Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

CSR NEWS

CSR NEWS : มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ นิยามใหม่ของครอสโอเวอร์ นำคณะสื่อมวลชนร่วมพัฒนาโรงเรียนวัดบางเคียน จ. นครสวรรค์

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดนำขบวน มิตซูบิชิ   เอ็กซ์แพนเดอร์ นิยามใหม่ของครอสโอเวอร์ พร้อมคณะสื่อมวลชน ไปยังโรงเรียนวัดบางเคียน อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสาในการเสริมสร้างความปลอดภัยและมอบความสุขให้กับน้องๆ นักเรียน ด้วยการร่วมกันซ่อมแซมและปรับปรุงอาคารเรียน โดยมี นายยอดชาย ซื่อวัฒนากุล ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักสื่อสารการตลาด เป็นผู้แทนส่งมอบบันไดและระเบียงทางเดินที่ได้รับการปรับปรุงให้มั่นคงแข็งแรง พร้อมมอบอุปกรณ์การกีฬาและเครื่องกรองน้ำ แก่ นายเรืองยศ เหมือนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบางเคียน โดยมี นายกัมปนาท สุ่มมาตร ศึกษานิเทศก์ชำนาญการ ผู้แทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1ร่วมเป็นสักขีพยาน

   โรงเรียนวัดบางเคียน เป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยมีครูและบุคลากรรวม 3คน เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6ซึ่งนักเรียน 50คน เป็นเยาวชนผู้ขาดแคลนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ทั้งนี้พื้นที่ของโรงเรียนและชุมชนดังกล่าวได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทุกปี ส่งผลให้อาคารเรียนที่มีอยู่จำนวน 1หลัง ทรุดโทรมอย่างหนัก โดยเฉพาะบันไดและระเบียง ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอันตรายกับเด็กนักเรียนและครูผู้สอน เนื่องจากขาดแคลนทุนทรัพย์ในการซ่อมแซม รวมถึงยังขาดแคลนอุปกรณ์ด้านการกีฬาและเครื่องกรองน้ำดื่มอีกด้วย

   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทยในฐานะส่วนหนึ่งของสังคมไทย เชื่อมั่นว่าการศึกษาเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเยาวชน สังคม และประเทศไทย จึงมุ่งมั่นสานต่อเจตนารมย์ในการสร้างสรรค์สังคม ด้วยการเดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบโอกาสทางการศึกษา พัฒนาคุณภาพชีวิตและมอบความสุขให้แก่เยาวชน และผู้คนในสังคมไทยสืบไป

 

CSR NEWS : กลุ่มอีซูซุมอบทุนกว่า 4 ล้านบาท สร้างอนาคตทางการศึกษาให้แก่เยาวชนไทย

 

 

 

 

 

 

   ด้วยความเชื่อมั่นว่า การศึกษา คือ รากฐานแห่งการสร้างคนเพื่อพัฒนาชาติอย่างมั่นคง มูลนิธิกลุ่มอีซูซุในประเทศไทยจึงมุ่งเดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์เป็น “นิติบุคคลที่ดีของสังคมไทย” ตอกย้ำพันธกิจเพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้แก่เยาวชนของชาติอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดพิธีมอบทุนการศึกษา ประจำปี 2561 ให้แก่ นักเรียน นิสิต และนักศึกษา จากสถาบันการศึกษา   ต่าง ๆ มากกว่า 237 แห่งทั่วประเทศ จำนวน 595 ทุน  รวมมูลค่า 4,061,000 บาท

   มร.โทชิอากิ มาเอคาวะ ประธานกรรมการมูลนิธิกลุ่มอีซูซุ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัดเผยว่า “ในฐานะบริษัทรถยนต์ชั้นนำที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานานกว่า 60 ปี อีซูซุจึงไม่ได้มีเป้าหมายแค่เพียงการผลิตยานยนต์ที่มีคุณภาพ แต่ยังรวมถึงเป้าหมายในการเติบโตอย่างยั่งยืนเคียงคู่กับสังคมไทย  อีซูซุจึงได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในรูปแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสนับสนุนการศึกษา เพราะอีซูซุเชื่อว่าการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาโดยรวมของสังคม   ซึ่งการมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาที่มีผลการเรียนยอดเยี่ยม การสนับสนุนกองทุนวิจัยด้านวิศวกรรม การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยียานยนต์สนับสนุนโดยอีซูซุที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาต่าง ๆ ทั่วประเทศ การบริจาคแชสซีส์รถยนต์และเครื่องยนต์ให้กับสถานศึกษา  พร้อมทั้งจัดกิจกรรมส่งเสริมความสามารถพิเศษผ่านโครงการอีกมากมาย โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเยาวชนจำนวนมากที่ได้รับโอกาสในแต่ละปีนั้น จะสามารถบรรลุเป้าหมายทางการศึกษาได้สำเร็จสมความมุ่งหวัง และพร้อมที่จะเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ เป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญของประเทศชาติต่อไปได้ในอนาคต”

  สำหรับพิธีมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิกลุ่มอีซูซุในปีนี้  ได้คัดเลือกเยาวชนที่มีผลการเรียนดี มีความวิริยะอุตสาหะด้านการศึกษา แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์  ในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ จำนวน 595 คน รวมมูลค่าทั้งสิ้น 4,061,000 บาท  เพื่อให้เยาวชนนำทุนดังกล่าวไปใช้พัฒนาคุณภาพการศึกษาของตนเอง ถือเป็นสิ่งที่ภาคเอกชนสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่สมาชิกในสังคมไทย  ซึ่งกลุ่มอีซูซุได้ยึดถือนโยบายนี้เพื่อคืนกำไรสู่สังคมอย่างต่อเนื่องจนก้าวสู่ปีที่ 31  

   นายอรรถพล พวงสกุล จากโรงเรียนราชวินิต-ฝ่ายมัธยม เผยถึงความรู้สึกที่ได้รับทุนการศึกษาครั้งนี้ว่า “ผมได้รับทุนเรียนดีมาตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถมศึกษา  พออยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นก็ตั้งใจเรียนต่อเนื่องจนได้รับทุนการศึกษาทุกเทอม ทำให้ที่บ้านไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายตรงนี้เลย ผมได้ปรึกษาอาจารย์เรื่องการขอรับทุนการศึกษาจากองค์กรที่สนับสนุนเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้มีโอกาสมารับทุนจากมูลนิธิกลุ่มอีซูซุเป็นครั้งแรก ดีใจและภูมิใจมากครับ เป็นโอกาสที่ดีสำหรับผมและคนอื่น ๆ   เพราะนอกจากจะช่วยลดภาระของครอบครัวแล้ว ยังนำมาซื้ออุปกรณ์การเรียนหรือใช้ทำโครงงานที่จำเป็นได้อีกด้วย ต้องขอขอบคุณกลุ่มอีซูซุ ที่มอบโอกาสให้แก่เยาวชนที่รักเรียนให้ได้มีกำลังใจผลักดันตัวเองให้ขยันและตั้งใจใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องครับ”

   และสำหรับนางสาวฐิติพร โรจน์โลหะโสภณ นิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า “ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ได้มีโอกาสรับทุนการศึกษาเรียนดีจากกลุ่มอีซูซุค่ะ  สามารถนำมาช่วยสนับสนุนการเรียนได้เป็นอย่างดี ทั้งจ่ายค่าเรียนและการซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้เราเรียนได้เต็มที่มากขึ้น เพราะการเรียนในมหาวิทยาลัยจะมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มขึ้นมาก  ทำให้เรามีภาระที่จะต้องหาเพิ่มเติม การที่อีซูซุเห็นความสำคัญของเยาวชนที่มีผลการเรียนดีต่อเนื่องแล้วมอบทุนการศึกษาให้ ถือเป็นการเติมเต็มโอกาสให้กับหนูและเยาวชนคนอื่น ๆ ที่ขาดทุนทรัพย์ในการเรียนได้เป็นอย่างดีค่ะ ซึ่งนอกจากตัวเราเองจะภูมิใจแล้ว คุณแม่ก็ภูมิใจไปกับเราด้วยค่ะ เป็นแรงใจที่ทำให้เราอยากก้าวไปสู่การเป็นนักศึกษาที่ดีมีคุณภาพ และเป็นที่พึ่งของครอบครัวต่อไปในอนาคต”

 

CSR NEWS : มูลนิธิโตโยต้าฯ ปันโอกาสทางการศึกษา ส่งต่อความรู้ เพื่อสังคมที่ยั่งยืน มอบทุน 1ล้านบาท แก่เยาวชนภาคใต้

 

 

 

 

 

 

 

   นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย มอบทุนการศึกษาประจำปี 2561 จำนวน 136 ทุน รวมมูลค่า 1,000,000 บาท แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จาก 14 จังหวัดภาคใต้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อมุ่งหวังให้เยาวชนได้รับการศึกษาที่ดี และนำความรู้ความสามารถไปใช้ในการประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว รวมทั้งช่วยพัฒนาชุมชนในอนาคต โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการมูลนิธิโตโยต้าฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อวันศุกร์ที่ 14กันยายน พ.ศ. 2561 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จ.ภูเก็ต

   มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2535 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรสาธารณกุศล ทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบทุนสนับสนุนเป็นประจำทุกปี โดยมุ่งเน้นในการส่งเสริมสังคมอย่างยั่งยืนผ่าน3 แนวทาง ได้แก่

- ส่งเสริมการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่อยู่ห่างไกลรวมถึงสนับสนุนการศึกษาทุกระดับชั้น ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์  ศิลปวัฒนธรรม และความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน

- พัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และคนพิการรวมถึงส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

- ส่งเสริมการดำเนินการขององค์กรสาธารณกุศลต่างๆ เพื่อสาธารณประโยชน์

   พิธีมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการศึกษา ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตจังหวัดภาคใต้ โดยมุ่งหวังที่จะพัฒนาเยาวชนไทยให้มีโอกาสในการเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เพื่อนำความรู้ความสามารถกลับมาพัฒนาชุมชนรวมถึงการประกอบอาชีพต่อไปในอนาคต โดยโครงการนี้ได้ดำเนินงานต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่า 13 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 โดยมีเยาวชนภาคใต้ได้รับทุนแล้วจำนวน 1,386 ทุน คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 11,250,000 บาท

   สำหรับการมอบทุนการศึกษาประจำปี 2561 ในเขตภาคใต้ ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มีนักศึกษาเข้ารับทุน จำนวน 136ทุน รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1,000,000 บาทโดยมีรายละเอียดดังนี้  

1.      คณะครุศาสตร์                                                                     จำนวน              80        ทุน

2.      คณะเทคโนโลยีการเกษตร                                                      จำนวน                1        ทุน

3.      คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์                                       จำนวน              27        ทุน

4.      คณะวิทยาการจัดการ                                                            จำนวน              18        ทุน

5.      คณะวิทยาลัยท่องเที่ยวนานาชาติ                                            จำนวน                1        ทุน

6.      คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี                                            จำนวน                9        ทุน

   นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานมูลนิธิโตโยต้าฯ กล่าวว่า “มูลนิธิโตโยต้าฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องการศึกษามาโดยตลอดจึงได้ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาในทุกระดับชั้นมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 26 ปี โดยมีพันธกิจหลักคือการมอบ โอกาสทางการศึกษาแก่เด็ก เยาวชน นิสิต และนักศึกษา เพื่อให้เกิดการพัฒนาเยาวชนอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านความรู้ ศีลธรรม และจิตใจ นอกเหนือจากการพัฒนาเยาวชนแล้ว มูลนิธิโตโยต้าฯ ยังมุ่งหวังให้เด็ก เยาวชนผู้รับโอกาสในวันนี้ จะส่งต่อความรู้และโอกาสให้ผู้อื่นต่อไปในอนาคต ซึ่งถือเป็นการแบ่งปันที่ไม่สิ้นสุดสู่การสร้างสรรค์สังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน”

 
 

CSR NEWS : ฮอนด้าสานต่อโครงการ “Honda Road Safety for Kids” มุ่งปลูกฝังความปลอดภัยและวินัยจราจรให้กับเยาวชน พร้อมวางรากฐานสู่ถนนปลอดอุบัติเหตุในอนาคต

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อโครงการ “Honda Road Safety for Kids” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3นำคณะครูฝึกขับขี่ปลอดภัยจากฮอนด้า เข้าอบรมให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยและวินัยจราจรแก่เยาวชน โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยและโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ จังหวัดเชียงใหม่อันจะนำไปสู่  การสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุ (Collision Free Society) ตามวิสัยทัศน์ปี 2030 ของฮอนด้า พร้อมเดินหน้าขยายผลไปสู่โรงเรียนอื่นๆ รวมถึงผู้จำหน่ายฮอนด้าทั่วประเทศ

   นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฎิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “ในฐานะบริษัทผู้ผลิตยนตรกรรม ฮอนด้าตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างสังคมไทยที่คำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมาโดยตลอด โดยได้เริ่มดำเนินการรณรงค์และเผยแพร่กิจกรรมขับขี่ปลอดภัยมาตั้งแต่ปี 2531 ซึ่งหนึ่ง         ในกิจกรรมที่ฮอนด้าจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 คือ การจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้กับประชาชนทั่วไป นักศึกษา รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผ่านโครงการ “Honda Dream Road ถนนในฝัน...ถนนปลอดอุบัติเหตุ”และได้ขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังเด็กและเยาวชน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยแต่ละปีอุบัติเหตุบนท้องถนนได้คร่าชีวิตเด็กและเยาวชนไปจำนวนมาก ฮอนด้าได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงจัดตั้งโครงการ  “Honda Road Safety For Kids”     ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3เพื่อเป็นการปลูกฝังวินัยจราจร รวมถึงเป็นการวางรากฐานเรื่องความปลอดภัยให้กับเด็กและเยาวชน โดยปรับหลักสูตรให้เข้าใจง่ายและสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน เช่น การข้ามถนนอย่างปลอดภัย การเอาตัวรอดเมื่อต้องติดอยู่ในรถ สำหรับในปีนี้ เริ่มต้นโครงการฯที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีปริมาณรถหนาแน่น รวมถึงศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุระบุว่าติด 1 ใน 5 จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงสุด นอกจากนี้ยังวางแผนขยายโครงการไปยังโรงเรียนอื่นๆ รวมถึงต่อยอดไปยังผู้จำหน่ายฮอนด้า เพื่อสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุให้เกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์      ของฮอนด้าปี 2030”

   สำหรับโครงการ “Honda Road Safety for Kids” เป็นโครงการที่จัดขึ้นต่อเนื่อง เป็นปีที่ 3 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558มีเยาวชนเข้าร่วมโครงการฯ รวมแล้วกว่า 2,667คน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเยาวชนอายุ 3-6ปี, อายุ 7-14ปี และอายุ 15-18ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยและปลูกฝังวินัยจราจรให้กับเยาวชน  โดยริเริ่มพัฒนาหลักสูตร ที่เน้นให้เยาวชนสามารถเรียนรู้และเข้าใจได้โดยง่าย ผ่านการจำลองสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้เยาวชนได้ฝึกการแก้ไขปัญหาและ      การเอาตัวรอด อันจะสามารถนำไปใช้ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินได้  สำหรับกิจกรรมในปีนี้ ถือเป็นปีแรกที่ได้ขยายโครงการไปยังนักเรียนระดับชั้นอนุบาลที่ 1-3จำนวนกว่า 500คน ณ โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย

   อาจารย์ปัญญา สกุลปั้นทรัพย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักเรียน โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยกล่าวว่า “โครงการนี้ถือเป็นการสร้างทักษะในการใช้ชีวิตประจำวันให้กับเด็ก   ทำให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการจำลองสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กจดจำได้ง่าย เช่น การโดยสารรถยนต์ การใช้ถนนอย่างปลอดภัย สิ่งเหล่านี้ถือเป็นการป้องกันไว้ก่อนเกิดเหตุ ทั้งยังสามารถต่อยอดความปลอดภัยไปยังครอบครัว เพราะเด็กสามารถนำความรู้ที่ได้ ไปเล่าให้ผู้ปกครองฟัง ต้องขอขอบคุณฮอนด้าสำหรับโครงการดีๆแบบนี้ และอยากให้จัดกิจกรรมอย่างนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือสังคมอีกทางนึงด้วย”

   และโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ จังหวัดเชียงใหม่

   ซิสเตอร์ ดร.มาลีรัตน์ บุญอนันตบุตร รองผู้อำนวยการรับผิดชอบแผนกปฐมวัย โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ กล่าวว่า “ต้องขอขอบคุณทางฮอนด้ามากสำหรับโครงการดีๆแบบนี้       และรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ทางฮอนด้าได้เลือกจัดกิจกรรมที่โรงเรียนของเรา ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะ เพราะสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์หน่วยการเรียนรู้ภายในห้องเรียน โดยทุกวัน เด็กจะได้เรียนรู้การเดินทางด้วยยานพาหนะต่างๆ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งโครงการนี้ ทำให้เด็กได้สัมผัสประสบการณ์จากสถานการณ์จำลอง เพื่อจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ซึ่งถือเป็น     การต่อยอดให้กับเด็ก นอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียนอีกด้วย” 

โครงการ “Honda Road Safety for Kids”

1.      ความเป็นมาของโครงการ “Honda Road Safety for Kids”

   ฮอนด้าตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างสังคมไทยที่คำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมาโดยตลอด โดยได้เริ่มดำเนินการรณรงค์และเผยแพร่กิจกรรมขับขี่ปลอดภัยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 เป็นต้นมา ด้วยการอบรมให้ความรู้เรื่องการขับขี่อย่างปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไป ภายใต้โครงการ “เมืองไทยปลอดภัย” (Safety Thailand) และในปี พ.ศ. 2537 ได้ก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมขับขี่ปลอดภัยอย่างเป็นทางการ ต่อมาในปี พ.ศ.2551 จึงได้เปิดศูนย์ฝึกอบรมขับขี่ปลอดภัยด้านรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ได้มาตรฐานแห่งแรกในประเทศไทย  และภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ขึ้น จนถึงปัจจุบัน มีผู้ผ่านการอบรมขับขี่ปลอดภัยด้านรถยนต์กับฮอนด้ารวมทั้งหมดกว่า 77,733คน

   ฮอนด้ายังคงเดินหน้าเผยแพร่ความรู้ด้านการขับขี่ปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. 2556ได้ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดตั้งโครงการ “Honda Dream Road ถนนในฝัน…ถนนปลอดอุบัติเหตุ” เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการอบรมเน้นการให้ความรู้กับคน (Human) เป็นหลัก เพื่อสร้างการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม และลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุด โดยจัดการอบรมให้กับลูกค้าฮอนด้า บุคคลทั่วไป ตลอดจนเจ้าหน้าที่ในองค์กรต่างๆ ของภาครัฐ อาทิ เจ้าหน้าที่
พลขับรถยนต์ กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3

   เพื่อขยายการส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนให้ครอบคลุมมาถึงกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยแต่ละปี อุบัติเหตุบนท้องถนนได้คร่าชีวิตเด็กและเยาวชนไปจำนวนมาก ฮอนด้าได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงจัดตั้งโครงการ “Honda Road Safety For Kids” ในปี พ.ศ.2558 เพื่ออบรมให้ความรู้ รวมถึงสร้างจิตสำนึกเรื่องความปลอดภัยและวินัยจราจรให้กับเด็กและเยาวชน โดยออกแบบหลักสูตรครอบคลุมทั้งภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติ ให้ง่ายต่อการเรียนรู้และการจดจำของเด็กแต่ละช่วงวัย รวมถึงสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน อาทิ การใช้ถนนและการข้ามถนนอย่างปลอดภัย พื้นที่อันตรายรอบตัวรถ การขึ้น-ลงรถ และการโดยสารรถอย่างปลอดภัย การขี่จักรยานอย่างปลอดภัย รวมถึงวิธีการแก้ไขปัญหาเมื่อต้องติดอยู่ในรถเพียงลำพัง เป็นต้น

   ตลอดระยะเวลา 3ปี โครงการ “Honda Road Safety For Kids” ได้จัดอบรมให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยและวินัยจราจรแก่เด็กและเยาวชนในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง มีเด็กและเยาวชนเข้าร่วมอบรมแล้วกว่า 2,667 คน สำหรับปี พ.ศ.2561นี้  ได้จัดอบรมให้กับเด็กในระดับชั้นอนุบาล 1 - 3โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย และโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยเลือกพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งนำไปสู่การสัญจรบนท้องถนนที่เพิ่มขึ้นตามมา รวมถึงศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุระบุว่าเป็นจังหวัดที่ติดอันดับ 1ใน 5จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงสุดอีกด้วย 

   นอกจากนี้ ฮอนด้ายังวางแผนขยายโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุ (Collision Free Society) ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน  ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของฮอนด้าปี 2030  โดยขยายการอบรมให้ความรู้การขับขี่ปลอดภัยและวินัยจราจรไปยังสถานศึกษาต่างๆ รวมถึงต่อยอดไปยังผู้จำหน่ายฮอนด้าทั่วประเทศ

2.      วัตถุประสงค์ของโครงการ ”Honda Road Safety for Kids”

2.1  เพื่อเป็นการให้ความรู้และสร้างจิตสำนึกเรื่องความปลอดภัยและวินัยจราจรให้กับเด็กและเยาวชน

2.2  เพื่อลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง
ในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างยั่งยืน

2.3  เพื่อเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ระหว่างองค์กรและสถาบันการศึกษา
ในการทำงานร่วมกัน เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนน รวมถึงต่อยอดไปยัง
ผู้จำหน่ายฮอนด้าทั่วประเทศ

3.      กลุ่มเป้าหมาย แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

3.1 กลุ่มเด็กเล็ก                                     อายุ 3 - 6ปี

3.2 กลุ่มเด็กและเยาวชน                       อายุ 7 - 14ปี

3.3 กลุ่มเยาวชน                                 อายุ 15 - 18ปี

4.      หลักสูตรการฝึกอบรม แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

            3.1 กลุ่มเด็กเล็ก                         อายุ 3 - 6 ปี                    หลักสูตร 1.5 ชั่วโมง

            3.2 กลุ่มเด็กและเยาวชน             อายุ 7 - 14 ปี                  หลักสูตร 3 ชั่วโมง

            3.3 กลุ่มเยาวชน                         อายุ 15 -18 ปี                หลักสูตร 3 ชั่วโมง

ภาคทฤษฎี

   พัฒนาความรู้และทักษะในด้านความปลอดภัยและวินัยจราจรให้กับเด็กและเยาวชน โดยปรับให้มีความเหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย อาทิ หลักสูตรสำหรับกลุ่มเด็กเล็ก อายุ 3-6ปี จะเน้นหลักสูตรที่เข้าใจง่าย เช่นการปฏิบัติตนให้มีความปลอดภัย เมื่ออยู่บนทางเท้าหรือถนน การโดยสารรถอย่างปลอดภัย การฝึกการฟังเสียงจากยานพาหนะต่างๆ เช่น เสียงรถพยาบาล เสียงรถดับเพลิง พร้อมคำแนะนำสิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อได้ยินเสียงดังกล่าว  การเรียนรู้เรื่องสีของเสื้อผ้า ที่สามารถมองเห็นได้ง่ายในที่มืด เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน
ในเวลากลางคืน เป็นต้น

ภาคปฏิบัติ

   เรียนรู้และฝึกปฏิบัติผ่านการจำลองสถานการณ์ต่างๆที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย เพื่อให้เด็กและเยาวชน ได้เรียนรู้การแก้ไขปัญหา รวมถึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ อาทิ หลักสูตรสำหรับกลุ่มเด็กเล็ก อายุ 3-6  ปี สอนให้เด็กเรียนรู้ขั้นตอนการใช้ถนนและการข้ามถนนอย่างปลอดภัย วิธีการแก้ไขปัญหาเมื่อต้องติดอยู่ในรถเพียงลำพัง เป็นต้น

5.      แผนการดำเนินงานโครงการ”Honda Road Safety for Kids” ในปี พ.ศ. 2561

   สำหรับในปี พ.ศ. 2561 โครงการฯ มุ่งเน้นที่จะขยายการอบรมไปสู่สถานศึกษาทั่วทุกภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดที่มีการใช้รถใช้ถนนจำนวนมาก และวางแผนครอบคลุมทุกภูมิภาคภายในปีนี้  สำหรับจังหวัดเชียงใหม่      มีโรงเรียนนำร่องที่เข้าร่วมในโครงการฯ ได้แก่

6.      ข้อมูลติดต่อ

   โรงเรียนและสถานศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24ชั่วโมง โทร 02- 341-7777ต่างจังหวัดโทรฟรี 1 800 239 833  หรือโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการฮอนด้าที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

 

CSR NEWS : อีซูซุเดินหน้าสานต่อโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” แห่งที่ 31 แก่โรงเรียนสารธรรมวิทยาคาร จังหวัดน่าน

 

 

 

 

 

 

   ดร.วิจารย์   สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.อรัญญา เฟื่องสวัสดิ์ รองกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พร้อมด้วยกลุ่มอีซูซุในประเทศไทย โดย มร. ทาเคชิ คาซาฮาระ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เดินหน้าสานต่อปณิธานในการส่งมอบระบบพัฒนาน้ำดื่มสะอาดพร้อมขุดบ่อบาดาล เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดในโรงเรียนให้หมดไปจากสังคมไทยอย่างต่อเนื่องในโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” แห่งที่ 31 ณ โรงเรียนสารธรรมวิทยาคาร ตำบลตาลชุม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน โดยมีคุณบอย - ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ซูเปอร์พรีเซนเตอร์อีซูซุร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

   มร. ทาเคชิ คาซาฮาระ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัดเผยว่า “กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยได้ดำเนินโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต”ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 นับตั้งแต่     ปี พ.ศ. 2556จนถึงปัจจุบัน โดยเราได้ส่งทีมงานลงพื้นที่สำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรับทราบถึงปัญหาการขาดแคลน “น้ำดื่มสะอาด” และปัญหาเรื่องสารปนเปื้อนในน้ำสูงเกินมาตรฐาน ทำให้ไม่สามารถนำมาบริโภคได้ เพื่อประเมินสถานการณ์ในการจัดสร้างระบบน้ำดื่มแบบครบวงจรให้กับโรงเรียนต่างๆ ในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ สำหรับโรงเรียนสารธรรมวิทยาแห่งนี้เป็นโรงเรียนลำดับที่ 31ในโครงการฯ โดยทางโรงเรียนประสบปัญหาเรื่องน้ำมีปนเปื้อนสารเคมี สนิมเหล็ก หินปูน และมีสีขุ่น ทำให้ไม่สามารถนำน้ำมาบริโภคได้ อีซูซุจึงได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ และทำการส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดให้เป็นที่เรียบร้อย และในปีนี้กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยยังคงเตรียมการเพื่อส่งมอบโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” ลำดับต่อๆ ไปให้กับโรงเรียนที่ประสบปัญหาเรื่องน้ำอย่างต่อเนื่องตามปณิธานที่มุ่งมั่นของกลุ่มอีซูซุในประเทศไทยที่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินโครงการนี้จนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป”

   โรงเรียนสารธรรมวิทยาคาร  ตั้งอยู่ที่ตำบลตาลชุม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ตั้งอยู่บนเนินเขา โดยเปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 -  6 มีนักเรียน 170 คน ครูและบุคลากรในโรงเรียน 25คน จากการสำรวจพบว่า แม้โรงเรียนจะห่างจากตัวเมืองเพียงแค่กว่า 30 กิโลเมตรแต่ก็ประสบปัญหาน้ำดื่มขาดแคลน  การจะนำน้ำมาบริโภคนั้นต้องใช้แหล่งน้ำธรรมชาติซึ่งปนเปื้อนสารเคมี สนิมเหล็ก หินปูน และมีสีขุ่น จากนั้นจึงนำมากรองด้วยเครื่องกรองน้ำมือสอง ซึ่งมักจะเสีย ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงมากในการซ่อมแซม อีกทั้งในช่วงหน้าแล้ง โรงเรียนจำเป็นต้องซื้อน้ำดื่มจากเอกชน  ส่วนชาวบ้านรวม 14 หมู่บ้าน กว่า 3,000 ครัวเรือน ต้องซื้อน้ำดื่มบรรจุถัง ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือนค่อนข้างสูง ดังนั้น เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว อีซูซุจึงได้ส่งทีมสนับสนุนลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการสำรวจและวางแผนแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยการติดตั้งชุดอุปกรณ์ขุดเจาะน้ำบาดาลครบวงจร รวมถึงระบบกรองน้ำดื่มสะอาดตามมาตรฐาน ตลอดจนดำเนินการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์โดยรอบให้ถูกสุขลักษณะ ซึ่งจะช่วยให้นักเรียน ครูและบุคลากรของโรงเรียน ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการมีน้ำสะอาดเพื่อการบริโภคอย่างยั่งยืน และเพื่อให้การแก้ปัญหาน้ำดื่มสามารถสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี นอกจากนี้ กลุ่มอีซูซุยังมอบทุนสำหรับการพัฒนาโรงเรียนเป็นจำนวนเงิน 50,000บาท  อีกด้วย

   กลุ่มอีซูซุพร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินโครงการนี้จนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป สำหรับโครงการ “อีซูซุให้น้ำ... เพื่อชีวิต” เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเพื่อสังคมของกลุ่มอีซูซุ เพื่อตอกย้ำปรัชญาการดำเนินธุรกิจ หรือ “วิถีอีซูซุ” นั่นคือ “ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา” อย่างแท้จริง

 
 

Page 1 of 17

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )