Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

NEW CARS THAILAND : BENTLEY BENTAYGA SUV ที่สุดแห่งพลัง และความหรูหรา

 

 

 

 

 

 

 

   ยานยนต์สายพันธ์อังกฤษแท้ผสมผสานความหรูหรากับสมรรถนะสปอร์ต และ off-road เต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพการใช้งานในทุกสภาพถนนและทุกวันของชีวิต พร้อมเผชิญในทุกสภาวะของการขับขี่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอัน พร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและมีเอกลักษณ์ที่ด้วยการออกแบบที่ข้ามขีดจำกัดแห่งกาลเวลา ให้ดุลยภาพระหว่างความแข็งแกร่งและความสง่างามอย่างลงตัวปราณีตในทุกรายละเอียด ด้วยวัสดุคุณภาพสูงภายในห้องโดยสารร่วมสมัยจากช่างฝีมือขั้นเทพ

   Bentayga ทายาทลำดับที่ 4 จากสายการผลิตของ Bentley มาในรูปแบบ SUV ที่ล้ำหน้าระดับโลกเร็ว ด้วยพลังความ หรูหราที่พิเศษสุด ด้วยเครื่องยนต์ W12 รุ่นใหม่ เปิดประสบการณ์แห่งการขับขี่อันทรงพลังในแบบของ Bentley พรั่งพร้อมด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกล้ำสมัย ดีไซน์การออกแบบทางวิศวกรรมยานยนต์และงานฝีมือระดับปรมาจารย์ของโรงงานเมือง Crewe ส่งผลให้ Bentayga ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ความเป็น Bentley ในทุกรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้มาซึ่งผลงานศิลปะที่ก้าวข้ามข้อจำกัดของกาลเวลา แสดงออกถึงดุลยภาพระหว่างความแข็งแกร่งและความงดงามอย่างสมบูรณ์แบบ โดดเด่นด้วยโคมไฟคู่หน้า LED 4 ดวงและกระจังตาข่ายขนาดใหญ่ โฉบเฉี่ยวดุดันจากแนวเส้นตัวถังราวกับมัดกล้ามอันแข็งแกร่ง เปี่ยมด้วย DNA ของ Bentley ในทุกอณู

   Bentley Bentayga สร้างมาตรฐานการออกแบบใหม่ของงานตกแต่งภายใน จากผลงานที่ไร้เทียมทาน ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของชิ้นงานโลหะ ลายไม้ และหนังแท้คัดคุณภาพ รวมไปถึงความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการผลิตและประกอบชิ้นส่วนแต่ละชิ้นอย่างปราณีตบรรจง รังสรรค์บรรยากาศสุดหรูหรา ร่วมสมัย  สไตล์อังกฤษ ความสมบูรณ์แบบดังกล่าวเกิดขึ้นได้ด้วยจิตใจมุ่งมั่นทุ่มเทและทักษะความชำนาญของผู้เชี่ยวชาญผนึกกำลังอย่างเต็มที่ในโรงงาน Bentley เมือง Crewe ขุมพลังเครื่องยนต์ W12 ทวินเทอร์โบใหม่ล่าสุด ขนาดความจุ 6.0 ลิตร คือหัวใจของ Bentayga เครื่องยนต์ 12 สูบทรงพลังเครื่องนี้ คือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างประสิทธิภาพและความนุ่มนวล ถึงพร้อมด้วยพลังและแรงบิดมหาศาล ให้พละกำลังสูงสุดกว่า 608 แรงม้า (600 bhp) และแรงบิด 900 นิวตันเมตร (663 lb.ft) ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 4.1 วินาทีเท่านั้น ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 301 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (187 ไมล์ต่อชั่วโมง) ส่งผลให้ Bentayga กลายเป็นยนตกรรม SUV ที่เร็วที่สุดในโลก

   ตัวถังได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Bentayga ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของยนตกรรม SUV ระดับหรู สมรรถนะการขับขี่ที่พร้อมใช้งานในทุกเส้นทาง หรือแม้แต่ภาระลากจูง ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (48V active anti-roll control system) ช่วยลดภาวะการโคลงตัวในยามขับขี่ นั่นหมายความว่า Bentayga พร้อมฝ่าฟันไปในทุกสภาวะการณ์ รวมไปถึงสภาพแวดล้อมในแบบ off-road และในอนาคตยังมีรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล  รุ่นเครื่องยนต์กึ่งไฟฟ้า Plug-in Hybrid และอุปกรณ์พิเศษเบาะนั่ง 7 ที่นั่ง ซึ่งจะติดตามมาในโอกาสต่อไป

   นายวูลฟ์แกงค์  ดูร์ไฮม์เมอร์ (Wolfgang Dürheimer) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส กล่าวว่า “เบนเทย์ก้า นับเป็นเบนท์ลีย์แท้ๆในหมู่เอสยูวี  รถยนต์รุ่นนี้จะกำหนดนิยามใหม่ของความหรูหราในตลาดรถยนต์เอสยูวีและยังนำเสนอประสบการณ์ความเป็นเบนท์ลีย์ในทุกสภาพแวดล้อม ด้วยคุณลักษณะพิเศษจำเพาะนี้ จะทำให้เบนท์ลีย์ก้าวไปสู่การเจริญเติบโตอันแข็งแกร่งและความสำเร็จด้านยอดขาย  เบนเทย์ก้าจะเป็นก้าวต่อไปในการนำพาเบนท์ลีย์ไปสู่อนาคตอันเข้มแข็ง”

นวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย

   ระบบช่วยเหลือผู้ขับในการขับขี่และระบบสาระบันเทิงได้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัย และความสะดวกสบาย  ทำให้เบนเทย์ก้า เป็นรถเอสยูวีที่เชื่อมโยงกับผู้ขับขี่ได้ดี การขับขี่ทั้งบนถนนและออฟโรดของเบนเทย์ก้าสามารถปรับแต่งการทำงานได้จากระบบการปรับการขับขี่ (Drive Dynamics Mode) และอุปกรณ์เสริมในการปรับแต่งการขับขี่แบบออฟโรด (Responsive Off-Road Setting) ระบบดังกล่าวสามารถปรับตั้งการทำงานได้ถึง 8 ระดับโดยผู้ขับขี่สามารถปรับได้อย่างง่ายดายโดยการหมุนปุ่มเพื่อเลือกการขับขี่ในสภาพถนนหรือพื้นผิวในทุกสถานการณ์  ระบบนี้ยังได้รับการสนับสนุนการทำงานจากระบบ Bentley Dynamic Ride (ระบบป้องกันการโคลงตัวของตัวรถด้วยไฟฟ้า 48V) และระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (Electric Power-Assisted Steering -EPAS).

   ระบบปรับการขับขี่แบบออฟโรด (Responsive Off-Road Setting) สามารถเลือกการปรับแต่งรถยนต์ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นผิวออฟโรดที่หลากหลายได้  โดยจะแสดงผลผ่านหน้าจอ Driver Information Panel เพื่อให้ทราบถึงระดับความเรียบของพื้น การหมุนของล้อ  องศาของพวงมาลัย  ความสูงและทิศทางการขับขี่ระบบตั้งความเร็วปรับระดับความเร็วอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control -ACC) ร่วมด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติในสภาพรถติด (Stop & Go), ระบบคาดการณ์เพื่อการปรับความเร็วล่วงหน้า (Predictive ACC) และระบบช่วยเหลือในการจราจร (Traffic Assist) จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถที่จะกำหนดระยะห่างกับรถยนต์คันข้างหน้า ระบบคาดการณ์เพื่อการปรับความเร็วล่วงหน้า (Predictive ACC) ทำงานโดยใช้ข้อมูลจากระบบนำทาง, เซนเซอร์ และกล้องเพื่อคาดการณ์เกี่ยวกับโค้งถนน, เขตเมือง และเขตจำกัดความเร็ว เพื่อนำมาปรับความเร็วของรถยนต์ได้อย่างสะดวกสบายและช่วยเพิ่มการประหยัดน้ำมันในการขับขี่ในเมือง  เบนเทย์ก้าติดตั้งระบบช่วยเหลือมากมายเพื่อช่วยเหลือผู้ขับขี่ในการใช้รถในชีวิตประจำวัน อาทิเช่น  ระบบแสดงผลป้ายจราจร (Traffic Sign Recognition) ซึ่งจะสามารถตรวจจับป้ายจราจรต่างๆและแสดงผลให้ผู้ขับขี่ทราบ; ระบบตรวจจับวัตถุผ่านท้ายรถ (Rear Crossing Traffic Warning), ซึ่งใช้เรดาห์ในการตรวจสอบวัตถุที่ผ่านท้ายรถในขณะที่กำลังถอยรถออกจากที่จอด  และระบบกล้องรอบคัน (Top View) ซึ่งจะใช้กล้องสี่ตัวรอบรถยนต์เพื่อแสดงภาพรถยนต์รอบคันจากมุมบน

   เบนเทย์ก้า ยังสามารถติดตั้งระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (Park Assist) ซึ่งจะช่วยแนะนำที่จอดรถที่เหมาะสม (ทั้งจอดขนานและจอดเข้าช่องจอด) และหมุนพวงมาลัยอัตโนมัติเพื่อเข้าจอดในช่องจอดรถที่แคบและยากในการจอดนวัตกรรมใหม่อื่นๆของเบนเทย์ก้าประกอบด้วยระบบกล้องอัตโนมัติตอนกลางคืน (Electronic Night Vision) ซึ่งใช้รังสีอินฟราเรดในการตรวจจับวัตถุที่ขวางอยู่ด้านหน้า, และระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-Up Display) ซึ่งสามารถลดการละสายตาจากถนนของผู้ขับขี่เพื่อให้การขับขี่ปลอดภัยมากขึ้น เบนเทย์ก้าถูกติดตั้งระบบสาระบันเทิงแบบจอสัมผัสขนาด 8” พร้อมด้วยระบบนำทาง, หน่วยความจำขนาด 60GB, และยังสามารถเลือกภาษาได้มากกว่า 30 ภาษา ผู้โดยสารด้านหลังได้รับประโยชน์จากระบบสาระบันเทิงแบบแท็บเบล็ต (Bentley Entertainment Tablet) ซึ่งประกอบไปด้วยแท็บเบล็ตที่เคลื่อนย้ายได้ขนาด 10.2” ระบบปฏิบัติการ Android ระบบ 4G พร้อม WiFi และ Bluetooth ในการเชื่อมต่อทางอินเตอร์เน็ตอย่างไร้รอยต่อ

   เบนเทย์ก้ามีระบบเครื่องเสียงให้เลือกสามรูปแบบ: ระบบเครื่องเสียงมาตรฐาน (Bentley Standard Audio), ระบบเครื่องเสียงเอกลักษณ์ของเบนท์ลีย์ (Bentley Signature Audio) และระบบเครื่องเสียงพิเศษจาก Naim (Naim for Bentley Premium Audio) โดยเครื่องเสียงชุดหลังนี้นับว่าเป็นเครื่องเสียงที่มีพละกำลังสูงสุดในรถระดับเดียวกันด้วยกำลังขับขนาด1,950 วัตต์ เชื่อมต่อกับลำโพง 18 ตัวและลำโพงเสียงแหลมพิเศษ super-tweeters สำหรับสร้างสรรค์รายละเอียดของเสียงในช่วงคลื่นความถี่สูงสุด

รูปทรงประดุจงานปฏิมากรรม, เส้นสายคมกริบ, สง่างามและภูมิฐาน

   โค้งซุ้มล้อ แก้มหน้าและฝากระโปรงหน้าของเบนเทย์ก้า แสดงออกถึงสมดุลยภาพระหว่างความสปอร์ตและความบึกบึนตามแบบฉบับของรถเอสยูวี  เส้นสายข้างตัวเสมือนมัดกล้าม รวมถึงบริเวณด้านท้ายแสดงความแข็งแกร่งจากทุกมุมมอง เครื่องหมายการค้าของเบนท์ลีย์ยังคงพบได้ในรถรุ่นนี้ นั้นคือกระจังหน้าขนาดใหญ่ลายรังผึ้งพร้อมตัวอักษร B ติดปีกซึ่งสามารถสะท้อนความทันสมัย กระฉับกระเฉง สง่าสงามของ เบนเทย์ก้า กระจังหน้าถูกขนาบด้วยไฟหน้า LED ทรงกลมสี่ดวง  ดวงไฟหน้าถูกฝังอยู่ในแก้มหน้า ซึ่งขึ้นรูปขึ้นมาเป็นชิ้นเดียวแบบไร้รอยต่อ พร้อมที่ฉีดน้ำล้างไฟหน้าที่ถูกฝังเป็นชิ้นเดียวกับไฟหน้าคู่นอก บ่งบอกถึงความใส่ใจในรายละเอียด

   เพื่อตอกย้ำความสามารถในการไปได้ทุกที่ของเบนเทย์ก้า  ทีมงานออกแบบของเบนท์ลีย์ได้ติดตั้งแผ่นกันกระแทกที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ อยู่ที่ส่วนล่างของกันชนหน้า ใต้ช่องระบายอากาศรูปปีกนก ในส่วนท้ายรถ  ภายในของไฟท้ายจะมีกราฟิกเรืองแสงเป็นรูปตัวอักษร B เพื่อที่จะบ่งบอกความเป็นเบนเทย์ก้าได้อย่างชัดเจนในยามค่ำคืน หลังคากระจกพาโนรามิคเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในเบนเทย์ก้า  พื้นที่กระจกมีมากถึงเกือบ 60 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่หลังคารวมทั้งหมด  กระจกขนาด 1.35 ตารางเมตรแบ่งเป็นสองส่วน  ส่วนหน้าของกระจกสามารถกระดกและเลื่อนได้  พื้นที่กระจกสามารถปิดบังแสงได้จากแผงกันแดดไฟฟ้าครอบคลุมทั้งบาน ด้านข้างของหลังคากระจกทั้งสองข้างเป็นราวหลังคาอลูมิเนียมซึ่งชิ้นงานมีการตกแต่งสองส่วน คือฐานทำสีชิ้นงานเป็นสีดำเงา  ส่วนด้านบนเป็นสีเงินเงา ล้ออัลลอยใหม่ของเบนเทย์ก้าก็มีให้เลือกได้ตั้งแต่ล้อขนาด ถึง 21 นิ้ว

ห้องโดยสารที่ประณีตที่สุด  รังสรรค์ด้วยมือที่บ้านของเบนท์ลีย์ในเมืองครูว์

   เมื่อก้าวเข้าไปในเบนเทย์ก้า ท่านจะได้สัมผัสถึงที่สุดของความประณีตในอุตสาหรรมยานยนต์ของโลกด้วยงานไม้และหนังแท้ที่บรรจงประดิษฐ์ด้วยมือด้วยความละเอียด เพื่อนำมาซึ่งความสมบูรณ์แบบ ความใส่ใจในทุกรายละเอียดของโลหะ ไม้และหนังแท้ นับเป็นอัตลักษณ์ของความหรูหราตามแบบฉบับอังกฤษ  ซึ่งจะทำให้สำเร็จได้ด้วยทักษะอันยอดเยี่ยมของทีมงานที่ครูว์

   เบนเทย์ก้า สร้างมาตรฐานใหม่ทั้งในส่วนของความหรูหราและรายละเอียดของรอยต่อระหว่างชิ้นงานไม้และโลหะ  แผงคอนโซลนำเอาเอกลักษณ์รูปปีกของเบนท์ลีย์มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบพร้อมด้วยการตกแต่งและผิวสัมผัสที่สวยงามพาดผ่านจากประตูสู่ประตู ทั้งส่วนด้านบนของแผงหน้าปัด  ด้านล่างของคอนโซลกลาง ไล่ไปจนถึงฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าและที่วางเท้า แผ่นไม้ที่ได้รับการคัดเลือกลวดลายอย่างประณีตถูกนำมารังสรรค์เป็นพื้นผิวที่ดูงดงามและสง่างามทั่วทั้งห้องโดยสาร  จาก 15 ชิ้นงานไม้ผ่านการประดิษฐ์มาจากช่างฝีมือเยี่ยมของเบนท์ลีย์ซึ่งแผ่นไม้สามารถเลือกสรรจาก 7 ชนิด และนำมาตกแต่งอย่างเป็นเอกลักษณ์ของเบนท์ลีย์ด้วยความใส่ใจทุกรายละเอียด

   โลหะที่ผ่านการขัดเงาและประดิษฐ์ด้วยมือถูกนำมาประดับลงบนแผงหน้าปัด คอนโซลกลางและประตู  เอกลักษณ์ของเบนท์ลีย์ยังสามารถพบได้ทั้งในปุ่มปรับรูปแบบการขับขี่ หัวเกียร์ ปุ่มดึงต่างๆที่แสดงออกถึงรายละเอียดและความประณีต เบาะนั่งด้านหน้าถูกประดิษฐ์ด้วยมือในครูว์  สามารถปรับได้ 22 ทิศทางซึ่งรวมถึงการปรับการรองรับและการหนุนหลังช่วยให้ความสะดวกสบายและโอบอุ้มผู้ขับขี่ในทุกสถานการณ์  ความรู้สึกนุ่มสบายเช่นนี้ยังถูกเสริมเพิ่มเติมให้ดียิ่งขึ้นด้วยระบบนวด 6 โปรแกรม ระบบอุ่นเบาะและระบายอากาศ ไม่ว่าจะเป็นเบาะแบบสี่ที่นั่งหรือห้าที่นั่ง  เบาะหนังแท้ของเบนเทย์ก้าสามารถเลือกอุปกรณ์ตกแต่งรอยเย็บของเบาะนั่งแบบสีแตกต่างจากตัวเบาะ (contrast stitching) และการเดินลายเบาะรูปเพชร (quilted diamond design) ตรงเบาะบริเวณหัวใหล่และบั้นเอว เพื่อสะท้อนรูปแบบของการตัดเย็บเสื้อหนังล่าสัตว์ของชาวอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญของเบนท์ลีย์จะทำการเลือกหนังวัวคุณภาพเยี่ยม โดยหนังวัวทั้งหมดมีแหล่งกำเนิดมาจากทวีปยุโรปในเขตอาการหนาวเย็น ผ่านการตากแดดตามธรรมชาติและไม่มีการพิมพ์ลาย  ลูกค้าสามารถเลือกได้ 15 สี และการทำหนังสีสลับได้ 3 รูปแบบ และสีเดียวอีก 1 รูปแบบ รูปแบบเบาะที่นั่งแบบสี่ที่นั่งบ่งบอกถึงการออกแบบ ความสะดวกสบาย และความหรูหรา  เบาะนั่งแถวหลังแบบแยก 2 ที่นั่งสามารถปรับได้ 18 ทิศทาง พร้อมทั้งระบบนวด ระบบระบายอากาศ และที่พักเท้า  บริเวณคอนโซลด้านหลังหุ้มหนังแท้พร้อมลายไม้ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อื่นๆเช่น ที่วางแก้วน้ำ ที่เก็บของและช่อง USB ที่สามารถชาร์จไฟได้

   ความรู้สึกโปร่งสบายในห้องโดยสารยังถูกเสริมด้วยแผ่นปิดด้านหลังเพื่อแบ่งพื้นที่ภายในห้องโดยสารกับที่เก็บสัมภาระออกจากกัน  ห้องโดยสารด้านหลังยังสามารถประดับลายเพชรบนเบาะและยังสามารถติดตั้งระบบเก็บอุปกรณ์ต่างๆเกิดเป็นมาตรฐานใหม่ในห้องโดยสารด้านหลังของกลุ่มรถยนต์เอสยูวี หลังคาพาโนรามิคที่มีความยาวเต็มพร้อมด้วยวัสดุซับเสียงยังสามารถทำให้แสงแดดรำไรตกลงบนพื้นผิวของวัสดุในห้องโดยสารสะท้อนให้เห็นรายละเอียดของชิ้นงานได้เป็นอย่างดี เมื่อเปิดท้ายรถโดยไม่ต้องใช้มือสัมผัส นอกจากจะได้พบกับพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่แล้ว  ยังพบกับอุปกรณ์พิเศษของเบนท์ลีย์อีกหนึ่งสิ่งคือ เบาะในพื้นที่สัมภาระที่พับเก็บได้ ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่หลงใหลในกิจกรรมกลางแจ้งหรือชื่นชมธรรมชาติ นวัตกรรมเบาะพับได้หุ้มหนังแท้ถูกประดิษฐ์ได้สอดคล้องกับเบาะที่นั่งในห้องโดยสารและยังผสมผสานเข้ากับเบาะนั่งหลังของรถได้อย่างไร้รอยต่อ

เครื่องยนต์ W12 ใหม่ – ประสิทธิภาพพร้อมพละกำลังและแรงบิดมหาศาล

   หัวใจของเบนเทย์ก้าคือเครื่องยนต์ใหม่ที่ผลิตจากโรงงานในเมืองครูว์ แบบ W12 TSI ขนาด 6.0 ลิตร เทอร์โบคู่ นับเป็นเครื่องยนต์ 12 สูบที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาก  สร้างแรงม้าได้ถึง 608 แรงม้า (600 bhp / 447 กิโลวัตต์) ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิด 900 นิวตันเมตร (663 ฟุตปอนด์) ที่รอบความเร็ว 1,350 รอบต่อนาที จนถึง 4,500 รอบต่อนาที  พละกำลังของเครื่องอันมหาศาลนี้ส่งผลให้ตัวเลขด้านสมรรถนะออกมาน่าประทับใจด้วยเช่นกัน

   เครื่องยนต์ W12 ใหม่นี้ใช้ระบบหัวฉีดสองรูปแบบทั้งระบบฉีดตรงและระบบฉีดไม่ตรง (direct and indirect fuel injection) โดยการปรับเปลี่ยนการทำงานของหัวฉีดเป็นไปอย่างอัตโนมัติ เพื่อให้เกิดทั้งความนุ่มนวล  มลพิษที่น้อยลง และพละกำลังแรงบิดได้มาก ด้วยอัตราการปล่อย CO2 ที่ 296 กรัม/กม. ซึ่งอัตราดังกล่าวสามารถบรรลุได้ด้วยระบบขนาดความจุเครื่องยนต์แบบแปรผัน (Variable Displacement system) ซึ่งทำงานโดยการปิดการทำงานของเครื่องยนต์ครึ่งหนึ่งภายใต้สถานการณ์ที่กำหนด  ระบบวาล์วไอดีและไอเสีย หัวฉีด และระบบจุดระเบิดจะหยุดการทำงานในสูบที่กำหนดทำให้เครื่องยนต์ทำงานเพียง 6 สูบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เครื่องยนต์ถูกจับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ระบบส่งกำลังและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อได้ถูกพัฒนาให้มีความแข็งแรงขึ้นเพื่อตอบสนองต่อแรงบิดอันมหาศาลในการขับขี่ออฟโรด

   ระบบเทคโนโลยีดับเครื่องเมื่อรถหยุด (Start-Stop) ของเบนเทย์ก้าได้รับการพัฒนาให้เหนือขึ้นไปอีกซึ่งรถยนต์สามารถแล่นไปได้โดยซึ่งเครื่องยนต์จะถูกพักการทำงานไม่เฉพาะเวลาที่รถหยุดแต่จะหยุดการทำงานเมื่อรถ ‘ใกล้จะหยุด’ โดยไม่ต้องหยุดสนิท ในเกียร์ที่ 5 ถึง 8 เมื่อผู้ขับขี่ถอนคันเร่ง (อาทิเช่นขับอยู่บนทางด่วน) รถยนต์จะเปิดการทำงาน ทอร์ค คอนเวอร์เตอร์ (torque converter) ลดการทำงานของเครื่องยนต์ให้ไปอยู่ในรอบเดินเบาและรถก็จะสามารถ “แล่น” ต่อไปได้  เมื่อคันเร่งถูกใช้งานอีกครั้งหรือรถยนต์กำลังเข้าสู่ทางลาดลงและอัตราความเร็วของรถเพิ่มขึ้น  ระบบส่งกำลังก็จะกลับมาทำงานอีกครั้ง เครื่องยนต์ W12 ใหม่มีประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น 10.4% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์รุ่นเดิม  เบนเทย์ก้าจะมีเครื่องยนต์ดีเซลและเครื่องยนต์ไฮบริดในอนาคตต่อไป

ความหรูหราพร้อมกับความสามารถในการเดินทางไปได้ทุกที่

   กระบวนการพัฒนารถยนต์เบนเทย์ก้านับได้ว่าเป็นโปรแกรมที่ยากที่สุดในประวิติศาสตร์ของเบนท์ลีย์ ครอบคลุมการทดสอบใน 5 ทวีป จากทางฝุ่นและกรวดในแอฟริกาใต้ ไปยังทะเลทรายในดูไบ  ต่อไปถึงทุ่งโคลนในชีไชร์ (Cheshire) และจากอากาศ  -30°C ในขั้วโลกเหนือ ไปยังอากาศร้อน 50°C ในทะเลทราย  เบนเทย์ก้าได้แสดงสมรรถนะในทุกๆพื้นผิวและสภาพอากาศ และยังได้โลดแล่นในสนามส่วนเหนือของเนอร์เบิร์กริง (Nürburgring Nordschleife circuit) มากว่า 400 รอบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของแชสซีและการปรับแต่งการบังคับควบคุมต่างๆรวมถึง ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว  เอกลักษณ์ของสนามส่วนเหนือนี้คือมีการเปลี่ยนระดับความสูงอันหลากหลาย  การเกาะพื้นผิวของถนนหลากหลายรูปแบบ  การเข้าโค้งด้วยความเร็วที่หลากหลาย ทำให้สนามนี้เป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดในการพัฒนารถยนต์เอสยูวีที่เร็วที่สุดและมีพละกำลังระดับสูงมาก

   เบนเทย์ก้ายังได้แนะนำระบบ Bentley Dynamic Ride ซึ่งนับเป็นระบบป้องกันการโคลงตัวของตัวรถด้วยไฟฟ้า ครั้งแรกของโลก  ระบบนี้ได้รับการพัฒนาต่อมาจากรถขนาดใหญ่ที่มีจุดศูนย์ถ่วงสูง ระบบนี้จะช่วยจะปรับการทำงานของรถให้สัมพันธ์กับแรงกระทำทางด้านข้าง เพื่อให้ล้อสัมผัสกับพื้นให้ได้มากที่สุดในเวลาเข้าโค้ง อันจะนำมาซึ่งเสถียรสภาพของห้องโดยสาร  ความนุ่มนวลสะดวกสบายและการบังคับควบคุม

   ขณะที่เหล็กกันโคลงปกติจะช่วยในการควบคุมการโคลงตัวแต่ความนุ่มนวลจะถูกลดลง ระบบของเบนท์ลีย์ที่สามารถปรับและตอบสนองกับสถานการณ์ต่างๆได้จะช่วยให้เบนเทย์ก้าสามารถนำเสนอความคล่องตัวและความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารทุกท่านในทุกช่วงเวลา  การใช้ระบบไฟ 48V ทำให้การทำงานมีความเงียบ ตอบสนองฉับไวและมีพละกำลังเพียงพอในการรองรับกับถนนในทุกพื้นผิว เบนเทย์ก้าได้รับการติดตั้งระบบพวงมาลัยผ่อนแรงไฟฟ้า (Electric Power-Assisted Steering -EPAS) ระบบใหม่นี้ช่วยเพิ่มการตอบสนองให้กับผู้ขับขี่ แต่ลดการสั่นสะเทือนของพวงมาลัยมาสู่ผู้ขับขี่เมื่อขับทั้งบนถนนและออฟโรด   ระบบ EPAS ยังประกอบไปด้วยอัตราทดพวงมาลัยแปรผันซึ่งทำให้การหมุนพวงมาลัยทำได้อย่างเบามือและรวดเร็วในขณะที่รถเคลื่อนตัวช้าๆและจะลดความไวของการตอบสนองลงเพื่อทำให้รถมีเสถียรภาพในการขับขี่ด้วยความเร็วสูง

   เบนเทย์ก้านำเสนอความนุ่มนวลในการขับขี่ระดับเยี่ยมยอด การบังคับควบคุมที่ให้ความรู้สึกดีเยี่ยม ซึ่งมีผลมาจากแชสซีย์ที่ดีและระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electronic Stability Control -ESC) นอกจากนั้นเบนเทย์ก้ายังได้รับการติดตั้งระบบควบคุมการเกาะถนน (Traction Control -TCS) และระบบควบคุมการขับลงเขา (Hill Descent Control -HDC) ระบบ HDC จะทำการคำนวณความเร็วของรถและความลาดชันและปรับความเร็วอัตโนมัติซึ่งทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้สมาธิไปกับการหักหลบสิ่งกีดขวางให้ได้มากที่สุด  ระบบนี้สามารถตั้งความเร็วล่วงหน้าได้ตั้งแต่ความเร็วระหว่าง 2 ถึง 30 กม./ชม. และทำงานบนความลาดชันที่มากกว่าห้าเปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับเบนท์ลีย์ทุกรุ่น  เบนเทย์ก้ามาพร้อมกับระบบช่วงล่างถุงลมปรับระดับ ผู้ขับขี่เบนเทย์ก้าสามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ได้ 4 รูปแบบ: High 2High 1 , Normal และ Low ในรูปแบบ High 2 ผู้ขับขี่สามารถเลือกเองได้เพื่อใช้งานในสภาพถนนที่ทุรกันดาร  ลูกค้ายังสามารถที่จะเลือกปรับลดระดับท้ายรถเพื่อให้ง่ายต่อการยกของขึ้นและการติดตั้งหัวลาก โดยกดปุ่มที่อยู่ในท้ายรถ

รายละเอียดทางเทคนิค

   Bentley Motors เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ระดับสูงแห่งหนึ่งของโลก มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง Crewe ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับ การออกแบบ วิจัยพัฒนา และ สร้างสรรค์วิศวกรรมยานยนต์ เพื่อผลิตรถยนต์ Bentley ทั้งสี่รุ่น ได้แก่ Continental, Flying Spur, Bentayga และ Mulsanne ทั้งหมดนี้ล้วนได้รับการสร้างขึ้นจากการผสมผสานของ งานฝีมืออันประณีตบรรจง ได้รับการสืบทอดทักษะจากรุ่นสู่รุ่น เข้าด้วยกันกับเทคโนโลยีวิศวกรรมยานยนต์อันล้ำหน้า ก่อกำเนิด Bentley รถยนต์หรูสายพันธุ์อังกฤษ สะท้อนภาพลักษณ์แห่งความล้ำค่า จากสายการผลิตที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจของทุกคนที่ Crewe กว่า 4,000 ชีวิต

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )