Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

NEW CARS INTER

NEW CARS INTER : HONDA ACCORD Plug-in Hybrid รุกตลาดพรีเมียมด้วยความประหยัดน้ำมันในระดับสูงสุด

Sunday, 08 December 2013 14:51

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัว ฮอนด้า    แอคคอร์ด รุ่น Plug-in แบบไฮบริดที่พัฒนาอยู่บนพื้นฐานของรุ่นไฮบริดซึ่งสามารถเสียบปลั๊กชาร์จกระแสไฟฟ้าผ่านทางปลั๊กตามบ้านได้ โดยในรุ่นนี้จะมีความประหยัดน้ำมันอยู่ในระดับ 70.4 กิโลเมตร/ลิตร  ซึ่งในรุ่น Plug-in Hybrid สามารถขับด้วยโหมดไฟฟ้า หรือ EV Mode ในการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ด้วย โดยการทำตลาดในช่วงแรกจะเป็นรูปแบบของการเช่าใช้ เน้นลูกค้าที่เป็นองค์กร และหน่วยงานราชการ

   เพื่อเป็นการยกระดับสมรรถนะของ Sport Hybrid i-MMDและมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีการผลิต ทั้งแรงม้าและแรงบิดสูง แอคคอร์ด Plug-in Hybridจึงมาพร้อมกับความโดดเด่นของระบบไฮบริดที่สามารถเสียบปลั๊กชาร์จกระแสไฟฟ้าได้ พร้อมกับแบตเตอรี่แบบ Lithium-ion ที่มีความจุสูง และเมื่อมีการชาร์จไฟจนเต็ม ตัวรถจะสามารถ ขับเคลื่อนในรูปแบบรถไฟฟ้าของ EV Mode ได้ถึง 37.6 กิโลเมตร

   ทำให้ผู้ขับขี่สามารถขับในรูปแบบรถไฟฟ้าได้ตามความต้องการและสอดคล้องกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน นอกเหนือจากระยะทางในการขับด้วยโหมด EV แล้ว แอคคอร์ด Plug-in Hybridยังให้ประสิทธิภาพในการขับขี่ในระดับที่ใกล้เคียงกับแอคคอร์ด ไฮบริด และมีความประหยัดน้ำมันที่โดดเด่นอย่างมาก ด้วยตัวเลข 70.4 กิโลเมตร/ลิตร

 
 

NEW CARS INTER : BMW X5 M50d เอสยูวีตัวแรง!

Thursday, 17 October 2013 13:48

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู เปิดตัวรถ BMW X5 M50d สำหรับตลาดยุโรป ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษภายใต้รหัส M ที่ได้รับการตกแต่งสไตล์สปอร์ตเอสยูวีเต็มคัน พร้อมบรรจุขุมพลังดีเซลที่ให้ทั้งความแรงและประหยัดน้ำมันระดับสุดยอด

   BMW X5 M50d มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นทั้งชุดไฟหน้าทรงใหม่ รับกับกระจังหน้าแบบไตรคู่ขนาดใหญ่ พร้อมติดตั้งล้ออัลลอย M ขนาด 20 นิ้ว  และที่ขาดไม่ได้คือชุดแอร์โร่พาร์ทสไตล์ M ที่ช่วยเพิ่มความเข้มดุดันรอบคัน  นอกจากนี้ยังตกแต่งภายในด้วยของแต่ง M ที่เห็นเด่นชัดก็คือพวงมาลัยแบบ 3 ก้าน ทรงสปอร์ตผนึกโลโก้M ช่วยสร้างอารมณ์ในการขับขี่ได้ดีทีเดียว

    BMW X5 M50d โชว์ความร้อนแรงด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ ขนาด 3,000 ซีซี พ่วงเทอร์โบชาร์จ 3 ลูก ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบที่แรงที่สุดในโลกขณะนี้ โดยให้กำลังสูงสุด 376 แรงม้าที่ 4,000-4,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 740 นิวตัน-เมตรที่ 2,000-3,000 รอบ/นาที  ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ xDrive  อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. จัดอยู่ในคลาสรถสปอร์ตแท้ๆทำได้ภายในเวลาเพียง 5.3 วินาที และที่สำคัญยังมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 17.8 กม./ลิตร เรียกว่าสุดยอดทั้งความแรง และความประหยัดขนานแท้!!!

(ที่มาworldcarfans)

 
 

NEW CARS INTER : Land Rover Discovery ปรับโฉมพร้อมปรับปรุงขุมพลัง

Wednesday, 18 September 2013 16:26

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     ค่ายแลนด์โรเวอร์ เผยโฉม Land Rover Discovery รุ่นไมเนอร์เชนจ์ เป็นครั้งแรกที่งานแฟรงก์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ ช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยรถหรูสไตล์ออฟโรดรุ่นนี้มีการปรับรูปโฉมรอบคันเล็กน้อย พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ให้ประหยัด และรักษ์โลกมากขึ้น

     รูปลักษณ์ภายนอกมีการปรับเล็กน้อยบริเวณแผงกันชนหน้า  และกระจังหน้า พร้อมชุดไฟหน้าที่ถูกแต่งเติมด้วยไฟเดย์ไลท์ LED  รวมถึงการเปลี่ยนโลโก้ Land Rover บนฝากระโปรงเป็นตัวอักษร Discoveryขนาดใหญ่  ส่วนล้ออัลลอยก็ถูกปรับดีไซน์ใหม่ เน้นความเรียบหรูมากกว่าความดุดันแบบตัวลุย

    สมรรถนะการขับเคลื่อนยังคงเน้นทำตลาดด้วยเครื่องยนต์ดีเซลบล็อกเดิมรหัส SDV6 ขนาด 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 256 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิด 600 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบ/นาที    อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสียลดลงจาก 230 เหลือ 213 กรัม/กม. และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 12.4 กม./ลิตร ซึ่งดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมเล็กน้อย  ส่วนการส่งกำลังจะใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดพัฒนาโดย ZF  โชว์สมรรถนะการขับเคลื่อน 0-100 กม./ชม.ภายในเวลา  8.8 วินาที และความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 180 กม./ชม.

 
 

NEW CARS INTER : HYUNDAI AVANTE (ELANTRA) ปรับโฉมพร้อมขุมพลังดีเซล

Sunday, 18 August 2013 17:48

 

 

 

 

 

 

 

 

    ฮุนได มอเตอร์ เกาหลีใต้ เปิดตัวรถซีดาน HYUNDAI AVANTE หรือ ELANTRA ที่จำหน่ายในเมืองไทย ภายใต้โฉมใหม่แบบไมเนอร์เชนจ์อย่างเป็นทางการ พร้อมเพิ่มทางเลือกใหม่ด้วยขุมพลังดีเซลที่ให้ความประหยัดระดับสุดยอด

   ภายนอกได้รับการดีไซน์ใหม่หลายจุด รูปลักษณ์โดดเด่นเน้นความเป็นซีดานมากยิ่งขึ้น ไล่ตั้งแต่กันชนหน้าปรับดีไซน์ใหม่พร้อมขยายให้กว้างขึ้น 5 มม. และกันชนหลังขยายให้กว้างขึ้น 15 มม.ทำให้ตัวรถโดยรวมดูใหญ่ขึ้น  ขณะที่ชุดไฟหน้ามีการปรับเปลี่ยนแบบยกชุดเป็นแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟเดย์ไลท์ LED ตามสมัยนิยม ชุดไฟท้ายก็ดีไซน์ใหม่ให้ล้ำมากขึ้น  และขาดไม่ได้กับล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว ลวดลายดุดันมากขึ้น  ส่วนภายในห้องโดยสารเน้นเพิ่มความสะดวกสบายด้วยการเพิ่มช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังและมาพร้อมฟังก์ชั่นใหม่ระบบช่วยจอด Smart Parking Assist System (SPAS)

   สำหรับสมรรถนะความแรงนอกจากเครื่องยนต์เบนซินบล็อคเดิมยังเพิ่มทางเลือกด้วยเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 126 แรงม้า พร้อมแรงบิด 279 นิวตัน-เมตร มีให้เลือกใช้ทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ  ซึ่งเครื่องยนต์บล็อกนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ความประหยัด จากอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ประมาณ 16 – 18.5  กิโลเมตร /ลิตร

 
 

NEW CARS INTER : BMW M4 COUPE คอนเซ็ปท์ตัวแรง 450 แรงม้า

Friday, 16 August 2013 17:02

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ค่ายบีเอ็มดับเบิลยู อวดโฉมรถสปอร์ตคูเป้  BMW M4 COUPE คันต้นแบบ ก่อนออกจะพัฒนาสู่สายการผลิตในอนาคตอันใกล้

   BMW M4 COUPE คันต้นแบบ ได้รับการพัฒนาภายใต้พื้นฐานเดียวกับ BMW ซีรี่ย์ 4 COUPE ที่จะทำตลาดแทนที่ซีรี่ย์ 3 COUPE โมเดลปัจจุบัน  แต่จะเพิ่มความพิเศษตามแนวทางการออกแบบสไตล์ M ที่แฟนBMWคุ้นเคยกันดี

   รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยความหรูหราและดุดันโดยเฉพาะการดีไซน์ชุดกันชนหน้าและกันชนหลังที่เฉียบคมรับกับเส้นสายตัวรถ บริเวณซุ้มล้อหน้ามีช่องระบายความร้อนตามสไตล์M พร้อมสวมใส่ล้ออัลลอยลาย 5 ก้าน สีทูโทน ขนาดใหญ่ถึง 20 นิ้ว  และด้านท้ายขาดไม่ได้กับชุดท่อไอเสีย 2 คู่แต่งด้วยลายเคฟล่าแท้ๆ เพิ่มความดุดันมากยิ่งขึ้น

             สำหรับสมรรถนะความแรงยังไม่ได้รับการยืนยันที่ชัดเจน    แต่สื่อต่างประเทศ คาดหมายว่า BMW M4 COUPE จะใช้เครื่องยนต์บล็อกแรง แบบ  6 สูบแถวเรียง ความจุ 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุดถึง 450 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุดประมาณ 550 นิวตัน-เมตร รีดเค้นอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม ภายในเวลาเพียง 4.2 วินาที

           การพัฒนารถยนต์รุ่นนี้ค่ายบีเอ็มดับเบิลยูคาดหวังว่าจะสามารถสะท้อนปรัชญาการออกแบบของ BMW M ที่ต้องการผลิตรถแรงสไตล์รถแข่งที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

(ที่มาworldcarfans)

 
 

NEW CARS INTER : DATSUN GO รีเทิร์นทำตลาดต้นปีหน้า

Saturday, 20 July 2013 17:14

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ค่ายนิสสัน เตรียมแผนปลุกชีพแบรนด์เก่าแก่อย่าง DATSUN กลับคืนสู่อุตสาหกรรมยานยนต์อย่างจริงจังอีกครั้ง โดยโปรเจ็คท์แรก ประเดิมด้วยการเปิดตัว DATSUN GO รถยนต์ซับคอมแพ็กต์ คลาสเดียวกับอีโคคาร์ที่จำหน่ายในเมืองไทย โดยชื่อรุ่น GO ประยุกต์มาจาก DATSUN DAT-GO ที่ออกจำหน่ายครั้งแรกในปี 1914

   DATSUN GO ได้รับการพัฒนาบนโครงสร้างพื้นฐานเดียวกับ NISSAN MARCH ตัวถังเป็นแบบแฮทช์แบ็ค5 ประตู รูปลักษณ์ภายนอกมีสไตล์ใกล้เคียงกับ  MARCH แต่หน้าตาจะเปลี่ยนไปดูมีเหลี่ยมคมมากขึ้น ส่วนภายในห้องโดยสารก็มีดีไซน์คล้ายกับ MARCH แต่จุดแตกต่างที่ชัดเจนอยู่ที่การวางตำแหน่งเบรกมือและชุดเกียร์ถูกย้ายไปติดตั้งอยู่บนแผงแดชบอร์ดเพื่อเพิ่มพื้นที่ระหว่างเบาะคู่หน้าให้กว้างขวางในสไตล์เดียวกับรถอเนกประสงค์ นอกจากนี้เครื่องยนต์ก็ยังเป็นบล็อกเดียวกับ MARCH ขนาด 1.2 ลิตร แต่จะเน้นทำตลาดด้วยระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปี

   DATSUN GO จะเริ่มบุกเบิกตลาดครั้งแรกที่ประเทศอินเดีย ในสไตล์รถราคาประหยัด ที่ง่ายต่อการเป็นเจ้าของ เหมือนกับอีโคคาร์ที่จำหน่ายในเมืองไทยแต่จะด้อยกว่าในแง่ของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความหรูหราเพื่อลดต้นทุน

 
 

NEW CARS INTER : CHEVROLET CORVETTE Z06 C7.R พัฒนาจากสนามแข่งสู่ถนนจริง

Wednesday, 06 May 2015 11:16

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   CHEVROLET CORVETTE รุ่น Z06 C7.R โมเดลปี 2016 ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะระดับรถแข่งเพื่อเป็นเกียรติแก่คอร์เวทท์ เรซซิ่ง C7.R เตรียมออก จำหน่ายในอเมริกาเหนือด้วยตัวถังสีเหลืองและดำเอกลักษณ์ของคอร์เวทท์ เรซซิ่ง พร้อมตกแต่งภายนอกและภายในเต็มพิกัด

   CORVETTE  C7.R ถูกผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คันเท่านั้น และยังมีรุ่นพิเศษ Z07 Performance ที่มาพร้อมเบรกคาร์บอนเซรามิก และหมายเลขตัวถังแบบพิเศษสำหรับรถรุ่นนี้เท่านั้น โดยเตรียมออกจำหน่ายในช่วงปลายปีนี้

   ชุดแต่ง Z07 Performance ประกอบด้วยเบรกคาร์บอนเซรามิกของเบรมโบที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรกและยกระดับสมรรถนะการควบคุมการขับขี่ นอกจากนี้ยังมีชิ้นส่วนที่ช่วยเพิ่มความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ทั้งด้านหน้าและหลังที่ปรับระดับได้เพื่อเพิ่มแรงกดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมด้วยยางมิชลิน ไพล็อต ซูเปอร์สปอร์ต คัพ 2 ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนน

   เมื่อผนวกกับเครื่องยนต์ LT4 พละกำลัง 650 แรงม้า แรงกดตามหลักอากาศพลศาสตร์ ที่ยอดเยี่ยมและเทคโนโลยีเสริมสมรรถนะอย่างระบบควบคุม (Magnetic Ride Control) ระบบจัดการเสถียรภาพ (PerformanceTractionManagement) และเฟืองท้ายอิเลคทรอนิคส์ ทำให้คอร์เวทท์ Z06 C7.R Edition นำเสนอศักยภาพที่ทัดเทียมกับซูเปอร์คาร์ชั้นนำระดับโลกและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบรถรุ่นพิเศษที่จะกลายเป็นที่ต้องการของนักสะสมรถในทันที

สำหรับคุณสมบัติอันโดดเด่นของคอร์เวทท์รุ่น Z06 C7.R ปี 2016 มีดังนี้

  • นำเสนอรุ่น 3LZ ทั้งโฉมคูเป้และเปิดประทุน
  • ตัวถังมี 2 สี คือ สีเหลืองซึ่งเป็นสีใหม่สำหรับรุ่นปี 2016 และสีดำ
  • ชุดแต่งลายกราฟฟิกรุ่น C7.R
  • ชุดแต่ง Z07 Performance พร้อมเบรกคาร์บอนเซรามิกของเบรมโบและยางมิชลิน พีเอส คัพ 2
  • คาลิปเปอร์เบรกสีเหลือง
  • ล้อสีดำพร้อมเส้นสายสีเหลืองและโลโก้คอร์เวทท์ เรซซิ่ง ที่กลางดุมล้อ
  • แพ็คเกจชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์เพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่
  • ฝากระโปรงหน้าตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์เพิ่มความโดดเด่นให้สวยสะดุดตา
  • ครีบด้านข้างและช่องดักอากาศตกแต่งด้วยสีเทาเมทัลลิค
  • ห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีดำ Jet Black พร้อมวัสดุไมโครไฟเบอร์หนังกลับบนแผงควบคุม
    และแผงประตู
  • เบาะที่นั่งแบบสปอร์ต พวงมาลัย และหัวเกียร์ตกแต่งด้วยไมโครไฟเบอร์หนังกลับ
  • ตัดเย็บด้วยด้ายสีเหลืองดึงดูดสายตาภายในห้องโดยสาร
  • ห้องโดยสารถูกตกแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์พื้นผิวมันเงา
  • เติมเต็มด้วยบันไดข้างแบบคอร์เวทท์ เรซซิ่ง
  • ประทับตรา C7.R Edition ในห้องโดยสารพร้อมหมายเลขตัวถังแสดงลำดับการผลิตโดยเริ่มจากหมายเลข 700001
  • พร้อมผ้าคลุมรถลายกราฟฟิก C7.R
 
 

NEW CARS INTER : CHEVROLET SPARK พร้อมบุกตลาดทั่วโลก

Friday, 10 April 2015 15:23

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   เชฟโรเลตเปิดตัวรถยนต์เชฟโรเลต สปาร์ค เจนเนอเรชั่นใหม่ ที่ให้ทั้งความหรูหราและ ล้ำสมัยในงานโซลมอเตอร์โชว์ 2015  ตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์ในฐานะรถยนต์ขนาดกะทัดรัดที่ได้รับความนิยมทั่วโลก

   เชฟโรเลต สปาร์ค ใหม่ มาพร้อมกับรูปลักษณ์สะดุดตา พร้อมระบบความปลอดภัย และการเชื่อมต่อที่ครบครัน โดยสปาร์คใหม่จะทำตลาดทั่วโลกในกว่า 40 ประเทศ

   รถยนต์เชฟโรเลตสปาร์คใหม่ สวยงามสะกดใจกว่าเดิม ด้วยฐานล้อที่กว้างขึ้น และลดความสูงลง 40 มม. เพื่อเพิ่มความโฉบเฉี่ยวในการขับขี่ตามหลักอากาศพลศาสตร์ แต่ยังคงมีห้องโดยสารที่กว้างขวางเช่นเดิม

   สำหรับโครงสร้างรถเชฟโรเลตสปาร์คใหม่ ได้รับการออกแบบให้มีความแข็งแกร่งทนทาน เพื่อให้   ผู้ขับขี่ได้สัมผัสประสบการณ์ที่เหนือชั้นยิ่งขึ้น ด้วยโครงสร้างตัวถังที่แข็งแรงทำให้ทีมวิศวกรได้ปรับแต่งให้ขับสนุกและควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ ผู้ขับขี่จึงสัมผัสได้ถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของรถและควบคุมการขับขี่ได้ดั่งใจ ทั้งยังเงียบและนุ่มนวลในทุกการขับขี่

   ด้วยปรัชญาการออกแบบที่มีสไตล์ สะท้อนดีไซน์แนวร่วมสมัยแบบเชฟโรเลตได้อย่างลงตัว สปาร์ค รุ่นใหม่นี้ จึงดูหรูหรา ทันสมัย สะกดทุกสายตา   ความสูงหลังคาที่ลดลงฉีกแนวการออกแบบรถเล็กให้ดูสมส่วน มีการปรับโครงสร้างโดยขยับตำแหน่งล้อทั้งสี่ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม จึงทำให้สปาร์คใหม่ดูมั่นคงให้ความรู้สึกมั่นใจในการขับขี่

   กระจังหน้าใหม่แบบดูอัลพอร์ทซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเชฟโรเลต พร้อมไฟหน้าลากเฉียงไปจนถึงแก้มด้านซ้ายและขวา ส่วนไฟหน้าเป็นแบบโปรเจคเตอร์ที่มีทั้งความสวยงามและประณีต พร้อมไฟเดย์ไทม์แบบแอลอีดีทำให้สปาร์คคันนี้ดูล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น

   ส่วนด้านการออกแบบภายใน ยังคงมีพื้นที่ในห้องโดยสารที่กว้างขวาง แม้ว่าความสูงของตัวรถจะลดลง โดยทีมออกแบบของเชฟโรเลตได้ปรับขนาดของเบาะนั่งให้เข้ากับความสูงหลังคา พร้อมปรับตำแหน่งเบาะเพื่อเอาใจผู้ขับขี่มากขึ้นอีกด้วย   สำหรับวัสดุภายในได้ถูกพัฒนาและปรับปรุง ใส่ใจในทุกรายละเอียดด้วยการเลือกใช้วัสดุผ้าอย่างดีและเบาะนั่งขึ้นรูปด้วยโฟมที่เน้นนั่งสบาย ยืดอายุการใช้งานและทันสมัยในขณะเดียวกัน

   แผงแดชบอร์ดดีไซน์ใหม่หมดล้ำสมัยด้วยหน้าจอแอลซีดี ที่มาพร้อมแผงควบคุมกลางซึ่งสามารถเชื่อมต่อระบบอินโฟเทนเมนท์และระบบปรับอากาศได้อย่างสะดวกสบาย ส่วนแผงหน้าปัดยังคงตกแต่งด้วยสีสันที่เข้ากับตัวรถเช่นเคย ทั้งยังมาพร้อมกับช่องแอร์ดีไซน์ใหม่ทรงสี่เหลี่ยมคางหมู นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีมายลิงค์ ระบบอินโฟเทนเมนท์รุ่นล่าสุด ที่ควบคุมด้วยหน้าจอทัชสกรีนและไอคอนในสไตล์ของสมาร์ทโฟน โดยรองรับคำสั่งจากปลายนิ้วทั้งการลากและซูม คล้ายกับบนจอสมาร์ทโฟนนั่นเอง

   เชฟโรเลต สปาร์ค ใช้เครื่องยนต์อีโคเทค 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร ที่มาพร้อมกับชุดเกียร์ธรรมดาแบบซีเทค เจนเนอเรชั่นใหม่ พร้อมกันนี้ยังอัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัยระดับพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบป้องกันการเปลี่ยนเลนแบบไม่ตั้งใจ และระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางในจุดบอด

   เครื่องยนต์อีโคเทคใหม่นี้ มาพร้อมกับบล็อคและหัวกระบอกสูบแบบอลูมินัม ซึ่งช่วยลดน้ำหนัก เพื่อเพิ่มสมรรถนะและประหยัดน้ำมัน โดยหัวกระบอกสูบกับท่อไอดีได้รับการออกแบบมาเป็นชิ้นเดียวกัน ทำให้มีน้ำหนักเบา เพิ่มความประหยัดน้ำมัน อีกทั้งยังช่วยสร้างสมดุลน้ำหนักให้กับตัวรถได้เป็นอย่างดี จึงตอบสนองต่อการควบคุมตัวรถได้ดียิ่งขึ้น

   ในตลาดเกาหลี เชฟโรเลตสปาร์ครุ่นใหม่จะมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร พร้อมเกียร์ซีเทค แบบธรรมดารุ่นใหม่ และเทคโนโลยีปิดเปิดเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อวิ่งในเมืองเพื่อประหยัดน้ำมันยิ่งกว่าเดิม

   เชฟโรเลตสปาร์ครุ่นใหม่นี้ได้รับการพัฒนามาจากรถยนต์เชฟโรเลตรุ่นปัจจุบัน ที่มีออพชั่นด้านความปลอดภัยมาให้อย่างครบครันเมื่อเทียบกับรถยนต์เซกเม้นท์เดียวกัน ด้วยการเพิ่มอุปกรณ์และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย ต่อยอดจากความสำเร็จของรุ่นก่อนหน้าที่ได้รับรางวัลความปลอดภัยสูงสุด จากสถาบันการรับประกันความปลอดภัยบนทางหลวง ประเทศสหรัฐอเมริกา

   สำหรับรถยนต์เชฟโรเลตสปาร์ครุ่นใหม่ล่าสุดนี้ จะผลิตที่ศุนย์การผลิตรถยนต์ชางวอน ในประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นศูนย์การผลิตรถยนต์ที่ได้มาตรฐานระดับโลกของจีเอ็ม และถือเป็นผู้นำในการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในภาคการผลิตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา มีรถยนต์เชฟโรเลต สปาร์ค จำหน่ายออกไปทั่วโลกแล้วกว่า 1 ล้านคัน

 
 

NEW CARS INTER : TATA BOLTสปอร์ตแฮทช์แบ็ค ยอดนิยมในอินเดีย

Thursday, 09 April 2015 10:31

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   รถยนต์นั่งส่วนบุคคลรุ่นใหม่ล่าสุด ทาทา โบลต์ (Tata Bolt) รถสปอร์ตแฮทช์แบ็คที่ ทาทา มอเตอร์สเพิ่งเปิดตัวในอินเดียช่วงต้นปี ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม กวาดยอดจำหน่ายไปกว่า 5,000 คัน

    ทาทา โบลต์ ถูกผลิตขึ้นที่โรงงานพริมพรี่ ในเมืองปูเน่ ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นล่าสุดที่ ทาทา มอเตอร์ส ผลิตออกมาจำหน่าย ภายใต้โครงการ ฮอไรซันเน็กซ์ (Horizonext) ที่ต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเป็นทางเลือกให้ลูกค้าทุกกลุ่ม และเป็นรถที่มีความลงตัวทั้งในส่วนของ การออกแบบ สมรรถนะการขับขี่ และอุปกรณ์สื่อสาร 

   ทาทา โบลต์ สื่อความหมายถึงเรื่องความเร็ว นำเสนอทัศนคติของชัยชนะและการเป็นผู้นำ ด้วยสิ่งเหล่านี้ทำให้   ทาทา โบลต์ มีความพร้อมในทุกแง่มุมทั้งในส่วนของ การออกแบบ การขับขี่ และการเชื่อมโยงการสื่อสารไว้ในรถ และยังทำให้โบลต์เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของรถยนต์ตามแนวคิดฮอไรซันเน็กซ์ 4 ข้อคือ มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ประกอบรถยนต์ด้วยคุณภาพระดับโลก สร้างประสบการณ์การซื้อรถอันน่าประทับใจ และให้คุณภาพการบริการที่ดีอย่างสม่ำเสมอ 

   ทาทา โบลต์ ใช้เครื่องยนต์รีโวทรอน (Revotron) ซึ่งมีให้เลือกใช้ทั้งเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.2 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบชาร์เจอร์ และเครื่องยนต์ดีเซลควอดราเจ็ท (Quadrajet) 1.3 ลิตร

   ลักษณะและโครงสร้างตัวถังของ ทาทา โบลต์ สื่อให้เห็นถึงการออกแบบที่ล้ำสมัยของ ทาทา มอเตอร์ส และยังเป็นการดีไซน์ด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่ดีที่สุดร่วมกันจาก 3 สำนักออกแบบของ ทาทา มอเตอร์ส ในเมืองปูเน่ ของอินเดีย ในเมืองโคเวนทรี ของอังกฤษ และในเมืองตูริน ของอิตาลี ดีไซน์ของโบลต์ให้ความรู้สึกถึงพลังและความปราดเปรียว ภาพรวมการออกแบบภายนอกยังให้ความรู้สึกว่าโบลต์เป็นรถแฮทช์แบ็คที่ดูใหญ่ขึ้น เค้าโครงของด้านหน้ายังแสดงให้เห็นถึงความนุ่มนวล ในขณะที่สปอยเลอร์หลังถูกออกแบบให้ช่วยลดแรงเสียดทานตามหลักอากาศพลศาสตร์ ส่วนกรอบไฟท้ายและกันชนท้ายยังมีรูปทรงที่โดดเด่นและช่วยให้โบลต์ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น

   ส่วนกระจังหน้าของโบลต์ เป็นเอกลักษณ์ใหม่ของกระจังหน้ารถยนต์ ทาทา มอเตอร์ส ที่ดึงดูดสายตาผู้คน ซึ่งเป็นการสร้างสรรค์สัญลักษณ์ด้านการออกแบบใหม่ให้กับแบรนด์ทาทา ชายล่างกันชนยังมีช่องดักลมขนาดใหญ่พร้อมกรอบไฟตัดหมอกที่เสริมบุคลิกสปอร์ตให้กับตัวรถมากยิ่งขึ้น องค์ประกอบต่างๆ เหล่านี้ถูกออกแบบอย่างประณีตเพื่อทำให้ตัวถังดูกลมกลืน และยังให้ความรู้สึกที่พริ้วไหวแฝงด้วยพลัง

   เมื่อเข้าไปขับขี่ รถแฮทช์แบ็คดีเอ็นเอใหม่ของ ทาทา มอเตอร์ส คันนี้ ผู้ขับขี่จะรู้สึกว่าการออกแบบภายในมีความน่าสนใจมากขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้โบลต์เป็นนิยามใหม่ของรถในเซ็กเม้นท์นี้ แผงหน้าปัดได้รับการออกแบบด้วยสีดำจากวัสดุคุณภาพเยี่ยม ขณะที่คอนโซลกลางซึ่งเป็นจุดรวมองค์ประกอบหลักของภายในตัวรถได้รับการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความบันเทิง พร้อมด้วยระบบปรับอากาศที่ดีที่สุดในรถระดับเดียวกัน

   โบลต์มาพร้อม พวงมาลัยทรงสปอร์ตแบบ 3 ก้าน พร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ช่องลมแอร์ได้รับการออกแบบอย่างประณีต คอนโซลกลางได้รับการออกแบบให้ดูทันสมัยและวัยรุ่นมากขึ้น  และเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการพื้นที่กว้างขวางภายในห้องโดยสาร โบลต์ยังสร้างมาตรฐานใหม่ของการออกแบบห้องโดยสารในรถยนต์ ทาทา มอเตอร์ส ให้โดดเด่นอย่างเหนือชั้น ทั้งในเรื่องของพื้นที่และความสะดวกสบาย โดยพื้นที่ช่วงไหล่ (Shoulder room) ของห้องโดยสารด้านหน้ากว้างขึ้น 36 มม. และด้านหลังกว้างขึ้น 41 มม. เมื่อเทียบกับรถยนต์รุ่นอื่นๆ ในเซ็กเม้นท์นี้

   นอกจากนี้ยังสามารถรองรับสื่อความบันเทิงรูปแบบต่างๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น วีดีโอ ระบบเนวิเกเตอร์ที่เชื่อมต่อจากสมาร์ทโฟน เทคโนโลยีบลูทูธอันทันสมัย ระบบจดจำเสียง (เจ้าของรถ) การผสมผสานการทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟน ระบบรับแจ้งเตือนและรับข้อความจากสมาร์ทโฟนและช่วยอ่านออกเสียงให้ผู้ขับขี่ฟัง ซึ่งทั้งหมดนี้แสดงผ่านหน้าจอทัชสกรีน โบลต์จะทำให้ผู้ใช้รถสามารถผสานการใช้งานรถยนต์เพื่อชีวิตการทำงานและการใช้ชีวิตส่วนตัวได้อย่างลงตัวมากที่สุดในการโดยสารท่องเที่ยว ขณะเดียวกันยังได้รับประสบการณ์ความบันเทิงแบบไร้ขีดจำกัด  

   ทาทา โบลต์ มาพร้อมกับฟีเจอร์ Drivenext ที่ทำให้โบลต์เป็นรถที่มีสมรรถนะการขับขี่ที่ดีที่สุดในเซ็กเม้นท์นี้ ซึ่งมีทางเลือกให้ลูกค้าทั้งเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซล โบลต์ยังเป็นรถแฮทช์แบ็ครุ่นแรกในเซ็กเม้นท์นี้ที่ใช้เครื่องยนต์รีโวทรอน เบนซินขนาด 1.2 ลิตร เทอร์โบ พร้อมระบบหัวฉีดน้ำมันแบบ มัลติพอยท์ MPFI (Multi-Point Fuel Injection) ให้กำลังสูงสุด 90 แรงม้า ที่ 5,000 รอบ/นาทีและแรงบิดสูงสุด 140 นิวตันเมตร ที่ 1,500-4,000 รอบ/นาที เป็นสมรรถนะสูงสุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน ซึ่งได้รับการพัฒนาร่วมกันจากสำนักออกแบบเครื่องยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนระดับโลก ให้มีสมรรถนะสูงทั้งในเรื่องของกำลังเครื่องยนต์ แรงบิด และประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ หลังจากผ่านการทดสอบพัฒนาและวิจัยอย่างเข้มงวดมาถึงกว่า 300,000 ชั่วโมง

   ส่วนรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล ใช้เครื่องยนต์ควอดราเจ็ท (Quadrajet) ขนาด 1.3 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 75 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 190 นิวตันเมตร ที่ 1,750-3,000 รอบ/นาที ที่ให้ความสนุกสนานในการขับขี่มากยิ่งขึ้น และทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล ใน ทาทา โบลต์ ใช้มาตรฐานค่าไอเสีย ยูโร 4 ที่จะมีการบังคับใช้ในอนาคตนี้ด้วย 

   ผู้ขับขี่โบลต์ยังสามารถเลือกโหมดของการขับขี่ได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งโบลต์มี โหมดสปอร์ต Sport เพิ่มความปราดเปรียว ตอบสนองการเร่งได้ดีขึ้น ส่วนในโหมดอีโค Eco เครื่องยนต์จะให้ประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเหมาะกับการขับท่องเที่ยวเดินทางไกล และโหมดซิตี้ City เครื่องยนต์จะขับเคลื่อนด้วยค่ามาตรฐาน ปรับความสมดุลระหว่างสมรรถนะกับความประหยัดเชื้อเพลิง เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานประจำวันหรือการขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรหนาแน่น

 
 

NEW CARS INTER : CHEVROLET BOLT รถพลังงานไฟฟ้าพร้อมสู่สายการผลิต

Wednesday, 18 February 2015 13:41

 

 

 

 

 

 

   เชฟโรเลตประกาศยืนยันแผนการผลิตรถพลังงานไฟฟ้าเจนเนอเรชั่นใหม่บนพื้นฐานของรถต้นแบบ Bolt EV โดยจะมีการผลิตที่ศูนย์การผลิตโอเรียน(Orion Assembly)ของเจนเนอรัล มอเตอร์สใกล้เมืองดีทรอยท์

   โบลต์ อีวีจะมาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์แบบเดียวกับที่ใช้ในเชฟโรเลต โวลต์และสปาร์ก อีวี โดยโบลต์ได้รับการพัฒนาให้เป็นรถพลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนระยะไกลรองรับการใช้งานทั้งใน50รัฐของสหรัฐอเมริกา สามารถขับเคลื่อนได้ระยะทางกว่า 200ไมล์ (ประมาณ321กม.) จากการคาดคะเนของจีเอ็ม โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 30,000เหรียญสหรัฐฯ

   รถต้นแบบที่มีสไตล์อันล้ำหน้ารุ่นนี้ยังมาพร้อมโหมดการขับขี่ที่ผู้ขับสามารถเลือกได้ตามต้องการ อาทิการเดินทางในชีวิตประจำวัน และโบลต์ยังถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการชาร์จไฟกระแสสลับแบบเร่งด่วน ส่วนกำหนดการผลิตและรายละเอียดเพิ่มเติมจะได้รับการเปิดเผยอีกครั้ง

   สำหรับศูนย์การผลิตโอเรียนตั้งอยู่ห่างจากเมืองดีทรอยท์ไปทางเหนือประมาณ30 ไมล์ (48 กม.) ใช้พลังงานจากแก๊สจากโรงฝังกลบสองแห่งซึ่งช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้มากกว่า 6,300 ตันต่อปี พร้อมกับมีแผงโซลาร์เซลส์พลังงานแสงอาทิตย์ 350 กิโลวัตต์ซึ่งสร้างพลังงานเทียบเท่ากับการใช้ในบ้านเรือน165 หลังและเพียงพอสำหรับการส่งพลังงานกลับเพื่อใช้ในบ้านเรือนประมาณ 45 หลัง

   ศูนย์การผลิตโอเรียนจึงถือเป็นศูนย์การผลิตแห่งแรกของจีเอ็มทีได้รับมาตรฐานองค์กรพลเมืองสะอาด (Clean Corporate Citizen) จากรัฐมิชิแกน ขณะที่ศูนย์พอนทิแอคก็ได้รับมาตรฐานเอเนอร์จี้ สตาร์ชาลเลนจ์สำหรับภาคอุตสาหกรรม (ENERGY STAR® Challenge for Industry) จากหน่วยงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกาถึงสามครั้ง

 
 

Page 1 of 6

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )