Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

CSR NEWS : สื่อมวลชนไทยสัมผัสเชฟโรเลต โคโลราโด เซนเทนเนียล อิดิชั่น 2018 ลองขับรถกระบะที่สร้างขึ้นจากตำนานความแกร่ง และร่วมอนุรักษ์สัตว์ป่า

 

 

 

 

 

 

 

   ตลอด 100 ปีที่ผ่านมา รถกระบะของเชฟโรเลตมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มผลิตรถกระบะหนึ่งตันในปี 1918 จากการเป็นส่วนหนึ่งของคนอเมริกันสู่การจารึกชื่อในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับโลก แต่สิ่งหนึ่งที่เชฟโรเลตยังคงมุ่งมั่นไม่เปลี่ยนแปลงคือการให้ความสำคัญกับการผลิตรถกระบะที่ดีที่สุดเพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า

   เชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทยเฉลิมฉลอง 100 ปีรถกระบะอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเชิญสื่อมวลชน 65 ท่านเข้าร่วมกิจกรรม “เชฟฯรักษ์ช้างป่า” เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สัมผัสคุณสมบัติที่โดดเด่นด้านต่างๆ ของโคโลราโด เซนเทนเนียล อิดิชั่น ปี 2018 และโคโลราโด ไฮ คันทรี สตอร์ม พร้อมทดสอบความแข็งแกร่ง สมรรถนะ และความทนทานทั้งบนถนนทั่วไปและเส้นทางออฟโรด

   นายชัชวาล จันทเขต ผู้อำนวยการทั่วไปฝ่ายวิศวกรรม เจนเนอรัล มอเตอร์ส เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า “ตลอด 100 ปีที่ผ่านมาผู้คนมากมายได้ให้ความไว้วางใจและมีความเชื่อมั่นในการใช้งานรถกระบะของเรา ดังนั้นเราจึงต้องการให้ลูกค้าในปัจจุบันทราบว่าเราได้ถ่ายทอดดีเอ็นเอของความแข็งแกร่ง พละกำลัง ความทนทาน และคุณภาพระดับสูงสุดไว้ในรถกระบะเชฟโรเลตทุกรุ่น รวมถึงรถกระบะรุ่นใหม่ล่าสุดของเรารุ่นนี้ด้วย”

   “โคโลราโด เซนเทนเนียล อิดิชั่น 2018 และโคโลราโด ไฮ คันทรี สตอร์ม คือตัวอย่างสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของเราที่ไม่เพียงสร้างรถกระบะและรถเอสยูวีที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าในภูมิภาคนี้เท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนภาพลักษณ์ของรถกระบะไปอย่างสิ้นเชิง”

เฉลิมฉลองหนึ่งศตวรรษแห่งความแข็งแกร่งและความไว้วางใจ

   การเดินทางทดสอบขับครั้งนี้เริ่มต้นจากใจกลางกรุงเทพฯ สื่อมวลชนขับรถกระบะเชฟโรเลตมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สัมผัสกับความหรูหรา สะดวกสบาย และเสถียรภาพการขับขี่แบบเดียวกับรถอเนกประสงค์เอสยูวี โคโลราโดยังมาพร้อมเทคโนโลยีและการเชื่อมต่อระดับผู้นำเซกเมนท์ที่ช่วยยกระดับความสะดวกสบายและความปลอดภัย ซึ่งรวมถึงระบบเชฟโรเลต มายลิงค์รุ่นใหม่ ระบบสั่งการด้วยเสียง สิริ อายส์ ฟรี  และครั้งแรกในรถกระบะระดับเดียวกันกับฟังก์ชั่นรีโมท สตาร์ท

   รถกระบะเชฟโรเลตได้ปฏิบัติภารกิจแรกที่มีความท้าทาย คือการบรรทุกถุงเกลือและถุงบรรจุแร่ธาตุที่มีน้ำหนักรวมมากกว่า 500 กก. สำหรับทำโป่งเทียมเพื่อช้างและสัตว์ป่า เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำหน้าในรถกระบะโคโลราโด ทั้งขุมพลังดูราแม็กซ์ ดีเซลเทอร์โบ 2.5 ลิตร ช่วงล่างที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ และแชสซีส์ที่มีความบึกบึนช่วยให้รถกระบะรุ่นนี้รองรับการบรรทุกหนักได้มากขึ้นอย่างไร้อุปสรรค  

   “เรามีความยินดีและตื่นเต้นอย่างมากที่สื่อมวลชนได้มีโอกาสทดสอบขับเชฟโรเลต โคโลราโด เซนเทนเนียลอิดิชั่น 2018 ในครั้งนี้ โดยเฉพาะการได้ทดลองสมรรถนะของรถกระบะที่มีการบรรทุกหนักสูงสุด 700 กก. เราได้ปรับปรุงระบบเบรก และปรับแต่งช่วงล่างเพื่อรองรับการขับขี่ทั้งขณะไม่มีการบรรทุกและขณะบรรทุกเต็มพิกัด เมื่อประสานกับพวงมาลัยไฟฟ้าและสมรรถนะของเครื่องยนต์ เรามั่นใจว่าสื่อมวลชนจะสัมผัสถึงความสะดวกสบายและความง่ายดายขณะขับขี่รถกระบะของเราที่มีการบรรทุกเต็มที่” นายชัชวาล กล่าว

   ในช่วงบ่าย สื่อมวลชนขับขี่รถกระบะโคโลราโดมุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เพื่อร่วมกันทำโป่งเทียมด้วยเกลือและแร่ธาตุที่บรรทุกมาในรถกระบะโคโลราโด โป่งเทียมอุดมด้วยสารอาหารและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ป่า ช่วยส่งเสริมระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ

   สื่อมวลชนและผู้บริหารเชฟโรเลตยังร่วมกับทำกิจกรรมก่อสร้างรั้วกึ่งถาวรเพื่อปกป้องสัตว์ป่าไม่ให้รุกล้ำพื้นที่ชุมชนและถนนที่มีรถยนต์สัญจร โคโลราโดเพียบพร้อมด้วยฟังก์ชั่นที่โดดเด่นอย่างระบบช่วยจอดด้านหน้าและกล้องมองขณะถอยหลังที่เป็นประโยชน์ต่อการขับขี่ในพื้นที่ป่าเขาที่คับแคบ

   กิจกรรมในวันแรกปิดท้ายด้วยการขับขี่โคโลราโดสู่โรงแรมเอวาซอน หัวหิน รีสอร์ท ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เงียบสงบของอำเภอปราณบุรี สื่อมวลชนได้พักผ่อนริมชายหาด และรับประทานอาหารค่ำแบบบาร์บีคิวสไตล์อเมริกัน

โคโลราโด เซนเทนเนียล อิดิชั่น 2018

   โคโลราโด เซนเทนเนียล อิดิชั่นปี 2018 เป็นรถกระบะรุ่นฉลองครบรอบ 100 ปีของรถกระบะเชฟโรเลตที่ได้รับการสร้างสรรค์ให้มีดีไซน์สุดพิเศษโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถกระบะรุ่นต่างๆของเชฟโรเลตที่ผ่านมา แต่ละคันจะได้รับการประทับหมายเลขประจำตัวรถบนประตู โลโก้โบว์ไทฉลองครบรอบกระบะ 100 ปี ตราสัญลักษณ์ฉลองครบรอบกระบะ 100 ปี สติกเกอร์สีดำรุ่นพิเศษด้านบนฝากระโปรงหน้า และล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว ยกระดับศักยภาพและการใช้งานของรถกระบะด้วยพื้นปูกระบะและชุดคิ้วล้อ รวมถึงสปอร์ตบาร์สีดำเงาสำหรับรุ่นแอลทีแซด

   ขุมพลังขับเคลื่อนของโคโลราโด เซนเทนเนียล อิดิชั่น 2018 คือเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ 4 สูบ ดีเซล เทอร์โบ แปรผัน Variable Geometry Turbocharger (VGT)ที่ผลิตในจังหวัดระยอง มีพละกำลัง 180 แรงม้า (132 กิโลวัตต์) ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 440 นิวตันเมตร (325 ฟุต-ปอนด์) ที่รอบต่ำ 2,000 รอบต่อนาที เครื่องยนต์รุ่นนี้ผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 4 ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อนสองล้อและขับเคลื่อนสี่ล้อ

   ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 814,000บาทสำหรับโคโลราโด 2.5 ลิตร ขับเคลื่อนสองล้อ 2 ประตู เกียร์ธรรมดา เซนเทนเนียล อิดิชั่นจนถึงรุ่นสูงสุด โคโลราโด 2.5 ลิตร ขับเคลื่อนสองล้อ 4 ประตู ไฮ คันทรี เซนเทนเนียล อิดิชั่น ราคา 1,103,000 บาท โคโลราโด 2.5 ลิตร ขับเคลื่อนสองล้อ 2 ประตู และ 4 ประตู เกียร์ธรรมดา เซนเทนเนียล อิดิชั่นมีตัวถังสีขาว Summit White และสีน้ำเงิน Blue Me Away Metallic ให้เลือกสรร ขณะที่รุ่นโคโลราโด 2.5 ลิตร ขับเคลื่อนสองล้อ 2 ประตู และขับเคลื่อนสี่ล้อ 4 ประตู ไฮ คันทรี เซนเทนเนียล อิดิชั่นมีตัวถังสีขาว Summit White

   จากนั้นสื่อมวลชนไทยพร้อมผู้บริหารและพนักงานของเชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทยร่วมทำกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมด้วยการทำโป่งเทียมและสร้างรั้วเพื่อปกป้องและอนุรักษ์สัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

   กิจกรรมรับผิดชอบต่อสังคม “เชฟฯรักษ์ช้าง” ได้รับเกียรติจากสื่อมวลชนจำนวนทั้งหมด 65 ท่านที่ร่วมขับขี่รถกระบะรุ่นสูงสุด เชฟโรเลต โคโลราโด ไฮ คันทรี สตอร์ม และรถกระบะรุ่นล่าสุด โคโลราโด เซนเทนเนียล อิดิชั่น ปี 2018 ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ทดสอบคุณสมบัติรอบด้านของรถกระบะทั้งสองรุ่น ก่อนร่วมทำกิจกรรมสร้างประโยชน์ให้กับสิ่งแวดล้อม 

   อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ 2,914 ตารางกิโลเมตร มีแม่น้ำสองสายหลักไหลผ่าน ทั้งแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปรานบุรีที่มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาตะนาวศรี อุทยานแก่งกระจานมีชื่อเสียงด้านความอุดมสมบูรณ์และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะกวางและช้างเอเชีย ซึ่งเป็นสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์

   เชฟโรเลตและเจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทยตระหนักถึงปัญหาความคิดแย้งระหว่างมนุษย์และช้างป่าที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ต่อการอนุรักษ์ช้างป่า จึงริเริ่มโครงการ “เชฟฯรักษ์ช้าง” เพื่อสนับสนุนอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

   สื่อมวลชนขับรถกระบะเชฟโรเลตร่วมปฏิบัติภารกิจบรรทุกเกลือและถุงบรรจุแร่ธาตุที่มีน้ำหนักมากกว่า 500 กก. ขับขี่บนเส้นทางออฟโรดสู่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเพื่อทำโป่งเทียมสำหรับช้างและสัตว์ป่า

   โป่งเทียมเป็นแหล่งอาหารที่อุดมด้วยแร่ธาตุจำเป็นสำหรับสัตว์ป่า และสามารถบรรเทาปัญหาช้างป่าบุกรุกเขตชุมชนซึ่งสร้างความเสียหายแก่เรือกสวนไร่นาของชาวบ้านในพื้นที่

   นอกจากนี้ สื่อมวลชนยังช่วยสร้างรั้วกึ่งถาวรเพื่อป้องกันช้างป่าบุกรุกเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรมและบริเวณที่เป็นอันตรายอย่างถนนที่มีรถยนต์สัญจร รั้วกึ่งถาวรเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและชุมชนท้องถิ่น โดยได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิชาการและหน่วยงานที่ไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งดำเนินกระบวนการอย่างเป็นระบบเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างมนุษย์และช้างป่า

   นายสุวิท บุญช่วย ประชาชนในพื้นที่ที่ถูกช้างป่าบุกรุกเข้ามาในบริเวณบ้านพักเพื่อค้นหาอาหารและได้ทำลายรถยนต์ของเขาเมื่อเดือนธันวาคม 2560 กล่าวด้วยความยินดีว่า “ถือเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ผมดีใจที่ได้เห็นบริษัทเอกชนให้การสนับสนุนโครงการนี้ การสร้างรั้วและจัดทำแหล่งอาหารและแร่ธาตุจำเป็นสำหรับช้างจะช่วยป้องกันความขัดแย้งระหว่างมนุษย์และช้าง และยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ได้อีกด้วย”

   นายเอียน นิโคลส์ ประธานกรรมการ จีเอ็ม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่า “เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทยให้การสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมานานหลายปี เรามีความมุ่งมั่นช่วยเหลือชุมชนที่เราดำเนินธุรกิจอยู่ การทำโป่งเทียมและสร้างรั้วเพื่อความปลอดภัยจะช่วยส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ และลดความขัดแย้งระหว่างมนุษย์และสัตว์ลงได้”

   กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดความรับผิดชอบต่อสังคมของเชฟโรเลตในด้านสิ่งแวดล้อม พลังงานและความปลอดภัย รวมถึงด้านการพัฒนาชุมชน เชฟโรเลตยังให้ความสำคัญกับด้านการศึกษา และด้านสุขอนามัยและพัฒนามนุษย์ในประเทศไทย

   ในปี 2560 เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทยและเชฟโรเลตจัดกิจกรรมปลูกป่าและปล่อยปลากลับสู่ธรรมชาติเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก พนักงานมากกว่า 350 คนร่วมปลูกต้นไม้กว่า 1,000 ต้นที่อำเภอปากน้ำประแสร์ จังหวัดระยองเพื่อช่วยฟื้นฟูป่าโกงกางซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติที่มีความสำคัญ

   จีเอ็มให้ความสำคัญเป็นพิเศษในด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และความปลอดภัยภายใต้กลยุทธ์ความรับผิดชอบต่อสังคมใน “การขับเคลื่อนอนาคตที่ดียิ่งขึ้น”ศูนย์การผลิตจีเอ็มในจังหวัดระยองเป็นโรงงานปลอดการฝังกลบ จีเอ็มยังเป็นบริษัทรถยนต์รายแรกในประเทศไทยที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO 50001 จากความมุ่งมั่นในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกระบวนการผลิต

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )