Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

CSR NEWS

CSR NEWS : โตโยต้า เปิดประสบการณ์ค่ายศิลปะสู่เยาวชนแห่งที่ 3 ณ โรงเรียนเมตตาศึกษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ จ.เชียงใหม่

 

 

 

 

 

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับ โรงเรียนเมตตาศึกษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ จัดกิจกรรมค่ายศิลปะโตโยต้า (Toyota Art Camp) เพื่อเปิดโอกาสและเพิ่มประสบการณ์การเรียนรู้ด้านศิลปะแก่เยาวชนไทย ผ่านการถ่ายทอดความรู้จากนักออกแบบมืออาชีพประเทศญี่ปุ่น โดยมีอาจารย์สุจิตตพร ปูรณะพงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเมตตาศึกษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ พร้อมด้วย นายภีมะ      ฮัดเจสสัน ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์และกิจกรรมสังคม บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เข้าร่วมพิธีเปิดกิจกรรม เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 ณ โรงเรียนเมตตาศึกษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ จังหวัดเชียงใหม่

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดกิจกรรมค่ายศิลปะโตโยต้า (Toyota Art Camp) เพื่อสนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านศิลปะและการออกแบบให้แก่เยาวชนไทย โดยเริ่มต้นเป็นครั้งแรก ณ โรงเรียนจิตรลดาในปี พ.ศ.2557 และได้ขยายกิจกรรมสู่โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ในปี พ.ศ. 2559 ซึ่งประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดีและได้บรรจุหลักสูตรการออกแบบไว้ในการเรียนการสอนผ่านชมรมศิลปะ (Art Club) เพื่อต่อยอดองค์ความรู้และพัฒนาด้านศิลปะการออกแบบให้แก่เยาวชนอย่างต่อเนื่อง

   และในปีนี้ ทางบริษัทฯ ได้ขยายกิจกรรมค่ายศิลปะโตโยต้า (Toyota Art Camp) สู่แห่งที่ 3 โดยร่วมมือกับโรงเรียนเมตตาศึกษา ในพระราชูปถัมภ์ฯ จัดอบรมหลักสูตรการวาดภาพและการออกแบบการ์ตูน ให้แก่นักเรียน ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ระว่างวันที่ 7 – 9 พฤศจิกายน 2560 ซึ่งเนื้อหาการอบรมเน้นการฝึกทักษะพื้นฐานการออกแบบตัวการ์ตูน โดยคณะผู้สอนจากบริษัท คาราส (Charas) บริษัทที่มีชื่อเสียงด้านการออกแบบของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจเข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 30 คน

   นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายการจัดกิจกรรมดังกล่าวสู่โรงเรียนในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมนี้ จะมีส่วนช่วยสร้างแรงบันดาลใจและช่วยพัฒนาทักษะด้านศิลปะให้แก่เยาวชนไทยได้เป็นที่ยอมรับและชื่นชมในระดับสากลต่อไป ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของโตโยต้าที่ยังคงมุ่งมั่นสนับสนุน และส่งเสริมด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนความสุขสู่สังคมไทย สมดังปณิธานที่ว่า...

“โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข”

 

CSR NEWS : กลุ่มสตรีนักธุรกิจ เดินหน้ากิจกรรม โครงการปลูกป่าอาสา สถานีวนวัฒนวิจัยสะแกราช จ.นครราชสีมา

 

 

 

 

 

 

 

   กลุ่มสตรีนักธุรกิจ (Top Woman Executive) นำโดย นางไขศรี เนื่องสิกขาเพียร จากบริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) พร้อมเจ้าภาพร่วมทั้ง 5 ท่าน คือ นางสาวศิริวรรณ สุกัญจนศิริ จากบริษัท ที.เค.เอส.เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) รศ.ดร.กุลภัทรา สิโรดม นางสาวสมบูรณ์ ศุภศิริภิญโญ นางสาวศรินรัตน์ อภินรเศรษฐ์  และนางสาวจันทร์นภา สายสมร จากลามิน่าฟิล์ม นำทีมปลูกป่าอาสา ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาป่าไม้ไทย ในกิจกรรมทำดีเพื่อแผ่นดิน

   ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายสาโรจน์ วัฒนสุขสกุล รักษาการผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการป่าไม้ ผู้แทนอธิบดีกรมป่าไม้ เป็นประธานในพิธี  และได้รับความร่วมมือจากกรมป่าไม้ ชมรมรถขับเคลื่อนสี่ล้อกลุ่มกระทิงโทน สื่อมวลชน นักเรียนจากโรงเรียนห้วยน้ำเค็มและชุมชน ร่วมกันปลูกป่าพลิกฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ จำนวนทั้งสิ้น  55 ไร่  ณ สถานีวนวัฒนวิจัยสะแกราช ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

   การปลูกป่าครั้งนี้เป็นการปลูกเสริมป่าเดิมที่เป็นไม้ตระกูลกระถินณรงค์ กระถินเทพา ซึ่งเป็นไม้พื้นถิ่นเดิม ที่เสื่อมสภาพ เน้นพันธุ์ไม้ตะเคียนทอง ตะเคียนหิน และเคี่ยมคะนอง โดยน้อมนำศาสตร์พระราชาเกี่ยวกับป่าไม้มาประยุกต์ใช้ จากการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำริวิธีปลูกป่าทดแทนนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2554 ที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่

   สำหรับการปลูกป่าทดแทนไม้พื้นถิ่นเดิมและปลูกเสริมป่า โดยนำไม้มีค่าปลูกเสริมเข้าไป นอกจากจะช่วยรักษาป่าแล้ว เพียง 4-5 ปี เมื่อไม้เติบโตรากไม้เหล่านี้ยังจะช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเห็ดต่างๆ  ช่วยให้ชาวบ้านได้ใช้เป็นแหล่งอาหาร และสร้างรายได้  รักษาสภาพแวดล้อม เสริมสร้างการเติบโตให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืนอีกด้วย

   กลุ่มสตรีนักธุรกิจ เป็นการรวมตัวกันในระดับผู้บริหารหญิง เพื่อหารือกันในแง่เศรษฐกิจและสังคม โดยให้ความสำคัญต่อการตอบแทนสังคม จึงถือกำเนิดกิจกรรมทำดีเพื่อแผ่นดิน โครงการปลูกป่าอาสา ตามศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาป่าไม้ไทย พร้อมมอบงบดูแลรักษาต่อเนื่องอีก 2 ปี ทำให้ต้นไม้ที่ปลูกมีอัตราการรอดสูงถึง 95 เปอร์เซ็นต์ 

 

CSR NEWS : มิชลินร่วมโครงการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตนักเรียนในโรงเรียนที่ด้อยโอกาส มอบสนามเด็กเล่นที่ผลิตจากยางรถยนต์ใช้แล้วและหมวกกันน็อคให้แก่นักเรียน

   นางสาวชาลิน นานา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท สยามมิชลิน จำกัด ส่งมอบสนามเด็กเล่นที่ผลิตจากยางรถยนต์ใช้แล้ว และมอบหมวกกันน็อคให้แก่เด็กนักเรียนที่โดยสารรถมอเตอร์ไซด์ ในโครงการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตนักเรียนในโรงเรียนที่ด้อยโอกาส ณ โรงเรียนบ้านใหม่เจริญธรรม อ. บางระกำ จ.พิษณุโลก โดยมี พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีรับมอบ

   โครงการดังกล่าว ถือเป็นสืบสานแนวทางจากโครงการประชารัฐ ที่ต้องการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของนักเรียนในโรงเรียนที่ด้อยโอกาส ให้มีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม นักเรียนมีคุณภาพชีวิตสุขภาพกายและใจที่ดีขึ้น อีกทั้งยังมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ โครงการสนามเด็กเล่นจากยางรถยนต์ที่ไม่ได้ใช้แล้วจากมิชลินได้เริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 เพื่อมุ่งสร้างจิตสำนึกในการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ โดยนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยที่ผ่านมาได้มอบสนามเด็กเล่นให้กับชุมชน และโรงเรียนที่ขาดแคลนทั่วประเทศแล้วกว่า 500 ชุด  ส่วนการมอบหมวกกันน็อคนั้น ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย เพื่อปลูกจิตสำนึกให้กับเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ความเข้าใจในกฎจราจร และรณรงค์การสวมใส่หมวกกันน็อคในขณะขับขี่หรือซ้อนท้ายรถจักรยานและมอเตอร์ไซต์ อันเป็นหนึ่งในปณิภาณของมิชลิน ที่จะสร้าง “ การสัญจรอย่างยั่งยืน

 
 

CSR NEWS : กลุ่มอีซูซุสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านอาชีวศึกษาอย่างต่อเนื่อง

 

 

 

 

 

 

 

   กลุ่มอีซูซุ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สานต่อโครงการพัฒนามาตรฐานบุคลากรสู่ความเป็นเลิศ จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร "เทคโนโลยียานยนต์อีซูซุรุ่นที่ 17-18 อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับเกียรติจาก มร.โทชิอากิ มาเอคาวะ ประธานกรรมการมูลนิธิกลุ่มอีซูซุ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และ นายวณิชย์ อ่วมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมพิธีมอบประกาศนียบัตรให้แก่ คณาจารย์จากสถาบันอาชีวศึกษาต่างๆ รวมทั้งสิ้น 300 คน พร้อมทั้งมอบชุดเครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ และอุปกรณ์เพื่อการส่งเสริมการเรียน-การสอนอันทันสมัย ให้แก่สถานศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมอีกหลายรายการ

   มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ ประธานกรรมการมูลนิธิกลุ่มอีซูซุ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชร   อีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “อีซูซุได้เติบโตเคียงคู่สังคมไทยมายาวนานกว่า 6 ทศวรรษ ในฐานะบริษัทรถยนต์ชั้นนำในประเทศไทย เรามีหนึ่งพันธกิจที่สำคัญ คือ การสร้างความสุขให้กับสังคมไทย โดยร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศอย่างมีศักยภาพ และการสนับสนุนกิจกรรมด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อว่าการศึกษาคือรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 กลุ่มอีซูซุได้ริเริ่มการพัฒนาสื่อการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย, การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้     และถ่ายทอดเทคโนโลยียานยนต์ (สนับสนุนโดยอีซูซุ), การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีที่ศูนย์บริการอีซูซุทั่วประเทศตามความเหมาะสม และการจัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร เทคโนโลยียานยนต์อีซูซุ ต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านทักษะยานยนต์อย่างกว้างขวาง โดยหวังอย่างยิ่งว่าการร่วมมือของกลุ่มอีซูซุ และ สอศ. นี้ จะช่วยส่งเสริมศักยภาพของนักเรียนอาชีวศึกษา เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในอนาคต”

   โดยล่าสุดในปีนี้ อีซูซุได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการหลักสูตร "เทคโนโลยียานยนต์อีซูซุ รุ่นที่ 17-18 ซึ่งเป็นการอบรมทั้งในส่วนของภาคทฤษฎี และปฏิบัติอย่างเข้มข้น จากทีมวิทยากรจากสถาบันฝึกอบรมตรีเพชรอีซูซุ (Tri Petch Isuzu Training Academy) โดยได้รับความสนใจจากคณาจารย์ รวมทั้งสิ้น 300 คน จากสถาบันอาชีวศึกษากว่า 150 แห่งทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรม อีกทั้งยังได้ส่งมอบอุปกรณ์ประกอบการสอนอันทันสมัย ได้แก่

  • ชุดเครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของอีซูซุ จำนวน 12 ชุด
  • ชุดสาธิตระบบรถยนต์เพื่อการศึกษา จำนวน 6 ชุด
  • ชุดโครงรถยนต์เพื่องานตัวถังและสี จำนวน 6 ชุด

   ทั้งนี้มูลนิธิกลุ่มอีซูซุได้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2530 การทำประโยชน์ให้กับสังคมไทยในด้านต่างๆ ถือเป็นหนึ่งในพันธกิจอันสำคัญของมูลนิธิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษาอันเป็นรากฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน

 

CSR NEWS : “Mercedes-Benz StarFest 2017” สานต่อกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ทั้วประเทศ

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อกิจกรรม “Mercedes-Benz StarFest 2017”ด้วยกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)ชวนคณะสื่อมวลชน ร่วมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล ด้วยการจัดขบวนคาราวานรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์เดินทางส่งมอบชุดเครื่องเขียนที่ประทับตราพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและเงินทุนการศึกษาแก่โรงเรียนตามจังหวัดต่างๆ ที่ได้มีการจัดกิจกรรม StarFest ขึ้น ทั้งที่ สุรินทร์ เชียงใหม่ ขอนแก่น และภูเก็ต

   มร.ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า   “เมอร์เซเดส-เบนซ์ ดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ เดอะ เบสท์” (THE BEST) เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่จะนำเสนอ สิ่งที่ดีที่สุด ให้กับลูกค้าในวันนี้และวันข้างหน้า พร้อมสะท้อนคุณค่าของแบรนด์ทั้งในด้านความหลงใหล (Fascination) และความสมบูรณ์แบบ (Perfection) ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและดีไซน์อันทันสมัย รวมถึงในด้านความรับผิดชอบ (Responsibility) ผ่านการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในความภาคภูมิใจด้านการตอบแทนสังคมของบริษัทฯ คือ การให้การสนับสนุนด้านการศึกษาแก่โรงเรียน หน่วยงาน และสถาบันการศึกษาต่างๆมาอย่างต่อเนื่องกว่า 11 ปีแล้ว ด้วยเพราะบริษัทฯ เล็งเห็นว่าการสนับสนุนด้านการศึกษาแก่เยาวชนจะเป็นการปูรากฐานที่สำคัญให้กับเด็กๆเพื่อที่ เขาจะสามารถเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคตได้”

   มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในปีนี้ ทางบริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมที่จะสนับสนุนโอกาสในด้านการศึกษาเพื่อให้เด็กๆได้มีรากฐานในการดำรงชีพและการพัฒนาชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อเป็นกำลังสำคัญของประเทศในภายภาคหน้าต่อไป ซึ่งเป็นการต่อยอดจากกิจกรรมที่ เมอร์เซเดส มี (Mercedes me) ซึ่งจัดทำชุดอุปกรณ์ เครื่องเขียนเพื่อเด็กนักเรียนผู้ยากไร้ที่จัดขึ้นเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยกิจกรรมเพื่อสังคมในครั้งนี้ จัดทำขึ้นในรูปแบบของคาราวานโดยรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อเดินทางส่งมอบชุดอุปกรณ์เครื่องเขียนซึ่งประกอบด้วยสมุดจดบันทึกที่มีตราประทับพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมถึง ดินสอ ยางลบ และกบเหลาดินสอรวมจำนวนกว่า 1,700 ชุดพร้อมด้วยเงินสนับสนุนทางการศึกษาที่ได้จากการร่วมสมทบทุนจากคณะผู้บริหาร และพนักงานจากบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รวมถึงตัวแทนผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้เข้าไปจัดกิจกรรม Mercedes-Benz StarFest 2017’ ซึ่งได้แก่จังหวัดสุรินทร์ เชียงใหม่ ขอนแก่น และภูเก็ต”

   สำหรับกิจกรรมที่ผมและเพื่อนสื่อมวลชนได้มีโอกาสเดินทางเป็นทริปล่องใต้โดยมีที่หมายปลายทางที่จังหวัดภูเก็ต โดยออกเดินทางจาก นครหลวงกรุงเทพฯถึงภูเก็ต เป็นระยะทางกว่า 840 กิโลเมตร ระหว่างวันที่ 22-24 กันยายน 2560 เพื่อร่วมส่งมอบเงินทุนการศึกษา รวมถึงชุดอุปกรณ์เครื่องเขียน และสิ่งของอุปโภคบริโภคต่างๆ แก่สถานสงเคราะห์มูลนิธิหมู่บ้านเด็กตะวันฉาย ตั้งอยู่บริเวณเกาะสิเหร่ ภูเก็ต สามรุ่นหลักที่ผมได้มีโอกาสลองของแบบจะๆ เริ่มจากในหนึ่งยนตกรรมภายใต้แบรนด์ “EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benz นั้นคือ E 350 e Exclusive เป็นเวอร์ชั่นคั่นกลางระหว่าง Avantgarde กับ AMG Dynamic ซึ่งใช้เครื่องยนต์เบนซิน  4 สูบ เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์  ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 65 กิโลวัตต์ ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 9 จังหวะ 9G-Tronic พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่หลังพวงมาลัย เขยิบออกจากเมืองหลวงวิ่งยาวไปถึงจังหวัดชุมพร ได้โอกาสดีแวะสักการะอนุสรณ์สถานกรมหลวงชุมพร (เสด็จเตี่ย) บริเวณหาดทรายรี ใกล้กับปากน้ำชุมพร

   แม้ E-Class จะเป็นซีดานขนาดกลางถึงใหญ่แต่โมเดลปัจจุบันนั้นจัดว่ามีความคล่องตัวสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในเมือง ขับขึ้นลงเข้าออกพื้นที่จอดรถภายในอาคาร หรือขับบนทางด่วน และยิ่งรู้ซึ้งถึงสมรรถนะยิ่งขึ้นมือต้องทำเวลาให้ทันนัดหมาย  E 350 e Exclusive แปรสภาพเป็นสปอร์ตซีดานได้ในทันทีด้วยสมรรถนะของชุดขับเคลื่อนและช่วงล่างที่กลมกล่อมไม่กระด้างและไม่นุ่มเกินไป ทำให้เราขับขี่ได้ไม่เครียดแม้ในความเร็วสูง ( ในโหมดสปอร์ต ) รวมถึงระบบเบรกที่ให้ความมั่นใจได้ พร้อมๆกับความสะดวกสบายและความปลอดภัยระดับสูง และอุดมไปด้วยออฟชั่นเกินมาตรฐานครบครัน ถึงขนาดที่ต้องเรียนรู้การใช้งานสำหรับบางฟิวเจอร์ แต่เมื่อคุณสามารถเข้าถึงเจ้า E-Class สายพันธุ์ Plug - In แล้วจะลืมไม่ลงจริงๆ

   คันถัดมาที่ได้ลองชั่งเหมาะเจาะสมวัยเพราะเป็นรถในกลุ่ม Dream Car ได้แก่  C-Class Coupé และรุ่นที่ได้ลองคราวนี้เป็นตัวท๊อปยอดมงกุฎ ที่แค่ชื่อก็ไม่ธรรมดาเสียแล้ว Mercedes – AMG C43 รูปร่างหน้าตาดูเผินๆก็ไม่ต่างจากรถหรูสไตล์คูเป้ขนาดกะทัดรัด เจนเนอเรชั่นล่าสุดที่เอาใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หลงใหลความสปอร์ต ด้วยขนาดตัวถังที่ใหญ่กว่าซีคู้ปโมเดลเดิมทุกมิติ ตั้งแต่ระยะฐานล้อที่ยาวขึ้น 80 มิลลิเมตร ส่งผลให้ตัวถังรถมีความยาวกว่ารุ่นเดิม  95 มิลลิเมตรและกว้างกว่ารุ่นเดิม 40 มิลลิเมตร และด้านหน้าของรถลาดลงต่ำทำให้ฝากระโปรงดูยาว และเมื่อรวมกับประตูแบบไร้ขอบ กระจกมองข้างแบบลอยตัว และเส้นสายด้านข้างตัวรถที่ลากไปจรดซุ้มล้อหลัง ทำให้รูปโฉมของ C- Coupé โฉบเฉี่ยวเร้าใจยิ่งขึ้น

   ที่สำคัญอีกอย่างคือตัวรถที่มีน้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับเจนเนอเรชั่นก่อนหน้า จากการพัฒนาโครงสร้างตัวถังให้มีน้ำหนักเบา โดยใช้อะลูมิเนียมเป็นองค์ประกอบหลักผสมกับเหล็กกล้า ตลอดจนชิ้นส่วนต่างๆ เช่น กันชน ฝากระโปรงหน้าและหลัง เป็นอัลลอยน้ำหนักเบา  สำหรับรุ่นพิเศษนี้เป็นรถนำเข้าทั้งคันหรือกว่า C 250 Coupé AMG Dynamic โดยเพิ่มความสปอร์ตขึ้นไปอีกระดับ โดยเฉพาะพลังกำลังจากเครื่องยนต์ วี 6 สูบ 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ที่ให้กำลังระดับ 367 แรงม้า แรงบิดสูงสุด พร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ 4Matic ให้พลังการขับขี่ดุจลูกแกะให้คราบหมาป่า ที่แตกต่างจากซุปเปอร์คาร์คือ  Mercedes – AMG C43 สามารถตอบสนองการควบคุมได้ง่ายและสบายกว่า เชื่อว่าแม้ผู้ขับรถคันนี้จะเป็นผู้หญิงตัวเล็กก็เอาอยู่ ใช้งานในชีวิตประจำวันได้ตลอด และเมื่อใดต้องการความดุดันจ้าวนี้มีให้ไม่หมดจริงๆ

   สำหรับ ดีไซน์ภายในได้รับการตกแต่งให้ดูเรียบง่ายแต่เคร่งขรึม แฝงด้วยความเร้าใจสไตล์สปอร์ตด้วยพวงมาลัยสปอร์ตมัลติฟังก์ชั่นแบบท้ายตัดรวมถึงก้านเปลี่ยนเกียร์แบบแพดเดิลชิฟ ควบคุมหรือเลือกใช้งานระบบมัลติมีเดียได้สะดวก บรรยากาศ ภายในห้องโดยสาร ออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยอันกว้างขวาง และประกอบ ด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันทันสมัยสปอร์ตยิ่งกว่าที่เคย โดยผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะ รู้สึกได้ถึงความความพลิ้วไหว และโฉบเฉี่ยวของส่วนประกอบต่างๆ เบาะที่นั่งแบบสปอร์ตหุ้มด้วยอาคันทาร่า เข็มขัดนิรภัยสีแดงสด นอกจากนี้ ยังมีสวิตช์เลื่อนเบาะที่นั่งด้านหน้าสำหรับการเข้าหรือออกจากห้องโดยสารของผู้โดยสารตอนหลัง ที่เป็นแบบแยก 2 เบาะ และมีระบบป้อนเข็มขัดอัตโนมัติ (automatic belt feeders) สำหรับผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้า เป็นครั้งแรกใน C- Coupé

   แต่ถ้าไม่อยากแตกต่างหรือจ่ายมากขนาดนั้นแต่ยังชื่นชอบสไตล์คูเป้ 2 ประตูMercedes-Benz ยังมี  C-Class Coupé ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1,991 ซีซี กำลังสูงสุด 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,200 – 4,000 ต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 6.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ 7G-TRONIC PLUS สามารถปรับตั้งโหมดการขับได้จากระบบไดนามิก ซีเล็กบนแผงหน้าปัด โดยมีให้เลือกถึง 5 แบบ ทั้งแบบประหยัด อีโค่ (ECO) คอมฟอร์ต (Comfort) สปอร์ต (Sport) สปอร์ตพลัส (Sport+) และปรับตั้งค่าเอง (Individual) หากผู้ขับขี่เลือก “โหมดปรับตั้งค่าเอง” จะสามารถปรับตั้งค่าต่างๆ ได้ตามความพึงพอใจ

   ปิดท้ายที่รุ่นใหญ่ใจต้องนิ่ง  S 500 e AMG Premium ต้องบอกว่าเหมาะกับการเป็นผู้โดยสารตอนหลังแบบสุดๆ หรือจะขับเองก็ไม่น่าเกลียด แม้จะไม่เร้าสองรุ่นที่แล้วมาแต่ก็เป็นอะไรที่สบายผ่อนคลายมากสำหรับการเดินทางไกลๆ

   มูลนิธิหมู่บ้านเด็กตะวันฉาย จัดตั้งขึ้นสืบเนื่องจากธรณีพิบัติภัยสึนามิเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่เด็กกำพร้า และเด็กด้อยโอกาสในจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา โดยนอกจากการได้ร่วมกิจกรรมทำความดีในครั้งนี้แล้ว เรายังได้มีโอกาสสัมผัสถึงดีไซน์ล้ำสมัย สมรรถนะที่ไม่เป็นรองใคร และระบบความปลอดภัยเหนือชั้น ของยนตรกรรมรุ่นล่าสุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์กันอย่างใกล้ชิด ทั้งรถยนต์ในกลุ่ม Dream Car อย่างMercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé, Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé และE 300 Coupé AMG Plus รวมถึงยนตกรรมรุ่นอื่นๆภายใต้แบรนด์“EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benzอย่าง S 500 e AMG Premium, E 350 e Exclusive, E 350 e AMG Dynamic และGLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic อีกด้วย

   กิจกรรมเพื่อสังคมนี้จะจัดให้มีขึ้นในจังหวัดที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้เข้าไปจัดกิจกรรม  Mercedes-Benz StarFest 2017’ ได้แก่ โรงเรียนโสตศึกษา จ.สุรินทร์ ในวันที่ 22-24 สิงหาคม 2560 โรงเรียนบ้านแม่ไคร้ จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 2-4 กันยายน 2560 สถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและครอบครัว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น ในวันที่ 15-16 กันยายน 2560 และสถานสงเคราะห์มูลนิธิหมู่บ้านเด็กตะวันฉาย จ.ภูเก็ต ในวันที่ 22-24 กันยายน 2560

 
 

Page 1 of 10

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )