Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

AUTO TRAVEL

AUTO TRAVEL : ฮอนด้า พาลูกค้าและสื่อมวลชน สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ของ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ บนเส้นทางสู่อารยธรรมแห่งลุ่มน้ำโขง “ไทย-กัมพูชา-ลาว” ในกิจกรรม “CR-V Reach Out ก้าวออกไป…ให้ไกลกว่าจินตนาการ”

Wednesday, 07 February 2018 17:48

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรมท่องเที่ยวสุดพิเศษตอบแทนความไว้วางใจของลูกค้าเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ CR-V Reach Out ก้าวออกไป…ให้ไกลกว่าจินตนาการ”
พาลูกค้าและสื่อมวลชน ร่วมสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ของ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ และเสน่ห์ของอารยธรรม
ลุ่มแม่น้ำโขง ผ่านเส้นทางของ 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวรวมระยะทางกว่า 1,200 กิโลเมตร ระหว่างวันที่ 24- 28 มกราคม ที่ผ่านมา

   การเดินทางในครั้งนี้ เริ่มต้นที่กรุงเทพฯ สู่จุดหมายแรกที่จังหวัดสระแก้ว ก่อนที่จะข้ามพรมแดนไทยสู่ประเทศกัมพูชา เพื่อชมความงามของวัฒนธรรมขอมโบราณ ซึ่งเป็นมรดกโลกที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ได้แก่ ปราสาทนครวัด ปราสาทนครธม และพีระมิดขอมเกาะแกร์ จากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อชมธรรมชาติที่สวยงาม ได้แก่ น้ำตกคอนพะเพ็ง ปราสาทหินวัดพู ไร่กาแฟปากซองไฮแลนด์ น้ำตกตาดเยือง และน้ำตกตาดฟาน ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย ผ่านทางด่านชายแดนสปป.ลาว-ไทย
ช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี

   นอกจากความสนุกสนานที่ลูกค้าและสื่อมวลชนได้รับจากกิจกรรมนี้ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ยังพิสูจน์ให้เห็นถึงสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมของทั้งรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร i-DTEC DIESEL TURBO และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC ทั้งยังพร้อมตอบสนองการใช้งานอเนกประสงค์อย่างแท้จริง นับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ใหม่ที่ช่วยยืนยันได้ว่าความสวยงามของธรรมชาติและอารยธรรมของลุ่มแม่น้ำโขงนั้นมีมากมายเกินกว่าที่จินตนาการของเราจะสามารถอธิบายได้ เพียงแค่กล้าที่จะก้าวออกไปสัมผัสด้วยตัวคุณเอง

 
 

AUTO TRAVEL : อีซูซุเชื่อมั่นใน “พลังดี...เปลี่ยนโลก” มอบรถ “อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส 4x4” สนับสนุน การทำงานของทีมแพทย์ โรงพยาบาลแม่ระมาด จ.ตาก

Tuesday, 16 January 2018 15:49

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด สานต่อโครงการ “คาราวานพลังดี...เปลี่ยนโลก” นำเครือข่าย  ผู้จำหน่ายอีซูซุพร้อมขบวนรถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส 4x4”รวม 10คัน ลงพื้นที่ให้กำลังใจและสนับสนุนการทำงานของ “หมอใหญ่...แห่งพงไพร” ผ่านเหล่าตัวแทนแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ที่อุทิศตนเดินป่ารักษาชาวบ้านมากว่า 30 ปีอย่างไม่ย่อท้อ เพื่อให้ชาวบ้านทุกคนได้เข้าถึงการรักษาและมีสุขภาพที่ดี ตอกย้ำความเชื่อมั่นของอีซูซุที่ว่า... ไม่มีที่ใด ที่พลังความดีไปไม่ถึง

   กลุ่มตรีเพชร โดย คุณวิชัย สินอนันพัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัดเผยว่า “โครงการคาราวานอีซูซุ วี-ครอส 4×4 “พลังดี…เปลี่ยนโลก” เกิดขึ้นจากความร่วมมืออันดียิ่งระหว่าง บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด สมาชิกชมรมผู้จำหน่ายอีซูซุรุ่นใหม่ และผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศที่เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสนับสนุนพันธกิจเพื่อสังคมของกลุ่มบุคคล หรือหน่วยงานที่อุทิศตนทำคุณประโยชน์เพื่อมวลชนที่ขาดแคลนแม้แต่ปัจจัยหลักในการดำเนินชีวิต  และอยู่ในพื้นที่ที่ยากกว่าที่บุคคลทั่วไปจะเดินทางเข้าไปถึง พร้อมร่วมเป็นพลังสะท้อนเสียงแห่งการรับรู้ในการทำความดีของหน่วยงานนั้นๆ แก่สังคมไทย ซึ่งการเดินทางครั้งล่าสุดได้จัดคาราวานลงพื้นที่ในจังหวัดตาก เพื่อมอบรถ “อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส 3.0 ดีดีไอ  บลูเพาเวอร์”4 ประตู จำนวน 1คัน พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นและเงินสมทบกิจกรรมสาธารณประโยชน์แก่โรงพยาบาลแม่ระมาด และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลบ้านคำหวัน จังหวัดตาก มูลค่ารวมกว่า 2,000,000 บาทพร้อมส่งมอบกล่องยาสามัญประจำบ้านเพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บป่วยเบื้องต้นในยามจำเป็น  โดยหวังว่าน้ำใจส่วนนี้จะสามารถขับเคลื่อนพลังแห่งการเสียสละอันยิ่งใหญ่ให้คงอยู่และเจริญงอกงามต่อไปในอนาคต”

  “คาราวานพลังดี...เปลี่ยนโลก” ได้ดำเนินการมาแล้วในหลายพื้นที่ เช่น โรงเรียนบ้านแม่สะเต อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่  พื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ในจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดสุราษฎร์ธานี  และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทิไล่ป้า อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี  ล่าสุดได้ลงพื้นที่ในจังหวัดตาก ด้วยความศรัทธาในการอุทิศตนของเหล่าแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข  นำโดยนายแพทย์  จิรพงศ์ อุทัยศิลป์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่ระมาด จังหวัดตาก  ที่นำทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่จำกัดเข้าไปรักษาชาวบ้านในถิ่นทุรกันดารมากว่า 30 ปี  บางพื้นที่ต้องเดินเท้านานกว่า 6 ชั่วโมง เพื่อให้ชาวบ้านทุกคนได้เข้าถึงการรักษาและมีสุขภาพที่ดี  โดยไม่ย่อท้อที่จะฝ่าฟันไปให้ถึงคนที่ต้องการความช่วยเหลือ

   “เพราะทุกวันที่ทำงานก็เหมือนได้รับรางวัลชีวิต  การได้เห็นผู้คนหายจากการเจ็บป่วย เป็นรางวัลที่มีค่ากว่ารางวัลใดๆ”  คำพูดจากนายแพทย์จิรพงศ์ หมอใหญ่...แห่งพงไพร ผู้ซึ่งปฏิเสธการรับรางวัลทุกประเภท   อีซูซุขอร่วมเป็นพลังสะท้อนเสียงแห่งการรับรู้ในการทำความดีของเหล่าแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข  ผู้อุทิศตนเกือบทั้งชีวิตเพื่อต่อลมหายใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกลความเจริญทั่วประเทศไทย ผ่านภาพยนตร์สั้นทางโซเซียลเน็ตเวิร์ค ชุด ตาล่าผาโด้! ตาล่าผาโด้! หมอใหญ่...แห่งพงไพรซึ่งทุกท่านสามารถติดตามเรื่องราวความดีครั้งนี้ ได้ที่ https://youtu.be/bqIFHNewj8Eหรือ www.isuzu-tis.comตั้งแต่วันศุกร์ที่12 มกราคม ศกนี้ เป็นต้นไป

 
 

AUTO TRAVEL : ฟอร์ด จัดกิจกรรม “Extraordinary Adventure กับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์” พาสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งลาวใต้และแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสุดอันซีน

Thursday, 04 January 2018 18:02

 

 

 

 

 

 

 

 

   ฟอร์ด ประเทศไทย จัดทริปสุดพิเศษมอบความประทับใจแห่งปี กับกิจกรรม Extraordinary Adventure กับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ณ ประเทศลาวทางตอนใต้นำคณะสื่อมวลชนออกเดินทางไปกับรถเอสยูวีสมรรถนะสูงที่ได้รับการออกแบบและสร้างมาเพื่อเป็นที่หนึ่ง ด้วยเทคโนโลยีที่ตอบสนองต่อการขับขี่แบบออฟโรดอย่างครบครัน เพื่อมอบความมั่นใจและปลอดภัยสูงสุดในทุกสภาพเส้นทาง

   หลังจากนั่งเครื่องลัดฟ้ายามเช้าตรู่จากกรุงเทพฯ สู่อุบลราชธานี จังหวัดที่ได้ชื่อว่าเป็นราชธานีแห่งแดนอีสาน ขบวนคาราวานฟอร์ด เอเวอเรสต์ ได้เดินทางเข้าเมืองปากเซ ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองช่องเม็ก ก่อนมุ่งหน้าไปยังสถานที่ไฮไลท์แห่งแรกของทริป คือ น้ำตกแซปองไล โดยคณะสื่อมวลชนได้ชื่นชมความงามของธรรมชาติบนป่าเขาอันแสนเขียวชอุ่มตลอดเส้นทาง

   ตลอดเส้นทางคณะสื่อมวลชนได้ร่วมพิสูจน์สุดยอดสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดของฟอร์ด เอเวอเรสต์ จากเส้นทางอันแสนท้าทายในการข้ามลำธารถึง 3 แห่ง โดยฟอร์ด เอเวอเรสต์ ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะด้านการขับขี่อันทรงประสิทธิภาพตามเอกลักษณ์ของฟอร์ด ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลดูราทอร์ค ทีดีซีไอ วีจี เทอร์โบ  (Duratorq TDCi VG Turbo) ขนาด 3.2 ลิตร แบบ 5 สูบ ซึ่งให้กำลังสูงสุดถึง 200 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดถึง 470 นิวตันเมตร ที่มาพร้อมระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อ อัจฉริยะ Terrain Management (i4WD with Terrain Management System – i4WD TMS) ซึ่งผู้ขับขี่สามารถปรับรูปโหมดการขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นการขับลุยโคลน พื้นทราย หินกรวดขรุขระ รวมถึงการลุยน้ำข้ามลำธาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนให้ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะบนพื้นผิวถนนที่ขรุขระ ด้วยระบบล็อคเฟืองท้ายแบบ Electronic Locking Rear Differential (LRD) ประกอบกับความสูงจากพื้นรถถึง 225 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์ระดับเดียวกัน และความสามารถในการลุยน้ำที่ความลึกสูงสุดที่ 800 มิลลิเมตร ฟอร์ด เอเวอเรสต์ จึงสามารถเอาชนะเส้นทางสุดท้าทายนี้ไปได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย

   ต่อมา ขบวนคาราวานฟอร์ด เอเวอเรสต์ เดินทางถึงน้ำตกแซปองไล น้ำตกอันซีนสุดตระการตาแห่งใหม่ในลาว ขณะที่แสงยามเย็นของดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจึงได้มีโอกาสชื่นชมความยิ่งใหญ่ของน้ำตกและความงามของแสงที่ส่องกระทบกับละอองน้ำก่อให้เกิดรุ้งกินน้ำสวยงามสะกดทุกสายตา สมาชิกคาราวานได้อิ่มเอมกับบรรยากาศแคมปิ้งที่ห้อมล้อมด้วยธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์ ก่อนเข้าพักในเต็นท์เพื่อเตรียมตัวสำหรับการผจญภัยในวันถัดไป

   ในวันที่สอง คณะสื่อมวลชนออกเดินทางไปยังน้ำตกแซพระ น้ำตกเลื่องชื่ออีกแห่งหนึ่งที่สวยงามไม่แพ้กัน แล้วจึงมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนสมบูนไชย ดอนโขง เพื่อมอบสิ่งของที่จำเป็นให้กับเด็กนักเรียนในพื้นที่ พร้อมทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกับชุมชนและเด็กนักเรียน

   จากนั้น ขบวนคาราวานฟอร์ด เอเวอเรสต์ เคลื่อนผ่านเนินเขาและเส้นทางคดเคี้ยวที่มีจุดหมายปลายทางเป็นน้ำตกที่สวยงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศลาวทางตอนใต้ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับเส้นทางลาดชันและโค้งจำนวนมาก ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ยังคงสามารถฝ่าฝันทุกสภาพเส้นทางได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยีที่ตอบสนองต่อการขับขี่แบบออฟโรดอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น  ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา (Hill Descent Control) ที่ช่วยควบคุมการขับลงเขาที่เสริมแรงเบรกในระดับความเร็วต่อเนื่อง และระบบช่วยการออกตัวขณะจอดรถบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่ขับรถและเผชิญกับสถานการณ์บนทางลาดชันได้อย่างมั่นใจ

   สถานที่อันซีนแห่งสุดท้ายของวันที่สอง คือ น้ำตกตาดฟาน น้ำตกสูงใหญ่สองสายที่ไหลขนานลงสู่หน้าผาสูงกว่า 100 เมตร รายล้อมด้วยต้นไม้สีเขียวชอุ่มนานาพรรณในบริเวณอุทยานแห่งชาติดงหัวสาวแถบที่ราบสูงโบโลเวน เมืองจำปาสัก ป่าแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าสายพันธุ์อนุรักษ์จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น เสือดาว เสือโคร่ง ช้างป่า ลิง และนกกว่า 300 สายพันธุ์ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมซิปไลน์ (Zip Line) หรือ โหนสลิงจิบกาแฟ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยท้าทายในแบบเอ็กซ์ตรีม ที่มอบความตื่นเต้นประทับใจเสมือนได้เป็นนกบินอยู่เหนือผืนป่าอันกว้างใหญ่

   หลังจากนั้น คณะสื่อมวลชนได้แวะเยี่ยมชมวิถีชีวิตชนเผ่าตะโอย” ซึ่งเป็นหมู่บ้านชนเผ่าที่อาศัยอยู่อย่างเรียบง่ายบริเวณใกล้เชิงเขาท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม ชาวตะโอยมีวิถีชีวิตที่น่าสนใจ ด้วยจารีตประเพณีการบูชาเจ้าอย่างเคร่งครัดและวัฒนธรรมอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยชาวบ้านนิยมปลูกไม้อุตสาหกรรม ไม้ผล กาแฟ และเลี้ยงสัตว์ใหญ่ รวมถึงงานหัตถกรรมและงานผ้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตลาดเวียงจันทน์

   เช้าวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ขบวนคาราวานฟอร์ด เอเวอเรสต์ ปิดท้ายกิจกรรมด้วยการแวะเยี่ยมชมปราสาทหินวัดพูหรือที่ชาวลาวนิยมเรียกกันว่า ภูเกล้า โบราณสถานสำคัญของประเทศลาว ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์กร UNESCO ให้เป็นมรดกโลกในปี 2544 โดยปราสาทหินวัดพูแห่งนี้ มีอายุมากกว่าหนึ่งพันปีและมีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบเขมร สร้างขึ้นจากหินทรายและอิฐ ทั้งยังเคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงแหล่งอารยธรรมโบราณยาวนานถึง 3 สมัย ได้แก่ อาณาจักรเจนละ อาณาจักรขอม และอาณาจักรล้านช้าง

   “ทุกเส้นทางและสถานที่ทางธรรมชาติต่างๆ ตลอดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นเส้นทางพิเศษที่ฟอร์ดได้คัดสรรมาเป็นอย่างดี เพื่อมอบประสบการณ์ความประทับใจที่ไม่สามารถหาได้จากที่อื่น ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์คุณภาพระดับโลก ฟอร์ดให้ความสำคัญกับการนำเสนอรถยนต์สมรรถนะสูง อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ตอบสนองต่อการขับขี่ในทุกรูปแบบบนทุกสภาพเส้นทาง เพื่อมอบความมั่นใจและปลอดภัยสูงสุดตลอดทุกการเดินทาง” นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

   “ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ถือเป็นรถเอสยูวีสมรรถนะสูงที่สร้างมาเพื่อเป็นที่หนึ่ง และความภาคภูมิใจของเราที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถลุยไปได้ในทุกเส้นทาง เปิดโลกแห่งการผจญภัยไร้พรหมแดน และตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ที่ไร้ขีดจำกัดได้อย่างแท้จริง” นางสาวศุภรางศุ์ กล่าวเสริม

 
 

AUTO TRAVEL : ฟอร์ด เรนเจอร์ พาท่องเที่ยววิถีชุมชนจังหวัดนครราชสีมา พร้อมร่วมกิจกรรมจิตอาสา และอบรม “ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย”

Thursday, 23 November 2017 14:44

 

 

 

 

 

 

 

   ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมกับ ฟอร์ด เอกสห กรุ๊ป โคราช จัดทริป “ฟอร์ด...เกิดมาแกร่ง”2 วัน 1 คืน ให้สื่อมวลชนในจังหวัดนครราชสีมาได้ร่วมเดินทางไปกับรถกระบะพันธุ์แกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ ในเส้นทางท่องเที่ยววิถีชุมชน พร้อมร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม ทั้งการช่วยเหลือสัตว์ป่า และอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของไทย ตลอดจนการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการขับขี่อย่างปลอดภัย เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

   ฟอร์ดได้นำคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมออกเดินทางจากโชว์รูมและศูนย์บริการ ฟอร์ด เอกสหกรุ๊ป โคราช-จอหอมุ่งหน้าสู่ชุมชนบ้านจะโปะ ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย เพื่อศึกษาวิถีชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่น ของหมู่บ้านหัตถกรรมผ้าไหมอันเลื่องชื่อของไทย ที่มีประวัติมายาวนานกว่า 240 ปี มีชื่อเสียงด้านการย้อมสีผ้าด้วยวัสดุธรรมชาติ มีลายผ้าเป็นเอกลักษณ์ และมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น คือ “มัน เงา งาม”รวมถึงผ้าไหมมัดหมี่ของกลุ่มไหมทองสุรนารีที่ไปสร้างชื่อไกลถึงต่างแดนบนพรมแดงเมืองคานส์ โดยสื่อมวลชนได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับการสืบสานและอนุรักษ์กระบวนการทอผ้าไหมที่สืบสานจากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงปัจจุบัน ทั้ง การคัดเส้นไหม สาวไหม เก็บตะกอ รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ด้วยการยกระดับมาตรฐานสู่สากล

   จากนั้นคณะออกเดินทางไปรับประทานอาหารกลางวัน ที่ร้านก้ามทอง อีกหนึ่งร้านอาหารชื่อดังประจำจังหวัด ก่อนออกเดินทางไปเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในพื้นที่วังน้ำเขียว ซึ่งเป็นผืนป่าอนุรักษ์ที่มีกระทิงอยู่เป็นฝูงใหญ่ ซึ่งคณะสื่อมวลชนนอกจากจะได้มาชมความเป็นอยู่ของฝูงกระทิงในบรรยากาศธรรมชาติที่งดงามแล้ว ยังได้ร่วมกิจกรรมทำโป่งเทียมให้สัตว์ป่าและกระทิง เพื่อเป็นแหล่งอาหารในพื้นที่ และเป็นการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ให้คงความอุดมสมบูรณ์

   นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทยกล่าวว่า “ฟอร์ดมีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในเส้นทางการท่องเที่ยวแบบวิถีชุมชนของจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งการเดินทางไปชมเส้นทางอนุรักษ์ธรรมชาติ และภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนทำกิจกรรมเพื่อสังคมนั้น ต้องเผชิญกับเส้นทางอันยากลำบาก แต่ฟอร์ด เรนเจอร์ ก็ได้นำสื่อมวลชนผ่านทุกอุปสรรคการเดินทางอย่างง่ายดายและปลอดภัยด้วยขุมพลังเปี่ยมสมรรถนะ ผนวกกับเทคโนโลยีอันชาญฉลาดที่ตอบสนองต่อการขับขี่แบบออฟโรด อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา (Hill Descent Control) โหมดการตั้งค่าแบบอัตราทดสูง (4x4 Low) และระบบล็อคเฟืองท้ายแบบ Electronic Locking Rear Differential (LRD)ที่ช่วยเพิ่มพลังการขับเคลื่อนให้ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะบนพื้นผิวถนนที่ขรุขระ และทางบุกป่าฝ่าเขาที่สมบุกสมบัน และความแกร่งด้านสมรรถนะการบรรทุกของฟอร์ด เรนเจอร์ ด้วยกระบะขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับการบรรทุกได้มากและรับน้ำหนักได้สูงถึง 1.3 ตัน”

   ตลอดการเดินทางทั้ง 2วัน คณะสื่อมวลชนยังได้ใช้เทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะมากมายที่ติดตั้งมากับรถฟอร์ด เรนเจอร์ อาทิ ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ ระบบการเตือนการชนด้านหน้า ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง และระบบแจ้งเตือนการขับขี่ ซึ่งได้รับการคิดค้นและพัฒนาขึ้น เพื่อมอบความปลอดภัยสูงสุดและความอุ่นใจในทุกเส้นทางการเดินทาง

   “ในฐานะบริษัทผลิตรถยนต์มาตรฐานระดับโลก ฟอร์ดให้ความสำคัญกับกิจกรรมจิตอาสา เพื่อตอบแทนสิ่งดีๆ คืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการรณรงค์สร้างการรับรู้และจิตสำนึกด้านการขับขี่ปลอดภัยในโครงการฝึกอบรม Ford Driving Skills for Life(DSFL)หรือ “ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย” ที่ฟอร์ดได้ทำต่อเนื่องมาเป็นเวลา 10 ปี โดยฟอร์ดมุ่งหวังที่จะช่วยป้องกันและลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุโดยรวมบนท้องถนน” นางสาวศุภรางศุ์ กล่าวเสริม

   กิจกรรมฝึกอบรม Ford Driving Skills for Life(DSFL)หรือ  “ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย” เป็นโครงการเพื่อสังคมของฟอร์ดที่จัดขึ้นทั่วโลก โดยในปีนี้ถือเป็นการฉลองครบรอบ 10ปี ของโครงการดังกล่าวในประเทศไทย ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างได้เรียนรู้เทคนิคการขับรถยนต์อย่างถูกต้องทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ อาทิ ท่านั่งในการขับรถและวิธีการจับพวงมาลัยอย่างถูกต้อง การควบคุมรถขณะเกิดเหตุฉุกเฉิน และเกร็ดความรู้การขับขี่อย่างปลอดภัยอื่นๆ  อีกมากมาย

 
 

AUTO TRAVEL : ฟอร์ด เรนเจอร์ พาท่องเที่ยววิถีชุมชนจังหวัดสงขลา พร้อมร่วมกิจกรรมจิตอาสา และอบรม “ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย”

Monday, 20 November 2017 16:35

 

 

 

 

 

 

   ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมกับ ฟอร์ด พี วี เค หาดใหญ่จัดทริป ฟอร์ด...เกิดมาแกร่ง2 วัน 1 คืน ให้สื่อมวลชนในจังหวัดสงขลาได้ร่วมเดินทางไปกับรถกระบะพันธุ์แกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ ในเส้นทางท่องเที่ยวแบบวิถีชุมชน พร้อมร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม ณ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสื่อมวลชนกีฬา ตลอดจนการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการขับขี่อย่างปลอดภัย เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

   ฟอร์ดได้นำคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมออกเดินทางจากโชว์รูมและศูนย์บริการ ฟอร์ด พี วี เค หาดใหญ่มุ่งหน้าสู่ชุมชนบ้านควนเสม็ด ในอำเภอสะเดา เพื่อศึกษาวิถีชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยสื่อมวลชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการสืบสานและอนุรักษ์การทำข้าวหลามชักพรุด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่สืบทอดกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ 5 รุ่น ยาวนานกว่า 200 ปี ซึ่งจะมีการทำข้าวหลามชักพรุดที่จัดขึ้นในงานประเพณีสวดบ้านเพียงปีละครั้ง ซึ่งจะมีวิธีการทำที่แตกต่างจากข้าวเหนียวหลามทั่วๆไป โดยจุดเด่นของข้าวหลามชัดพรุด อยู่ที่การใช้ไม้ไผ่บางมาเป็นกระบอกข้าวหลามและใช้ใบยี่เร็ดผ่าครึ่งมาม้วนกับไม้ไผ่ ใส่ข้าวเหนียว และน้ำกะทิลงไป แล้วนำไปย่างไฟ ซึ่งที่มาของชื่อข้าวหลามชักพรุด คือ เพียงแค่ดึงก้านใบยี่เร็ดออกมาข้าวเหนียวก็จะหลุดออกมาจากกระบอกไม้ไผ่อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องผ่า หรือทุบกระบอกไม้ไผ่

   จากนั้นคณะออกเดินทางไปรับประทานอาหารกลางวัน ที่ร้านกู๊ดวิว อีกหนึ่งร้านอาหารชื่อดังประจำบ้านด่านนอก อำเภอสะเดา บริเวณตะเข็บชายอดนไทย-มาเลเซีย ที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติ และทิวทัศน์ที่งดงาม ก่อนออกเดินทางไปโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสื่อมวลชนกีฬา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เพื่อเพื่อมอบหน้าดินและกล้าพืชผักเพื่อการเพาะปลูก พร้อมทำกิจกรรมเพื่อสังคม ร่วมกับครู นักเรียน และชุมชน ปลูกพันธุ์ไม้ พืชผักสวนครัว เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบริเวณโรงเรียนและให้เป็นแหล่งเรียนรู้ สำหรับนักเรียน ทั้งนำไปใช้ได้ประโยชน์ในโครงการอาหารกลางวัน

   จากนั้นคณะสื่อมวลชนเดินทางไปพิชิต 13คลอง สะเดา อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง เส้นทางอันซีนของสงขลา เพื่อชมความงดงามของธรรมชาติบนเส้นทางออฟโรด ข้ามสายน้ำ 13 สาย ที่มีทั้งความท้าทาย และสมบุกสมบัน เพื่อพิสูจน์ถึงความแกร่งของเรนเจอร์สำหรับทุกเส้นทางการขับขี่ แม้ว่าต้องเผชิญกับเส้นทางอันแสนคดเคี้ยวและสภาพพื้นถนนที่ยากลำบาก ฟอร์ด เรนเจอร์ ได้พาคณะสื่อมวลชนเอาชนะทุกอุปสรรคการเดินทางอย่างง่ายดายและปลอดภัยด้วยขุมพลังเปี่ยมสมรรถนะจากเครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์ค ทีดีซีไอ วีจี เทอร์โบ ขนาด 3.2ลิตร ที่ให้พละกำลังสูงสุดถึง 200แรงม้า และมอบแรงบิดสูงสุดถึง 470นิวตันเมตร ผนวกกับเทคโนโลยีอันชาญฉลาดที่ตอบสนองต่อการขับขี่แบบออฟโรด อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา (Hill Descent Control) โหมดการตั้งค่าแบบอัตราทดสูง (4x4 Low) และระบบล็อคเฟืองท้ายแบบ Electronic Locking Rear Differential (LRD)ที่ช่วยเพิ่มพลังการขับเคลื่อนให้ดียิ่งขึ้นโดยเฉพาะบนพื้นผิวถนนที่ขรุขระ และด้วยความสามารถในการลุยน้ำลึกสูงสุดถึง 800มิลลิเมตร พร้อมการออกแบบช่วงล่างและด้านหน้าให้สามารถกระจายแรงดันจากน้ำได้เป็นอย่างดี ฟอร์ด เรนเจอร์ จึงสามารถพาผู้ขับขี่ผจญภัยไปบนทุกเส้นทางหฤโหดได้

   นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทยกล่าวว่า “ฟอร์ดมีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในเส้นทางการท่องเที่ยวแบบวิถีชุมชนของจังหวัดสงขลาในครั้งนี้ ซึ่งการเดินทางไปชมเส้นทางธรรมชาติแบบอันซีน ร่วมกิจกรรมอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนทำกิจกรรมเพื่อสังคมให้กับโรงเรียนนั้น ต้องผ่านเส้นทางที่มีความท้าทาย สมบุกสมบัน เราจึงได้นำรถกระบะพันธุ์แกร่งอย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ ซึ่งมาพร้อมเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง และเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะมาเป็นพาหนะในการเดินทาง ซึ่งสามารถฝ่าฟันทุกเส้นทางการขับขี่ทั้งทางเรียบและออฟโรด ทั้งถนนลูกรังขรุขระ และทางบุกป่าฝ่าเขาที่สมบุกสมบัน และความแกร่งด้านสมรรถนะการบรรทุกของฟอร์ด เรนเจอร์ ด้วยกระบะขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับการบรรทุกได้มากและรับน้ำหนักได้สูงถึง 1.3 ตัน”

   ตลอดระยะทางกว่า 270กิโลเมตร ระหว่างกิจกรรมทั้ง 2วัน คณะสื่อมวลชนยังได้ใช้เทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะมากมายที่ติดตั้งมากับรถฟอร์ด เรนเจอร์ อาทิ ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ ระบบการเตือนการชนด้านหน้า ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง และระบบแจ้งเตือนการขับขี่ ซึ่งได้รับการคิดค้นและพัฒนาขึ้น เพื่อมอบความปลอดภัยสูงสุดและความอุ่นใจในทุกเส้นทางการเดินทาง

   “ในฐานะบริษัทผลิตรถยนต์มาตรฐานระดับโลก ฟอร์ดให้ความสำคัญกับกิจกรรมจิตอาสา เพื่อตอบแทนสิ่งดีๆ คืนสู่สังคมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการรณรงค์สร้างการรับรู้และจิตสำนึกด้านการขับขี่ปลอดภัยในโครงการฝึกอบรม Ford Driving Skills for Life(DSFL)หรือ  ที่ฟอร์ดได้ทำต่อเนื่องมาเป็นเวลา 10 ปี โดยฟอร์ดมุ่งหวังที่จะช่วยป้องกันและลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุโดยรวมบนท้องถนน” นางสาวศุภรางศุ์ กล่าวเสริม

   กิจกรรมฝึกอบรม Ford Driving Skills for Life(DSFL) หรือ  “ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย” เป็นโครงการเพื่อสังคมของฟอร์ดที่จัดขึ้นทั่วโลก โดยในปีนี้ถือเป็นการฉลองครบรอบ 10ปี ของโครงการดังกล่าวในประเทศไทย ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างได้เรียนรู้เทคนิคการขับรถยนต์อย่างถูกต้องทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ อาทิ ท่านั่งในการขับรถและวิธีการจับพวงมาลัยอย่างถูกต้อง การควบคุมรถขณะเกิดเหตุฉุกเฉิน และเกร็ดความรู้การขับขี่อย่างปลอดภัยอื่นๆ  อีกมากมาย

 
 

AUTO TRAVEL : ฮอนด้า ชวนลูกค้าซีอาร์-วี ใหม่ เที่ยวกัมพูชาและลาวใต้แบบเอ็กซ์คลูซีฟ กับทริป “CR-V Reach Out ก้าวออกไป...ให้ไกลกว่าจินตนาการ”

Tuesday, 14 November 2017 14:17

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เชิญชวนลูกค้าเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่เปิดประสบการณ์การขับขี่บนเส้นทางประเทศกัมพูชาและลาวใต้แบบเอ็กซ์คลูซีฟกับทริป CR-V Reach Out ก้าวออกไป...ให้ไกลกว่าจินตนาการ” ร่วมสัมผัสอารยธรรมแห่งลุ่มแม่น้ำโขงที่นครวัด เมืองมรดกโลกแห่งความศรัทธา ตื่นตากับความมหัศจรรย์ของน้ำตกคอนพะเพ็ง พร้อมกิจกรรมให้ร่วมสนุกตลอดการเดินทาง 5 วัน 4 คืน เพียงสมัครร่วมกิจกรรมโดยส่งภาพของคุณกับฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ พร้อมบรรยายความประทับใจ ตั้งแต่วันนี้ – 5 ธันวาคม 2560 ที่ www.honda.co.th/crvreachout โดยจะประกาศผล 10 รายชื่อผู้โชคดี ในวันที่ 12 ธันวาคม 2560 ผ่านทางเว็บไซต์ ลูกค้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ www.honda.co.th/crvreachout

 
 

AUTO TRAVEL : ฮอนด้าชวนสื่อมวลชนสัมผัสประสบการณ์สุดชิค ไปกับยนตรกรรมอเนกประสงค์ 3 รุ่น ณ สวนน้ำแห่งใหม่ของหัวหิน

Monday, 23 March 2015 13:47

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด นำสื่อมวลชนกว่า 30 คน ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดชิคไปกับยนตรกรรมอเนกประสงค์ 3 รุ่น ได้แก่ ฮอนด้า เอชอาร์-วี รุ่น EL, ซีอาร์-วี รุ่น 2.4EL 4WD และโมบิลิโอทั้งรุ่น S เบาะนั่งแบบ 2 แถวและรุ่น RS เบาะนั่งแบบ 3 แถว ณ สวนน้ำ วานา นาวา หัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

   ฮอนด้า เอชอาร์-วี, ซีอาร์-วี และโมบิลิโอ เป็นยนตรกรรมอเนกประสงค์ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่มีการใช้ชีวิตที่หลากหลาย ทั้งการใช้งานเพื่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน และเพื่อการท่องเที่ยวพักผ่อนแบบครอบครัวในวันหยุด โดยฮอนด้า เอชอาร์-วี มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว 141 แรงม้า ส่วนฮอนด้า ซีอาร์-วี ก็มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ขนาด 2.4 ลิตร DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว  และฮอนด้า โมบิลิโอ ยนตรกรรมอเนกประสงค์อีกรุ่นหนึ่งที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะของเครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร 120 แรงม้า ซึ่งทั้ง 3 รุ่นนี้เป็นระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาขึ้นภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม มีรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย ภายในห้องโดยสารยังได้รับการออกแบบให้มีความหรูหรา กว้างขวาง ให้ความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง นอกจากนี้ ยนตรกรรมทุกรุ่นยังสามารถปรับพับเบาะที่นั่งด้านหลังเพื่อใช้เป็นพื้นที่บรรทุกสัมภาระ หรือใส่อุปกรณ์ต่างๆ อาทิ จักรยาน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว

   กิจกรรมสุดชิคก่อนการเดินทางไปกับยนตรกรรมอเนกประสงค์ทั้ง 3 รุ่น จากกรุงเทพฯ มุ่งหน้า อ. หัวหิน เริ่มต้นที่ร้าน 66 Cottage  ร้านกาแฟเก๋ๆ ย่านสุขุมวิท โดยระหว่างทางมีแวะพักเล่นเกมเพื่อเก็บสะสมคะแนน  ก่อนจะเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางที่สวนน้ำ วานา นาวา หัวหิน ที่ได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นภายใต้แนวคิด “วอเตอร์ จังเกิ้ล” แห่งแรกในเอเชีย เป็นสวนน้ำที่มีการผสมผสานกันระหว่างความเป็นสวนน้ำและป่าเมืองร้อนเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งมีเครื่องเล่นที่ได้มาตรฐานระดับโลก อาทิ อะบิส สไลเดอร์ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก บูมเมอร์แรงโก  สไลเดอร์ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย หรือ เลซี่ริเวอร์ สายน้ำแห่งการผ่อนคลายที่มีความยาวกว่า 345 เมตร

   หลังจากสนุกสนานกับเครื่องเล่นของสวนน้ำ ช่วงค่ำยังสนุกกันต่อกับปาร์ตี้ในธีม ทะเล้ ทะเล ที่สื่อมวลชนต่างพร้อมใจกันแต่งกายในโทนสีฟ้า ขาว ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเอง

   เช้าวันรุ่งขึ้นยังสนุกกันต่อกับการปั่นจักรยานแบบชิล ชิล เพื่อไปบริจาคเครื่องเขียน และอุปกรณ์กีฬาให้แก่น้องๆ ที่โรงเรียนเทศบาลบ้านเขาเต่า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักมากนัก ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพด้วยความประทับใจ

 
 

AUTO TRAVEL : ฮอนด้าพาสื่อมวลชนร่วมเดินทางไปไหว้พระ และถวายเทียนพรรษากับฮอนด้า แจ๊ซ ใน จ.พระนครศรีอยุธยา

Thursday, 10 July 2014 10:57

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด นำคณะสื่อมวลชนจากสื่อต่างๆ รวม 24 คน ร่วมเดินทางไปถวายเทียนพรรษากับฮอนด้า แจ๊ซ พร้อมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมืองกรุงเก่าที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน โดยมีมัคคุเทศก์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นผู้นำเที่ยวพร้อมบรรยายประวัติความเป็นมาของวัดแต่ละแห่ง

   โดยพาหนะในการเดินทางครั้งนี้ คือ ฮอนด้า แจ๊ซ ใหม่  เจนเนอร์เรชั่นที่ 3 ซึ่งสื่อมวลชนได้มีโอกาสทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ ฮอนด้า แจ๊ซ ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ i-VTEC 1.5 ลิตร 117 แรงม้า ผสานเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม พร้อมระบบช่วยขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน Eco Assist และรองรับพลังงานทางเลือก E85 ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย และรองรับการใช้งานที่หลากหลายด้วยเบาะนั่งปรับพับได้แบบอัลตร้า ซีท และยังครบครันด้วยมัลติฟังก์ชั่นอันล้ำสมัย เทคโนโลยีอัจฉริยะ และมาตรฐานความปลอดภัยครบครัน

   เริ่มออกเดินทางจาก The Walk ถนนเลียบทางด่วนเอกมัย รามอินทรา ไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงจุดหมายปลายทางแห่งแรก ณ วัดแม่นางปลื้ม ตำบลหัวรอ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ต่อมาสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้บูรณะวัดนี้ นับเป็นหนึ่งในวัดที่มิได้ถูกทำลายเหมือนวัดอื่นๆ ในพระนครศรีอยุธยา  คณะได้เข้าสักการะหลวงพ่อขาว แล้วจึงออกเดินทางต่อไปยังวัดที่ 2 วัดสามวิหาร  เดิมนั้นมี 3 วิหาร คือ วิหารพระนอน วิหารพระนั่ง และวิหารพระยืน ปัจจุบันเหลืออยู่ 2 วิหาร คือ วิหารพระนอนและวิหารพระนั่งเท่านั้น ส่วนวิหารพระยืนได้ปรักหักพังไปตามกาลเวลา คณะได้ถวายเทียนพรรษาและชุดสังฆทานร่วมกัน ก่อนพักรับประทานอาหารกลางวัน

   ในช่วงบ่าย คณะยังเดินทางต่อไปยัง วัดพรหมนิวาสวรวิหาร เป็นวัดพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ซึ่งเป็นวัดที่รัชกาลที่ 4 เคยประทับอยู่ที่วัดนี้ครั้นเมื่อทรงผนวช และได้มีการปฏิสงขรณ์วัดในช่วงขณะนั้นคณะสื่อมวลชนได้ถวายเทียนพรรษาและชุดสังฆทานร่วมกัน และเดินทางต่อเพื่อไปสักการะอนุสาวรีย์พระนเรศวรทรงม้า ซึ่งเป็นอนุสาวรีย์ที่อยู่ในลักษณะสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงม้าศึก ประดิษฐานบนแท่นและลานหินสีขาว พระบรมราชานุสาวรีย์มีพื้นที่ทั้งหมด 1,075 ไร่ ประกอบด้วยสระเก็บน้ำ พื้นที่จัดกิจกรรม มีภูมิทัศน์บริเวณรอบอนุสาวรีย์สวยงาม สวนสาธารณะพักผ่อนหย่อนใจสำหรับประชาชน พื้นที่รับน้ำทำการเกษตร  พร้อมถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึก และเดินทางไป วัดตูม เป็นที่สุดท้าย ซึ่งเป็นวัดที่ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์เรื่อยมา และได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงในรัชกาลที่ 4 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญภายในวัดตูม คือ หลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปสำริดทรงเครื่องปางมารวิชัย โดยมีลักษณะพิเศา คือ บนพระเศียรขององค์พระสามารถเปิดออกและมีน้ำไหลซึมออกมาตลอดเวลา เชื่อกันว่าเป็นน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนต่างสนุกสนาน อิ่มบุญ อิ่มใจ ที่ได้ไหว้พระถวายเทียนพรรษาร่วมกัน และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถึง 5 แห่ง ก่อนเดินทางกลับถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

 
 

AUTO TRAVEL : Honda Freed Freestyle รื่นรมณ์ ชมทะเล ณ .เกาะทะลุ

Wednesday, 20 March 2013 02:29

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล ( ประเทศไทย ) จำกัด จัดกิจกรรมเชิญสื่อมวลชนร่วมเดินทางไปกับ Honda Freed
ยานยนต์อเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง ที่ให้ความสะดวกสบายและเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก โดยทริปนี้จะเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กับกิจกรรมดำน้ำ ปลูกปะการังที่เกาะทะลุ จ.ประจวบคีรีขันธ์
เริ่มต้นออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ถนนปากท่อ เพื่อไปสมทบกับเพื่อนๆสื่อมวลชนด้วยกันอีกหลายเล่ม ที่ปั๊มปตท. อำเภอบ้านลาด เวลา 8.00 น.ช่วงนี้จึงต้องเน้นทำเวลาเป็นพิเศษเพื่อทันตามกำหนดเวลาโดยเราควบ Honda Freed ด้วยความเร็วอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 100-140 กม./ชม ซึ่งเครื่องยนต์พิกัด 1.5 ลิตร i-vtec
ให้กำลังสูงสุด 118 แรงม้า ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ตอบสนองอัตราเร่งทั้งช่วงออกตัว และเร่งแซง ได้อย่างทันอกทันใจ แถมช่วงล่างก็ยังให้ความนุ่นนวลนั่งสบายเหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยงอย่าง แท้จริง เมื่อไปถึงปั๊มปตท. อำเภอบ้านลาด ทีมงานประชาสัมพันธ์ฮอนด้าให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น นำเครื่องดื่มกาแฟ มาให้ทาน

ก่อนจะเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป ที่ท่าเรื่อเกาะทะลุในช่วงเที่ยง ระหว่างที่เดินทางมีเกมส์ตอบปัญหา โดยส่งผ่าน เอสเอ็มเอส ทางโทรศัพท์มือถือของทุกคน แล้วตอบผ่านใบตอบคำถามของรถแต่ละคัน เพื่อเฉลยคำตอบในค่ำคืนนี้ การเดินทางยังอีกยาวไกล ผ่านหัวหิน ถึงอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อันเป็นที่ตั้งของท่าเรือเกาะทะลุในช่วงเที่ยงกว่านิดหน่อย
ผมใช้เวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่นาน บ้างก็ใช้เวลาถ่ายภาพรถยนต์กับวิวทะเลสวยๆ มองทะเลที่กว้างใหญ่ ภาพวิวสวย มองเห็นเรือขนาดลำไม่ใหญ่มากนักจอดที่ชายฝั่ง ผมสงสัยว่าเรื่อลำนี้ต้องพาผมล่องไปทางฝั่งโน้นแน่เลย สิ่งที่ผมคิดก็เป็นจริง เที่ยงครึ่งเรือลำนี้ก็พาสื่อมวลชนทุกท่านที่ร่วมชะตากรรมกับผมออกจากฝั่ง ท่ามกลางที่แดดร้อนแสนร้อน อากาศในทะเลที่เย็น
ใส ช่วยผมให้ทุเลาความร้อนได้บ้าง อีกทั้งอาศัยทาครีมกันแดดกันผิวไหม้ ก็ช่วยได้บ้าง สักครู่เรือสีขาวลำนี้ก็พาผมและเพื่อนๆ สื่อ ฯ มาถึงชายฝั่งเกาะทะลุ เพื่อมาทานอาหารกลางวันกันที่ฝั่ง แน่นอนละครับอาหารที่ทานจะเป็นอะไรไม่ได้ ถ้าไม่ใช่อาหารทะเล กุ้ง ปู ปลา ที่ปิ้งๆ ย่างๆๆ เมื่ออาหารเข้าไปย่อยในกระเพาะทุกคน แล้ว...ในช่วงบ่าย 3 พวกเรามีกิจกรรมที่ต้องกระทำร่วมกันคือปลูกปะการังกันที่นั่น
โดยมีครูฝึกมาบรรยายให้พวกเราฟังและสาธิตการ ปลูกปะการังให้ดู ก่อนที่พวกเราจะลงมือปลูกปะการังกันเอง ท่ามกลางที่สนุกสนาน แต่จะเป็นที่น่าเสียดายอย่างมากถ้าพวกเราไม่มาร่วมกิจกรรมแบบนี้ อย่างที่ครูฝึกบอก ทุกวันนี้ประการังในท้องทะเลที่นี่ ลดน้อยเต็มที คนที่อนุรักษ์ก็น้อยลง ทุกอย่างเกิดจากฝีมือมนุษย์ เป็นผู้ทำลาย ผมคิดว่าอีกไม่นานปะการังอาจจะหมดไป ถ้าทุกคนไม่คิดอนุรักษ์
ความสวยงามของท้องทะเลก็จะหมดไป เยาวชนรุ่นหลังอาจะไม่ได้เห็นอีกต่อไป แล้วปลาที่อยู่ใต้ท้องทะเล จะอยู่ได้อย่างไร เมื่อพลพรรคที่ร่วมชะตากรรมร่วมกิจกรรมเสร็จแล้ว ก็ขึ้นเรือออกจากฝั่งไปดำน้ำใกล้ๆ ที่เกาะทะลุ โดยทุกคนที่จะพร้อมเปียก ก่อนลงน้ำต้องใส่อุปกรณ์ป้องกันการจมน้ำ เพื่อความปลอดภัย เป็นอันว่าทุกคนก็สามารถเอาตัวรอดได้ทุกคน หลังจากนั้นเรือก็หันหน้าเข้าหาฝั่ง
แล่นมาถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย ทุกคนวิ่งเร่าขึ้นมาอาบน้ำสะอาด เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากตัว เปลี่ยนกางเกงขาสั้นก่อน สตาร์ทรถอเนกประสงค์ Honda Freed ออกจากเกาะทะลุ มุ่งหน้ากลับทางเดิม สู่ที่พัก ณิชารีสอร์ท แอนด์สปา เช็คอินเข้าห้องพัก ที่เป็นหลังๆ จะมี2 ห้องพักให้เราเลือกนอน ในช่วงนี้ก็มีกิจกรรมให้เลือก ใครที่ต้องการนวดอโรม่าก็นวดได้ ทางฮอนด้าจัดไว้บริการทุกคน
หรือจะใช้บริการช่วงเช้ายังมีอีกรอบ ยามเย็นที่ชายหาดสวยงาม ไม่แพ้หาดอื่นๆในบริเวณใกล้เคียง แสงไฟที่ประดับริมชายหาดยามโพล้เพล้ ทำให้เรามองเห็นได้ตลอดแนวฝั่ง หลังจากนั้ก็ไปทานอาหารเย็นแบบบุฟเฟ่ต์ มีอาหารทะเล กุ้ง หอย ปู ปลา ประเภท ปิ้งๆ ย่างๆ ให้เราเลือกทาน ก๋วยเตี๋ยวก็มี สักพัก 2พิธีกรจำเป็น บิ๊กและเปิ้ล ก็ประกาศ สวัสดี สื่อมวลชน ที่มาร่วมงาน ทางพีอาร์ฮอนด้าจัดเกมส์ให้สื่อเล่น
เพื่อความสนุกสนาน เป็นเกมส์คำถามความรู้รอบตัว ตอบได้รับรางวัลไปเลย ก่อนจะมาเฉลยคำตอบ เกมส์ที่ส่งคำถามผ่านเอสเอ็มเอส ในระหว่างเดินทางช่วงบ่าย คะแนนที่ได้รับไกล้เคียงกันมาก ปรากฏว่ามี 3 ทีมได้คะแนนเท่ากัน จึงต้องมาหาผู้ชนะ โดยการตัดสินจากการเล่นทอดลูกเต๋า ใครออกเลขคู่ทีมนั้นแพ้ ต้องมาลุ้นกันพอสมควร สุดท้ายก็ได้ทีมชนะซะที จนล่วงเวลามาถึง 21.00 น.งานเลี้ยงก็มาเลิกรา ทุกคนแยกย้ายไปทำภารกิจตัวเอง
ตื่นเช้ามา ผมคิดว่าอากาศจะสดใส และมีแสงแดดออกมา หลังผมทานอาหารเช้า เมฆมืดครึ้ม ฝนตกลงมาอย่างหนัก ผมเริ่มตื่นตัว เพราะมีเวลาไม่นาน ที่ใช้บริการนวดอโรม่า ช่วยผ่อนคลายความเมื่อยได้มากที่เดียว หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ผมก็ไปจัดการกับเนื้อตัว ทำความสะอาด จัดการแต่งตัวไปทานข้าวเที่ยงกับพีอาร์ฮอนด้าและเพื่อนๆสื่อมวลชน อาหารเที่ยงหลายๆชนิด ที่นี่น่าทานมาก มีทั้งขนมจีนน้ำยา หอยทอด ผัดไทไร้เส้น ขนมจีบ ซาลาเปา
ขนมหวนก็มี ขนมถ้วย รวมมิตร ลอดช่อง ผลไม้ เราทานกันจนอิ่มแป้...ก่อนเช็คเอาท์ ออกจากรีสอร์ทในช่วงเที่ยงวัน ฟรีรันหวดยาวเข้ากรุงเทพฯ ปลอดภัยกันทุกคน
 
 

AUTO TRAVEL : คาราวานนิสสัน เอ็กซ์เทรล “สะพายกล้องท่องหัวหิน”

Tuesday, 25 June 2013 16:20

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดกิจกรรมคาราวานท่องเที่ยวให้แก่ลูกค้านิสสัน เอ็กซ์เทรลทุกรุ่น ภายใต้ชื่อ “สะพายกล้องท่องหัวหิน” เส้นทางกรุงเทพ – หัวหิน ระยะทางรวมกว่า 300 กิโลเมตร โดยกิจกรรมคาราวานเริ่มปล่อยตัวจากโชว์รูม สยามนิสสัน รถดี พระราม 2

   มุ่งหน้าสู่จังหวัดเพชรบุรี โดยตลอดทาง ลูกค้าได้ร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ของลูกค้านิสสัน เอ็กซ์เทรล จากนั้นเข้าชมความอัศจรรย์ของถ้ำเขาหลวงและความงดงามของพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พร้อมเรียนเทคนิคถ่ายภาพขั้นสูงและถ่ายภาพเขียนไฟกับอาจารย์สมชาย ครองสมบูรณ์ แห่งโฟโตฮัทกรุ๊ป ปิดท้ายกิจกรรมด้วยมินิคอนเสิร์ตจาก ป๊อป แคลอรี่ บลาบลา

 
 

More Articles...

Page 1 of 3

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )