Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

NEW CARS THAILAND

NEW CARS THAILAND : เปิดตัวแล้ว นิสสัน ลีฟ ใหม่ นวัตกรรมระดับโลกสู่ประเทศไทย นิสสัน เปิดให้จองรถยนต์พลังงานไฟฟ้า สัญลักษณ์ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ รุ่นที่ขายดีที่สุดในโลก ได้แล้ว

Thursday, 06 December 2018 18:08

 

 

 

 

 

 

   นิสสัน เปิดตัว นิสสัน ลีฟ ใหม่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของนิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้  ที่งานมหกรรมยานยนต์ มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2018วันนี้

ลูกค้าที่สนใจสามารถสั่งจองนิสสัน ลีฟ ใหม่ ได้ตั้งแต่วันนี้ ในราคา 1,990,000บาท พร้อมส่งมอบในเดือนเมษายนปี พ. ศ. 2562พร้อมรับประกันรถยนต์เป็นเวลา 3ปี หรือ 100,000กิโลเมตร รับประกันระบบไฟฟ้ารถยนต์เป็นเวลา 5ปี หรือ 100,000กิโลเมตร และรับประกันการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่เป็นเวลา8 ปีหรือ 160,000กิโลเมตร ปัจจุบันมีศูนย์บริการที่ผ่านการรับรอง33แห่งทั่วประเทศที่พร้อมนำเสนอข้อมูลของ    นิสสัน ลีฟ ใหม่ รวมถึงพนักงานที่มีทักษะ และการบริการหลังการขาย

   "การนำ นิสสัน ลีฟ ใหม่ เข้าสู่ประเทศไทยเป็นการย้ำถึงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอนาคตของการขับเคลื่อน เพราะเราเชื่อว่า เราจะนำพาผู้คนให้ไปสู่โลกที่ดีกว่าเดิม โลกที่มีพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น เชื่อมต่อกันถึงกัน และเป็นอิสระมากขึ้น และเราเชื่อว่านิสสัน ลีฟ ใหม่ จะเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่และการใช้ชีวิตของทุกคน" นายอันตวน บาร์เตส ประธาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าว

   นิสสัน ลีฟ ใหม่ คือ นวัตกรรมที่สมบูรณ์แบบ และยังเป็นการนำเสนอความก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยีพลังการขับเคลื่อนอัจฉริยะ (Intelligent Power) เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ (Intelligent Driving) และเทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Intelligent Integration) โดยให้ระยะการขับขี่ 311 กิโลเมตร ตามมาตรฐานการวัดค่าไอเสียและอัตราสิ้นเปลืองในการขับขี่ของยุโรป NEDCและเพิ่มประสิทธิภาพมากกว่ารุ่นก่อนถึง 60เปอร์เซ็นต์ต่อการชาร์จ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเพลิดเพลินกับการเดินทางที่ปลอดภัยและสะดวกสบายมากขึ้น

   ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า (e-powertrain) ใหม่ของนิสสัน ลีฟ ใหม่ ให้อัตราเร่งที่ดีขึ้น ด้วยกำลังเครื่องยนต์สูงสุด 110 กิโลวัตต์และแรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 0 ถึง 100 กม./ชม. ภายใน 7.9 วินาที

   อีกหนึ่งเทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะที่โดดเด่นของนิสสัน ลีฟ ใหม่ คือ e-Pedalที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่เริ่มขับขี่ เร่งความเร็ว ลดความเร็ว และหยุดรถด้วยการใช้คันเร่งเพียงอย่างเดียว โดยการเหยียบหรือผ่อนคันเร่ง เมื่อปล่อยคันเร่งทั้งหมดรถจะชะลอและหยุดโดยอัตโนมัติ นำรถไปสู่การหยุดอย่างสมบูรณ์ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงวิถีผู้ขับขี่ได้ตลอดไป ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ของการขับขี่โดยใช้เพียงคันเร่งเดียวเท่านั้น

   อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่น่าสนใจที่พบได้ในลีฟ ใหม่ คือ นิสสัน เซฟตี้ ชิลด์ (Nissan Safety Shield) ซึ่งประกอบด้วยชุดเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยขั้นสูง ได้แก่ เทคโนโลยีช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์ด้านหน้าขณะขับขี่ (Forward Collision Warning) เทคโนโลยีเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Forward Emergency Braking) เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor) พร้อมด้วยเทคโนโลยีเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน (Moving Object Detection) และเทคโนโลยีช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Alert Assist)

   ทางด้าน การออกแบบภายนอกที่ทันสมัยของนิสสัน ลีฟ ใหม่ มีลักษณะเพรียวบาง รวมถึงไฟหน้าทรงบูมเมอแรงที่เป็นเอกลักษณ์และการออกแบบด้านหน้าแบบ V-Motion กระจังหน้าแบบแฟลชที่มีสีน้ำเงินชัดเจนและคิ้วรถสีน้ำเงินของกันชนด้านหลัง แสดงให้เห็นถึงความเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของนิสสันอย่างชัดเจน

   "ลูกค้าชาวไทยสามารถเป็นเจ้าของนิสสัน ลีฟ ใหม่ รถยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งอนาคตที่ทันสมัยและเข้าถึงได้มากที่สุดในโลก ในฐานะที่นิสสันเป็นบริษัทผู้บุกเบิกแนวคิดในการพัฒนาเมืองแห่งอนาคตอย่างโดดเด่น เราจึงมีความคิดว่ารถยนต์จะเป็นมากกว่ายานพาหนะ" นายอันตวน เสริม วิสัยทัศน์นี้ได้ขยายความไปถึงความมุ่งมั่นที่จะช่วยผลักดันให้เกิดพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย การเปิดตัวครั้งนี้ จึงนับเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างนิสสัน อุตสาหกรรมยานยนต์ รัฐบาลไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง"

   ในฐานะที่ลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญของทุกสิ่งที่นิสสัน ประเทศไทย ทำ การเปิดตัวลีฟ ใหม่ นับเป็นอีกก้าวของการจัดทำแผนธุรกิจระยะกลางของนิสสันหรือ NissanM.O.V.E2022 ภายใต้การดำเนินงานของนิสสันประเทศไทย ที่มุ่งมั่นนำเสนอรถยนต์ที่เหมาะสมกับกลุ่มตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า

   ลีฟ ใหม่ ถูกออกแบบขึ้นตามรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในตำนานเมื่อ70ปีผ่านมา นั่นรวมถึงทามะ 1947 ซึ่งเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของนิสสัน นี่จึงเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่แห่งการขับขี่ รถยนต์จะไม่เป็นเพียงแค่ยานพาหนะ แต่ยังจะสร้างอนาคตอันน่าตื่นเต้นและยั่งยืนสำหรับทุกคน" นายอันตวน กล่าวเสริม

   ด้วยบันทึกข้อตกลงความร่วมมือล่าสุดระหว่างการไฟฟ้านครหลวงแห่งประเทศไทยกับนิสสัน เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการทำให้เจ้าของลีฟชาวไทยสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ชาร์จที่บ้าน ที่ทำงาน และบนท้องถนน โดยใช้ระบบการชำระค่าไฟฟ้า โดยการสร้างวิธีคิดใหม่เกี่ยวกับการเดินทางซึ่งจะช่วยผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย

   "นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น สำหรับรัฐบาลไทยกับการริเริ่มนโยบาย "ประเทศไทย 4.0" เพื่อผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างชาญฉลาด แข็งแกร่ง และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่มาพร้อมระบบไฟฟ้าที่น่าเชื่อถือเพื่อการขับเคลื่อนยานยนต์ในอนาคต นิสสันจะยังคงร่วมมือกับภาครัฐในเรื่องไฟฟ้าของประเทศ" นายอันตวน กล่าวเสริม

   สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิสสัน ลีฟ ใหม่ สามารถเยี่ยมชมได้ที่ศูนย์บริการที่ได้รับการรับรองทั่วประเทศหรือติดต่อศูนย์บริการคอลเซ็นเตอร์ของนิสสันได้ที่ 02 401 9600หรือไปที่ https://www.nissan.co.th/vehicles/new-vehicles/leaf.html

 
 

NEW CARS THAILAND : มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ ซิตี้คาร์ ไลฟ์สไตล์ที่ไม่ธรรมดา

Wednesday, 31 October 2018 19:23

 

 

 

 

 

 

+บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดเปิดตัว มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ ยกระดับความโดดเด่นด้วยการปรับปรุงรูปลักษณ์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน พร้อมเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ตอกย้ำความทันสมัยให้รถซิตี้คาร์ยอดนิยมและตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเดิม ด้วยราคาเริ่มต้น   483,000 บาท

   มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ มาพร้อมกับกระจังหน้าดีไซน์ฮันนี่โคมบ์ พร้อมคิ้วฝากระโปรงท้ายตกแต่งโครเมียมรมดำ และยังสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยล้ออัลลอยดีไซน์สีดำขนาด 15 นิ้ว

   “มิตซูบิชิ แอททราจ คือรถซิตี้คาร์ทีมีคุณสมบัติโดดเด่นรอบด้าน ตั้งแต่การออกแบบและเทคโนโลยีไปจนถึงความปลอดภัยและสมรรถนะ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มองหาความพิเศษ ความมั่นใจและสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า มิตซูบิชิ แอททราจ ได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถซิตี้คาร์เสมอมา” มร. โมริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

   “มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ จะมาพร้อมความพิเศษยิ่งกว่าด้วยการปรับปรุงภายนอก ภายใน และเสริมอุปกรณ์ต่างๆ เพิ่มเติม เราต้องการส่งเสริมให้ผู้ขับขี่ทุกคนมีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ไม่ธรรมดาไปกับ มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่” มร. ชกกิกล่าวเพิ่มเติม

   การปรับปรุงภายในห้องโดยสารของ มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ มีทั้งเซ็นทรัลล็อก พร้อมปุ่มล็อกและปลดล็อก แผงบังแดดคู่หน้าพร้อมกระจกส่องหน้าและฝาปิด ที่พักแขนบริเวณเบาะคนขับ และเบาะคนขับปรับสูง-ต่ำได้ สำหรับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมีทั้งกระจกมองหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ พร้อมปรับระดับสูง-ต่ำได้ และช่องเก็บของด้านหลังเบาะที่นั่งคู่หน้า และมือจับเหนือศีรษะแบบพับได้ เพิ่มสัมผัสเหนือระดับด้วยเบาะหนังสีดำ (เฉพาะรุ่น GLS-LTD)

   มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ยังเพียบพร้อมด้วยติดตั้งเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย อาทิ กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ พวงมาลัยหุ้มหนังแบบมัลติฟังก์ชั่นพร้อมระบบครูสคอนโทรล ระบบเอ็นเตอร์เทนเมนท์รองรับ Apple CarPlay1 พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI1และสามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์บลูทูธแบบไร้สาย พร้อมจอแสดงภาพระบบสัมผัสรองรับ DVD/MP3

   ระบบความปลอดภัยในเชิงป้องกันและปกป้องใน มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ ครบครันด้วยระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็วที่ความเร็วต่ำ (FCM-LS)ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (RMS-FORWARD) ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) ระบบป้องกันการลื่นไถล (TCL) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) และระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) รวมถึงกล้องมองภาพหลังขณะถอยจอด ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS) ระบบเสริมแรงเบรก (BA) และระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเลกทรอนิกส์ (EBD)

   มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ออกจำหน่าย 4รุ่น ได้แก่รุ่น GLX (เกียร์ธรรมดา 5 สปีดหรือเกียร์อัตโนมัติ) รุ่น GLS และรุ่น GLS-LTDด้วยสีตัวถังมีให้เลือกสรร 6 สี ได้แก่ สีแดง Wine RedสีขาวมุกWhite Pearl สีดำPyreness Blackรวมถึงสีเมทัลลิกทั้งสีฟ้า Cerulean Blue Micaสีเงิน Cool Silverและสีเทา Titanium Gray

   มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ผสานความเชื่อมั่นและความปลอดภัยเข้ากับสมรรถนะและเทคโนโลยีที่จะตอบสนองผู้ขับขี่ที่มีความมั่นใจและกล้าแสดงออก  สอดคล้องกับกลยุทธ์แบรนด์ระดับโลก ‘Drive your Ambition’ผสมผสานจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยเข้ากับความมุ่งมั่นสู่ความก้าวหน้าเพื่อจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ขับขี่

1Apple CarPlay และ SIRI เป็นลิขสิทธิ์ของ Apple Inc. จดทะเบียนในประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศอื่น ๆ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม www.apple.com/ios/carplay/

 
 

NEW CARS THAILAND : โตโยต้า คัมรีใหม่ Soul Striking Luxury ที่สุดของยนตรกรรมแห่งความเหนือระดับ

Tuesday, 30 October 2018 14:34

 

 

 

 

 

 

+มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มร.ฮิเดโอะ ซึกานูมะ ผู้ช่วยหัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และนายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมแถลงข่าวแนะนำรถยนต์ซีดานขนาดกลางสุดหรูรุ่นใหม่ล่าสุด "The All-New CAMRY…Soul Striking Luxury” เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2561 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ อิมแพค เมืองทองธานี

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์ซีดานขนาดกลางรุ่นใหม่ล่าสุด“คัมรี”   ที่สมบูรณ์แบบด้วยภาพลักษณ์ดีไซน์สปอร์ต หรูหรา ผ่านการออกแบบอย่างพิถิพิถัน เด่นชัดด้วยเส้นสายรอบคัน สื่อถึงความคล่องแคล่ว ปราดเปรียว ภายในกว้างขวาง ใส่ใจในทุกรายละเอียดการตกแต่ง พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมเหนือใคร จากสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA ที่ช่วยผสานยนตรกรรมกับผู้ขับขี่ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย และระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลกของรถโตโยต้า ให้ความมั่นใจในทุกสถานการณ์การขับขี่  ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เหนือความคาดหมาย ถือเป็นยนตรกรรมที่โดดเด่นและเหนือระดับอย่างแท้จริง 

   มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวว่า ต้นกำเนิดของ คัมรี ได้รับการเปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นในปี 2523ในฐานะ รถสปอร์ตซีดาน ระดับตำนาน อย่าง Celica โดยใช้ชื่อว่า Celica-Camry และขายอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลา 2ปีแม้ในระยะเวลาช่วงสั้นๆ แต่ Celica-Camry ได้สร้างความประทับใจที่โดดเด่น จากนั้นในปี 2525คัมรีเจเนอเรชั่นที่ 1ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น ในฐานะรถซีดานเครื่องยนต์หน้า และขับเคลื่อน   ล้อหน้า ที่มาพร้อมกับภายในกว้างขวาง มากกว่ารุ่น Crown ในขณะนั้น นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา คัมรี ได้กลายเป็นรถรุ่นสำคัญของโตโยต้า ในระดับโลกที่ได้รับความสำเร็จอย่างท่วมท้นในกว่า100 ประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยโดยปัจจุบันมีจำนวนยอดจำหน่ายสะสมของรถคัมรี ทั่วโลกก้าวเข้าสู่  20ล้านคัน*(*ข้อมูลยอดขายสะสมรวมทั่วโลกตั้งแต่   ปี 2525 ถึงกันยายนปี 2561)  สำหรับ  ในประเทศไทยนั้น คัมรี ได้รับการแนะนำเข้าสู่ตลาดรถยนต์เป็นครั้งแรกในปี 2536โดย คัมรี ได้รับความสนใจจากลูกค้าชาวไทย ที่มองหารถยนต์หรูที่มาพร้อมกับประสบการณ์เหนือระดับ และด้วยกระแสตอบรับเป็นอย่างดี ส่งผลให้ คัมรี เจนเนอเรชั่นที่ 4ถูกนำมาประกอบ ในประเทศไทย เมื่อปี 2542ยิ่งไปกว่านั้น โตโยต้ายังเป็นผู้บุกเบิกยนตรกรรมระบบไฮบริดเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2552  คัมรี ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เปิดตัวในประเทศไทย โดยมียอดจำหน่ายสะสมรวมกว่า 200,000คัน** (*ข้อมูลยอดขายสะสมของคัมรีรวมถึงเดือนกันยายนปี 2561)

   มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวเพิ่มเติมว่าเนื่องจากความนิยมที่มีต่อคัมรีในฐานะยนตรกรรมหรูขนาดกลาง ส่งผลให้ความคาดหวังของลูกค้าจึงสูงขึ้น ปัจจุบันลูกค้าชาวไทยมอง คัมรี เทียบเท่ารถยุโรป ดังนั้นเราไม่เพียงแต่มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆหากแต่ยังเพิ่มคุณค่าด้านอารมณ์ให้กับรถรุ่นนี้อีกด้วย เราตั้งใจมอบความภาคภูมิใจในการครอบครอง รวมไปถึงความสบายใจในการเป็นเจ้าของ เราจึงได้รับแรงบันดาลในการสรรสร้าง ผลิตภัณฑ์ และบริการที่ดียิ่งกว่า เพื่อตอบสนองความต้องการที่เหนือความคาดหวังของลูกค้า ด้วยเหตุนี้  คัมรี ใหม่ จึงถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “ปรากฎการณ์แห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่” จากแรงบันดาลใจในการออกแบบของ Sensual-Smart Confidence ส่งผลให้คัมรี ใหม่ ถูกพัฒนา ไปสู่การเป็นรถยนต์ ที่หรูหรา สปอร์ต และล้ำสมัย แบบที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน นอกจากนี้ เรายังยกระดับ สมรรถนะในการขับขี่ ด้วยสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ของโตโยต้า TNGA ได้แก่ การนำโครงสร้างที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ ผสานเข้ากับเครื่องยนต์ Dynamic Force    รุ่นล่าสุด มากกว่านั้น เรายังนำระบบไฮบริด เจเนอเรชั่นที่ 4 ที่พัฒนามาเพื่อมอบความรู้สึกสนุกในการขับขี่ พร้อมประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันที่ดียิ่งขึ้น”

   มร.ฮิเดโอะ ซึกานูมะ ผู้ช่วยหัวหน้าวิศวกร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า  ที่ผ่านมาผมขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่ให้การตอบรับกับคัมรี จนประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยคัมรี ได้รับการชื่นชมว่าเป็นรถที่มีความสมเหตุสมผลที่ดีที่สุด (Best of Rational) ทั้งในด้านความน่าเชื่อถือ และความสะดวกสบาย แต่ในคัมรีใหม่นั้น เราได้เปลี่ยนวิธีคิดด้วยการกำหนดมาตรฐานใหม่ในการพัฒนา เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือความคาดหมายให้แก่ลูกค้า ด้วยเหตุนี้ คัมรีใหม่ จึงได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด "Unprecedented Change" ปรากฎการณ์แห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ โดยได้นำสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ของโตโยต้า TNGAที่ถือเป็นหลักในการปฏิรูปโครงสร้างและเครื่องยนต์ มาปรับใช้กับคัมรีใหม่นี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายภายใต้แนวคิดการท้าทายในการผลิตยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่าของโตโยต้า (Ever-Better Cars)

- ดีไซน์ภายนอกสปอร์ต หรูหรา ภายในกว้างขวาง พิถีพิถันในทุกการออกแบบ

   รูปลักษณ์สปอร์ต เส้นสายที่คมชัด ดูโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว และยังคงรักษาพื้นที่ภายใน           ที่กว้างขวาง ทันสมัย สัมผัสได้ถึงความละเอียดปราณีตในการออกแบบ เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ทันสมัย ง่ายต่อการใช้งานทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

- ที่สุดของสมรรถนะการขับขี่ สร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร

   จากเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ที่ถูกนำมาใช้กับเหล็กกล้าคุณภาพเยี่ยม ทำให้โครงสร้างตัวถังรถมีความแข็งแรง ทนทานต่อแรงบิด นอกจากนั้นตัวรถยังได้รับการออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ มีการทรงตัวที่ดีเยี่ยม สามารถควบคุมรถได้ดั่งใจ พร้อมด้วยระบบ ช่วงล่างอิสระแบบปีกนกคู่ (Double Wishbone Suspension) ทำให้เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ ที่สำคัญยังคงไว้ซึ่งความนุ่มสบายและความเงียบตลอดการเดินทาง

   นอกจากนี้ยังได้พัฒนาระบบส่งกำลังใหม่ คือ เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร Dynamic Force และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกับความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถังรถได้สูงสุด ส่งผลให้มีอัตราการเร่งแบบสปอร์ตและการขับขี่ที่เร้าใจ สำหรับรุ่นไฮบริด ที่มาพร้อมกับไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4  ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในอัตราการเร่งที่ดีขึ้น และสามารถประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น

- ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกล้ำสมัย

   ความสะดวกสบายของผู้โดยสารถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลัก ที่เรามุ่งเน้นพัฒนาสำหรับคนไทยโดยเฉพาะ โดยเบาะนั่งด้านหลังที่สามารถปรับเอนได้ (Rear Reclining Seat) ให้ความรู้สึกผ่อนคลายตลอดการเดินทาง และT-Connect Telematics ระบบที่เชื่อมต่อรถและผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียว ช่วยให้คุณอัพเดตสถานะรถได้ตลอดเวลา

- มาตรฐานความปลอดภัยใหม่ระดับโลกของรถโตโยต้า เพิ่มความมั่นใจสูงสุด

   ความปลอดภัยของผู้โดยสาร ถือเป็นสิ่งสำคัญลำดับแรกของโตโยต้า โดยคัมรี ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยขั้นสูงสุดไว้มากมาย อาทิ ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (PRE-COLLISION SYSTEM) ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ (DYNAMIC RADAR CRUISE CONTROL) ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (LANE DEPARTURE ALERT) พร้อมด้วยการติดตั้งถุงลมนิรภัยรอบคัน 9 ลูก ซึ่งถือได้ว่ามากที่สุดในรถระดับเดียวกัน

   นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ กล่าวว่า “ทางโตโยต้าตระหนักถึงความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปในการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ ที่ไม่ได้มองเพียงดีไซน์ที่สะท้อนตัวตน สมรรถนะที่ดีเยี่ยม ความสะดวกสบาย  หรือระบบความปลอดภัยเท่านั้น ลูกค้ากลุ่มนี้ยังมองหาความสบายใจ โดยไร้ความกังวลตลอดการใช้งานอีกด้วย ดังนั้น­ คัมรีใหม่ จึงเป็นปรากฏการณ์การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบภายนอกที่มีความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ควบคุมได้ดั่งใจ อันเป็นผลมาจากสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA ที่ออกแบบทุกองค์ประกอบใหม่ทั้งหมดเพื่อประสิทธิภาพการขับขี่สูงสุด พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยที่เหนือระดับ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร นอกจากนี้เรายังมอบประสบการณ์การครอบครอง  ที่เหนือระดับให้แก่ลูกค้าคัมรีทุกท่าน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ผ่าน “Ultimate Ownership Package” ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่วันแรกของการครอบครอง ตลอดระยะเวลาการใช้งาน ได้แก่ การขยายรับประกันคุณภาพรถใหม่จาก 3 ปี เป็น 5ปี การรับประกันแบตเตอรีไฮบริด 10ปี การให้ค่าแรงเช็กระยะฟรีถึง 5 ปี และการรับประกันมูลค่ารถยนต์ไฮบริดในอนาคต (Guaranteed Future Value)”

   นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์  กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากประสบการณ์การครอบครองตัวรถแล้ว คัมรี ยังมีกิจกรรม“The Ultimate Experience” ที่จะมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบเหนือระดับ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจคัมรีอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เรายังได้เตรียมแพคเกจทางเลือกไว้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นชุดแต่ง TRDSportivoสำหรับลูกค้าที่ต้องการความแตกต่างอย่างมีสไตล์และแพคเกจประกันภัยระยะยาวผ่านโปรแกรม Convini Insureที่รวมประกันภัยระยะยาว 3 ปีและแพคเกจบำรุงรักษา 5 ปีเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ลูกค้าสามารถผ่อนชำระรวมในค่างวดได้ หรือประกันภัยแบบขับน้อย จ่ายน้อย (Pay As You Drive Insurance) ที่จะตอบโจทย์ลูกค้าที่ใช้รถน้อยอีกด้วย”

   ตัวแทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ พร้อมให้การดูแลลูกค้าทุกท่าน และจะมอบความพึงพอใจ ความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของ รวมไปถึงความรู้สึกสบายใจตลอดระยะเวลาที่ครอบครองรถรุ่นนี้ สุดท้ายนี้   ผมขอขอบคุณรัฐบาลไทย ที่ให้การสนับสนุนการส่งเสริมใช้พลังงานทางเลือกอย่างต่อเนื่อง ทำให้คนไทยสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง คัมรีใหม่ ได้ในราคาที่เหมาะสม และผมยินดีที่จะแจ้งให้ทุกท่านทราบถึงความคืบหน้าในการผลิตแบตเตอรีภายในประเทศ เราจะเริ่มต้นการผลิตในกลางปี 2562ที่โรงงานเกตุเวย์จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อตอบสนองนโยบายของภาครัฐ”มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวในที่สุด

   พิเศษสำหรับลูกค้า The All-New CAMRY ผ่อนเริ่มต้นเพียง 17,000 บาท ต่อ เดือน หรือ เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.89% นาน 48 เดือน

   ร่วมสัมผัสและทดลองขับThe All-New CAMRY ได้ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้ากว่า470 แห่งทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน เป็นต้นไป

   และศูนย์ทดสอบขับรถ Toyota Driving Experience (บางนา กม.3) พิเศษพร้อมรับ Premium Travel Case(จำนวนจำกัด)

 
 

NEW CARS THAILAND : อีซูซุส่ง ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ “สเทลธ์” (STEALTH) ทะยานเหนือชั้น ดุดันทุกองศา เสริมทัพลุยตลาดปลายปี

Monday, 22 October 2018 09:04

 

 

 

 

 

 

 

   อีซูซุเปิดตัวยนตรกรรมปิกอัพพันธุ์ดุ ลุยตลาดไตรมาสสุดท้าย นำทัพโดย ใหม่!อีซูซุ   ดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ!สเทลธ์(STEALTH) ทะยานเหนือชั้น ดุดันทุกองศา มาพร้อมชุดแต่งรอบคัน STEALTH BLACK PACKAGE เข้มเต็มพิกัดทั้งภายนอกและภายใน ควบคู่กับการปรับโฉมรุ่นไฮ-แลนเดอร์ 1.9และ 3.0ดีดีไอสู่ความเป็นสปอร์ตล้ำสมัย มีระดับยิ่งขึ้น  ตามติดด้วยการเผยโฉมลุคใหม่ของสปอร์ตออฟโรด ดีสุดสุด  ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส MAX 4x4 ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น เพิ่มฟังก์ชั่นล้ำสมัย สมบูรณ์แบบในทุกมิติ  ทุกรุ่นพร้อมตอบสนองไลฟ์สไตล์และเสริมส่งภาพลักษณ์ของผู้ใช้รถให้โดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์  

   กลุ่มตรีเพชร  โดย มร.โทชิอากิ มาเอคาวะ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า  เพื่อตอบรับเทรนด์ความชื่นชอบของผู้ใช้รถปิกอัพรุ่นใหม่ที่ต้องการ “ความแตกต่าง”      ไม่เหมือนใครและตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนเมือง ครั้งนี้อีซูซุจึงได้เลือกรถปิกอัพรุ่นไฮ-แลนเดอร์      รถปิกอัพขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูง ซึ่งอีซูซุเป็นผู้บุกเบิกตลาด จนเป็นโมเดลที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในตลาดรถปิกอัพ รวมทั้งในกลุ่มลูกค้าอีซูซุเอง จึงทำให้เราได้นำมาจัดทำรุ่นพิเศษ โดยให้ชื่อว่า “สเทลธ์” (STEALTH) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องบินรบ STEALTH ที่มีภาพลักษณ์แสดงถึงความแข็งแกร่ง ดุดัน เรามั่นใจอย่างยิ่งว่าจะโดนใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมายอย่างแน่นอน ด้วยความเท่ ล้ำสมัยเหนือระดับ ดุดันในทุกองศาจากชุดแต่ง STEALTH BLACK PACKAGE ดีไซน์พิเศษ พร้อมความโดดเด่นด้านสมรรถนะ และความปลอดภัยตามแบบฉบับอีซูซุ จัดทำพิเศษเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์อีซูซุ       1.9ดีดีไอ บลูเพาเวอร์เท่านั้น พร้อมจะเผยโฉมที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป ได้แก่

   ใหม่!อีซูซุดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ 4ประตู รุ่นพิเศษ! สเทลธ์ ยอดปิกอัพพันธุ์ดุที่พร้อมพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างเหนือชั้น ดุดันทุกองศา ทรงพลังเกินพิกัดกับชุดแต่ง STEALTH BLACK PACKAGE เท่ เข้ม สไตล์สปอร์ต ทั้งภายนอกและภายใน

·       STEALTH BLACK EXTERIOR  ชุดแต่งดีไซน์ใหม่ที่มาพร้อมชุดกระจังหน้าที่ทรงพลัง โฉบเฉี่ยวเร้าใจกับชุดแต่งสเกิร์ตหน้า โดดเด่นด้วยเส้น STEALTH LINEดีไซน์ต่อเนื่องรับกับ     ไฟหน้า และสเกิร์ตหน้า สปอร์ตอีกระดับกับกรอบไฟตัดหมอกสีดำ ทรงพลังทุกองศากับล้ออัลลอย     ทูโทน ขนาด 18นิ้ว  และกันชนท้ายดีไซน์ใหม่ ดุดันเต็มมิติ

·       STEALTH BLACK INTERIORล้ำสมัยทุกฟังก์ชั่น ทุกรายละเอียด กับบรรยากาศห้องโดยสารดีไซน์ใหม่! ทูโทน  เท่ ล้ำสมัย สไตล์สปอร์ต ยกระดับความหรูหราด้วยเบาะนั่งกึ่งหนังแท้สีดำ พร้อมสัญลักษณ์ STEALTH ที่แผงข้างประตู

   ใหม่!อีซูซุดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ 4ประตู รุ่นพิเศษ! สเทลธ์ มีเฉพาะเครื่องยนต์ 1.9ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เสริมส่งความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีสีให้เลือก สีดำออสเตรเลียนโคล (Australian Coal Black)หรือสีขาวมุกเอเวอเรสต์ (Everest Pearl White) ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 887,000 บาท  

   นอกจากนี้ยังได้ทำการปรับโฉม “อีซูซุดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ 1.9และ 3.0ดีดีไอ       บลูเพาเวอร์”สู่ความสปอร์ต  ล้ำสมัย มีระดับยิ่งขึ้น ด้วยใหม่! กันชนท้ายดีไซน์ใหม่ บึกบึน ทรงพลังยิ่งขึ้น และใหม่! ล้ออัลลอย 18 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ พร้อมนวัตกรรมแห่งความปลอดภัย ใหม่! BOS (Brake Override System) ระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก (เฉพาะรุ่นเกียร์อัตโนมัติ) 

   ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส MAX 4x4 การปรับเปลี่ยนลุคใหม่ของสปอร์ตออฟโรด ทั้งภายนอกและภายใน บึกบึน ทรงพลัง เท่ทุกมุมมองสไตล์สปอร์ตมีระดับ ห้องโดยสารหรูหรายิ่งขึ้น ยกระดับความสะดวกสบายขั้นสุด กับชุดแต่ง MAX 4X4ดีไซน์ใหม่ เปลี่ยนทุกอุปสรรคให้เป็นความเร้าใจถึงขีดสุด ด้วยยอดแห่งสมรรถนะความแกร่งที่พิสูจน์แล้วจากการแข่งขันครอสคันทรีสุดโหดระดับนานาชาติ และความแรงจัดของเครื่องยนต์อีซูซุ 3.0ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ที่ให้กำลังแรงม้าและแรงบิดสูง  เพื่อให้ผู้ใช้รถได้สัมผัสสุดยอดแห่งประสบการณ์ลุยในแบบฉบับออฟโรดตัวจริง  

·       ใหม่! Bumper Ganishโทนเทาดำตัดรับกระจังหน้า เท่เข้มลงตัว  

·       ใหม่! Front Bumper Guard ทูโทนดีไซน์ใหม่! ให้ความรู้สึกบึกบึน  เพิ่มมิติความเข้ม  

·       ใหม่! ล้ออัลลอยทูโทน  ขนาด 18 นิ้ว สี Matt Black เท่สะดุดตา  ได้อารมณ์สปอร์ต

·       ใหม่! กันชนท้ายโทนเทาดำ  เท่ เข้ม ดุดัน

·       ใหม่! เบาะนั่งกึ่งหนังแท้  สไตล์ทูโทน น้ำตาล-ดำ เดินด้านสีส้มรอบตัวเบาะ พร้อมปักสัญลักษณ์ V-Cross เท่ หรู ในทุกรายละเอียด

·       หน้าจอใหม่! ขนาดใหญ่ 8 นิ้ว ใช้งานสะดวกขึ้น พร้อมระบบสัมผัสตอบสนองการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว

·       ครั้งแรกในวงการรถปิกอัพ  ใหม่! กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ  พร้อมกล้องบันทึกภาพวิดีโอด้านหน้าขณะขับขี่ เพิ่มความมั่นใจตลอดการเดินทาง

·       อีกขั้นของนวัตกรรมระบบความปลอดภัย ใหม่! BOS (Brake Override System)ระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก (เฉพาะรุ่นเกียร์อัตโนมัติ)

   ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส MAX 4x4  เลือกความเท่ลุคใหม่ได้ 4 สี  ได้แก่  แดงเอทนา (Etna Red)  ดำออสเตรเลียนโคล (Australian Coal Black) ขาวมุกเอเวอเรสต์ (Everest Pearl White) และบรอนซ์เงินอาร์กติก (Arctic Silver)  ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,064,000 บาท

   เชิญรับชมภาพยนตร์โฆษณารถรุ่นล่าสุดจากอีซูซุ  ใหม่!อีซูซุดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ! สเทลธ์ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=apA7-fIYmRU   และเชิญสัมผัสรถ  ใหม่!อีซูซุดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ รุ่นพิเศษ! สเทลธ์  อีซูซุดีแมคซ์ ไฮ-แลนเดอร์ ปรับโฉมใหม่ และใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส MAX 4x4  อย่างใกล้ชิด   ตั้งแต่วันที่ 29ตุลาคม ศกนี้ ณ โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ http://isuzu-tis.com/isuzu-pick-up-4-door-stealth  หรือ LINE: @isuzuthai

 
 

NEW CARS THAILAND : มาสด้าโดดร่วมสงครามปิกอัพส่งรุ่นพิเศษ 2018 คอลเลคชั่น บีที-50 โปร ธันเดอร์ จับตลาดบน

Tuesday, 18 September 2018 17:05

 

 

 

 

 

 

 

 

   ตลาดรถปิกอัพเริ่มร้อนระอุ เมื่อค่ายมาสด้าหวนกลับมาทำตลาดรถปิกอัพอีกครั้ง หลังจากทุ่มเทอย่างหนักกับตลาดเก๋งจนประสบความสำเร็จทำให้รถยนต์นั่งก้าวขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก และครองอันดับ 3 ของตลาดรถเก๋งอย่างถาวร ถึงเวลาที่มาสด้าต้องกลับมาทวงบัลลังก์ยอดขายรถปิกอัพ โดยที่หลังก่อนหน้านี้ปล่อยให้คู่แข่งขันเปิดสงครามแลกหมัดกันอย่างเมามัน ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมามาสด้าไม่ได้นิ่งเฉย กลับซุ่มเงียบเพื่อการออกแบบดีไซน์ใหม่ แล้ววันนี้ มาสด้าเผยหมัดเด็ดด้วยการส่งรุ่นพิเศษลงสู้ศึก ภายใต้ชื่อ Mazda BT-50 PRO THUNDER พร้อมวางกลยุทธ์ที่ไม่ต้องต่อกรกับคู่แข่งโดยตรง แต่ฉีกหนีภาพลักษณ์แบบรถปิกอัพสไตล์เดิมๆ ที่เน้นแข็งแกร่งดุดัน มาสด้ามุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าที่เรียกว่ารถปิกอัพอเนกประสงค์ เน้นลูกค้าที่ต้องการความหรูหรา ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันที่หลากหลาย

   มาสด้าไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์รถยนต์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในส่วนของรถยนต์นั่งเท่านั้น แต่มาสด้ายังได้สร้างสรรค์รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งให้กับผู้ที่มีความชื่นชอบในการใช้รถปิกอัพสไตล์รถเก๋ง ดังนั้นมาสด้าจึงมุ่งค้นหาเอกลักษณ์เฉพาะตน ทั้งในเรื่องการออกแบบที่สวยงาม ดีไซน์สปอร์ตหรู พร้อมกับห้องโดยสารกว้างขวาง เพราะรถปิกอัพนั้นไม่ใช่เพียงรถที่ไว้บรรทุกของ แต่ยังสามารถนำมาใช้เพื่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน รวมถึงเพื่อการท่องเที่ยวเดินทางไปยังที่สถานที่ต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย และในวันนี้มาสด้าได้เผยโฉม มาสด้า บีที-50 โปร ธันเดอร์ ใหม่ภายใต้แนวคิด “ให้ทุกเป้าหมายเป็นจริงได้”

   นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดรถกระบะนั้นครองอันดับ 1ครองยอดส่วนแบ่งตลาดสูงสุดมาโดยตลอด เนื่องจากประเทศไทยส่วนใหญ่ยังเป็นประเทศเกษตรกรรม รถกระบะจึงเป็นยานพาหนะที่เหมาะสมในการใช้งานรอบด้าน ซึ่งปัจจุบันรถปิกอัพโดยส่วนใหญ่ในตลาดนั้นจะเน้นคุณสมบัติของการบรรทุกเป็นหลัก ดังนั้น มาสด้าจึงฉีกแนวรูปลักษณ์ของรถกระบะแบบเดิมๆ ด้วยการเพิ่มในส่วนของการออกแบบที่สวยงามยิ่งขึ้น รวมทั้งได้ผลลัพธ์ของการใช้งานที่หลากหลายเช่นเดียวกับรถอเนกประสงค์ และสัมผัสได้ในสไตล์รถยนต์นั่งมากยิ่งขึ้น ซึ่งการปรับดีไซน์ใหม่ในครั้งนี้ มาสด้าได้เพิ่มสติ๊กเกอร์ลายกราฟฟิกด้านข้าง พร้อมดีไซน์กันชนหน้าใหม่ เพิ่มกระจังหน้าแบบโครเมียมดีไซน์ใหม่ ให้มุมมองความสปอร์ตและเพิ่มความหรูหรามากยิ่งขึ้น

   การเปิดตัวรถกระบะ บีที-50 โปร THUNDER ในครั้งนี้ ถือเป็นการกระตุ้นกลุ่มผู้บริโภคในเรื่องของการสร้างการจดจำของแบรนด์ในส่วนของไลน์รถกระบะของมาสด้า ซึ่งในปีนี้มาสด้าวางเป้ายอดขายรถกระบะ บีที-50 โปร ในปีนี้ไว้ที่ 7,000 คัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้น 15% ตอบโจทย์กลุ่มกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถกระบะที่มีสมรรถนะสูงให้ทั้งความแรงและประหยัด ด้วยช่วงล่างอัจฉริยะ ซูเปอร์ ดีอี (super DE-S)ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความปลอดภัย ทั้งยังนุ่มสบายและดูดซับแรงสะเทือนไม่ให้เข้าถึงห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี เสริมด้วยเหล็กกันโคลงหน้า ช่วยเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัว และมีประสิทธิภาพสูงในเรื่องยึดเกาะถนน พร้อมสมรรถนะการบังคับควบคุมที่ดีเยี่ยม

   รถกระบะมาสด้า BT-50 PRO THUNDER รุ่นพิเศษ ปี 2018 ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับดีไซน์ภายนอกให้ความสปอร์ตหรูหราไปอีกขั้น เน้นเอกลักษณ์การออกแบบเช่นเดียวกับรถยนต์นั่งของมาสด้า เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถกระบะแบบอเนกประสงค์ แต่ให้ความสปอร์ตหรู ช่วงล่างดี ห้องโดยสารกว้าง สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยของลูกค้าในปัจจุบัน มีคุณสมบัติโดดเด่นกว่ารถปิกอัพทั่วไปที่จำหน่ายในท้องตลาด โดยรุ่นพิเศษนี้มีให้เลือกทั้งตัวถังแบบฟรีสไตล์แคบ หรือบานแค็ปเปิดได้ FSC Hi-Race เกียร์ธรรมดา 6 สปีด และรุ่น 4 ประตู DBLHi-Racer ทั้งแบบเกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ประกอบด้วย สีขาว คลูไวท์, สีเงิน อลูมิเนียม เมทัลลิค, สีดำ เจ็ทแบล็ก และสีขาวมุก สโนว์เฟลก

ราคาจำหน่ายรวมอุปกรณ์ตกแต่ง

- Mazda BT-50 PRO THUNDER FSC Hi-Racer 2.2L 6MT            ราคา     701,000 บาท*

- Mazda BT-50 PRO THUNDER DBL Hi-Racer 2.2L 6MT            ราคา     792,000 บาท*

- Mazda BT-50 PRO THUNDER DBL Hi-Racer 2.2L 6AT            ราคา     952,000 บาท**

(*สีเมทัลลิค เพิ่ม 7,000 บาท และ **สีขาวมุก สโนว์เฟลก เพิ่ม 7,000 บาท)

   มาสด้า บีที-50 โปร THUNDER มาพร้อมระบบมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก และเป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับที่มีในรถยนต์นั่งมาสด้าทุกรุ่น โดยรถรุ่นพิเศษนี้จะมีให้เลือกทั้งในรุ่นฟรีสไตล์แค็ปและรุ่นดับเบิ้ลแค็ป ทั้งแบบเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ ด้วยเครื่องยนต์ดีไอ-ธันเดอร์ โปร 2.2 ลิตร สามารถเรียกกำลังได้ทั้งในรอบต่ำและรอบสูง

   มาสด้าบีที-50 โปร ปลอดภัยเหนือระดับ...มั่นใจตลอดเส้นทาง

- โครงสร้างตัวถังขึ้นรูปจากเหล็กกล้าทนแรงดึงสูงที่แข็งแกร่งและมีน้ำหนักเหมาะสมกับขนาดเครื่องยนต์

- ระบบเพิ่มแรงเบรกฉุกเฉิน EBA (Emergency Brake Assist) และระบบเบรกอัตโนมัติ BOS (Brake Override System)

- ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ

- ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินกะพริบเมื่อเบรกฉุกเฉิน ESS (Emergency Stop Signal)

- เข็มขัดนิรภัยแบบดึงรั้งกลับอัตโนมัติ 3 จุด 2 ตำแหน่ง

- ถุงลมนิรภัยคู่หน้าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่น

- เครื่องเล่น DVD พร้อมระบบนำทาง Navigator

- เฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิป (LSD)

- กล้องมองหลัง

   โปรดติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของมาสด้าผ่านทางทางโซเชียลมีเดียเว็บไซต์ www.mazda.co.thและMazdaThailandOfficial Facebook/YouTube/Instagram/LINE

 
 

NEW CARS THAILAND : ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด รุ่นใหม่ล่าสุด (The new Porsche Cayenne E-Hybrid) เผยโฉมอย่างเป็นทางการ ครั้งแรกในประเทศไทย

Saturday, 15 September 2018 17:46

 

 

 

 

 

 

 

 

   ปอร์เช่ ประเทศไทยโดยบริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (AAS) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่าย รถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ร่วมเติมเต็มไลฟ์สไตล์สุดหรูของเหล่าสุภาพบุรุษ ด้วยการเปิดตัวปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด รุ่นใหม่ล่าสุด (The new Porsche Cayenne E-Hybrid)อย่างเป็นทางการ ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมจัดแสดงรถยนต์ปอร์เช่พานาเมร่า 4อี-ไฮบริด สปอร์ต ทัวริสโม่ (Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo) ในงาน Gaysorn Menllennialระหว่างวันที่ 10-16 กันยายน 2561ณ ชั้น G ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ

   ภายในงาน Gaysorn Menllennialเต็มไปด้วยกิจกรรมต่างๆ ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเหล่าชายหนุ่มที่มีไลฟ์สไตล์สุดฮิป โดยปอร์เช่ ประเทศไทยได้ขนยนตรกรรมอี-ไฮบริดที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองไปร่วมจัดแสดง ซึ่งไฮไลท์ของงานคือการเปิดตัวรถยนต์ปอร์เช่ คาเยนน์ อี-ไฮบริด รุ่นใหม่ล่าสุด (The new Porsche CayenneE-Hybrid) อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย โดยเหล่าผู้ร่วมงานสามารถสัมผัสและจับจองเป็นเจ้าของกับที่ สุดแห่งยนตรกรรมพรีเมียม SUV แห่งยุคที่ติดตั้งขุมพลัง E-performance พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกใหม่ล่าสุด ผสมผสานการบังคับควบคุมสไตล์สปอร์ต ให้เป็นหนึ่งเดียวกับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด เครื่องยนต์ V6 ขนาดความจุกระบอกสูบ 3.0ลิตร (340แรงม้า/250กิโลวัตต์) เสริมพลังด้วยระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า (136แรงม้า/100กิโลวัตต์) ให้พละกำลังสูงสุดรวมกว่า 462 แรงม้า (340กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุดถึง 700นิวตันเมตร ด้วยแนวคิดในการพัฒนาแบบเดียวกับปอร์เช่ 918สไปเดอร์ (Porsche 918 Spyder)อัตราการบริโภคน้ำมัน เชื้อเพลิงเฉลี่ย 29.4– 31.2กิโลเมตรต่อลิตร อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 78– 72กรัมต่อกิโลเมตร อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ 20.9– 20.6กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อระยะทาง 100กิโลเมตร สนนราคาที่ 7.5 ล้านบาท

   ในงานนี้ เอเอเอสฯ นำรถยนต์ปอร์เช่ พานาเมร่า 4 อี-ไฮบริด สปอร์ต ทัวริสโม่ (Panamera 4E-Hybrid Sport Turismo) ที่สุดแห่งการออกแบบสุดหรูหราและล้ำสมัยด้วยรูปแบบที่นั่ง4+1พรั่งพร้อมด้วยความอเนกประสงค์ โดดเด่นด้วย ฝากระโปรงท้ายขนาดใหญ่ปริมาตรความจุ 520ลิตร และพนักพิงหลังบริเวณห้องโดยสารตอนท้าย สามารถพับเก็บและ เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้ถึง 1,390ลิตร พานาเมร่า 4อี-ไฮบริด สปอร์ต ทัวริสโม่ (Panamera 4-E Hybrid Sport Turismo) คันนี้ให้พลังงานการขับเคลื่อนสูงสุดถึง462แรงม้า มีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 40กิโลเมตรต่อ ลิตรและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 56กรัมต่อกิโลเมตร สนนราคาเริ่มต้น 9.5ล้านบาทมาร่วมอวดโฉมด้วย

 
 

NEW CARS THAILAND : วอลโว่ เปิดตัว The New Volvo XC40 สุดยอดคอมแพกต์เอสยูวี รุ่นแรกจากแบรนด์วอลโว่สู่ผู้บริโภคในเมืองไทย นำเสนอสุดยอดการดีไซน์ พื้นที่ใช้สอย และเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการขับขี่สำหรับคนเมือง ราคาเริ่มต้น 2.09 ล้าน พร้อมเงื่อนไขผ่อนชำระ 19,xx

Tuesday, 11 September 2018 17:48

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัว The New Volvo XC40สุดยอดคอมแพกต์เอสยูวีรุ่นแรกจากแบรนด์วอลโว่ซึ่งพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Designed to Break the Norms” สู่ผู้บริโภคเมืองไทย มอบความโดดเด่นทั้งการดีไซน์ การจัดสรรพื้นที่ใช้สอย และเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการขับขี่ที่ครบครัน นำเสนอทั้งในรุ่นเครื่องยนต์ T5 AWD และ T4 เบนซิน ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 2.09 ล้านบาท

   หลังประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการเปิดตัวรุ่น XC60 ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของแบรนด์วอลโว่ในตลาดเมืองไทย วันนี้ วอลโว่ภูมิใจนำเสนอเอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุด เพื่อมอบนิยามใหม่ของยานยนต์สำหรับคนเมืองด้วยภาพลักษณ์ที่สวยงามทันสมัยในสไตล์รถสวีเดน โดย XC40 พร้อมรุกตลาดเอสยูวีระดับพรีเมียมอย่างเต็มตัว และถือเป็นยานยนต์ในตระกูล 40 รุ่นแรกของโลก นำเสนอความเป็นเลิศทั้งในด้านความปลอดภัย ระบบขับเคลื่อน และเทคโนโลยีอินโฟเทนเมนท์ ซึ่งนำมาจากยานยนต์ขนาดใหญ่ (SPA) เพื่อนำมาติดตั้งในระบบยานยนต์ขนาดเล็ก (Compact Modular Architecture : CMA) รุ่นใหม่ล่าสุดนี้

   มร.คริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แพลตฟอร์มพื้นฐานการพัฒนายานยนต์รุ่น XC40ของเราคือCMA หรือ Compact Modular Architecture ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาอย่างมากเมื่อพิจารณาในแง่นวัตกรรม ประการแรก สถาปัตยกรรมนี้มอบ ความยืดหยุ่น ในการผลิตรถยนต์ ทำให้เราสามารถนำเสนอสุดยอดยานยนต์ได้ในหลากหลายขนาด เนื่องจากเป็นระบบที่ถูกพัฒนาให้สามารถรองรับกำลังไฟฟ้าได้หลายระดับ และเหนือสิ่งอื่นใด รถยนต์รุ่นนี้คือการทำให้แนวคิด “90 สู่ 60 สู่ 40” เป็นจริงขึ้นมา โดยเราสามารถปรับขนาดแพลตฟอร์มเทคโนโลยีจากระดับ SPA มาเป็น CMA และ C segment ได้ โดยเฉพาะการปรับในส่วนของระบบความปลอดภัยขั้นสูงและระบบสนับสนุนการขับขี่ รวมถึงการยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานโดยรวม ซึ่งก็คือความรื่นรมย์ที่ทั้งนักขับและผู้โดยสารจะสามารถสัมผัสได้จากการควบคุมและการโดยสารในเอสยูวีขนาดเล็กของเรารุ่นนี้”

   สำหรับรุ่น XC40 วอลโว่ได้นำเสนอประสบการณ์ผู้ใช้งานที่ดีเยี่ยมที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน ซึ่งเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ติดตั้งมาพร้อมสรรพ บริการอันชาญฉลาด และเทคนิคการเก็บสัมภาระขั้นสุดยอดที่มอบโซลูชั่นการเก็บสิ่งของในห้องโดยสารแนวใหม่ที่ยังไม่เคยปรากฏมาก่อน สมรรถนะการควบคุมที่ฉับไวที่มาพร้อมเทคโนโลยีช่วยขับขี่รุ่นใหม่แสดงให้เห็นถึงแนวทางใหม่ของวอลโว่ ในการสร้างสรรค์รถเอสยูวีขนาดเล็กเพื่อการขับขี่ในตัวเมืองที่ดีเยี่ยมภายใต้รูปลักษณ์ที่ทั้งสวยงามและเด่นชัดในอัตลักษณ์ของผู้ขับขี่ โดย XC40 ยังถือเป็นการเติมเต็มกลุ่มยานยนต์ระดับลักชัวรี่ของวอลโว่ให้ครบสมบูรณ์ต่อจากรุ่นพี่อย่าง XC90 และ XC60 ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วทั่วโลก แม้ XC40 จะเป็นยานยนต์รุ่นเล็ก หากยังคงความเป็นเยี่ยมตามแบบฉบับวอลโว่ เพราะ XC40 มิใช่รถยนต์ที่ถูกย่อส่วนมาจากรุ่นใหญ่ แต่เป็นการสร้างตัวตนใหม่และอัตลักษณ์อันโดดเด่นในแบบเฉพาะตัว

   มร.ฌอง-เดวิด ฮาเรล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัว New XC40 ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญยิ่งของวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยของเรากำลังมองหารถยนต์ดีไซน์ใหม่ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว โดยต้องเป็นรถยนต์ที่ทำให้ชีวิตของพวกเขาง่ายขึ้นด้วยการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยและส่วนเก็บสัมภาระอย่างชาญฉลาด และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีเยี่ยมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ”

   มร.ฌอง-เดวิด ฮาเรล กล่าวเสริมว่า “The New  Volvo XC40 มอบทุกสิ่งที่กล่าวมาให้คุณได้! หากคุณเลือกรุ่นท็อป คุณยังจะได้แพ็คเกจ R-Design เต็มรูปแบบ ซึ่งรวมถึงระบบการเก็บสัมภาระที่น่าทึ่งและพื้นที่เก็บของที่ใหญ่กว่า พร้อมประตูท้ายระบบไฟฟ้าที่สามารถเปิดได้โดยไม่ต้องใช้มือจับและเทคโนโลยีอัจฉริยะอีกมากมาย อาทิ แท่นชาร์จอุปกรณ์แบบไร้สาย เป็นต้น ซึ่งแสดงถึงภาพลักษณ์ที่สวยงามทันสมัยในสไตล์รถสวีเดนขนานแท้ สำหรับวอลโว่ เราเน้นย้ำเสมอว่าทุกสิ่งที่เราทำล้วนเริ่มต้นจากผู้คน และเราใช้แนวคิดนี้ในการเปิดตัว XC40 ซึ่งทุกคนจะได้รับการต้อนรับเพื่อมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานและสัมผัสประสบการณ์แรกกับ The New Volvo XC40 ของเรา วันนี้ เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ประกาศว่า จะมีผู้คนมากกว่า 2,000 คน มาร่วมงานเปิดตัวตลอด 3 วันของเราในครั้งนี้”

   นับตั้งแต่ทศวรรษที่ 50 วอลโว่ได้รวบรวมผู้คนจากทั่วโลกเพื่อมาร่วมพัฒนาและสร้างสรรค์รถยนต์ของเรา ความหลากหลายนี้ได้ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และผลักดันนวัตกรรมขึ้นมากมาย ซึ่งช่วยให้เราสามารถผลิตรถยนต์ที่ปลอดภัยและชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น ซึ่งเกิดจากการออกแบบเพื่อตอบสนองวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนนั่นเอง     

ฟีเจอร์หลักของ Volvo XC40

การออกแบบส่วนหน้ารถใหม่สไตล์สวีดิช แบบ Shark Nose และClamshell Hood

   XC40 มอบความเป็นเลิศในการออกแบบ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้สามารถคว้ารางวัล Car of the Year 2018 จาก What Car? รวมถึงรางวัล Autocar Car of the Year 2018 และ Autocar Game Changer of the Year

   งานออกแบบโดดเด่นด้วยไฟหน้าที่มีรูปทรงจำลองมาจากค้อนเทพเจ้าธอร์และฝากระโปรงทรงเปลือกหอย พร้อมเคลือบพื้นผิวอย่างสวยงามที่สอดรับกับกรอบตะแกรงทรงโค้งอย่างลงตัว รูปแบบการดีไซน์ที่มีความโค้งเว้านี้ยังถูกนำไปใช้กับส่วนล่างของประตูหลัง ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้แก่ตัวรถด้านข้างได้เป็นอย่างดี

ภาพลักษณ์ใหม่ของยานยนต์เอสยูวี

   XC40 มอบอัตลักษณ์ใหม่ของยานยนต์เอสยูวี ด้วยระยะใต้ท้องรถเพียง 21 ซม. และยกระดับความเป็นยานยนต์อเนกประสงค์ไปอีกขั้น ซึ่งทำให้รถยนต์รุ่นนี้สามารถคว้ารางวัลระดับโลกมาแล้วมากมาย อีกทั้งยังมีการใช้ระบบจัดเก็บสัมภาระรุ่นใหม่ Ingenious Storage Solutions ทั่วทั้งห้องโดยสารไปจนถึงส่วนประตูท้าย นับเป็นการสร้างระบบจัดเก็บที่ชาญฉลาด สร้างสรรค์ และสวยงาม อย่างที่คุณคาดไม่ถึง!

สมรรถนะและความปลอดภัย

   คุณจะเพลิดเพลินไปกับการตอบสนองที่ฉับไวและทรงพลังตลอดเวลาที่จับพวงมาลัย พร้อมประสิทธิภาพการขับขี่ที่เปี่ยมพลังและประหยัดน้ำมันจากเครื่องยนต์ขั้นสูงซึ่งมีทั้งรุ่น T4 (190 แรงม้า)  หรือ T5 AWD (252 แรงม้า) โดยเครื่องยนต์ทั้งสองรุ่นล้วนมอบอัตราเร่งที่แรงสะใจในทุกสภาวะ พร้อมช่วยประหยัดน้ำมันขั้นสุดและปล่อยไอเสียในอัตราต่ำ

   XC40 รุ่นเครื่องยนต์ T4 เบนซิน เน้นการขับขี่แบบสปอร์ต ให้ผู้ขับขี่รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถ และสมรรถนะที่แรงสุดขั้วจากเครื่องยนต์ 1969cc เมื่อทำงานร่วมกับเกียร์อัจฉริยะที่มีระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 8 สปีดแบบ Geartronic จึงมอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 8.4 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 210 กม./ชม. และกำลังรอบสูงสุด 4,700 รอบ/นาที โดยมีอัตรากินน้ำมัน 7.4 ลิตร/100 กม. (13.5 กม./ลิตร)

   สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ T5 พร้อมระบบขับเคลื่อน AWD ที่โดดเด่นที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน มอบแรงบิด 350 นิวตันเมตรที่ 1,800 – 4,800 รอบต่อนาที โดยลักษณะการบิดจะเป็นแบบ Flat torque curve ซึ่งมอบการทำงานที่ดีเยี่ยมไม่ว่าจะมีน้ำหนักบรรทุกแบบใด มอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.4 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 230 กม./ชม. นอกจากนี้ ยังประหยัดน้ำมันเป็นเลิศที่ 8.0 ลิตร/100 กม. (12.5 กม./ลิตร)

XC40 เพื่อไลฟ์สไตล์คนเมืองที่สมบูรณ์แบบ

   การตกแต่งห้องโดยสารถูกติดตั้งด้วยระบบแสงสว่างรุ่นใหม่ เพื่อสร้างบรรยากาศภายในรถให้รู้สึกอบอุ่นและสวยงามแบบร่วมสมัย โดยใช้ไฟแอลอีดีเพื่อขับความเงางามของการตกแต่งด้วยอลูมิเนียมให้โดดเด่นยิ่งขึ้น การผสมผสานที่ลงตัวนี้ช่วยสร้างความรู้สึกตื่นตัว สร้างสรรค์ และเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา ซึ่งพบได้ใน XC40 เท่านั้น

   รถยนต์วอลโว่ได้รับการยกย่องมาช้านานในเรื่องความสบายของเบาะที่นั่งที่สอดรับกับสรีระและการขับขี่ระยะไกลได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่ง XC40 ก็มอบสิ่งนี้ให้เช่นกัน ด้วยการตกแต่งแบบ R-Design ในรุ่น XC40 R-Design ซึ่งโดดเด่นด้วยการบุหนัง Charcoal Nappa Leather และผ้าทอ Nubuck เสริมด้วยแนวตะเข็บและเดินแนวด้ายสีบรอนด์สวยงามสะดุดตา เบาะของนักขับและผู้โดยสารเบาะหน้าจะมีตำแหน่งที่สูงกว่า เพื่อมอบทัศนวิสัยที่ชัดเจนและสัมผัสแห่งการควบคุมที่ดีเยี่ยมตลอดเวลา

   หน้าจอทัชสกรีนส่วนกลางรุ่นที่เคยคว้ารางวัลมาแล้วได้ถูกนำมาติดตั้งใน XC40 เพียงแค่แตะและปัดเบา ๆ ก็สามารถใช้งานระบบนำทาง รวมถึงฟังก์ชั่นและแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายเหมือนคุณกำลังใช้แท็บเล็ต นอกจากนี้ ฟังก์ชั่นการสั่งงานด้วยเสียงยังทำให้คุณสามารถควบคุมการทำงานของรถได้ง่ายดายยิ่งกว่าในขณะขับขี่ พร้อมระบบ Apple CarPlay และ Android Auto เพื่อการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ไอทีของคุณได้อย่างราบรื่น สำหรับจอแสดงผลของนักขับก็มีความชัดเจนและดูข้อมูลได้ง่าย โดยนักขับยังสามารถควบคุมระบบเสียงและการทำงานของเครื่องยนต์ได้จากจอนี้เพื่อการควบคุมที่ง่ายดายและรวดเร็ว จอยังสามารถปรับความสว่างได้อย่างชาญฉลาดตามลักษณะแสงของสภาพแวดล้อม

ระบบเก็บสัมภาระอัจฉริยะเพื่อคุณ

   เราสร้างสรรค์รถยนต์เพื่อคุณและความต้องการของคุณ ด้วยการให้ความสำคัญอย่างมากกับการผลิตยานยนต์ที่มีช่องเก็บสัมภาระที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสำหรับสิ่งของต่าง ๆ โดยด้านล่างที่พักแขนติดตั้งช่องเก็บของขนาดใหญ่ซึ่งมีที่รองรับขยะและสามารถถอดออกได้ ซึ่งจะช่วยขจัดความสกปรกรกให้หมดไปจากรถของคุณ

   พื้นที่ใต้เบาะนั่งยังมีช่องเก็บของสำหรับสิ่งของชิ้นเล็ก ๆ อีกทั้งยังมีพื้นที่วางสมาร์ทโฟนในขณะที่คุณกำลังชาร์จแบตเตอรี่ ตะขอแขวนถุงอาหารที่ซื้อกลับบ้านหรือถุงช็อปปิ้งใบเล็ก ๆ และยังมี มีที่วางแก้วและที่ชาร์จไฟแบบ USB อีกหลายจุด พื้นที่ส่วนล่างภายในห้องโดยสารถูกจัดสรรเป็นช่องเก็บของทั้งหมด ซึ่งทำให้ XC40 ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้ดีที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน โดยสามารถเก็บได้ทั้งขวดเครื่องดื่มขนาดใหญ่ เครื่องแล็บท็อป หรือแม้แต่กระเป๋าเดินทางใบเล็ก ๆ

ระบบ IntelliSafe ใน New XC40 มอบความปลอดภัยในการขับขี่สูงสุด

   XC40 ถือเป็นรถยนต์ที่มีความปลอดภัยสูงสุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน ด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและรองรับการใช้งานที่นำมาจากยานยนต์รุ่นพี่อย่างซีรี่ย์ XC90 และ XC60 ซึ่งหลายระบบที่ติดตั้งใน XC40 ถือเป็นการติดตั้งครั้งแรกในรถเอสยูวี เกรดพรีเมียมขนาดเล็ก เนื่องจากชีวิตสมัยใหม่ในเมือง ก่อให้เกิดปัญหาที่ซับซ้อนมากมายสำหรับผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และผู้ใช้ถนนคนอื่น ๆ XC40 จึงถูกออกแบบมาเพื่อลดความตึงเครียดและความยุ่งยากด้านข้อมูลสำหรับผู้ขับขี่ ด้วยระบบความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือในการขับขี่ที่สามารถระบุและหลีกเลี่ยงการชนปะทะที่อาจเกิดขึ้น ทำให้การขับขี่มีความผ่อนคลายและเพลิดเพลินยิ่งกว่า ส่วนฟีเจอร์ที่ได้รับการยกระดับเพื่อการขับขี่ในเมือง ได้แก่ การปรับระดับเบาะนั่งด้านหน้าให้สูงขึ้นเพื่อวิสัยทัศน์บนท้องถนนที่ชัดเจน, ระบบป้องกันการชนขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำรุ่นล่าสุด (City Safety) ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งเข้ามาทางด้านข้างขณะถอยหลังออกจากที่จอด (Cross Traffic Alert with Break Support) พร้อมระบบช่วยเบรก, ระบบการบังคับพวงมาลัยเพื่อหลบรถวิ่งสวน (Oncoming Lane Mitigation) และระบบช่วยเลี้ยว (Steer Assist) และ ระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติ (Pilot Assist) สำหรับรุ่น R-Design เพื่อการขับขี่ประจำวัน

รื่นรมย์ไปกับท่วงทำนองแห่งวิถีชีวิตในเมืองใหญ่

   สัมผัสนวัตกรรมด้วยเทคโนโลยี Air-Woofer เป็นครั้งแรกในรถยนต์วอลโว่ XC40 ใหม่ที่มีเป็นมาตรฐานทุกรุ่น โดยเฉพาะ รุ่น R-Design ที่มาพร้อมระบบ Harman Kardon Premium Sound เพื่อมอบประสบการณ์ทางดนตรีที่เต็มอารมณ์และทรงพลัง พร้อมรายละเอียดเสียงที่ครบถ้วน โดยเฉพาะเสียงเบสรอบทิศทางที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างดีเยี่ยม รวมถึงการติดตั้งระบบเครื่องเสียงที่แยกออกจากบนแผงประตู ทำให้เพิ่มบริเวณช่องเก็บของบานประตูของ XC40 กว้างยิ่งขึ้น

   แพลตฟอร์ม Volvo CMA ตอบรับอนาคตแห่งนวัตกรรม การปรับแต่งขนาดยานยนต์ และโอกาสในการสร้างสรรค์รถยนต์เพื่อตอบสนองความต้องการและความปรารถนาของคุณอย่างแท้จริง เพราะทุกสิ่งที่เราทำเริ่มต้นจากผู้คน และผลลัพธ์ที่ได้คือ XC40 ที่คว้ารางวัลอันทรงเกียรติมาแล้วมากมาย

ตัวอย่างฟีเจอร์มาตรฐานที่ติดตั้งมาใน New XC40 Momentum      

•      จอแสดงข้อมูลขนาด 12.3 นิ้ว

•      ประตูท้ายระบบไฟฟ้าที่สามารถเปิดได้โดยไม่ต้องใช้มือจับ

•      แท่นชาร์จอุปกรณ์แบบไร้สาย

•      ระบบป้องกันการชนขณะขับขี่ (City Safety)

•      ระบบแจ้งเตือนเมื่อมียานพาหนะอยู่ในมุมอับของสายตา (Blind Spot Information)

•      ระบบเตือนการชนด้านหลังพร้อมเบรกเมื่อรถหยุดนิ่ง (Rear Collision Warning with braking at standstill)

•      ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้างขณะถอยจากที่จอดพร้อมระบบช่วยเบรก (Cross Traffic Alert with brake support)

•      ระบบตรวจจับ: ยานพานะ คนเดินเท้า จักรยาน สัตว์ใหญ่

•      ระบบป้องกันรถยนต์วิ่งออกนอกช่องทาง (Run-off Road Mitigation)

•      ระบบการบังคับพวงมาลัยเพื่อหลบรถวิ่งสวน (Oncoming Lane Mitigation)

•      ระบบแจ้งเตือนป้ายจราจร (Road Sign Information)

•      ระบบแจ้งเตือนเพื่อป้องกันรถวิ่งออกนอกเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Aid)

•      กล้องมองหลังสำหรับการจอดรถ (Rear parking camera)

•      ระบบเซ็นเซอร์ช่วยในการจอดด้านหน้า-หลัง (Park assist front and rear)

สำหรับรุ่นท็อปอย่าง R-Design มอบฟีเจอร์ใหม่เป็นมาตรฐานดังนี้

•      ระบบควบคุมความเร็วแปรผันตามสภาพถนนและระบบแจ้งเตือนป้ายความเร็ว (Adaptive Cruise Control – with speed sign assist)

•      ระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติ (Pilot Assist)

•      ระบบช่วยในการจอดรถกึ่งอัตโนมัติ (Park Assist Pilot)

•      ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมี่ยม Harman Kardon Premium Sound System

ราคาจำหน่าย

   The New Volvo XC40 เสนอ เงื่อนไขพิเศษ เริ่มต้นผ่อนชำระ 19, xxx บาทต่อเดือน ดาวน์ 40% ระยะผ่อนชำระ 72 เดือน สำหรับรุ่นXC40 T4 Momentum (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

 
 

NEW CARS THAILAND : โตโยต้าแนะนำ “ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับปรุงใหม่” ประหยัดน้ำมันยิ่งกว่าด้วยเกียร์ 6 จังหวะ พร้อมทางเลือกรุ่น รีโว่ ร็อคโค่ 2.4 ลิตร

Tuesday, 04 September 2018 16:51

 

 

 

 

 

 

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับปรุงใหม่ กับเกียร์ 6 จังหวะ ที่มีอัตราทดต่ำ ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น ทั้งในรุ่นเกียร์ธรรมดาและรุ่นเกียร์อัตโนมัติ เครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ ซึ่งมาพร้อมกับระบบ Sequential Shift เป็นเจ้าเดียวในประเทศไทย ทั้งเพิ่มทางเลือกสำหรับลูกค้าด้วย "ไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ รุ่นเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร" รุ่นสมาร์ทแค็บและรุ่นดับเบิ้ลแค็บ พรีรันเนอร์ เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2561

bbbบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดได้แนะนำรถกระบะ ไฮลักซ์ รีโว่ ภายใต้โครงการ “IMV: Innovative International Multi Purpose Vehicle” เจนเนอเรชั่นที่ 2 ในปี 2558 มาพร้อมดีไซน์ที่แข็งแกร่งดุดัน เปี่ยมด้วยสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมจากขุมกำลังของเครื่องยนต์ดีเซลระบบ คอมมอนเรล GD Efficient Boost และระบบความปลอดภัยเหนือระดับมาตรฐานระดับโลก และในวันนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ขอแนะนำ ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับปรุงใหม่ เพื่อตอบสนองรูปแบบการใช้งานของลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งในส่วนของการใช้งานเชิงพาณิชย์ และการใช้งานส่วนบุคคลได้ดียิ่งขึ้น


     - เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะใหม่ ในรุ่นเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ พร้อมระบบ Sequential Shift เจ้าเดียวในตลาดให้แรงบิดสูงในรอบต่ำ มอบสมรรถนะการขับขี่ดีเยี่ยม ประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ
     - เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะใหม่ ในรุ่นเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ(ยกเว้นรุ่นช่วงล้อสั้น) เพิ่มการประหยัดน้ำมัน แม้บรรทุกหนัก ด้วยขุมพลัง GD Efficient Boost
     - ติดตั้งระบบ T-Connect Telematics ใน ไฮลักซ์ รีโว่ ดับเบิ้ลแค็บ รุ่น 2.8 G และ 2.8 ROCCO
     - รองรับการติดตู้เย็นและตู้แห้งด้วยการติดตั้งพูเลย์เสริมหน้าเครื่องในรุ่นมาตรฐาน 2.4J แค็บและแชสซีส์เพื่อสนับสนุนกลุ่มธุรกิจการขนส่งสินค้า (Logistics ) ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
     - ไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ เครื่องยนต์ 2.4 ลิตรใหม่ รุ่นสมาร์ทแค็บและรุ่นดับเบิ้ลแค็บ พรีรันเนอร์สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถกระบะที่มีดีไซน์ที่แตกต่างและโดดเด่นเหนือระดับ

เติมเต็มทุกรูปแบบการใช้งาน...ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับปรุงใหม่*

 เพิ่มทางเลือก 4 รุ่นย่อยใหม่ กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมระบบ Sequential Shift เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ เจ้าเดียวในประเทศไทย....ตอบสนองทุกรูปแบบการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น
     - รุ่นมาตรฐาน 2.4 J แค็บและแชสซีส์ เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 2 ล้อ
     - รุ่นมาตรฐาน 2.4J เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 2 ล้อ 
     - รุ่นสมาร์ทแค็บ2.4J Plus เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 2 ล้อ
     - รุ่นดับเบิ้ลแค็บ2.4J Plus เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 2 ล้อ 
 
 ใหม่...สำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อ
     - ระบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ... แรงเต็มสมรรถนะ ตอบสนองได้อย่างใจ ด้วยอัตราทดเกียร์ต่อเนื่อง พร้อมลดเสียงรบกวน ขับขี่นุ่มนวลทุกเส้นทาง ผสานกับประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ GD Efficient Boost 2.4 ลิตร แรงเต็มพลัง ประหยัดน้ำมันเต็มสมรรถนะ
  
 ไฮลักซ์ รีโว่ ดับเบิ้ลแค็บ รุ่น 2.8G และ 2.8 ROCCO พร้อม T-Connect Telematics...รองรับการใช้งานที่หลากหลายของลูกค้า ไร้ขีดจำกัดด้วยระบบการทำงานอันล้ำสมัย เพื่อการใช้ชีวิตที่สะดวกสบาย
     - Find My Car ตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์ผ่าน Smartphone และ Apple watch
     - Stolen Vehicle Tracking ตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์เมื่อถูกโจรกรรม พร้อมช่วยเหลือคุณตลอด 24 ชั่วโมง
     - SOS ประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
     - หน้าจอแสดงผลที่มากับ Navigator ระบบนำทางพร้อมแสดงข้อมูลจราจร และฟังก์ชั่นอื่นๆ อีกมากมายที่เชื่อมต่อรถและคุณให้เป็นหนึ่งเดียว

 ใหม่...สำหรับรุ่นมาตรฐาน 2.4J แค็บและแชสซีส์
     - รองรับการติดตู้เย็นและตู้แห้ง...ด้วยพูเลย์เสริมหน้าเครื่อง สนับสนุนกลุ่มธุรกิจการขนส่งสินค้า (Logistics ) ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีให้เลือกทั้งรุ่นเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ

 เพิ่มทางเลือกแห่งความแกร่ง กับไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร รุ่นสมาร์ทแค็บและรุ่นดับเบิ้ลแค็บ พรีรันเนอร์
     - เครื่องยนต์ GD Efficient Boost 2.4 ลิตร เกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด…ขีดสุดขุมพลัง เหนือชั้นกว่าด้วยการทำงานของเครื่องยนต์ที่เงียบ ตอบรับทุกรูปแบบการขับขี่
     รหัสเครื่องยนต์ 2GD-FTV(High)
     ความจุกระบอกสูบ 2,393 ซีซี
     แรงม้าสูงสุด 110 กิโลวัตต์ (150 แรงม้า) ที่ 3,400 รอบต่อนาที
     แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,000 รอบต่อนาที

   ภายนอกแกร่ง ดุดัน...ด้วยชุดแต่งพิเศษรอบคัน ไม่ว่าจะเป็น กระจังหน้าสีเทาและสีดำเงา กรอบไฟตัดหมอกสีดำเงาตกแต่งด้วยแถบสีเทา ชุดตกแต่งกันชนหน้าและซุ้มล้อ ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สีดำเงา กระจกมองข้างสีดำเมทัลลิก มือเปิดประตูสีดำเมทัลลิก มือเปิดฝาท้ายสีดำ สปอร์ตบาร์พร้อมพื้นปูกระบะ บ่งบอกตัวตนด้วยสติ๊กเกอร์ ROCCO ด้านข้างกระบะ และโดดเด่นด้วย กันชนหลังสีเทาเมทัลลิกพร้อมชุดตกแต่ง

   ภายในสปอร์ต เร้าใจ...ด้วยมาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron ดีไซน์เฉพาะรุ่น พวงมาลัยหุ้มหนัง แผงข้างประตู ช่องปรับอากาศ ฐานเกียร์และหัวเกียร์หุ้มหนังที่ตกแต่งด้วยแถบสีดำเมทัลลิก สอดรับกับแผงคอนโซลหน้าตกแต่งด้วยสีดำเมทัลลิกกรอบเสาประตูและแผงบุหลังคาสีดำ และช่องเก็บของด้านบนพร้อมสัญลักษณ์ HILUX

     นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ กล่าวว่า“เราเชื่อมั่นว่า ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับปรุงใหม่นี้ จะตอบสนองความต้องการและรูปแบบการใช้งานของลูกค้าที่หลากหลายได้เป็นอย่างดี ทั้งเติมเต็มตลาดรถกระบะของโตโยต้าได้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยมีแนวคิดในการสื่อสารที่ว่า “ไฮลักซ์ รีโว่...แรงจริง ประหยัดจริง”และในโอกาสครบรอบ 50 ปีของไฮลักซ์ เราขอแนะนำข้อเสนอสุดพิเศษ เพื่อแสดงความขอบคุณสำหรับทุกความเชื่อมั่นที่มีให้กับรถกระบะไฮลักซ์เสมอมา”


ไฮลักซ์ 50 ปี ความเชื่อมั่นแห่งกระบะตัวจริง
     นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น เมื่อ พ.ศ. 2511 ไฮลักซ์ประสบความสำเร็จได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ทั้งจากลูกค้าทั่วโลก รวมถึงลูกค้าชาวไทย ที่มอบความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับไฮลักซ์ด้วยดีตลอดมา และในโอกาสครบรอบ 50 ปี ของไฮลักซ์ เราขอแสดงขอบคุณให้กับลูกค้าที่จองและรับรถไฮลักซ์ รีโว่ ตั้งแต่ 1 สิงหาคม ถึง 30 กันยายน พ.ศ. 2561 ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษและชุดของขวัญ 50 ปีไฮลักซ์ ซึ่งประกอบด้วย
     - โมเดลรถไฮลักซ์ รีโว่
     - คะแนน T-MEx 2,000 คะแนน
     - ชุดโปสการ์ดไฮลักซ์ รีโว่
     - หนังสือ 50 ปีไฮลักซ์ รีโว่

พร้อมเป็นเจ้าของไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับปรุงใหม่
รุ่นเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมระบบ Sequential Shift ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ
     - รุ่นมาตรฐาน 2.4 แค็บและแชสซีส์ เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 2 ล้อ 583,000 บาท
     - รุ่นมาตรฐาน 2.4J เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 2 ล้อ 619,000 บาท
     - สมาร์ทแค็บ 2.4J Plus เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 2 ล้อ 699,000 บาท
     - ดับเบิ้ลแค็บ 2.4J Plus เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 2 ล้อ 740,000 บาท

รุ่นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะใหม่ ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ
     - รุ่นมาตรฐาน 2.4J แค็บและแชสซีส์ เกียร์ธรรมดา ขับเคลื่อน 2 ล้อ 528,000 บาท
     - รุ่นมาตรฐาน 2.4J เกียร์ธรรมดา ขับเคลื่อน 2 ล้อ 564,000 บาท
     - สมาร์ทแค็บ 2.4J เกียร์ธรรมดา ขับเคลื่อน 2 ล้อ 584,000 บาท
     - สมาร์ทแค็บ 2.4J Plus เกียร์ธรรมดา ขับเคลื่อน 2 ล้อ 650,000 บาท
     - สมาร์ทแค็บ 2.4E เกียร์ธรรมดา ขับเคลื่อน 2 ล้อ 690,000 บาท
     - ดับเบิ้ลแค็บ 2.4J Plus เกียร์ธรรมดา ขับเคลื่อน 2 ล้อ 690,000 บาท
     - ดับเบิ้ลแค็บ 2.4E เกียร์ธรรมดา ขับเคลื่อน 2 ล้อ 784,000 บาท

ไฮลักซ์ รีโว่ ดับเบิ้ลแค็บ 2.8G และ 2.8 ROCCO พร้อม T-Connect Telematics
     - ดับเบิ้ลแค็บ 2.8G เกียร์ธรรมดา ขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,083,000 บาท
     - ดับเบิ้ลแค็บ พรีรันเนอร์ 2.8 ร็อคโค่ เกียร์อัตโนมัติ 1,143,000 บาท***
     - ดับเบิ้ลแค็บ 2.8G เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,153,000 บาท
     - ดับเบิ้ลแค็บ 2.8 ร็อคโค่ เกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 4 ล้อ 1,203,000 บาท***

ไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ 2.4
     - สมาร์ทแค็บ พรีรันเนอร์ 2.4 ร็อคโค่ เกียร์ธรรมดา 839,000 บาท***
     - สมาร์ทแค็บ พรีรันเนอร์ 2.4 ร็อคโค่ เกียร์อัตโนมัติ 889,000 บาท***
     - ดับเบิ้ลแค็บ พรีรันเนอร์ 2.4 ร็อคโค่ เกียร์ธรรมดา 949,000 บาท***
     - ดับเบิ้ลแค็บ พรีรันเนอร์ 2.4 ร็อคโค่ เกียร์อัตโนมัติ 999,000 บาท***
***ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ

หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก White Pearl ราคาจะเพิ่ม 10,000 บาท จากราคาที่แสดงข้างบน และสี Solid ราคาจะถูกหักออก 7,000 บาท จากราคาที่แสดงด้านบน

ร่วมสัมผัสและทดลองขับ ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับปรุงใหม่
ที่ศูนย์ทดสอบขับรถ Toyota Driving Experience (บางนา กม.3)
และโชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า 471 แห่งทั่วประเทศ
ตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป


พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ…..ดาวน์ต่ำผ่อนสบาย และชุดของขวัญสุดพิเศษ เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีไฮลักซ์ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายนนี้ เท่านั้น

ติดตามข้อมูลข่าวสาร ศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่
www.toyota.co.th/hiluxrevo
www.facebook.com/ToyotaHiluxThailand/

“ไฮลักซ์ รีโว่……แรงจริง ประหยัดจริง”

 
 

NEW CARS THAILAND : เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยโฉม Mercedes-Benz S-Class Coupé และ Mercedes-Benz S-Class Cabriolet สองสุดยอดยนตรกรรมสปอร์ตหรูเหนือระดับรุ่นใหม่ล่าสุด

Tuesday, 21 August 2018 17:21

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวสองยนตรกรรมสปอร์ตสุดหรูอย่าง   Mercedes-Benz S-Class Coupéและ Mercedes-Benz S-Class Cabriolet ที่รวบรวม   ความเป็นที่สุดของสมรรถนะเหนือชั้นกับประสิทธิภาพในทุกๆ ด้านไว้อย่างครบครันทั้งดีไซน์  อันเป็นเอกลักษณ์ที่ยกระดับมาตรฐานการออกแบบของรถยนต์สปอร์ตขึ้นไปอีกขั้น รวมถึงระบบเทคโนโลยีความปลอดภัย และนวัตกรรมอันล้ำสมัยที่จะเติมเต็มประสบการณ์แห่งการขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยรถยนต์ Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG Premiumนำเสนอในราคา 15.99ล้านบาทและMercedes-BenzS 560 Cabriolet AMG Premium นำเสนอในราคา 16.72 ล้านบาทผู้ที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศ

   มร.ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า “รถยนต์ตระกูลS-Classถือเป็นหนึ่งในรถยนต์รุ่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์  ซึ่งนับตั้งแต่ได้มีการเปิดตัวสู่สาธารณชนเป็นครั้งแรกในปีพ.ศ.2515 รถยนต์ตระกูลนี้ได้สร้างยอดขายให้กับเมอร์เซเดส-เบนซ์รวมแล้วกว่า 4,000,000 คัน ดังนั้นเพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ในการมอบ “สิ่งที่ดีที่สุด”ให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมสะท้อนคุณค่าของแบรนด์ทั้งในด้านความหลงใหล (Fascination)และความสมบูรณ์แบบ (Perfection) ทางบริษัทฯ จึงได้นำเสนอสมาชิกรุ่นใหม่ล่าสุดของรถยนต์ตระกูล S-Classในกลุ่ม Dream Car อย่าง  Mercedes-Benz S-Class Coupéและ Mercedes-Benz S-Class Cabrioletยนตรกรรมหรูเหนือระดับที่ได้ยกระดับมาตรฐานของรถยนต์ในกลุ่มลักชัวรี่คูเป้ และลักชัวรี่คาบริโอเลต์   ขึ้นไปอีกขั้น เพื่อรองรับความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบความหรูหรา โฉบเฉี่ยว และทรงพลัง รวมถึงเป็นการสะท้อนคำว่า หรูหราร่วมสมัยของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้เป็นอย่างดี”

   มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “นับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกรกฎาคมของปีนี้   เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งของตลาดรถยนต์ระดับพรีเมี่ยม ด้วยจำนวนยอดขายรถยนต์ทั่วโลกสูงถึง 1,356,350 คัน หรือเพิ่มขึ้น 2.3%เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ในขณะที่ในประเทศไทยมียอดขายมากกว่า 8,600คัน หรือเพิ่มขึ้น 9% โดยรถยนต์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์เติบโตเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นCompact Car, Contemporary Luxury, Dream Car,SUV, Mercedes-AMG, และ EQ – Electric Intelligence by  Mercedes-Benz ที่สำคัญแบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจียังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีด้วยยอดขายเติบโตสูงกว่า 250% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากการเดินหน้ารุกตลาดกลุ่มรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูงอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเปิดตัวผู้จำหน่ายรถยนต์   เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ หรือการเปิดตัวรถยนต์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีรุ่นประกอบในประเทศเป็นครั้งแรก รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในรถยนต์ภายใต้แบรนด์ EQ – Electric intelligence byMercedes-Benzที่มีเพิ่มมากขึ้นผ่าน    การลงทุนสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่แห่งที่ 6 ของโลกในประเทศไทย โดยรถยนต์ที่อยู่ภายใต้      แบรนด์นี้มียอดขายสูงขึ้นประมาณ 40%”

   “ดังนั้น ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เราจึงยังคงเดินหน้านำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เพื่อมาตอบสนอง   ความต้องการของลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างต่อเนื่อง โดยรถยนต์ที่เรานำมาเปิดตัวในวันนี้ คือ Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG PremiumและMercedes-BenzS 560 Cabriolet AMG Premium ซึ่งเป็นรถยนต์สปอร์ต 2 ประตูที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกอันโดดเด่นและการตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูงที่สุดเพื่อยกระดับงานออกแบบให้ดูสปอร์ตและเน้นย้ำ    งานวิศวกรรมอันล้ำหน้าไปอีกขั้น ซึ่งถือเป็นการนิยามที่สุดของรถยนต์ในกลุ่มDream Carอย่างแท้จริงโดยรถยนต์ 2 รุ่นนี้มาพร้อมกับการผสมผสานสุดยอดดีไซน์ ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีเข้าไว้กับนวัตกรรมอันล้ำสมัยแบบเดียวกับรถยนต์ The S-Class รุ่นซาลูน และ  ความอัจฉริยะของรถยนต์สไตล์สปอร์ตได้อย่างลงตัวไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่    รุ่นที่พัฒนาขึ้นใหม่ หน้าจอกว้างแบบ Widescreen Cockpitพวงมาลัยรุ่นใหม่สำหรับการขับขี่      ที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น รวมถึงระบบENERGIZING Comfort Control เพื่อความผ่อนคลายในห้องโดยสารพร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์รุ่นล่าสุดและโดดเด่นด้วยไฟท้ายดีไซน์ใหม่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี OLED สวยงามในทุกมุมมอง”

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

   ดีไซน์ภายนอกของ Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG PremiumและMercedes-Benz   S 560 Cabriolet AMG Premiumรุ่นใหม่เป็นรถยนต์สไตล์สปอร์ต 2 ประตู หรูหราแบบรถยนต์ตระกูล S-Class ด้วยไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light Systemที่ประดับด้วยคริสตัลสวารอฟสกี้ (Swarovski crystals)จำนวนรวมทั้งสิ้น 47ชิ้น ซึ่งประกอบด้วยไฟ daytime running lamps ที่ส่องสว่างด้วยคริสตัลสวารอฟสกี้ 17ชิ้น ให้แสงที่สวยใสชัดเจน และไฟเลี้ยวที่ตกแต่งด้วยคริสตัลสวารอฟสกี้ 30ชิ้น รวมถึงยังเป็นเพียงรถยนต์2 รุ่นในตระกูล S-Class ที่ติดตั้งไฟท้ายแบบ OLED(Organic Light Emitting Diode)ซึ่งเป็นหลอดไดโอดเปล่งแสงขนาดบางที่เคลือบใต้กระจกของไฟหลัง จำนวนรวมทั้งสิ้น 33 ชิ้นต่อ 1 ข้างทำหน้าที่ควบคุมตำแหน่งและความสว่างของแสงได้อย่างแม่นยำอีกทั้งยังโดดเด่นด้วยเส้นสายลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ กระจังหน้าDiamond grilleสีเงินพร้อมลายโครเมียม 1แถบ และตราสัญลักษณ์  เมอร์เซเดส-เบนซ์ฝากระโปรงหน้าที่ยาวเพิ่มความดุดันด้วยชุดแต่งสปอร์ตแบบ AMGพร้อม       คิ้วโครเมียมตกแต่งบริเวณชายกันชนด้านหน้า,ปลายท่อไอเสียคู่,ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบาย        ความร้อน, สัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ บนคาลิปเปอร์เบรก และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจากAMGแบบ10-spokeขนาด20นิ้ว ตกแต่งด้วยสี Titanium Grey

   โดย Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG Premiumมาพร้อมกับหลังคาพาโนรามิคซันรูฟแบบ MAGIC SKY CONTROL ขนาดใหญ่ ที่สามารถปรับความเข้มของกระจกได้เพียงกดสวิตช์เพื่อกรองแสงที่เข้ามาได้ โดยพาโนรามิคซันรูฟนี้ มีความยาวถึง 2ใน 3ของความยาวหลังคา หรือมีพื้นที่ประมาณ 1.32ตารางเมตร ในขณะที่Mercedes-Benz S 560 Cabriolet AMG Premium มาพร้อมกับหลังคาแบบ fabric soft-top ที่มีความหนาถึง3ชั้น ชั้นนอกสุดเคลือบสารบูทีล (butyl)ซึ่งทำให้รถยนต์มีระดับเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารน้อยที่สุด โดยหลังคาสามารถ       กางเปิดหรือพับปิดได้ในเวลาเพียง 19วินาที ขณะที่รถวิ่งที่ความเร็วสูงสุด 50กม./ชม.อีกทั้งยังมาพร้อมกับแผงบังคับทิศทางลม(AIRCAP)อีกด้วย

   สำหรับ ดีไซน์ภายในนั้น สร้างนิยามอีกขั้นของความสะดวกสบาย เช่นเดียวกับ Mercedes-Maybach S 560 ด้วยระบบENERGIZING Comfort Control ที่ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน เช่น การปรับโทนสีของไฟภายในห้องโดยสารPremium Ambient Light ระบบปรับอากาศระบบเครื่องเสียงรวมถึงโปรแกรมนวดของเบาะที่นั่งด้านหน้า4แบบ เพื่อช่วยให้คุณผ่อนคลายตลอดการเดินทาง พร้อมการตกแต่งด้วยวัสดุที่แข็งแรง มีระดับ และได้รับมาตรฐานจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วโลก ทั้งเบาะนั่งหุ้มหนัง Nappaแบบ Exclusive packageตัดเย็บลายเบาะแบบ diamond design,หน้าจอกว้างแบบ Widescreen Cockpitและพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ต

สำหรับเทคโนโลยีและระบบมัลติมีเดีย ภายในห้องโดยสารมาอย่างครบครัน ทั้งระบบ  Night View Assist Plus ระบบที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่ เห็นคนเดินถนน หรือสัตว์ขนาดใหญ่ในที่มืดโดยการใช้แสงอินฟราเรด และกล้องอินฟราเรดระยะใกล้และไกล ในการมองเห็นเพื่อลดอุบัติเหตุในที่มืด,ระบบ Crosswind Assist ระบบที่จะช่วยประคองรถยนต์ให้ไม่หลุดออกนอกเส้นทางเมื่อมีลมแรง,ระบบMAGIC VISION CONTROL ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มี ทัศนวิสัยในการมองเห็นได้อย่างดีเยี่ยมขณะขับขี่ ด้วยระบบฉีดน้ำกระจกหน้าจากก้านปัดน้ำฝน ที่น้ำจะฉีดไปที่บริเวณด้านหน้าของใบปัดขณะทำการปัดรวมถึงระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up display),ระบบป้อนเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร,ฟังก์ชั่นปรับสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร(AIR BALANCE package),ระบบCOMAND Online,ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือApple CarPlay™ & Android Auto,ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย(Wireless charging),ระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่Bluetooth ระบบควบคุมและสั่งงานด้วยtouchpadและระบบเสียง  รอบทิศทางBurmester® high end 3D surround sound system

นอกจากนี้Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG PremiumและMercedes-Benz S 560 Cabriolet AMG Premium ยังมาพร้อมกับระบบช่วยเหลือการขับขี่และระบบ ความปลอดภัยสูงสุดทั้งสำหรับผู้ขับขี่ ผู้โดยสารและผู้ร่วมใช้ถนน ที่ไม่เคยมีในรถยนต์รุ่นนี้        มาก่อน อาทิ

·        ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE® PLUSด้วยการทำงานของเรดาร์ที่หากตรวจพบรถยนต์จากด้านหลังที่วิ่งเข้ามาด้วยความเร็วซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุ ไฟกระพริบฉุกเฉินจะกระพริบด้วยความถี่ที่มากกว่าปกติเพื่อเตือนผู้ขับขี่รถคันหลัง หลังจากนั้น ระบบจะรัดเข็มขัดนิรภัยให้กระชับขึ้น ระบบเบรกจะล็อคล้อทั้งสี่ไว้ให้อยู่กับที่ พร้อมปรับพนักพิงคอเพื่อช่วยลดความเสี่ยงของอาการบาดเจ็บบริเวณคอ หากมีการชนเกิดขึ้น

·        PRE-SAFE® Impulse Sideอีกหนึ่งความอัจฉริยะของระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ โดยระบบจะตรวจจับรถยนต์ที่กำลังวิ่งเข้าด้านข้างตัวรถ ด้วยเรดาร์ที่ด้านซ้ายและขวา เมื่อพบว่ามีเหตุการณ์ที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ถุงลมที่อยู่ในพนักพิงด้านข้างจะพองออกเพื่อผลักให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารด้านหน้าเอียงไปอยู่ส่วนตรงกลางห้องโดยสารแทน เพื่อปกป้องจากแรงกระแทกจากด้านข้างตัวรถ

·        ระบบ Active Emergency Stop Assistในกรณีที่ผู้ขับขี่ไม่มีการตอบสนองต่อการขับขี่เป็นเวลานาน เช่น คนขับหลับในหรือหมดสติ และระบบตรวจจับได้ว่าไม่มีการเคลื่อนไหวของพวงมาลัยเลย ระบบจะส่งสัญญาณเตือนเพื่อให้ผู้ขับขี่กลับมาประคองพวงมาลัยรถ แต่ถ้ายังไม่มีการตอบสนองจากผู้ขับขี่ ระบบจะค่อยๆ หยุดรถอัตโนมัติในช่องจราจรนั้น พร้อมกับเปิดระบบไฟกระพริบฉุกเฉิน

·        ระบบ Evasive Steering Assistระบบช่วยหลบหลีกการชนจากด้านหน้าโดยสัญญาณเรดาร์และกล้อง MPC ของรถยนต์จะช่วยตรวจจับคนและสิ่งของที่จะก่อให้เกิดอันตราย โดยระบบจะเตือนให้คุณตอบสนองและหักหลบสิ่งกีดขวางด้วยตนเองเท่านั้น พร้อมช่วยส่งแรงบิดที่เหมาะสมในการหักหลบสิ่งกีดขวางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

·        ระบบ Active Distance Assist DISTRONICระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า ทำงานโดยใช้สัญญาณเรดาร์ที่ติดตั้งบริเวณกันชนหน้าในการคำนวณระยะห่างที่ปลอดภัยจากรถคันหน้าที่สัมพันธ์กับความเร็วของรถในขณะนั้น และลดความเร็วของรถโดยอัตโนมัติ รวมทั้งช่วยเบรกด้วยระดับแรงเบรกประมาณ 50%ของแรงเบรกปกติเพื่อรักษาระยะห่างตามที่ผู้ขับขี่กำหนด ระบบสามารถลดความเร็วของรถลงจนกระทั่งหยุดนิ่งตามรถยนต์คันที่อยู่ด้านหน้า และยังสามารถควบคุมรถให้ออกตัวตามรถยนต์คันที่อยู่ด้านหน้า หากรถยนต์คันที่อยู่ด้านหน้าหยุดนิ่งเป็นเวลาไม่เกิน 30วินาที แล้วเคลื่อนที่ต่อไป

·        ระบบ Active Blind Spot Assistอีกหนึ่งเทคโนโลยีความปลอดภัยจาก  เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการชนกับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์คันอื่นที่อยู่ในจุดอับสายตาในขณะที่กำลังจะเปลี่ยนช่องจราจร ระบบนี้จะทำงานตั้งแต่ความเร็วของรถที่ 12กม./ชม. เป็นต้นไป โดยจะมีไฟเตือนเป็นสัญลักษณ์รูปสามเหลี่ยมสีแดงปรากฏขึ้นที่กระจกมองข้างทั้งซ้ายและขวา ทันทีที่ระบบสามารถตรวจจับรถที่เข้าใกล้ในระยะที่กำหนด หรือประมาณ 3เมตรจากด้านซ้ายด้านขวา หรือด้านหลังของรถ สัญลักษณ์เตือนดังกล่าวที่กระจกมองข้างนี้ จะกระพริบพร้อมกับมีเสียงเตือนเมื่อผู้ขับขี่เปิดไฟเลี้ยวด้านเดียวกับที่มีรถอยู่ในระยะที่เสี่ยงต่อการชน ยิ่งไปกว่านั้น หากคุณไม่ตอบสนอง ระบบจะเบรกรถด้านที่เสี่ยงต่อการชนโดยอัตโนมัติ เพื่อเป็นการช่วยให้รถคุณกลับเข้าสู่ช่องจราจรเดิม

·        ระบบ Active Lane Keeping Assistหากเรดาร์ตรวจพบความเสี่ยงในการชนกับรถยนต์ที่ตรวจจับได้ ระบบจะช่วยดึงรถเข้าสู่ช่องจราจรเดิมโดยอัตโนมัติ ด้วยการเบรกล้อฝั่งที่อยู่ตรงข้ามกับรถยนต์ที่ตรวจจับได้ ระบบนี้ยังสามารถตรวจจับรถจักรยานยนต์ที่วิ่งมาด้านข้าง จึงทำให้ผู้ขับขี่อุ่นใจและปลอดภัยมากขึ้นในการเปลี่ยนช่องจราจร โดยเฉพาะการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรคับคั่งบนถนนใหญ่หรือทางด่วนที่มี   หลายช่องทางจราจร

·        ระบบ Active Braking Assistและฟังก์ชัน Cross-Trafficเทคโนโลยีที่ช่วยหลีกเลี่ยงการชนกับรถยนต์คันอื่น หรือคนเดินถนนในบริเวณทางแยก โดยสัญญาณเรดาร์ที่ติดอยู่บริเวณกันชนด้านหน้า และกล้อง MPCจะตรวจจับเหตุการณ์ที่มีความเสี่ยงต่อการชน และจะส่งเสียงเตือนคุณให้เบรก หากคุณตอบสนอง ระบบจะช่วยเพิ่มกำลังเบรกไปจนเต็มประสิทธิภาพ แต่หากไม่มีการตอบสนอง ระบบจะช่วยเบรกอัตโนมัติตามแต่ละสถานการณ์ นอกจากนี้ในกรณีที่ระบบไม่สามารถหลบหลีกวัตถุด้านหน้าได้ทัน ระบบจะช่วยลดความเร็วลง เพื่อช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ

·        ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist) ทั้งการจอดแบบขนานและการจอดแบบเข้าซอง โดยกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา จะแสดงภาพบริเวณรอบกันชนในจอแสดงผล รวมถึงภาพจากมุมสูง จึงช่วยให้เห็นสิ่งกีดขวางรอบคันรถ ทั้งนี้ระบบจะส่งสัญญาณ เตือนภัยทั้งภาพและเสียง ในขณะที่กำลังจอดรถด้วยความเร็วไม่เกิน 10กม./ชม. โดยเป็นการประสานการทำงานของระบบ active steeringระบบ speed controlและระบบเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติ แม้ในที่จำกัดหรือในกรณีที่ต้องขยับรถหลายครั้ง พร้อมเพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยระบบ         Drive Away Assistที่ส่งสัญญาณเตือนเมื่อตรวจจับความเสี่ยงต่อการชนในขณะที่เหยียบคันเร่งหรือเบรกสลับกัน หรือเมื่อผู้ขับขี่เข้าเกียร์ไม่ถูกต้อง

   Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG PremiumและMercedes-BenzS 560 Cabriolet AMG Premiumมาพร้อมกับระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONICและเครื่องยนต์แบบ V8เทอร์โบคู่และระบบปรับรูปแบบขับขี่ DYNAMIC SELECTที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกได้ทั้งหมด 5แบบตามสไตล์การขับขี่ของตนเองคือ ECO, Comfort, Sport, Sport+และIndividual

  • Mercedes-Benz S 560 Coupé AMG Premium ราคา 15,990,000 บาท
  • Mercedes-Benz S 560 Cabriolet AMG Premium ราคา 16,720,000 บาท

   ติดตามข้อมูลข่าวสารของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ที่www.mercedes-benz.co.th  www.facebook.com/MercedesBenzThailand

 
 

NEW CARS THAILAND : มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ นิยามใหม่ของครอสโอเวอร์ เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งาน บิ๊ก มอเตอร์ เซล 2018

Monday, 20 August 2018 08:05

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดเปิดตัว อ็กซ์แพนเดอร์ นิยามใหม่ของครอสโอเวอร์ สู่สาธารณชนเป็นครั้งแรกที่งาน   บิ๊ก มอเตอร์ เซล 2018 มหกรรมยานยนต์ เพื่อขายแห่งชาติ ทั้งนี้ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ไม่เพียงบุกเซ็กเมนท์ใหม่ในประเทศไทย แต่รถยนต์รุ่นดังกล่าว ยังถือเป็นการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศไทยของบริษัทฯ ทั้งยังเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ต้องการผลักดันและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ลูกค้า

   เอ็กซ์แพนเดอร์นิยามใหม่ของครอสโอเวอร์ ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า  คนรุ่นใหม่ ผู้ที่กำลังสร้างครอบครัว ผู้ที่ต้องการรถครอสโอเวอร์ที่มีความกว้างขวางและความ อเนกประสงค์ มีสมรรถนะการขับขี่ยอดเยี่ยมและรองรับทุกการใช้งาน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส    ประเทศไทย นำเสนอ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นเริ่มต้น GLS-LTDมีราคาจำหน่าย 779,000 บาทและ รุ่น GTมีราคาจำหน่าย 849,000บาท

   มร. โมริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวภายในงานแถลงข่าวที่งาน บิ๊ก มอเตอร์ เซล 2018 ว่า “มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ แสดงถึงความมุ่งมั่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่จะส่งมอบคุณค่าและความพึงพอใจที่เหนือกว่าความคาดหวังของลูกค้าด้วยการบุกเซ็กเมนท์ใหม่ในประเทศไทย ซึ่ง มิตซูบิชิ      เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ได้รับการถ่ายทอดเอกลักษณ์และความเชี่ยวชาญด้านรถอเนกประสงค์ของเรา ให้เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะแกร่งพร้อมผ่านอุปสรรคในทุกเส้นทางแบบรถเอสยูวี ผสานเข้ากับความสะดวกสบาย และความประณีตหรูหรา เพื่อส่งมอบสุนทรีภาพการขับขี่ที่ดีที่สุด ทั้งในโลกของรถเอสยูวีและรถเอ็มพีวี และนี่คือนิยามใหม่ของครอสโอเวอร์”

   “หลังจากเราได้เสียงตอบรับที่ยอดเยี่ยมจากการเปิดตัวต่อสื่อมวลชนและในกิจกรรมทดสอบสมรรถนะ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ นิยามใหม่ของครอสโอเวอร์ พร้อมตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดรถครอสโอเวอร์ของประเทศไทย ทั้งนี้ มิตซูบิชิ  เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ยังประสบความสำเร็จอย่างสูงในตลาดเพื่อนบ้านทั้งอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์” มร. ชกกิ กล่าวเพิ่มเติม

   นอกจากนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังนำเสนอรถยนต์รุ่นยอดนิยมอื่นๆ อย่างครบครันที่งาน บิ๊ก มอเตอร์ เซล 2018 ได้แก่ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต มิตซูบิชิ ไทรทัน และไทรทัน แอทลีท มิตซูบิชิ มิราจ และ มิตซูบิชิ แอททราจ

เอ็กซ์แพนเดอร์ นิยามใหม่ของครอสโอเวอร์

“เช่นเดียวกับรถทุกคันของเรา เราเริ่มต้นด้วยการฟังเสียงจากลูกค้าเสมอ  มิตซูบิชิ  เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ จะช่วยสร้างสปิริตแห่งการผจญภัยในตัวคุณ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ คือนิยามใหม่ของครอสโอเวอร์ จาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส สำหรับลูกค้าชาวไทย และถือเป็นคำเชิญให้คุณได้ออกไปค้นหาและเปิดประสบการณ์ใหม่” มร. ซึเนฮิโระ คุนิโมโตะรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการออกแบบผลิตภัณฑ์ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น กล่าว

   รูปลักษณ์อันโฉบเฉี่ยวของ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ มาจากแนวคิด AdvancedDynamic Shieldเอกลักษณ์ด้านการดีไซน์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ด้านหน้าตัวรถมีลักษณะคล้ายโล่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการปกป้องคุ้มครองทุกคน ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารไปจนถึงบุคคลภายนอกรถอีกด้วย เป็นการผสานทั้งการปกป้องความปลอดภัยและสมรรถนะเหนือระดับเอาไว้ด้วยกัน เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ จึงเปี่ยมด้วยความปลอดภัย

   และสำหรับ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ จีที ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุด จะมาพร้อมไฟตัดหมอกหน้า มือจับประตูและคิ้วขอบกระจกโครเมียม แผงกันกระแทกด้านหน้าและด้านหลังรวมถึงคิ้วด้านข้างสีเงิน รูปลักษณ์ภายนอกสะท้อนจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยและความโฉบเฉี่ยวล้ำสมัยโดยมีระยะห่างจากพื้นถึง 205 มม.

   มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ มีห้องโดยสารที่กว้างขวาง ภายในมอบความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารสูงสุด 7 คน ด้วยพื้นที่ช่วงขาและไหล่ที่กว้างขวาง พร้อมพื้นที่ห้องโดยสารเมื่อปรับเบาะให้แบนราบที่เหนือกว่า ทั้งนี้ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ รุ่นสูงสุดยังครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทั้งหน้าจอแสดงผลข้อมูลอเนกประสงค์แบบสามมิติ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง มีระบบล็อกความเร็วบนพวงมาลัย จอภาพระบบสัมผัสขนาด 6.2 นิ้ว และเบาะนั่งหุ้มหนังทั้ง 3 แถว

   “มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ได้รับการถ่ายทอดเอกลักษณ์ของรถอเนกประสงค์ สังเกตได้จากซุ้มล้อที่ดูบึกบึน ระยะความสูงจากพื้นที่สูงอันโดดเด่นและความสามารถที่เหนือกว่าในการลุยผ่านแอ่งน้ำ  มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับการขับขี่ในฤดูฝนและทุกสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ภายในอันกว้างขวางของ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ ยังมาพร้อมกับความสะดวกสบายที่หลากหลาย  ทุกรายละเอียดได้รับการออกแบบเป็นอย่างดีเยี่ยม เพื่อสร้างความมั่นใจและสะดวกสบายในทุกการขับขี่ ดีไซน์ของ มิตซูบิชิ ไม่เพียงแต่คำนึงถึงความสวยงามทันสมัยเท่านั้น ด้วยพันธกิจของเราคือการมุ่งมั่นออกแบบเพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจอย่างรอบด้าน”  มร. คุนิโมโตะ กล่าวเพิ่มเติม

   มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ นิยามใหม่ของครอสโอเวอร์ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน MIVEC DOHC16 วาล์ว ความจุ 1.5 ลิตร มีพละกำลังสูงสุด 105 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที เครื่องยนต์รุ่นนี้ได้รับการพัฒนาให้มีความประหยัดน้ำมันและเต็มเปี่ยมด้วยสมรรถนะ พร้อมลดเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือนเพื่อให้มีการขับขี่ที่เงียบและนุ่มนวลยิ่งกว่าตลอดการเดินทาง

   มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ นิยามใหม่ของครอสโอเวอร์พร้อมให้ลูกค้าสัมผัสและเป็นเจ้าของที่งาน บิ๊ก มอเตอร์ เซล 2018 ระหว่างวันที่ 18-26 สิงหาคม พ.ศ. 2561และที่ผู้จำหน่ายมิตซูบิชิทั่วประเทศ กำหนดส่งมอบให้ลูกค้าตั้งแต่วันที่เปิดตัวเป็นต้นไป

 
 

More Articles...

Page 1 of 21

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )