Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

NEW CARS INTER

NEW CARS INTER : นิสสัน เปิดตัว “เทอร์รา” รถยนต์เอสยูวี รุ่นล่าสุด สู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Sunday, 03 June 2018 17:15

 

 

 

 

 

 

 

   นิสสันเปิดตัว เทอร์รา ใหม่ เอสยูวีแบบตัวถังบนแชสซีส์ตามคำสัญญาที่จะขยายตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

   ลูกค้าในประเทศฟิลิปปินส์สามารถสั่งจองนิสสัน เทอร์ราใหม่ล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ โดยการส่งมอบจะเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ.2561เป็นต้นไป นิสสันมีแผนเปิดตัวนิสสัน เทอร์รา ในประเทศไทยและประเทศอินโดนีเซียภายในปีงบประมาณนี้ (เม.ย. 2561 – มี.ค. 2562) ก่อนจะตามมาด้วยการทำตลาดในประเทศบรูไน กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนามต่อไป

   นิสสัน เทอร์รา ใหม่นำเสนอเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูง ห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย และเทคโนโลยีการขับขี่ทันสมัยอื่นๆ มากมายกว่ารถในระดับเดียวกัน เพื่อให้ลูกค้าเดินทางไปทุกที่ได้อย่างมั่นใจ

   “นิสสัน เทอร์รา ใหม่ พัฒนาต่อยอดจากความสำเร็จของนิสสัน เอสยูวีที่ยาวนานกว่า 60ปี เช่น นิสสัน เพโทร (Nissan Patrol) ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้ามากที่สุด” มร. อัชวานี กุปตา รองประธานอาวุโสกลุ่มธุรกิจโครงสร้างรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก ของนิสสัน( Ashwani Gupta, Senior Vice President - Nissan's Light Commercial Vehicle business) กล่าว

   นิสสัน ออกแบบให้ “เทอร์รา ใหม่ มีความแข็งแกร่งรองรับทุกภารกิจการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างมั่นใจ ขณะเดียวกันยังช่วยให้ลูกค้าของเรา สามารถปลดปล่อยความจำเจ และออกผจญภัยได้อย่างเต็มที่”    มร. อัชวานี กล่าวเสริม

   นิสสัน เทอร์ราใหม่ พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มเอสยูวีขนาดกลาง และลูกค้าที่กำลังมองหารถยนต์รุ่นใหม่ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเซกเมนท์ของรถเอสยูวียังคงมียอดขายอยู่ในสามอันดับแรกในตลาด และถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของภูมิภาคนี้

   นิสสัน เทอร์รา ใหม่ จะใช้ฐานการผลิตในประเทศไทยเพื่อจำหน่ายในประเทศ และส่งออกสู่ตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

   “นิสสัน เทอร์รา ใหม่ มีฐานการผลิตเพื่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นสิ่งยืนยัน และแสดงถึงความมุ่งมั่นของนิสสัน ที่จะนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อลูกค้าในภูมิภาคนี้” มร. ยูทากะ ซานาดะ รองประธานอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย(Yutaka Sanada, Nissan’s regional senior vice president for the Asia and Oceania) กล่าว

   “เทอร์รา ใหม่ นับเป็นก้าวสำคัญล่าสุด ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์เชิงรุกสู่ตลาดในภูมิภาคนี้ และเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินแผนงานระยะกลางของนิสสัน หรือ Nissan M.O.V.E. 2022 สำหรับภูมิภาคนี้อีกด้วย” มร. ซานาดะกล่าวเสริม

   นิสสัน เทอร์รา ใหม่ ตั้งชื่อตามภาษาละติน แปลว่า “โลก” (Earth) ได้รับการเปิดตัวสู่ภูมิภาคนี้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ในพื้นที่ราบที่ตั้งอยู่ระหว่างภูเขาไฟอันสูงตระหง่าน ของเมืองคลาร์ก ประเทศฟิลิปปินส์ นับเป็นตลาดลำดับที่สองในโลก หลังจากนิสสันเปิดตัวเทอร์ราเป็นครั้งแรกในประเทศจีนเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

 

   นิสสัน เทอร์รา ใหม่ เป็น รถยนต์เอนกประสงค์แบบ 7ที่นั่ง สะดวกสบายด้วยพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางที่สุดในระดับเดียวกัน มีฟังค์ชันการปรับ และพับเบาะที่นั่งแถวที่สองที่พับได้เก็บได้แบบแบนราบ เหมาะสำหรับการใช้งานในเมือง และการผจญภัยบนเส้นทางออฟโรดร่วมกับครอบครับ และเพื่อนๆ

"ความชาญฉลาดในการออกแบบรถยนต์เอนกประสงค์ให้มีสมรรถนะสูง มีพื้นที่ในห้องโดยสารกว้างขวางไม่เป็นรองใคร เทคโนโลยีอัจฉริยะภายใต้แนวคิดนิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility)  ทำให้ครอบครัว หรือเพื่อนฝูงร่วมเดินทางไปด้วยกันได้อย่างมั่นใจ” มร. วินเซนต์ วิจเนน ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย (Vincent Wijnen, Nissan’s head of marketing and sales for the Asia and Oceania region) กล่าว

   นิสสัน เทอร์รา ใหม่ พัฒนาบนแชสซีส์อเนกประสงค์แบบขั้นบันไดซึ่งทำให้ตัวถังเหนียวแน่น และแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เหมาะกับการขับขี่บนทางแบบออฟโรด ระบบกันสะเทือนด้านหลังเป็นแบบไฟว์-ลิงค์ คอยล์สปริง  (five-link coil spring rear suspension system) และเพลาหลังที่มั่นคงแข็งแรง สร้างความมั่นใจว่าความสะดวกสบายและความนุ่มนวลที่มาพร้อมกับความทนทานและความแข็งแกร่ง

   ในฟิลิปปินส์ เครื่องยนต์ดีเซล YD25 มีสมรรถนะสูงสุด 190แรงม้าและแรงบิดขนาด 450นิวตันเมตร อัตราเร่งที่ดี และต่อเนื่องไม่เป็นรองใคร

   นิสสัน เทอร์ราใหม่ยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำหน้าเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งกว่า และมั่นใจยิ่งขึ้นด้วย ”นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้” ประกอบด้วยระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง (Lane Departure Warning) ระบบเตือนจุดบอดกับจุดอับสายตา (Blind Spot Warning) และกล้องอัจฉริยะมองรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor) พร้อมระบบตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหว (Moving Object Detection) นิสสัน เทอร์ราเป็นรถเอสยูวีรุ่นแรกที่มาพร้อมกระจกมองหลังอัจฉริยะ (Smart Rear View Mirror) ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นทัศนวิสัยด้านหลัง โดยไม่มีการบดบังในห้องโดยสาร จากกล้องที่ติดตั้งอยู่ด้านหลังของรถ

   เทคโนโลยีความปลอดภัย ยังมาพร้อมการควบคุมที่ดียิ่งขึ้นด้วยระบบ 4WD-DIFFหรือ ดิฟเฟอเรนเชียล-ล็อก 4 ล้อ และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assist) รวมถึง ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (Hill Descent Control) ที่ช่วยควบคุมความเร็วเมื่อขับขี่ลงในเส้นทางที่ลาดชัน

   รถยนต์เอสยูวีรุ่นนื้คือ ยนตรกรรมที่สมบูรณ์แบบสำหรับภูมิภาคนี้ด้วยระยะความสูงจากพื้นถึงท้องรถถึง   225 มม. ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายจากการขับขี่บนถนนขรุขระและเส้นทางที่ไม่ราบเรียบ รวมถึงในพื้นที่น้ำท่วมอีกด้วย

ข้อมูลเฉพาะทางเทคนิค(เฉพาะตลาดฟิลิปปินส์เท่านั้น)

 
 

NEW CARS INTER : CHEVROLET VOLT รถพลังงานไฟฟ้าเจนเนอเรชั่นใหม่

Tuesday, 13 January 2015 14:52

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   เชฟโรเลตเปิดตัวโวลต์ รุ่นปี 2016 รถพลังงานไฟฟ้าเจนเนอเรชั่นใหม่ เพิ่มระยะทางขับเคลื่อนที่ไกลกว่า โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตและปราดเปรียวยิ่งขึ้น ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกลถึง 81 กม. ให้ความประหยัดและอัตราเร่งที่เหนือชั้นกว่าเดิม ปรากฏโฉมครั้งแรกที่งานนอร์ธ อเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต้โชว์ 2015 ในเมืองดีทรอยท์ รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา

   ระบบขับเคลื่อนอันทรงประสิทธิภาพของโวลต์รุ่นใหม่นี้ทำให้สามารถขับขี่ได้ในระยะทางที่ไกลกว่า 643 กม. จากการประเมินของเจนเนอรัล มอเตอร์ส และด้วยการชาร์จไฟตามปกติ ผู้ขับขี่สามารถเดินทางได้ไกลกว่า 1,609 กม. โดยเฉลี่ยระหว่างการเติมเชื้อเพลิงเต็มถัง

   เชฟโรเลต โวลต์ ไม่เพียงอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและระยะทางขับเคลื่อนที่ดียิ่งขึ้นเท่านั้นแต่ยังมาพร้อมกับการออกแบบอันโดดเด่นและสัดส่วนที่มีความแข็งแรง รวมถึงประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์อย่างการเปิดปิดกระจังหน้า นอกจากนี้การตกแต่งภายในห้องโดยสารรูปแบบใหม่ยังสามารถรองรับได้ถึงห้าที่นั่งและมีการปรับปรุงให้ใช้งานได้ดีมากยิ่งขึ้นทุกส่วนประกอบ ตั้งแต่การชาร์จแบตเตอรี่ การตรวจสอบสถานะการชาร์จไฟไปจนถึงแผงควบคุมสั่งงานต่างๆ ได้รับการออกแบบเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานมากยิ่งขึ้น

   การตกแต่งด้วยสีสันแบบใหม่สร้างบรรยากาศที่ดึงดูดสายตา โดดเด่นด้วยแสงไฟสีฟ้าภายในห้องโดยสาร โวลต์รุ่นใหม่ยังคงใช้หน้าจอดิจิตอลสีจำนวนสองตัวโดยแบ่งเป็นหน้าจอขนาด 8 นิ้ว สำหรับแสดงผลข้อมูลการขับขี่ และหน้าจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว ติดตั้งอยู่กลางคอนโซลสำหรับการควบคุมระบบเชฟโรเลต มายลิงค์

   ระบบขับเคลื่อนของโวลต์เป็นเทคโนโลยีโวลเทค (Voltec) พลังไฟฟ้าขยายระยะทางขับเคลื่อน (EREV) เจนเนอเรชั่นที่สอง ได้รับการพัฒนาทางวิศวกรรมเพื่อเพิ่มระยะทางขับขี่ด้วยพลังไฟฟ้าที่มีการประหยัดมากยิ่งขึ้น และมีอัตราเร่งที่เหนือชั้นกว่าเดิม โดยเชฟโรเลตได้มีการพัฒนาโวลต์รุ่นใหม่นี้บนพื้นฐานของพฤติกรรมการขับขี่ของเจ้าของรถโวลต์รุ่นแรก

   ระบบโวลเทคประกอบด้วยแบตเตอรี่ ชุดขับเคลื่อน เครื่องยนต์ขยายระยะทางขับเคลื่อนและระบบไฟฟ้าอิเลคทรอนิคส์ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ชั้นนำของจีเอ็มได้รับการปรับระบบวิศวกรรมโดยโวลต์ รุ่นปี 2016 จะใช้แบตเตอรี่ 18.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง โดดเด่นด้วยเซลเคมีรูปแบบใหม่ที่พัฒนาร่วมกับแอลจี เคม (LG Chem) ถึงแม้ความจุของระบบนี้จะเพิ่มขึ้นแต่จำนวนเซลส์กลับลดลงจาก 288 เหลือ 192 เซลส์ เนืองจากการปรับปรุงเคมีใหม่ เซลส์แบตเตอรี่ได้ถูกติดตั้งในตำแหน่งที่ต่ำกว่าเดิมเพื่อลดศูนย์ถ่วงตัวรถและช่วยลดน้ำหนักชุดแบตเตอรี่ให้เบาลงถึง 9.8 กก.

   ขณะเดียวกันชุดขับเคลื่อนซึ่งประกอบด้วยมอเตอร์สองตัวของโวลต์รุ่นใหม่ก็ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพและสมรรถนะให้ดียิ่งขึ้นเช่นกัน โดยมีเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือนที่ลดลง ชุดขับเคลื่อนนี้ทำงานด้วยการประหยัดที่มากขึ้น 12 เปอร์เซ็นต์ และมีน้ำหนักลดลงถึง 45 กก. เมื่อเทียบกับระบบในปัจจุบัน

   มอเตอร์ทั้งสองตัวทำงานพร้อมกันทั้งในโหมดขับขี่ด้วยพลังไฟฟ้าและโหมดขยายระยะทางขับเคลื่อน การใช้งานมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งสองตัวช่วยให้อัตราเร่งด้วยพลังไฟฟ้าดีขึ้น 19 เปอร์เซ็นต์ การเร่งจาก 0 – 48 กม./ชม. สามารถทำได้ภายใน 2.6 วินาที และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 8.4 วินาที ซึ่งเร็วขึ้นกว่าเดิม 7 เปอร์เซ็นต์

   ด้วยการพัฒนาจากประสบการณ์ใช้งานจริง เชฟโรเลตได้สร้างสรรค์ระบบชาร์จไฟที่ลูกค้าสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยระบบชาร์จไฟดังกล่าวจะเอื้อให้เจ้าของรถสามารถปรับตั้งระดับการชาร์จไฟ 120 โวลต์ล่วงหน้าได้ (8 แอมป์ หรือ 12 แอมป์) ไม่ว่าจะเป็นการชาร์จไฟทันที การกำหนดเวลาชาร์จไฟในแต่ละวันของสัปดาห์หรือการกำหนดเวลาชาร์จไฟ และอัตราไฟฟ้าสำหรับการชาร์จไฟเฉพาะช่วงเวลาที่ค่าไฟถูกกว่า การกำหนดดังกล่าวทำได้โดยการปรับตั้งเพียงครั้งเดียวและโวลต์จะทำงานตามการปรับตั้งเมื่อตัวรถเดินทางกลับถึงบ้าน

   ส่วนประกอบสำคัญของโวลต์ยังคงอยู่ที่เครื่องยนต์ขยายระยะทางขับเคลื่อน โดยโวลต์ รุ่นปี 2016 มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร ที่มีความประหยัดสูง ให้กำลัง 101 แรงม้า ใช้ระบบหัวฉีดตรงไดเรคอินเจคชั่น อัตราส่วนกำลังอัด 12.5:1 ระบบหล่อเย็นหมุนเวียนไอเสีย ตัวปรับแคมที่กว้าง และปั๊มน้ำมันแปรผันความจุ เพื่อให้มีสมรรถนะและความประหยัดสูงสุด เครื่องยนต์รุ่นดังกล่าว
ยังมีการใช้เสื้อสูบอลูมิเนียมน้ำหนักเบา

   ระบบความปลอดภัยของโวลต์ประกอบด้วยกล้องมองหลัง ถุงลมนิรภัย 10 ลูก รวมถึงถุงลมนิรภัยป้องกันเข่าของผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า ระบบแจ้งเตือนการออกจากช่องจราจร ระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตาพร้อมแจ้งเตือนการเปลี่ยนช่องจราจร ระบบแจ้งเตือนรถทางแยกด้านหลัง ระบบแจ้งเตือนการชนด้านหน้าพร้อมตัวกำหนดระยะทาง ระบบเบรกอัตโนมัติ และระบบช่วยจอดอันล้ำสมัย พร้อมระบบช่วยจอดด้านหน้าและหลัง (ระบบช่วยจอดเทียบในที่แคบกึ่งอัตโนมัติ)

   เทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงรุกและโครงสร้างที่ได้รับการปรับปรุงใหม่นี้เป็นการพัฒนาต่อยอดจากโวลต์ที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดซึ่งรวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยรถใหม่ระดับ 5 ดาวจากหน่วยงานความปลอดภัยบนถนนหลวงของสหรัฐฯ

   สำหรับแผนการทำตลาด เชฟโรเลต โวลต์ จะออกจำหน่ายอย่างเป็นทางการในอเมริกาเหนือในช่วงครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2558

 
 

NEW CARS INTER : Bentley Grand Convertible ที่สุดของความหรูหราในสไตล์เปิดประทุน

Wednesday, 07 January 2015 11:36

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ความเป็นที่สุดของนวัตกรรมยานยนต์สุดหรูจากประเทศอังกฤษได้ถูกถ่ายทอดผ่าน Bentley Grand Convertible รถยนต์เปิดประทุนที่น่าค้นหามากที่สุดจากเบนท์ลี่ย์ ความเป็นเอกลักษณ์ถูกสะท้อนออกมาให้เห็นผ่านรูปลักษณ์ และแฟชั่นต่างๆ ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยงานฝีมือชั้นเยี่ยมและให้ความใส่ใจต่อวัสดุต่างๆ ในทุก รายละเอียดเพื่อเพิ่มความหรูหราเหนือระดับ พร้อมด้วยประสิทธิภาพที่ทรงพละกำลัง

   การออกแบบภายนอกเน้นสีตัวรถที่โดดเด่นคือสีพิเศษ Sequin Blue  รวมถึงโครงกระจกหน้าและฝากระโปรงแบบเหล็ก “liquid metal” สีเงิน ล้อได้รับการออกแบบให้ตัดกับสีน้ำเงินฟ้าของตัวรถอีกด้วย ซึ่งล้อที่โดดเด่นยังสะท้อนให้เห็นถึงพละกำลังเครื่องยนต์และแรงบิดมหาศาลที่อยู่ภายใต้ฝากระโปรงเครื่องยนต์ แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 537 แรงม้า 530PS / 395 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 1,100       นิวตันเมตร ได้มาจากเครื่องยนต์เบนท์ลี่ย์ขนาด 6.0 ลิตร Twin turbo V8 ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้อยู่ในรุ่น Mulsanne รถยนต์ Flagship จากเบนท์ลี่ย์นั่นเอง

   ภายในห้องโดยสารของ Bentley Grand Convertible เต็มไปด้วยงานหัตถกรรมหรืองานฝีมือหรูหรามีระดับ หนังแท้และมีให้เลือกถึง 14 สีพร้อมลายเบาะแบบ diamond quilting โดยได้รับการปรับแต่งรูปทรงให้เหมาะสมและให้ความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสารทั้ง 4 คนในห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี สีฟ้าสว่างถูกนำมาใช้เป็นขอบตกแต่งเพื่อแสดงให้เห็นถึงทักษะความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือจากเบนท์ลี่ย์ พร้อมด้วยรอยเย็บตะเข็บสี Sequin Blue ที่เย็บด้วยมืออีกด้วย

   Tonneau คือตัวอย่างของงานหัตถกรรมจากช่างฝีมือของเบนท์ลี่ย์ เนื้อไม้ชั้นดีผืนใหญ่ที่นำมาใช้ตกแต่งให้เข้ากับ book-matched, mirror-finished และ dark-stained Burr Walnut ลายต่างๆ ได้รับออกแบบโดยใช้ช่างเฟอร์นิเจอร์ที่มีชื่อเสียงของโลกทำการออกแบบผสมผสานเพื่อความหรูหราและให้เข้ากับกรอบเหล็กได้อย่างลงตัวที่สุดอีกด้วย

   หลังจากจัดการแสดงโชว์ที่มหกรรมยานยนต์ Los Angeles Auto Show 2014 Grand Convertible จะย้ายไปโชว์ที่ Miami สำหรับงาน Art Basel  ซึ่งเป็นงานแสดงศิลปะแบบทันสมัยและร่วมสมัยระดับโลกที่มีชื่อเสียงต่อไป

 
 

NEW CARS INTER : BENTLEY FLYING SPUR V8 ซีดานสุดหรู สมรรถนะร้อนแรง!

Tuesday, 14 October 2014 09:48

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   เบนท์ลี่ย์ เปิดตัว Flying Spur V8 รถซีดานสุดหรูอย่างเป็นทางการสู่สาธารณชนในงาน Moscow International Automobile Salon (MIAS)

   Flying Spur V8 ใหม่ล่าสุดมีรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายกับ   รุ่น W12 ไม่ว่าจะเป็นการผสานความโฉบเฉี่ยว ความคล่องตัว ความหรูหรา และงานฝีมือ เข้าไว้กับเทคโนโลยีที่ ล้ำสมัยได้อย่างลงตัว และถือเป็นการเพิ่มจำนวนลูกค้ารายใหม่ๆ ของเบนท์ลีย์  อีกทั้ง ยังมั่นใจว่ารถรุ่นนี้จะทำให้ผู้ที่ได้สัมผัสเข้าถึงความหรูหราผสานกับประสิทธิภาพที่เหนือชั้นได้อย่างลงตัว

   Flying Spur V8 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 4.0 ลิตร Twin-turbo V8 สร้างพละกำลังมากถึง 507 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 660 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร / ชั่วโมง ในระยะเวลาเพียง 5.2 วินาทีและความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 295 กิโลเมตร / ชั่วโมง หากเติมน้ำมันเต็มถังจะสามารถวิ่งได้ไกลถึง 800 กิโลเมตรเลยทีเดียว

   Flying Spur V8 ถูกจัดแสดงในงาน MIAS พร้อมกับ Continental GT V8 S รถยนต์ที่มีความคล่องตัวสูงจากเบนท์ลี่ย์ และรุ่น Flagship อย่าง Mulsanne ซึ่งเป็นตัวแทนของการผสมผสานระหว่างประสิทธิภาพและงานฝีมือที่หรูหราได้อย่างลงตัวจากเบนท์ลี่ย์

 
 

NEW CARS INTER : JAGUAR XE เผยโฉมครั้งแรกในโลก

Sunday, 12 October 2014 14:44

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   จากัวร์ จัดงานเปิดตัว Jaguar XE ยานยนต์แนวสปอร์ตซีดานหรูรุ่นใหม่ล่าสุด ในย่านเอิร์ลคอร์ทกลางกรุงลอนดอน พร้อมการแสดงสุดยิ่งใหญ่อลังการเพื่อร่วมฉลองความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมของยนตกรรมชั้นสูงแห่งสหราชอาณาจักร ส่วนเมืองไทย บริษัท ซิตี้ ออโต้โมบิล จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์ในประเทศไทย กำหนดเปิดตัวและจัดจำหน่ายภายในปี พ.ศ. 2558

   งานเปิดตัว Jaguar XE จัดขึ้นในย่านเอิร์ลคอร์ท ซึ่งเป็นสถานที่สุดคลาสสิกที่ถูกใช้จัดงานเปิดตัวรถยนต์จากัวร์มาแล้วกว่า 14 รุ่น โดยมี จอห์น ฮันน่าห์  นักแสดงภาพยนตร์ชื่อดัง รับหน้าที่พิธีกร ซึ่งการแสดงที่มีความยาวถึง 45 นาที ประกอบด้วยนักแสดงชื่อดังมากมาย ทั้ง เอมิลี ซานเด, วงเดอะ ไกเซอร์ ชีฟส์, เอลิซ่า ดูลิตเติ้ล, คณะลอยัล บัลเล่ต์, วงดุริยางค์ลอนดอน ฟิลฮาโมนิค ออร์เคสตร้า และ แม็กซ์ มิลเนอร์ จากรายการ เดอะ ว๊อยซ์ โดยโชว์ทุกชุดแสดงถึงช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์อันรุ่งเรืองของจากัวร์ นับตั้งแต่การเปิดตัวรถยนต์รุ่น เอสเอส100 (SS100) เมื่อปี ค.ศ. 1935 (พ.ศ. 2478) จนถึงความสำเร็จทั่วโลกของแบรนด์จากัวร์ในปัจจุบัน ปิดท้ายด้วยการเปิดตัว Jaguar XE ซึ่งนำเสนอการเดินทางอันน่าประทับใจจากโรงงานผลิตในเมืองโซลิฮัลล์สู่การเปิดตัวในย่านเอิร์ลคอร์ท ซึ่งงานครั้งนี้มีคนดังและบุคคลสำคัญกว่า 3,000 คนเข้าร่วมงาน อาทิ สเตลล่า แมคคาร์ทนีย์, เดวิด แกนดี้, โจเซ่ มูริญโญ่, ไบรอัน จอห์นสัน, แซม ไรลีย์,  แกรี ลินิเกอร์, รูเบน คอร์ทาดา, เซียนน่า กิลเลอร์รี่ย์ และอีกมากมาย  

   Jaguar XE มีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง มาพร้อมโครงสร้างน้ำหนักเบา ดีไซน์สุดล้ำ การตกแต่งภายในอันหรูหรา ตลอดจนระบบขับขี่และควบคุมที่เหนือชั้น นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึงทุกแอพพลิเคชั่นของสมาร์ทโฟนได้ด้วยฟังก์ชั่น InControl Apps บนหน้าจอสัมผัสภายในห้องโดยสาร ให้คุณสามารถจัดการประชุมสายผ่านโทรศัพท์ ค้นหาจุดจอดรถบริเวณใกล้เคียง หรือแม้แต่จองโรงแรมได้จากภายในรถยนต์ของคุณเอง และด้วยฟังก์ชั่นจุดกระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตแบบ Wi-Fi จากเสาสัญญาณของตัวรถ ทำให้คุณสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์สื่อสารได้หลากหลายรูปแบบ

   ระบบ InControl infotainment ของ Jaguar XE ยังได้รับการทำงานด้วยระบบสนับสนุนการขับขี่ที่เหนือชั้นมากมาย อาทิ การแสดงผล Laser Head-up Display (HUD) ครั้งแรกของวงการ ด้วยคุณภาพเลเซอร์ปรับปรุงใหม่ที่ให้ภาพบนจอไวด์สกรีนขนาดเล็กลงแต่สว่างกว่าเดิมถึง 3 เท่า ทั้งยังคมชัดและให้สีสันสดใสยิ่งกว่า ทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นข้อมูลสถานะรถยนต์ได้อย่างง่ายดาย ทั้งความเร็วและระบบนำทางได้อย่างชัดเจนโดยไม่รบกวนวิสัยทัศน์การขับขี่

   Jaguar XE ยังถือเป็นยานยนต์จากัวร์ที่ผลิตโดยใช้อะลูมิเนียมเป็นวัสดุหลักรุ่นแรกของโรงงานแห่งใหม่ในเมืองโซลิฮัลล์ แถบเวสต์มิดแลนด์ของสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นโรงงานที่สร้างขึ้นเพื่อการผลิตยานยนต์เฉพาะแบบเท่านั้น ด้วยโครงสร้างวัสดุอะลูมิเนียมของ Jaguar XE ไม่เพียงถูกออกแบบมาอย่างสวยงามหมดจดในทุกมุมมอง หากยังมีแรงต้านการบิดในระดับสูงสุด ทั้งยังมาพร้อมกับระบบกันสะเทือนขั้นสูงเพื่อการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบทั้งการควบคุมได้ดั่งใจและการเลี้ยวโค้งที่แม่นยำในทุกสภาวะ

   Jaguar XE คือรถยนต์รุ่นแรกของโลกที่ใช้อะลูมิเนียมเกรดใหม่ที่ให้ความแข็งแกร่งระดับสูงมาก นั่นคือรุ่น RC 5754 มาเป็นวัสดุหลักในการผลิต และเนื่องจากการใช้รีไซเคิลในอัตราส่วนที่สูงมากนี้เอง ทำให้การคิดค้นวัสดุอะลูมิเนียมอัลลอยชนิดนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของจากัวร์ ในการบรรลุซึ่งเป้าหมายด้านการใช้วัสดุรีไซเคิลในการผลิตให้มากถึง 75% ก่อนปี พ.ศ.2563 นอกจากนี้ยังให้การประหยัดน้ำมันสูงสุดที่ระดับ 75 ไมล์/แกลลอน* (น้อยกว่า 4 ลิตร/100 กม.) ตามอัตราการใช้เชื้อเพลิงรวมหน่วยยูโร

 
 

NEW CARS INTER : BENTLEY Continental GT3-R สมรรถนะเหนือชั้น ผสานความสปอร์ตอย่างมีระดับ

Tuesday, 15 July 2014 13:05

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   เบนท์ลี่ย์เผยโฉมรถซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว Continental  นั่นคือ Continental GT3-R  ใหม่ล่าสุด ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถแข่งContinental GT3 ซึ่งคว้าอันดับ 2 มาครองได้สำเร็จในการแข่งขันรายการ Blancpain Endurance Series ที่สนามแข่ง Silverstone

   Continental GT3-R ได้รับการพัฒนาและทดสอบอย่างหนักเพื่อให้ได้มาซี่งความเหนือชั้นทั้งบนสนามแข่งและพื้นผิวถนนธรรมดา เป็นการผสมผสานกันระหว่างสมรรถนะของรถที่ยอดเยี่ยมและความหรูหรา อีกทั้งมีจำนวนจำกัดเพียงแค่ 300 คันเท่านั้น

   Continental GT3-R สร้างขึ้นจากงานหัตถกรรมชั้นเยี่ยม ณ เมือง Crewe และเก็บรายละเอียดไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายของการผลิตที่แผนกมอเตอร์สปอร์ตของเบนท์ลี่ย์ รูปลักษณ์โดยรวมมีการผสมผสานความหรูหราควบคู่ไปกับประสิทธิภาพที่เหนือชั้น เช่นเดียวกันกับห้องโดยสารแบบ 2 ที่นั่งเต็มไปด้วยงานหัตถกรรมชั้นเยี่ยมจากคาร์บอน ไฟเบอร์และหนัง Alcantara® พร้อมออกแบบตำแหน่งท่านั่งและอุปกรณ์ต่างๆให้เหมาะกับประสิทธิภาพการขับขี่ที่คล่องตัว

   วิศวกรจากเบนท์ลี่ย์พัฒนา Continental GT3-R ขึ้นมาให้มีประสิทธิภาพสูงด้วยเครื่องยนต์ขนาด 4.0 ลิตร twin-turbo V8 ซึ่งสามารถผลิตพละกำลังเครื่องยนต์ได้สูงสุดถึง 572 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 700 นิวตันเมตร น้ำหนักรถลดลงถึง 100 กิโลกรัม อีกทั้งยังสามารถลดระยะเวลาการทดเกียร์ลงได้อีกด้วย อัตราเร่งของContinental GT3-R ถือได้ว่าเร็วที่สุดสำหรับเบนท์ลี่ย์เลยทีเดียว และอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ในระยะเวลา 3.8 วินาที

   เครื่องยนต์มีขนาด 4.0 ลิตร Twin-Turbo V8 บล็อคนี้ยังได้รับการพิสูจน์ถึงความเหนือชั้นมาแล้วบนสนามแข่ง โดย Continental GT3 มาพร้อมด้วย Turbo chargers ที่มีกำลังสูงและแม่นยำ อีกทั้งยังพัฒนาซอฟแวร์ในการควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ขึ้นมาใหม่ ส่งผลให้ได้พละกำลังเครื่องยนต์ที่เหนือชั้นถึง 572 แรงม้า ที่รอบเครื่องยนต์ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 700 นิวตันเมตร จากรอบเครื่องยนต์ 1,700 รอบต่อนาทีเลยทีเดียว

   ระบบขับเคลื่อนได้รับการพัฒนาใหม่ทั้งหมดโดยมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ติดตั้งระบบการกระจายแรงบิดมาด้วยเป็นครั้งแรก ทำงานร่วมกับระบบ Electronic Stability Control (ESC) และตัวถังที่ได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำและแข็งแกร่ง

   ระบบส่งกำลังขับเคลื่อนผ่านเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 สปีด ของคอนติเนนทัล ยังช่วยเพิ่มพละกำลังเครื่องยนต์ให้มากขึ้น ระยะเวลาในการเปลี่ยนเกียร์สั้นลงเพื่อเพิ่มศักยภาพสำหรับอัตราเร่งของเครื่องยนต์ให้ดียิ่งขึ้น มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อใหม่ล่าสุด และเสริมระบบการกระจายแรงบิดเข้าไปเพื่อช่วยในการควบคุมแรงบิดบนล้อหลังแต่ละล้อเพื่อการขับเคลื่อนที่สมบูรณ์แบบเป็นครั้งแรกในรถคันนี้อีกด้วย ซอฟแวร์ที่ใช้ในการควบคุมระบบได้รับการตั้งค่าใหม่หมดซึ่งนั่นหมายถึงโหมดขับขี่แบบ Drive และ Sport ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเช่นกัน แต่ละโหมดมีคุณลักษณะที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไป สำหรับโหมด Sport จะให้สัมผัสถึงการขับขี่ที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของความเป็นรถสปอร์ต ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการขับขี่ผ่านฟังก์ชั่นบนก้านเกียร์

   เพื่อให้ได้มาซึ่งสมรรถนะการขับเคลื่อนที่มีความคล่องตัวสูงเหมาะกับกลุ่มตลาด      แกรนด์  ทัวริ่ง Continental GT3-Rจึงได้พัฒนาระบบตัวถังใหม่โดยเน้นในเรื่องของประสิทธิภาพเป็นหลัก ทำให้เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ สปริงแบบ Air Springs และโช้คช่วงล่างได้รับการพัฒนาใหม่ โดยการตั้งค่าให้เน้นความเป็นสปอร์ตเป็นสำคัญ เหมือนกับที่ใช้กับรถรุ่น Continental V8 S ซึ่งถือได้ว่าเป็นรถที่มีศักยภาพในการรักษาเสถียรภาพได้ดีที่สุดจากเบนท์ลี่ย์ ล้อมีขนาด 21 นิ้ว น้ำหนักเบา ติดตั้งยาง Pirelli เพื่อทำการส่งผ่านพละกำลังของเครื่องยนต์

   Continental GT3-R ทั้ง 300 คัน พร้อมให้ลูกค้าทั่วโลกรวมถึงเมืองไทยได้จับจองแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และพร้อมส่งมอบในช่วงปลายปี 2014

 
 

NEW CARS INTER : Ford Mustang ใหม่หมดในสไตล์ดุดันแบบดั่งเดิม !!

Sunday, 13 July 2014 16:04

 

 

 

 

 

 

   ค่ายฟอร์ด มอเตอร์ เผยโฉม Ford Mustang โมเดลใหม่ล่าสุด ทั้งตัวถังคูเป้และรุ่นเปิดประทุน ซึ่งได้รับการออกแบบและพัฒนาใหม่หมด  แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ความดุดันในสไตล์ดั่งเดิมของ Ford Mustang ไว้อย่างเหนียวแน่น

   การออกแบบภายนอกมาในสไตล์ล้ำสมัยมากขึ้น พร้อมความดุดันแบบดั่งเดิมด้วยด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่โชว์สัญลักษณ์ม้าป่าอันทรงพลัง  สอดรับกับชุดไฟหน้าทรงเรียวยาวพร้อมตกแต่งไฟเดย์ไลท์เป็นเส้น3แถวสร้างความโดดเด่น  ด้านท้ายมาในสไตล์รถสปอร์ตท้ายสั้นแต่งด้วยสีดำดูดิบๆและแต่งไฟท้ายสุดเด่นแบ่งเป็น 3 แถบแนวตั้งที่แปลกตาไม่เหมือนใคร

   ภายในห้องโดยสารออกแบบหรูหรา เรียบง่ายตามแบบฉบับรถอเมริกัน ที่เน้นการใช้งานง่ายพร้อมติดตั้งเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกใหม่ๆของฟอร์ด อาทิ ,Ford SYNC  , MyFord Touch และTrack app ที่ให้ข้อมูลการขับขี่แบบเดียวรถแข่ง

   สมรรถนะการขับเคลื่อนในรุ่นโปรดักซ์ชั่นคาร์ จะมีเครื่องยนต์ให้เลือกถึง 3 รุ่น เริ่มจากเครื่องยนต์  วี 6 ขนาด 3.7 ลิตร ให้กำลัง 300 แรงม้า ตามมาด้วยเครื่องยนต์ Ecoboost แบบ 4 สูบขนาด 2.3 ลิตร 305 แรงม้า  และปิดท้ายด้วยเครื่องยนต์บล็อคแรงสุดแบบ  วี 8 ขนาด 5.0 ลิตร  420 แรงม้า ระบบส่งกำลังมีให้เลือกใช้ทั้งชุดเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ ส่วนการทำตลาดฟอร์ดจะเริ่มส่งมอบ Ford Mustang ล็อตแรกให้ลูกค้าได้ในช่วงปลายปีนี้ 

                                            (ภาพ worldcarfans)
 

 
 

NEW CARS INTER : CHEVROLET CORVETTE Z06 CONVERTIBLEซูเปอร์คาร์เปิดประทุนระดับมาสเตอร์พีซ

Wednesday, 23 April 2014 13:10

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   เชฟโรเลตเผยโฉม CORVETTE Z06 CONVERTIBLE รุ่นปี 2015 หนึ่งในซูเปอร์คาร์เปิดประทุน ที่มีศักยภาพเหนือชั้นในตลาดเวลานี้ มาพร้อมขุมพลังวี 8 สูบ ขนาด 6.2 ลิตร  625 แรงม้า พร้อมแรงบิด 860 นิวตันเมตร ซึ่งถือเป็นรถเปิดประทุนทีทรงพลังที่สุดเท่าที่เชฟโรเลตเคยผลิตมา

   CHEVROLET CORVETTE Z06 CONVERTIBLE นับเป็นซูเปอร์คาร์ระดับโลกในทุกด้าน” มร. มาร์ก รอยส์ รองประธานกรรมการ ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์โกลเบิลของจีเอ็ม กล่าวว่า “มีรถเปิดประทุนไม่กี่คันในโลกที่มาพร้อมพลังมากกว่า 600 แรงม้า และแรงบิด 600 ฟุตปอนด์ นอกจากนี้มีรถเพียงไม่กี่คันที่สามารถเทียบชั้นกับ CORVETTE Z06 CONVERTIBLE ทั้งในด้านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย การออกแบบตามหลักแอโรไดนามิค และประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ”

   CHEVROLET CORVETTE Z06 CONVERTIBLE รุ่นปี 2015 นับเป็นซูเปอร์คาร์รหัส Z06 คอนเวอร์ทิเบิลรุ่นแรกนับตั้งแต่ ปี 1963 เป็นต้นมา ซึ่งในปีนั้นมีการนำเสนอแพ็คเกจ Z06 สำหรับการแข่งขันเอ็นดูรานซ์ เรซซิ่ง (endurance racing) โดย CORVETTE ที่มาพร้อมแพ็คเกจ Z06 มียอดจำหน่าย 199 คัน หนึ่งในนั้น  คือรุ่นเปิดประทุน

   มร. แทดจ์ เจ็คเตอร์ หัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนา CORVETTE กล่าวว่า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีล่าสุด             ช่วยให้สามารถผลิต Z06 คอนเวอร์ทิเบิล รุ่นใหม่ที่ล้ำสมัยได้ โดยก่อนหน้านี้ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะผลิตโครงสร้างรถเปิดประทุนน้ำหนักเบาที่จะแข็งแรงเพียงพอต่อการรองรับการเบรก การเข้าโค้ง ซึ่งเทคโนโลยีส่วนใหญ่ยังไม่มีความพร้อมในห้าปีที่แล้ว

   โครงสร้างอลูมิเนียมที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับ CORVETTE Z06 คูเป้ รุ่นที่แล้ว ขณะเดียวกันน้ำหนักตัวถังของ Z06 คอนเวอร์ทิเบิล ยังเกือบเท่ากับรุ่น Z06 คูเป้ ซูเปอร์คาร์ทั้งสองโมเดลยังใช้รูปแบบการตกแต่งแชสซีส์ที่เหมือนกัน มีพละกำลังเท่ากัน ใช้เทคโนโลยีการขับขี่และอุปกรณ์ต่างๆ แบบเดียวกัน พร้อมกับมีแพ็คเกจ Z07 ยกระดับสมรรถนะเหมือนกันอีกด้วย โดยเพิ่มระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกของเบรมโบ ยางมิชลิน ไพล็อต สปอร์ต คัพ และชิ้นส่วนหน้า-หลังที่ปรับได้ เพื่อเพิ่มความลู่ลมตามหลักแอโรไดนามิค

   หนึ่งในความโดดเด่นที่สุดของ CORVETTE Z06 CONVERTIBLE คือ สมรรถนะอันยืดหยุ่นเพื่อรองรับทุกการใช้งาน ซึ่งมีรถเพียงไม่กี่คันในตลาดเวลานี้ที่ผสมผสานสมรรถนะถึงขีดสุดในระดับซูเปอร์คาร์ ความยืดหยุ่นในการขับขี่ในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล รวมถึงประสบการณ์การขับแบบเปิดหลังคารับลมได้กว้าง 360 องศา ที่มีเฉพาะในรถเปิดประทุนขนานแท้เท่านั้น

 
 

NEW CARS INTER : CHEVROLET CORVETTE Z06 รุ่นปี 2015

Monday, 20 January 2014 16:56

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   เชฟโรเลต  เปิดตัว CHEVROLET CORVETTE Z06 รุ่นใหม่ เป็นครั้งแรกในงาน นอร์ธ อเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต้โชว์ หรือดีทรอยท์  ออโต้โชว์ 2014

   CORVETTE Z06 เป็นซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ล่าสุดของเชฟโรเลต ที่เปิดตัวในงานอย่างยิ่งใหญ่ เน้นย้ำความแข็งแกร่งของเชฟโรเลต ในโลกแห่งซูเปอร์คาร์สมรรถนะสูง  โดยCORVETTE Z06 รุ่นปี 2015 ได้รับการยกย่องว่าเป็น CORVETTE ที่มีศักยภาพการขับขี่ในสนามแข่งสูงสุด  มาพร้อมกับเครื่องยนต์ซูเปอร์ชาร์จ ระบบเกียร์อัตโนมัติและแผงหลังคาถอดออกได้ (ด้วยการใช้โครงสร้างอลูมิเนียมที่มีความเหนียวแน่นมากยิ่งขึ้น) ซูเปอร์คาร์รุ่นนี้ได้รับการพัฒนาพร้อมกับรถแข่ง CORVETTE C7.R ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง 6.2 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุดราว 625 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 861 นิวตันเมตร

   เครื่องยนต์บล็อกนี้เป็นเครื่องยนต์พ่วงซูเปอร์ชาร์จบล็อกแรกในโลกที่ติดตั้งเทคโนโลยีหยุดการทำงานของลูกสูบ ช่วยลดอัตราบริโภคน้ำมันขณะขับขี่ด้วยรอบเครื่องยนต์ต่ำ  เวลาขับทางไกลบนถนนหลวง CORVETTE Z06 ยังมาพร้อมระบบเลือกโหมดการขับขี่ (Driver Mode Selector) เหมือนกับในสติงเรย์ และมีระบบที่ช่วยเหลือผู้ขับขี่ อย่างระบบควบคุมขณะออกตัว (Launch Control) ระบบควบคุมเสถียรภาพ (Active Handling – StabiliTrak Electronic Stability Control) ระบบป้องกันการลื่นไถล (Traction Control) ระบบการจัดการสมรรถนะ (Performance Traction Management) และเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิปอิเลกทรอนิก (Electronic Limited Slip Differential)

   นอกจากรถที่นำมาจัดแสดงแล้ว เชฟโรเลต ยังสามารถกวาดรางวัลรถยนต์และรถกระบะยอดเยี่ยมแห่งอเมริกาเหนือมาครองได้ โดยซิลเวอราโด และคอร์เวทท์ สติงเรย์ได้รับการลงคะแนนให้คว้ารางวัลดังกล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 13 มกราคมที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันเปิดงานดีทรอยท์ ออโต้โชว์วันแรก

 
 

NEW CARS INTER : HYUNDAI AVANTE (ELANTRA) ปรับโฉมพร้อมขุมพลังดีเซล

Sunday, 18 August 2013 17:48

 

 

 

 

 

 

 

 

    ฮุนได มอเตอร์ เกาหลีใต้ เปิดตัวรถซีดาน HYUNDAI AVANTE หรือ ELANTRA ที่จำหน่ายในเมืองไทย ภายใต้โฉมใหม่แบบไมเนอร์เชนจ์อย่างเป็นทางการ พร้อมเพิ่มทางเลือกใหม่ด้วยขุมพลังดีเซลที่ให้ความประหยัดระดับสุดยอด

   ภายนอกได้รับการดีไซน์ใหม่หลายจุด รูปลักษณ์โดดเด่นเน้นความเป็นซีดานมากยิ่งขึ้น ไล่ตั้งแต่กันชนหน้าปรับดีไซน์ใหม่พร้อมขยายให้กว้างขึ้น 5 มม. และกันชนหลังขยายให้กว้างขึ้น 15 มม.ทำให้ตัวรถโดยรวมดูใหญ่ขึ้น  ขณะที่ชุดไฟหน้ามีการปรับเปลี่ยนแบบยกชุดเป็นแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟเดย์ไลท์ LED ตามสมัยนิยม ชุดไฟท้ายก็ดีไซน์ใหม่ให้ล้ำมากขึ้น  และขาดไม่ได้กับล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว ลวดลายดุดันมากขึ้น  ส่วนภายในห้องโดยสารเน้นเพิ่มความสะดวกสบายด้วยการเพิ่มช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังและมาพร้อมฟังก์ชั่นใหม่ระบบช่วยจอด Smart Parking Assist System (SPAS)

   สำหรับสมรรถนะความแรงนอกจากเครื่องยนต์เบนซินบล็อคเดิมยังเพิ่มทางเลือกด้วยเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 126 แรงม้า พร้อมแรงบิด 279 นิวตัน-เมตร มีให้เลือกใช้ทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ  ซึ่งเครื่องยนต์บล็อกนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ความประหยัด จากอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ประมาณ 16 – 18.5  กิโลเมตร /ลิตร

 
 

Page 1 of 6

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )