิ์กับ The New Isuzu MU-X

Tuesday, 02 May 2017 13:43

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   The New Isuzu MU-X ชวนสื่อมวลชนเที่ยวแบบ วัน เดย์ ทริป ร่วมสัมผัสประสบการณ์เหนือชั้นของรถยนต์อเนกประสงค์สุดหรูที่ปรับโฉมใหม่ให้สปอร์ตทันสมัย งามสง่า หรูหรา สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นตัวตนที่แตกต่างและโดดเด่นยิ่งขึ้น ภายใต้นิยาม Signature of Privilege พร้อมกับร่วมกิจกรรมเติมเต็มความสุขให้กับเด็กด้อยโอกาส ร่วมเวิร์คช็อปถ่ายรูปอาหารสุดชิค พร้อมอิ่มอร่อยกับร้านอาหารอาหารไทยโบราณและอาหารไทยพื้นบ้าน ใหม่ล่าสุดในย่านลาดพร้าว ตามแบบฉบับกิจกรรม The New Isuzu MU-X Privileged Press Trip”

   ทริปสุดเอ็กคลูซีฟครั้งนี้กับ “The New Isuzu MU-X” รถยนต์อเนกประสงค์สุดหรู ภายใต้นิยาม Signature of Privilege เอกลักษณ์แห่งเอกสิทธิ์ เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สัมผัสสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของรถอเนกประสงค์สุดหรู “The New Isuzu MU-X” ที่มีการปรับโฉมครั้งใหญ่ สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นตัวตนที่แตกต่าง โดดเด่นเต็มตา ด้วยดีไซน์ภายนอก เท่สปอร์ต สง่างามทุกมิติ สะกดทุกสายตาด้วยกระจังหน้า และไฟหน้าดีไซน์ใหม่ ปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติ พร้อมไฟ Daylight โดดเด่นด้วยเส้นนำแสง LED Guiding Light เพิ่มลุคโฉบเฉี่ยวทันสมัยแบบรถยนต์นั่งระดับหรู กันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ พร้อมไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ แบบ Sharp Horizon เต็มอารมณ์กับประสบการณ์ใหม่แห่งการเดินทาง ด้วยบรรยากาศห้องโดยสารใหม่ ด้วย สีทูโทน Sandstone Beige ตัดด้วยสีดำเข้ม เบาะนั่งกึ่งหนังแท้ดีไซน์ใหม่ Sport Cut โอบกระชับรับกับสรีระ นุ่มนวลนั่งสบาย พร้อมผิวสัมผัสใหม่แบบ Soft Touch ในบริเวณคอนโซลหน้า แผงข้างประตู และที่พักแขน หรูหราด้วยลายไม้ Fine Walnut ที่แผงข้างประตู หัวเกียร์ และคอนโซลหน้า มาพร้อมกับสมรรถนะแห่งการขับขี่

   เริ่มต้นทริปกับ “The New Isuzu MU-X” รถยนต์อเนกประสงค์สุดหรู โดยออกเดินทางจากบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ถนนวิภาวดีรังสิต ไปสู่จุดหมายแรก ณ ร้าน “PATA Plantation” ที่ตั้งอยู่บนถนนติวานนท์ ในซอยติวานนท์-ปากเกร็ด 56 ซึ่งเป็นร้านอาหารอิตาเลียนโฮมเมดในคอนเซ็ปท์ Family Dining ที่ทุกเมนูผ่านการคิดค้นและควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอนเสมือนทำอาหารให้คนในครอบครัวรับประทาน เพื่อเวิร์คช็อปถ่ายภาพอาหารสุดชิค โดยใช้สมาร์ทโฟน กับคุณมด-มนัญญา ช่างภาพ Packshot Food ที่โด่งดั่งจากนิตยสารแฟชั่นชื่อดัง เพื่อให้ทั้งช่างภาพมือใหม่ มือสมัครเล่น รวมถึงมืออาชีพที่ถนัดในการถ่ายภาพแนวอื่นได้เข้าใจหลักการถ่ายภาพอาหารขั้นพื้นฐาน เพื่อจะได้ “แชะ แอนด์ แชร์” ภาพอาหารจานโปรดลงบนโซเชียลได้อย่างสวยงาม

   จากนั้นคณะสื่อมวลชนได้เดินทางสู่จุดหมายต่อไปยัง สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้าน    ปากเกร็ด ในสังกัดกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมีภารกิจในการส่งเสริมให้การคุ้มครองดูแลสวัสดิภาพ และให้การช่วยเหลือเด็กในระยะยาว ระหว่างการเข้ารับอุปการะ โดยจัดบริการสวัสดิการสังคม บริการด้านปัจจัย 4 การดูแลเรื่องสุขภาพ การรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วย และการศึกษา โดยให้การอุปการะเฉพาะเด็กชายอายุระหว่าง 7-18 ปี ที่ถูกทอดทิ้ง กำพร้า หรือครอบครัวไม่สามารถให้การเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม และครอบครัวมีฐานะยากจน โดยอีซูซุ และคณะสื่อมวลชนยังได้ร่วมบริจาคเงิน และสิ่งของสำหรับอุปโภคบริโภคโดยมีนายสุรศักดิ์ ก้อนใส เจ้าพนักงานพัฒนาสังคม ชำนาญงาน สถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านปากเกร็ด เป็นตัวแทนรับมอบ

   ปิดท้ายด้วยการขับ “The New Isuzu MU-X” เพื่อไปรับประทานอาหารค่ำด้วยอาหารเลิศรส ณ ร้าน “เขียวไข่กา” ร้านอาหารไทยชื่อสะดุดหู ตั้งอยู่บนถนนนาคนิวาส ย่านลาดพร้าว ภายนอกร้านตกแต่งในบรรยากาศโมเดิร์น สไตล์ Glass House ท่ามกลางความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ ที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ ภายในร้านโดดเด่นด้วยผนังเพ้นท์ลายต้นไม้สุดอาร์ทด้วยการใช้ “สีเขียวศิลาดล” ซึ่งเป็นเฉดสีเขียวปนสีครามอ่อน ที่สื่อถึงชื่อร้าน “เขียวไข่กา” ให้สื่อมวลชนได้อิ่มอร่อยกับอาหารไทยโบราณ และอาหารไทยพื้นถิ่นที่หารับประทานยาก กับเมนูแนะนำ อาทิ แกงรัญจวน แสร้งว่ากุ้ง-ปลาดุกฟู เสือร้องไห้ และผัดพริกขิงหมูกรอบ เป็นการปิดท้ายอีกหนึ่งวันที่สุดแสนพิเศษ สำหรับทุกคนที่ได้มาร่วมทริป

   “The New Isuzu MU-X Privileged Press Trip” จบลงด้วยความประทับใจผ่านกิจกรรมสุดพิเศษที่อีซูซุได้คัดสรรมามอบให้สื่อมวลชน พร้อมสัมผัสกับสมรรถนะของรถยนต์อเนกประสงค์สุดหรู “The New Isuzu MU-X” และการเดินทางในแบบไลฟ์สไตล์ทริป ภายใต้นิยาม “Signature of Privilege” เอกลักษณ์แห่งเอกสิทธิ์ โดดเด่นด้วยนวัตกรรมแห่งขุมพลัง 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เทคโนโลยีดีเซลยุคใหม่ พลังแห่งความแรงเต็มประสิทธิภาพ แต่ประหยัดน้ำมัน ทำงานเงียบ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอบรับไลฟ์สไตล์อีกระดับที่สะดวกสบายสมบูรณ์แบบในทุกด้านอย่างแท้จริง

 
 

More Articles...

Page 1 of 3

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )