Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

CSR NEWS

CSR NEWS : บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ร่วมกับโรงแรมโซ โซฟิเทล แบงคอก มอบเงินระดมทุนจากงานวิ่งเพื่อการกุศล SO FIT SO FUN RUN 2019 ให้แก่ มูลนิธิแคร์ฟอร์วอเตอร์ และ มูลนิธิแฮนด์ อะครอส เดอะ วอเตอร์

   คณะผู้บริหารจากบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และโรงแรมโซ โซฟิเทล แบงคอก ร่วมมอบเงินจำนวน 960,000 บาท จากการจำหน่ายบัตรเข้าร่วมงานวิ่งเพื่อการกุศล SO FIT SO FUN RUN โดยไม่หักค่าใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิแคร์ฟอร์วอเตอร์ ที่มอบการเข้าถึงน้ำสะอาดเพื่ออุปโภคบริโภคแก่ชุมชนที่ขาดแคลนทั่วประเทศไทย และ มูลนิธิ แฮนด์ อะครอส เดอะ วอเตอร์ (Hands Across The Water) มูลนิธิอุปถัมภ์เด็กด้อยโอกาส โดยงานวิ่งเพื่อการกุศล SO FIT SO FUN RUN นับเป็นปีที่สองติดต่อกันที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และ โรงแรมโซ โซฟิเทล แบงคอก ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อระดมทุนช่วยเหลือเด็กผู้ด้อยโอกาสและชุมชนที่ขาดแคลนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีนักวิ่งเข้าร่วมกว่า 1,200 คน

   คุณเศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทยคุณกฤษฎา อุตตโมทย์  ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยมร. บียอร์น แอนทอนส์สัน ประธานกรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย คุณนุสรา อร่ามเพียรเลิศ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล และคุณปิดิชนัน เพ็ชรเงาวิไล มาคาลูโซ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด โรงแรมโซ โซฟิเทล แบงคอก

   มูลนิธิแคร์ฟอร์วอเตอร์ นำโดยคุณจริยา คูนลินทิพย์ ประธานกรรมการมูลนิธิ เป็นผู้รับมอบ และมูลนิธิ แฮนด์ อะครอส เดอะ วอเตอร์ (Hands Across The Water) มีคุณมนต์ชัย วงศ์ราช ผู้จัดการมูลนิธิ เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วยน้อง ๆ ภายใต้การอุปถัมภ์ของมูลนิธิฯ

   ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sofit-sofunrun.com/

 

CSR NEWS : โครงการนิสสัน “แค่ใจก็เพียงพอ” ช่วยเสริมสร้างรายได้ให้ชุมชน ด้วยการนำของเหลือใช้มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   นิสสันมีส่วนช่วยสนับสนุนการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชนปากน้ำปราณ โดยนำของเหลือใช้ในชุมชน ผ่านกระบวนความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่กลายเป็นผลิตภัณฑ์มีมูลค่า ภายใต้โครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ”

   นิสสันร่วมกับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะสถาปัตย์กรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กว่า 60 คน ทำงานร่วมกับชุมชนในการพัฒนา และนำเสนอผลงานสร้างสรรค์ จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปขายอันก่อให้เกิดรายได้จากของเหลือใช้ในท้องถิ่น

   “นิสสัน มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่นักศึกษาทุกคนได้แรงบันดาลใจจากโครงการฯ นำความมุ่งมั่น และความคิดสร้างสรรค์ ในการนำของเหลือใช้กลับมาเป็นผลิตภัณฑ์ให้เกิดประโยชน์ในเชิงธุรกิจ มีความสวยงาม แปลกใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ และสามารถวางจำหน่ายในท้องตลาดได้อย่างแน่นอน”คุณ ปีเตอร์ แกลลี รองประธาน สายงานสื่อสารองค์กร นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าว “เชื่อว่าการเรียนรู้จากโครงการนี้ จะทำให้นักศึกษาท้าทายความสามารถในสถานการณ์จริง ให้สร้างสรรค์ผลงานที่มีโดดเด่น และมีความแตกต่าง อีกทั้งได้รับประสบการณ์ในการทำงานสำหรับอาชีพที่ทุกคนเลือกในอนาคต”

   ต้นแบบผลิตภัณฑ์ ประกอบไปด้วย กระถางต้นไม้ที่ย่อยสลายได้เอง ทำจากไบโอพลาสติกและวัสดุจากธรรมชาติ เช่น กะลามะพร้าวและใบสนแห้ง แจกันทำจากขวดแก้วเหลือใช้และเชือก กระเป๋าอีโคถักด้วยเชือกหรือหนัง รองเท้า “รี-ปราณ' ทำจากของเหลือใช้และเชือกที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล กระเป๋าถือ “โคเชลล์”ทำจากกะลามะพร้าวและเชือกหรือตาข่าย โคมไฟที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงของแมงกะพรุน ทำจากอวนตาข่ายที่ไม่ใช้แล้ว

   หัวหน้าและที่ปรึกษาโครงการอย่าง อาจารย์จารุพัชร อาชวะสมิต อาจารย์ประจำคณะสถาปัตย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังกล่าวว่า นักศึกษาต้องเผชิญกับปัจจัยหลายอย่าง เมื่อต้องมารับมือกับความท้าทายในสถานการณ์จริงภายใต้โครงการนี้

   “นักศึกษาต้องตรวจสอบรายการวัสดุเหลือใช้ในชุมชนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสองประการ คือ สร้างผลิตภัณฑ์ที่ขายได้ ในขณะที่ ต้องลดปริมาณของเหลือใช้ ทำให้พวกเขาสามารถประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่น่าตื่นเต้นและสร้างสรรค์ จากนั้นจึงนำเสนอและถ่ายทอดวิธีการผลิตสิ่งของเหล่านี้ให้กับชาวบ้านในชุมชน” อาจารย์จารุพัชร กล่าว

   วัสดุส่วนใหญ่ที่นำมาใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีดีไซน์ที่สวยงาม (upcycle) นั้นเก็บมาจากบริเวณรอบๆ ชุมชนปากน้ำปราณ ซึ่งรวมถึงอวนตาข่าย ขวดแก้ว ถุงพลาสติก และวัสดุธรรมชาติ เช่น ใบสน และกะลามะพร้าว

   นักศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่ไม่เหมือนใครผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์จากของเหลือใช้ในโครงการนี้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนอีกด้วย

   นางสาววรรณอนงค์ เต็มวัฒนางกูร นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้รับแรงบันดาลใจจากการทำงานในโครงการนี้ กล่าวว่า “ดิฉันได้รับความรู้มากมายจากโครงการนี้ ตั้งแต่วิธีการจำแนกและแยกประเภทของเหลือใช้เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ ไปจนถึงเทคนิคต่าง ๆ ที่ใช้ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ มีความท้าทายมากมายระหว่างทาง ด้วยคำแนะนำจากอาจารย์จารุพัชร ทำให้เราสามารถหาวิธีแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมได้ นี่เป็นบทเรียนอันมีค่าที่ดิฉันมั่นใจว่าเราอาจไม่สามารถเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ได้จากที่อื่นแล้ว”

   นางสาวพิมพลอย ทรัพย์เจริญ นักศึกษาอีกหนึ่งคนเห็นด้วยว่า “โครงการนี้สอนให้ดิฉันมีความเสียสละและนึกถึงผู้อื่นก่อนตนเอง ดิฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ดำเนินรอยตามศาสตร์พระราชาและแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของพระมหากษัตริย์ไทย ดิฉันรู้สึกมีความสุขมากที่สามารถช่วยเหลือผู้คนในชุมชนท้องถิ่นเหล่านี้ด้วยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ง่ายต่อการผลิตซ้ำและช่วยให้พวกเขาสามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างรายได้เสริม ดิฉันรู้สึกขอบคุณมากที่ได้รับโอกาสนี้”

    ชาวบ้านชุมชนปากน้ำปราณต่างประทับใจกับโครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ” ของนิสสัน และความคิดสร้างสรรค์ของนักศึกษา “ผมรู้สึกทึ่งที่ได้เห็นนักศึกษาเหล่านี้รู้จักวิธีการนำของเหลือใช้กลับมาใช้ใหม่ นักศึกษาใช้ความคิดและมีความพยายามอย่างมากในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เหล่านี้อย่างเห็นได้ชัด”นายสมเดช      นาคดี ประธานกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านคลองเก่า กล่าว “ผมรู้สึกตื้นตันใจที่ได้เห็นนักศึกษาที่มีความสามารถจำนวนมาก อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ผมมั่นใจว่าพวกเขาจะช่วยเหลือคนในชุมชนของเราในการสร้างรายได้เสริม”

   อาจารย์จารุพัชร ได้กล่าวขอบคุณนิสสัน ประเทศไทย สำหรับการสนับสนุนและโอกาสในการเข้าร่วมโครงการ ซึ่งเป็นปีที่สอง ภายใต้โครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ”ซึ่งมีส่วนช่วยให้นักศึกษามีปฏิสัมพันธ์กับชุมชนและเรียนรู้การทำงานเป็นทีมเพื่อบำเพ็ญประโยชน์แก่ผู้อื่น ”กิจกรรมนี้ยังสอนให้พวกเขาเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่ของวัสดุที่เหลือใช้ ดิฉันมั่นใจว่าหลังจากโครงงานนี้ นักศึกษาจะสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

   สำหรับนิสสัน โครงการฯ นี้ประกอบไปด้วยสามสิ่งสำคัญ ได้แก่ ชุมชน การทำงานร่วมกัน และการอนุรักษ์    ปีเตอร์ แกลลี ได้กล่าวเสริมไว้เพิ่มเติมว่า “นิสสัน หวังว่าโครงการเล็กๆ นี้จะสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศไทยในการสร้างโครงการจากท้องถิ่นที่ช่วยลดของเหลือใช้ในขณะเดียวกันก็สร้างโอกาสในการหารายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืนสำหรับพวกเขา”

   ผู้ที่สนใจ สามารถติดตามข่าวสารของโครงการนี้ ผ่านทางเฟซบุคเพจ “แค่ใจก็เพียงพอ”

 

CSR NEWS : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มอบเงินบริจาครวม 400,000 บาท เพื่อร่วมบรรเทาวิกฤติไฟป่าและหมอกควันในภาคเหนือ

 

 

 

 

 

 

   บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดมอบเงินบริจาครวม400,000บาท แก่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย เพื่อร่วมบรรเทาวิกฤตการณ์ดังกล่าว โดยสนับสนุนการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งปฏิบัติการดับไฟป่าในหลายจุดของพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายที่เผชิญกับสถานการณ์ฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน

   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย โดย นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานขายในประเทศ ร่วมกับ บริษัท แสงชัยมอเตอร์เซลส์ จำกัด บริษัท มิตซูเชียงใหม่ จำกัด และ บริษัท มิตซูวชิระออโต้เซลส์ เป็นผู้แทนส่งมอบเงินบริจาคจำนวน 200,000 บาท ให้แก่ ให้แก่ นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รับมอบในนามศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า จังหวัดเชียงใหม่

   พร้อมกันนี้ นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ  ร่วมกับ บริษัท มิตซูพันล้าน จำกัดและบริษัท มิตซูล้านนา จำกัด ยังได้นำเงินบริจาคอีก 200,000 บาท ส่งมอบให้แก่ นายสง่า  บัวระดก หัวหน้าสำนักงานจังหวัดเชียงราย   รับมอบในนามศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า จังหวัดเชียงราย

   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมกับเครือข่ายผู้จำหน่ายในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย จะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการร่วมกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า เพื่อให้ความช่วยเหลือและร่วมฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยภายหลังจากที่ไฟป่าสงบลง

 
 

CSR NEWS : บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย สนับสนุนนักศึกษาอาชีวะไทยก้าวไกลระดับสากล มอบทุนการศึกษาในโครงการ BMW Service Apprentice Program แก่นักศึกษาจาก 3 สถาบัน

 

 

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยนตรกรรมระดับโลก ปูรากฐานการศึกษาและทักษะด้านยานยนต์แก่นักศึกษาอาชีวะในระบบทวิภาคีภายใต้โครงการBMW Service Apprentice Programต่อเนื่องเป็นปีที่เจ็ด มอบทุนการศึกษาจำนวน
35ทุน แก่นักศึกษาอาชีวะรุ่นที่ 6 และ 7 ในโครงการ BMW Service Apprentice Programจากวิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค) และโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ มุ่งสร้างแรงงานฝีมือที่เปี่ยมด้วยทักษะและความสามารถระดับสูง เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เทียบเท่าระดับสากล

   นับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการในปีพ.ศ. 2555 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยได้ดำเนินงานในโครงการBMW Service Apprentice Programภายใต้ความร่วมมือกับหอการค้าเยอรมัน-ไทย และเครือข่ายผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนามาตรฐานของอาชีวศึกษาในระบบทวิภาคีเยอรมัน-ไทย (German-Thai Dual Excellence Education program - GTDEE) ให้เทียบเท่าระดับสากล ซึ่งนักศึกษาที่ผ่านการฝึกอบรมและประเมินผลจะได้รับวุฒิบัตรเทียบเท่ากับมาตรฐานอาชีวศึกษาของประเทศเยอรมนีในระดับ A-level อีกด้วย โครงการBMW Service Apprentice Programมีนักศึกษาในโครงการรวมทั้งหมด 8 รุ่น โดยมีนักศึกษาทั้งที่กำลังศึกษาอยู่ในโครงการฯ และนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาและเข้าทำงานอยู่กับผู้จำหน่ายแล้วรวม 167คน

   นอกจากการส่งเสริมความเชี่ยวชาญและทักษะงานด้านยานยนต์ เพื่อสนับสนุนและผลิตบุคลากรฝ่ายช่างที่มีศักยภาพในเครือข่ายผู้จำหน่ายของบีเอ็มดับเบิลยูแล้ว โครงการBMW Service Apprentice Programยังได้ขยายการศึกษาและฝึกอบรมให้ครอบคลุมทักษะสำหรับรถมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ซึ่งได้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา ในขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ก็ได้มอบการสนับสนุนด้านอาชีวศึกษาในระบบทวิภาคีเช่นกัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อปูรากฐานความรู้สาขาวิชาเมคคาทรอนิกส์ให้แก่นักศึกษาอาชีวะในโครงการ ซึ่งเป็นทักษะที่มีความต้องการสูงในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเมื่อผนวกกับทักษะจากการปฏิบัติงานกับช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญ จะทำให้นักศึกษาได้เสริมสร้างประสบการณ์และองค์ความรู้เชิงขั้นตอนแบบรอบด้าน เป็นการสร้างรากฐานทางการศึกษาที่แข็งแกร่งให้นักศึกษาอาชีวะไทยสามารถก้าวไกลเทียบเท่ามาตรฐานสากล 

 

CSR NEWS : ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2019 ชวน 6 โปรกอล์ฟสาวร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม ณ โรงเรียนเกล็ดแก้ว จังหวัดชลบุรี

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทยจำกัด และ ไอเอ็มจี พร้อมด้วยตัวแทนโปรกอล์ฟสาวระดับโลกผู้เข้าแข่งขันในรายการ“ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2019” ทั้งโปรกอล์ฟชาวไทย นำโดยมือวางอันดับ 1 ของโลก “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาลและโปรกอล์ฟต่างชาติ อาทิ “นาสะ ฮาตาโอกะ”จากญี่ปุ่น เข้าร่วมกิจกรรม “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ซีเอสอาร์ 2019”ด้วยการปรับปรุงภูมิทัศน์โรงเรียน พร้อมมอบหนังสือและอุปกรณ์การเรียนให้แก่โรงเรียนเกล็ดแก้ว อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ การศึกษา และเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเยาวชนไทย 

   นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกรประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า“ตลอดระยะเวลา 13ปีที่ผ่านมา ฮอนด้าสนับสนุนการแข่งขันกีฬากอล์ฟ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นเวทีในการสร้างแรงบันดาลใจและความรักในกีฬากอล์ฟให้แก่นักกอล์ฟ บุคคลทั่วไป รวมทั้งเยาวชนที่สนใจการเล่นกอล์ฟ ซึ่งนอกจากการสนับสนุนการแข่งขัน ฮอนด้ายังได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมหรือ ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ซีเอสอาร์’ ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงควบคู่มาโดยตลอด โดยในปีนี้ได้จัดกิจกรรมที่โรงเรียนเกล็ดแก้ว อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยการทาสีปรับปรุงสนามเด็กเล่น พร้อมมอบหนังสือและอุปกรณ์การเรียนให้แก่นักเรียน เพื่อส่งเสริมการศึกษา และเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนในการเชื่อมั่นในพลังแห่งความฝัน หรือ ‘The Power of Dreams’ และพยายามทำฝันให้เป็นจริงและประสบความสำเร็จ เช่นเดียวกับพี่ๆนักกอล์ฟที่มาร่วมกิจกรรมในวันนี้”

   มิสวินนี่ เฮง รองประธานและกรรมการผู้จัดการ ไอเอ็มจี (ประเทศไทย) กล่าวว่า “กิจกรรม ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ซีเอสอาร์ 2019’ เป็นกิจกรรมเพื่อสังคมที่จัดขึ้นต่อเนื่อง เพื่อให้นักกอล์ฟได้เข้ามามีส่วนร่วม และเป็นการพัฒนาชุมชนโดยรอบ ซึ่งในครั้งนี้ เราได้เชิญโปรกอล์ฟระดับโลกเข้าร่วมในกิจกรรม ได้แก่ ‘โปรเม เอรียา จุฑานุกาล’,‘น้องจีน อาฒยา ฐิติกุล’, ‘โปรกิฟท์ เบญญาภา นิภัทร์โสภณ’, ‘นาสะ ฮาตาโอกะ’จากญี่ปุ่น, ‘ซานซาน เฟิง’จากจีนและ ‘ริบก้า วาเนียร์’จากอินโดนีเซีย เพื่อร่วมกันทำกิจกรรมกับนักเรียนและผู้ปกครองในการปรับปรุงสนามเด็กเล่นด้วยการทาสี รวมถึงการสร้างสวนหย่อมในรูปแบบแนวตั้ง  ถือเป็นโอกาสอันดี ที่เด็กๆ จะได้มาพบปะและทำกิจกรรมร่วมกับนักกอล์ฟระดับโลก ซึ่งจะเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำและสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆอีกด้วย”

   โปรเม เอรียา จุฑานุกาลนักกอล์ฟมือ 1 ของโลกขวัญใจชาวไทย ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ กล่าวว่า “รู้สึกยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2019และรู้สึกดีใจที่ได้มาทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกับเพื่อนๆนักกอล์ฟทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นอกจากนี้ยังได้มีโอกาสในการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับน้องๆนักเรียน  เชื่อว่ากิจกรรมในวันนี้จะสามารถช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ และช่วยพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้และการศึกษาของน้องๆต่อไป”

   นางสาวณภัทร ทวีผลดีผู้อำนวยการโรงเรียนเกล็ดแก้ว กล่าวว่า “การปรับปรุงภูมิทัศน์ของโรงเรียนในครั้งนี้ มีส่วนช่วยในการพัฒนาทักษะด้านต่างๆของเด็กๆ เช่น สนามเด็กเล่น ซึ่งถือว่าเป็นสื่อการเรียนรู้อย่างหนึ่ง ที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ รวมถึงทำให้เด็กๆได้รับความสนุกสนาน และออกกำลังกายไปในตัว นอกจากนี้หนังสือและอุปกรณ์การเรียนที่โรงเรียนได้รับในวันนี้ จะเป็นการเปิดโลกทัศน์และเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ รวมถึงเป็นประโยชน์แก่ชุมชนของเราอีกด้วย ในนามของโรงเรียนเกล็ดแก้วต้องขอขอบคุณฮอนด้าและไอเอ็มจีที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในด้านการศึกษาของเยาวชน และอยากให้จัดกิจกรรมอย่างนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะถือเป็นการช่วยเหลือสังคมอีกทางนึง”

   การแข่งขันฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2019ดำเนินการจัดการแข่งขันโดย ไอเอ็มจี โดยมีบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะถ่ายทอดสดไปทั่วโลกและทางช่อง 9MCOT HD (ช่อง30) โดย อสมท.เป็นผู้เผยแพร่ภาพการแข่งขันอย่างเป็นทางการ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2019ได้ที่ www.hondalpgathailand.com และ www.facebook.com/lpgaThailand

 
 

Page 1 of 22

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )