Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

SPORT PLACE

SPORT PLACE : นาย วุฒิกร นำทีม Panther / AAS Motorsport คว้าแชมป์ ศึกดวลความเร็ว Blancpain GT World Challenge Asia 2019

Friday, 17 May 2019 17:22

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    นาย วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ จากทีม Panther/AAS Motorsport จับมือ Alexandre Imperatori ทีมเมทชาวสวิสช่วยกันรักษาฟอร์มอันร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง พาปอร์เช่คว้าชัยในศึกความเร็วรายการ Blancpain GT World Challenge Asia 2019 สนามที่ 2 ก่อนคว้าแชมป์อย่างสุดมันส์ท่ามกลางการขับเคี่ยวกับนักแข่งชั้นแนวหน้าทั่วเอเชีย ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์เมื่อวันที่ 11-12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

   โดยผลการแข่งขันในสนามที่ 2 เริ่มต้นอย่างดุเดือดตั้งแต่ออกสตาร์ท โดย Alexandre Imperatori ในรถ Porsche 911 GT3-R หมายเลข 918 ออกตัวเป็นอันดับที่ 3 ก่อนขับเคี่ยวกับคู่แข่งในสนามอีก 30 คัน อย่างสูสี ความตื่นเต้นกลับมาอีกครั้งเมื่อถึงช่วงเปลี่ยนตัวนักขับ วุฒิกร รับหน้าที่หลังพวงมาลัยในช่วงที่ 2 โดยหลังออกจาก Pit วุฒิกรโชว์ฟอร์มได้ดีโดยเบียดขึ้นมารั้งอันดับที่ 2 เมื่อผ่านพ้นไปเพียง 1 รอบสนามเท่านั้น ความมันส์ระเบิดขึ้นอีกครั้งเมื่อวุฒิกรเบียดคู่แข่งทะยานด้วยความเร็วจนสามารถขึ้นเป็นอันดับที่ 1 ไว้ได้ และวิ่งทำความเร็วรักษาความเป็นผู้นำในรอบที่เหลือได้อย่างน่าประทับใจและสุดตื่นเต้น ก่อนจบการแข่งขัน 36 รอบสนาม ในอันดับที่ 1 ทั้งรุ่น GT3 Overall และ Pro-Am เป็นการปิดฉากสนามที่ 2 ด้วยการคว้าแชมป์ไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี ท่ามกลางเสียงเชียร์ของเหล่าผู้ชื่นชอบความเร็วที่เข้ามาชมศึกอันดุเดือดในสนามช้างฯ

 
 

SPORT PLACE : นักขับไทยกระหึ่ม! “วุฒิกร” ผงาดแชมป์ซูเปอร์คาร์พันล้าน “บลองค์แปง จีที เวิลด์ ชาเลนจ์ เอเชีย 2019” สนาม 2 ที่ บุรีรัมย์

Tuesday, 14 May 2019 19:04

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ศึกซูเปอร์คาร์พันล้าน บลองค์แปง จีที เวิลด์ ชาเลนจ์ เอเชีย 2019 ดวลความเร็วสุดโหดที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ผู้ชมแน่นขนัดแห่เชียร์นักขับไทย โดยผลปรากฏว่า เต๊อะวุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ จับคู่ทีมเมทชาวสวิส อเล็กซ์ อิมเพอราทอรี ผงาดแชมป์โฮมเรซได้ฉลองชัยชนะต่อหน้าแฟนความเร็วในเมืองไทยอย่างยิ่งใหญ่

   การแข่งขันซูเปอร์คาร์ระดับเวิลด์คลาส รายการ "บลองค์แปง จีที เวิลด์ ชาเลนจ์ เอเชีย " มีคิวดวลความเร็วสนามที่ 2ของฤดูกาล ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 11-12พฤษภาคมนี้ โดยเรซที่ 2ลงชิงชัย ด้วยเวลารวม 1ชั่วโมง

   "บลองค์แปง จีที เวิลด์ ชาเลนจ์ เอเชีย 2019" นับเป็นหนึ่งในรายการ ซูเปอร์คาร์ ระดับเวิลด์คลาสที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในทวีปเอเชียภายใต้รถแข่งสุดล้ำกว่า 30คัน เป็นการแข่งขันประเภทจีทีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก เมื่อรวมมูลค่าของรถแข่งและการสร้างทีมแล้วจะสูงหลายพันล้านบาท

   กริดสตาร์ทในเรซนี้มี รถแข่งเมอร์เซเดส เอเอ็มจี จีที3หมายเลข 88จาก คราฟท์-แบมบู เรซซิ่ง ซึ่งขับโดย อเลสซิโอ พิคาริเอลโล และ เจฟฟรีย์ ลี ทีมเมทชาวไทเปเป็นเจ้าของโพล

   เกมในเรซนี้เข้มข้นตั้งแต่ออกตัว โดย พิคาริเอลโล ออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยมขยับขึ้นนำได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ อเล็กซ์ อิมเพอราทอรี นักขับสวิส ทีมเมทของนักขับไทยอย่าง วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ ภายใต้รถแข่งปอร์เช่ หมายเลข 918จากทีม แพนเธอร์/เอเอเอส มอเตอร์สปอร์ต ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 2ด้วยการขับที่ดุดัน

   หลังเปลี่ยนตัวให้ วุฒิกร ลงมารับไม้ต่อในช่วงที่ 2นักขับไทยก็เปิดตัวด้วยอันดับ 3หลังออกจากพิต ก่อนจะขยับแซงคู่แข่งขึ้นมารั้งอันดับ 2หลังผ่านไปเพียง 1รอบสนาม และจากนั้น 1รอบ วุฒิกร ก็ขึ้นเป็นผู้นำได้สำเร็จ

   ขณะที่ ธนาตย์ เสถียรถิระกุล นักขับไทยจาก แอบโซลูท เรซซิ่ง เปลี่ยนตัวกับทีมเมทชาวเยอรมันอย่าง ฟิลลิป แฮมเพรชท์ ก็สวมบทบู๊ ไล่แซงคู่แข่งขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ในช่วงต้นเรซเกิดปัญหากับรถแข่งจนรูดลงไปอยู่ท้ายกลุ่ม โดยในช่วงท้าย เซฟตี้คาร์ต้องออกมาวิ่งนำหัวแถวอย่าง วุฒิกร หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุในโค้ง 3มีรถแข่ง เมอร์เซเดส เอเอ็มจี จีที 3ของ เจฟฟรี ลี จอดเสียอยู่ริมแทร็ก

   กลับมารีสตาร์ทกันใหม่ในข่วง 5รอบสุดท้ายด้วยสถานการณ์สุดบีบหัวใจ โดย วุฒิกร ยังคงรักษามาตรฐานการขับที่ยอดเยี่ยม พารถแข่ง ปอร์เช่ เข้าป้ายเป็นคันแรก ด้วยเวลารวม 1ชั่วโมงเศษๆ วิ่งไปทั้งสิ้น 36รอบสนาม ผงาดคว้าแชมป์โฮมเรซอย่างยิ่งใหญ่ เหนืออันดับ 2อย่าง หยวนโบ นักขับจีนและ โจโน เลสเตอร์ ทีมเมทชาวนิวซีแลนด์ จาก แอบโซลูท เรซซิ่ง เพียง 0.909วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3เป็นของ รถแข่งเฟอร์รารี่ 488จีที3หมายเลข 27จากทีม ฮับออโต คอร์ซ่า ที่ขับโดย ยูยะ ซากาโมโตะ นักขับญี่ปุ่นจับคู่กับทีมเมท อันเดร ไฮม์การ์ทเนอร์ ตามหลังแชมป์ 5.990วินาที

   ด้านผลงานของนักขับไทยคนอื่นๆ กันตศักดิ์ กุศิริ นักขับไทยจาก สิงห์ แพลน-บี บาย แอบโซลูท เรซซิ่ง จับคู่กับ ภูริต ภิรมย์ภักดี เข้าป้ายในอันดับ 7และเพียงพอต่อการขึ้นโพเดี้ยมในอันดับ 2ของคลาส โปรแอม ส่วนปิติ ภิรมย์ภักดี และทีมเมทชาวญี่ปุ่นอย่าง เคตะ ซาวะ จบเรซในอันดับ 10คว้าอันดับ 4ในคลาสโปรแอม ส่วน ธนาตย์ เสถียรถิระกุล เรซนี้เจองานหนักจากช่วงแรกที่ทีมเมทต้องนำรถเข้าพิตถึง 2ครั้ง รวมถึงโดนบวกเวลา สต็อป แอนด์ โก 10วินาที ทำได้ดีที่สุดเพียงอันดับ 12โอเวอร์ออล

   ส่วน ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นักขับไทยที่จับคู่กับ อากิฮิโร อาซาอิ ทีมเมทชาวญี่ปุ่นภายใต้สังกัด วัฒนา มอเตอร์สปอร์ต ช่วยกันพารถแข่ง ลัมบอร์กินี ฮูราคาน จีที3อีโว หมายเลข 128เข้าเส้นชัยในอันดับ 13คว้าอันดับ 2ได้ฉลองโพเดี้ยมในคลาส “อเมเจอร์” ด้าน ปรีดา ตันเต็มทรัพย์ และ มั่นคง เสถียรถิระกุล ที่ลงแข่งขันในคลาส จีที4ภายใต้สังกัด เรซซิ่ง สปิริต จบการแข่งขันในอันดับ 25โอเวอร์ออล คว้าอันดับ 5ในคลาสจีที4

   สำหรับการแข่งขัน บลองค์แปง จีที เวิลด์ ชาเลนจ์ เอเชีย 2019 สนามถัดไปจะโยกไปดวลความเร็วที่ ซูซูกะ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศญี่ปุ่น ระว่างวันที่ 6-7 กรกฎาคมนี้

   ส่วนโปรแกรมมอเตอร์สปอร์ตระดับอินเตอร์เนชั่นแนลของ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จะรองรับการแข่งขัน เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2019 สนาม 3 ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม-2 มิถุนายนนี้ ต่อด้วยศึก ช้าง ซูเปอร์ จีที เรซ 2019 ระหว่างวันที่ 29-30 มิถุนายนนี้

 
 

SPORT PLACE : TOYOTA HILUX REVO 10 เซียนประจัญบาน 2019 THE MAGNIFICENT TEN 2019 เซียนเหนือเซียนชิงความเป็นหนึ่งเดียวของเมืองไทย

Monday, 06 May 2019 16:15

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   การแข่งขัน 10เซียนประจัญบาน เปรียบเสมือนตำนานการต่อสู้ของนักแข่งรถยนต์ออฟโรดในเมืองไทย ที่ต้องการช่วงชิงตำแหน่งนักแข่งมือหนึ่งของเมืองไทย ที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น วัดกันด้วยทักษะ ฝีมือ รถทุกคันต่างต้องงัดกลยุทธ์ต่างๆ มาฟาดฟันกันบนเส้นทางแข่งขันที่หฤโหดที่สุด ภายใต้แรงกดดันมหาศาล เพื่อก้าวขึ้นไปยืนตำแหน่ง เซียนเหนือเซียน

   การแข่งขันรายการนี้ ได้รับการยอมรับว่ามีเสน่ห์มากที่สุด ไม่เท่านั้นแก่นแท้แล้วก็แฝงไว้ด้วยเรื่องราวต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะมิตรภาพอันแน่นแฟ้น รวมถึงความเอื้ออาทรที่นักแข่งแต่ละคนมีให้แก่กันและกันจนกลายเป็นอีกหนึ่งรายการแข่งขัน ที่จัดติดต่อกันมายาวนานถึง 17ปี

   การแข่งขันรถยนต์ออฟโรดภายใต้ชื่อรายการ “10 เซียนประจัญบาน” ซึ่งดำเนินการจัดการแข่งขันโดย GRAND PRIX MOTOR PARKในเครือ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ถือเป็นการแข่งขันรายการใหญ่ที่สุดของวงการออฟโรดเมืองไทย ที่รวบรวมเหล่าบรรดานักแข่งระดับมือพระกาฬระดับประเทศ จากทั่วทุกสารทิศในทุกรุ่นของการแข่งขันมาร่วมประชันฝีมือ ทักษะ การชิงไหวชิงพริบในเชิงออฟโรด และการวัดขนาดของหัวใจ เพื่อค้นหา จัดอันดับเพียง 10 สุดยอดนักแข่งออฟโรดประจำปีนั้นๆ ที่จะได้รับการจารึกชื่อเป็นหนึ่งในสุดยอดของแต่ละปี

   การแข่งขันรายการนี้ จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2003 ตามโครงการ THE BIG TRIP VI กระทั่งในปี 2006 จึงได้เปลี่ยนชื่อรายการแข่งขันใหม่ มาเป็น TOYOTA HILUX VIGO10เซียนประจัญบาน (ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น TOYOTA HILUX REVO 10เซียนประจัญบานในปัจจุบัน) เมื่อ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลัก ชื่อการแข่งขัน และรูปแบบการแข่งขันจึงมีการเปลี่ยนแปลงให้สนุกสนานเร้าใจยิ่งขึ้น เนื่องจากมีการเพิ่มรุ่นการแข่งขันโดยการนำรถตลาดหรือรถสแตนดาร์ด คือ TOYOTA HILUX VIGOมาเพิ่มในรุ่นการแข่งขัน รวมทั้งเคยมีการมอบรางวัลเป็นรถกระบะ TOYOTA HILUX VIGOให้กับแชมป์ประจำปีมากถึง 5คันด้วยกัน

   ในปี 2019 นี้ ยังคงได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ทางคณะผู้จัดได้ปรับปรุง และพัฒนารูปแบบการแข่งขันใหม่ มุ่งเน้นทักษะ ฝีมือ ความสามารถในเชิงออฟโรด โดยยังคงมนต์ขลังของเสน่ห์ออฟโรดที่ตราตรึงในหมู่ชาวออฟโรดทั่วฟ้าเมืองไทยให้ได้สัมผัสกันอีกครั้ง โดยใช้สนาม GRAND PRIX MOTOR PARK เป็นสังเวียนในการดวลวงล้อของนักแข่งจากทั่วประเทศไทย และนักแข่งจากต่างประเทศ แบ่งรุ่นการแข่งขันออกเป็น 4รุ่นด้วยกัน มีรถเข้าร่วมการแข่งขันมากที่สุดกว่าทุกรายการ รวมกันนับ 100คัน ประกอบด้วย

1.       รุ่น TOYOTA HILUX REVO 10เซียนประจัญบาน 2019

2.       รุ่น SUPER OPEN10เซียนประจัญบาน 2019

3.       รุ่น เที่ยวป่า OPEN 10เซียนประจัญบาน 2019

4.       รุ่น OFF ROAD CLUB TEAM 10เซียนประจัญบาน 2019

   ปีนี้ทำการโหมโรงกันตั้งแต่ก่อนแข่งขันนานนับหลายเดือน ผ่านสื่อโซเซียลมีเดียอย่าง GRAND PRIX MOTOR PARKทั้งการรับสมัครนักแข่ง การทำเบอร์แข่งขันแบบใส่ภาพนักแข่งลงไป การทำไลค์แอนด์แชร์ชิงของรางวัลจากผลิตภัณฑ์จากผู้ให้การสนับสนุนมากมาย มูลค่าเกือบๆ 40,000 บาท  ถือเป็นการโปรโมทนักแข่งแต่ละคัน แต่ละทีม

   นอกจากนี้ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของสนามภายใต้ชื่อ กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์ ปาร์ค ที่ได้พัฒนาพื้นที่กว่า 400ไร่ เนรมิตรเป็นสนามแข่งขันอันหฤโหด พิสูจน์สมรรถนะของรถและคนอย่างแท้จริง รวมถึงมีการถ่ายทอดสดผ่านทางทีวี นอกจากนี้ยังจัดเต็ม จัดหนัก และขนทีมโปรดั๊กชั่นชุดใหญ่จาก บอร์น ทู บี ทำไลค์สดแบบเกาะติดขอบสนามจากกล้องหลากหลายมุมตลอดทั้ง 4วัน ซึ่งเมื่อปีที่แล้วมียอดผู้เข้าชมมากกว่า 2,000,000 คนเลยทีเดียว

   ความมันส์ที่ถูกกำหนดขึ้น ในครั้งนี้  ใคร.....จะก้าวขึ้นเป็นนักแข่งมือหนึ่งของเมืองไทย ร่วมพิสูจน์ขนาดหัวใจได้ในการแข่งขันTOYOTA HILUX REVO 10 เซียนประจัญบาน 2019  ในระหว่างวันที่ 6-9มิถุนายน 2562นี้ ณ สนาม GRAND PRIX MOTOR PARK อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี

 
 

SPORT PLACE : Toyota Gazoo Racing Motorsport 2019 ความท้าทายที่กล้า จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัด

Tuesday, 23 April 2019 15:56

 

 

 

 

 

 

 

 

   มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย นายสนธยา คุณปลื้ม อุปนายก 2 ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ใน    พระบรมราชูปถัมภ์ – สมาคมกีฬา ร่วมแถลงข่าวการจัดกิจกรรม “Toyota Gazoo Racing Motorsport2019”เมื่อวันอังคารที่ 23 เมษายน 2562 ณ ToyotaALIVE SPACE ไอคอนสยาม

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทยจำกัดบุกเบิกวงการมอเตอร์สปอร์ตของไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2529  ด้วยความมุ่งมั่นที่จะยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ตของประเทศให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย โดยให้การสนับสนุนตั้งแต่ระดับเยาวชนต่อเนื่องไปจนถึงนักแข่งในระดับอาชีพ เปิดโอกาสให้นักแข่งไทยได้มีโอกาสสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ จากความทุ่มเทในการพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยกว่า 32 ปี ส่งผลให้โตโยต้าก้าวขึ้นเป็นผู้นำในวงการมอเตอร์สปอร์ตของไทยอย่างแท้จริง

   มร.ซึงาตะ กล่าวว่า“จากความเชื่อที่ว่าทุกหนทาง ย่อมมีทางที่ดีกว่าเสมอ ก่อเกิดเป็นวิสัยทัศน์ของ       โตโยต้าในการสร้าง "ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า" ที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า ซึ่งจากวิสัยทัศน์ดังกล่าวทำให้      คุณอากิโอะ โตโยดะ ในฐานะ Master Driver มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างยานยนต์ที่เขารักขึ้นมาเพื่อตอบสนองลูกค้าทุกท่าน หนึ่งในวิธีที่จะสร้างยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่านั้น คือ การที่เราเข้าร่วมการแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ต  ซึ่งถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับทั้งรถและคนที่สร้างรถเหล่านั้น  เพื่อนำความรู้สึกที่ได้จากการขับ รวมถึงสมรรถนะของรถยนต์อันไร้ขีดจำกัดที่ได้จากการแข่งขันมาพัฒนารถยนต์ของโตโยต้า และทั้งหมดนั้นคือที่มาของ Toyota Gazoo Racing”

โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง มอเตอร์สปอร์ต2019...Spirit to push the limits

   จากแนวคิดของ Toyota Gazoo Racingในการเข้าร่วมกีฬามอเตอร์สปอร์ต ที่เชื่อว่าการทดสอบขีดจำกัดของสมรรถนะการขับขี่ขั้นสูงสุดของรถยนต์ จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของรถยนต์ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเราไม่สามารถเห็นได้ในการขับขี่แบบปกติในชีวิตประจำวัน ทั้งหมดล้วนเป็นเป้าหมายที่ท้าทายในการพัฒนายนตรกรรม “ที่ดียิ่งกว่า”(Ever-Better Cars)ของโตโยต้า โดยกีฬามอเตอร์สปอร์ตนั้นได้เปิดมุมมองในการผลิตรถยนต์ในเชิงลึกมากขึ้น         ซึ่งความคิดริเริ่มดังกล่าวได้รับการถ่ายทอด DNA ของมอเตอร์สปอร์ต เพื่อส่งต่อไปในการพัฒนารถยนต์รุ่นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่น GR Series  

   ด้วยเหตุนี้โตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต 2019 ในประเทศไทย จึงได้รับการพัฒนาและยกระดับให้มีความสนุกสนาน ตื่นเต้นและเร้าใจมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งปรับภาพลักษณ์ให้สอดคล้องกับรูปแบบใหม่ ภายใต้ชื่อ Toyota Gazoo Racing Motorsport 2019 ซึ่งในปีนี้ถูกจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Spirit to push the limits”หรือ ความกล้าที่จะข้ามขีดจำกัดคือ ความกล้าที่จะเปิดทุกโสตประสาทสัมผัส ปลุกความกล้าที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัดแห่งความท้าทายของผู้เข้าชมทุกท่าน ไปกับสมรรถนะการขับขี่อันดีเยี่ยมของรถโตโยต้าอย่างใกล้ชิด กับรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบวันเมคเรซ ทั้ง 4รุ่น นอกจากนี้ยังเพียบพร้อมไปด้วยการแสดงโชว์สมรรถนะการขับขี่ของรถโตโยต้าที่ผ่านสนามแข่งขันระดับสากลมาแล้วนับไม่ถ้วน ตอกย้ำความโดดเด่นด้านความแข็งแกร่ง คล่องแคล่ว ปราดเปรียว และความสนุกในการขับขี่ (Fun-to-drive)

   พิเศษสุดกับการจัดแสดงนิทรรศการ Toyota Gazoo Racing เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของแบรนด์รถแข่งระดับโลกของโตโยต้า พร้อมสัมผัสรถสปอร์ตในตำนานอย่าง “Toyota GR Supra” ที่ออกแบบภายใต้แนวคิดของการพัฒนารถยนต์ “จากสนามแข่งสู่ท้องถนน”(From Circuit To Road)        ซึ่งประสบความสำเร็จจากรายการแข่งขันที่สำคัญของโลกโดยผู้เข้าชมงานสามารถสัมผัสถึงสมรรถนะการขับขี่    อันร้อนแรง ทรงพลังของ Toyota Supra ได้จากเครื่องจำลองการขับขี่ (Toyota Supra’ s Simulator)พร้อมนำเสนอประสบการณ์เหนือระดับจากเทคโนโลยีล่าสุดที่ทำให้ทุกชีวิตไปได้ไกลกว่ากับ 4เทคโนโลยีล่าสุดที่ถือเป็นมาตรฐานของรถยนต์โตโยต้า เพื่อตอบสนองทุกรูปแบบของการใช้ชีวิตอย่างไร้ขีดจำกัด เริ่มต้นด้วยระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4ที่ได้รับการพัฒนาแบตเตอรี่ใหม่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ (Toyota New Global Architecture หรือ TNGA) ให้การขับขี่ที่ดีเยี่ยม ควบคุมได้ดั่งใจ มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกของโตโยต้า (Toyota Safety Sense หรือ TSS)มาตรฐานความปลอดภัยใหม่เพื่อความมั่นใจของทุกชีวิต และท้ายสุดกับ Toyota T-Connect Telematicsระบบที่เชื่อมต่อรถและผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

พิสูจน์ที่สุดขุมพลังแห่งสมรรถนะของรถโตโยต้า กับการแข่งขัน วันเมคเรซ ทั้ง 4 รุ่น

            รายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบวันเมคเรซ บทพิสูจน์สมรรถนะอันดีเยี่ยมของรถโตโยต้า ซึ่งสามารถทำการแข่งขันบนสภาพถนนที่มีความท้าทายสูงได้เป็นอย่างดี  ทั้งในรุ่น ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซกับเครื่องยนต์ 2,400 ซีซี  บทพิสูจน์ของกระบะสายพันธุ์แกร่ง กับช่วงล่างที่หนึบและสมรรถนะที่แรงสุดขีด พร้อมด้วยการแข่งขันรุ่นโคโรลล่า อัลติส วันเมคเรซกับเครื่องยนต์ 1,600 ซีซี  ที่ผสานกันอย่างลงตัวระหว่างเครื่องยนต์ ระบบช่วงล่าง และระบบเบรค    ช่วยให้นักแข่งควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ ท้ายสุดกับรุ่น วีออส วันเมคเรซ และรุ่นวีออส วันเมคเรซ เลดี้คัพ    กับเครื่องยนต์ 1,500 ซีซี ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น สมรรถนะการขับขี่ที่คล่องแคล่ว ปราดเปรียวสำหรับนักแข่งมือใหม่ โดยนักแข่งทุกคนจะต้องผ่านการอบรมจากโครงการ Toyota Racing School เพื่อเรียนรู้กฎ กติกา มารยาทที่ถูกต้องในการแข่ง ซึ่งเป็นการเตรียมพื้นฐานที่ดีสำหรับการเข้าร่วมแข่งขัน

การโชว์สมรรถนะของรถโตโยต้า ที่มอบความสนุกในทุกรูปแบบการขับขี่ (Fun-to-drive)

  1. Nürburgring Challenge Show…บทพิสูจน์สมรรถนะการขับขี่อันยอดเยี่ยมของ TOYOTA C-HR   และ Corolla Altis Esport ที่ผ่านสนามสุดหินระดับโลกอย่าง Nürburgring แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะการขับขี่ที่โดดเด่น คล่องตัว และเกาะถนนดีเยี่ยม 
  2. World Champion Drift…การโชว์ดริฟท์ของนักดริฟท์ชั้นนำระดับโลก โดยใช้รถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ และ โคโรลล่า อัลติส
  3. Hilux Revo ¼ Miles…ชมการแข่งเร่งความเร็วจากรถกระบะพันธุ์แกร่ง ไฮลักซ์ รีโว่ ที่ได้รับการตกแต่งมาเป็นพิเศษ ทั้งเร็วและแรง
  4. TOYOTA Team Thailand Show…การโชว์สมรรถนะของรถแข่งที่ได้รับการพิสูจน์จากสนามแข่งมาแล้วทั่วประเทศ พร้อมด้วยความสามารถของทีมแข่งรถระดับมืออาชีพอันดับต้นๆของประเทศ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยเกิดความสนใจและร่วมภาคภูมิใจไปกับทีมแข่งรถของคนไทย

กิจกรรมแห่งความสนุกโดนใจวัยมันส์

  1. LIVE ALIVE Cafe…พื้นที่แห่งการสร้างแรงบันดาลใจ ที่จะทำให้ทุกชีวิตไปได้ไกลกว่า
  2. Car Decoration…การจัดแสดงโชว์รถแต่งในแนวความคิดสร้างสรรค์ที่ได้รวบรวมมาจากทั่วประเทศ
  3. Car Design Interactive…ออกแบบรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่น ผ่านอุปกรณ์ Interactive อันล้ำสมัย
  4. Safety Talk…กิจกรรมการรณรงค์การใช้รถ ใช้ถนนอย่างปลอดภัย
  5. Walk About On Track…กิจกรรมที่ให้ผู้ชมได้สัมผัสกับรถแข่งและนักแข่งที่ชื่นชอบอย่างใกล้ชิด
  6. Pit Walk…กิจกรรมที่ให้ผู้ชม ได้เยี่ยมชมรถแข่งในพิท

การสนับสนุนทีมแข่งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ

Toyota C-HR กับการแข่งขัน 24 ชั่วโมง ที่สนามนูร์เบอร์กริง (Nürburgring) ประเทศเยอรมัน ในปีนี้โตโยต้า มุ่งยกระดับกีฬามอเตอร์สปอร์ตสู่ระดับสากล กับการส่งรถยนต์  Toyota C-HR เข้าร่วมแข่งขัน ในรายการ ADAC  24 hrs Nürburgring ที่เมืองนูร์เบอร์กริง ประเทศเยอรมัน เป็นปีที่หกติดต่อกัน ภายใต้รูปแบบการแข่งขันที่เข้มข้นกับสนามแข่งขันระดับโลก ซึ่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสนามที่ท้าทายและอันตรายที่สุดสนามหนึ่งในโลก เพื่อพิสูจน์ถึงสมรรถนะของเครื่องยนต์อันโดดเด่น ทนทาน และช่วงล่างที่ได้รับการออกแบบเพื่อการขับขี่แบบสปอร์ต เกาะถนนดีเยี่ยม มีการควบคุมบังคับที่คล่องตัว ตลอดจนระบบมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก

 “ในปีนี้เรายังคงสนับสนุนนักแข่งไทยไปร่วมการแข่งขันที่สนาม Nürburgring โดยใช้รถ Toyota C-HR เพื่อพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ (Toyota New Global Architecture) และประสิทธิภาพการขับขี่ที่เหนือระดับ ท้ายสุดนี้เรายังมุ่งมั่นที่จัดการแข่งรถการกุศลของคณะผู้บริหารโตโยต้า       ด้วยความเชื่อที่ว่าเราจะนำประสบการณ์การขับขี่ในสนามแข่ง ซึ่งได้รับการทดสอบขีดจำกัดของสมรรถนะขั้นสูงสุดของรถยนต์มาพัฒนาการผลิตรถยนต์ของโตโยต้า ภายใต้แนวคิดที่ท้าทายในการพัฒนา “ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า” (Ever-Better Cars) ในอนาคต พร้อมกันนี้เราจะใช้โอกาสนี้ในการบริจาคสมทบทุนองค์กร “เมาไม่ขับ” เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนนให้กับแฟนๆ กีฬามอเตอร์สปอร์ตทุกคน” มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวในที่สุด

พบกับการแข่งขันรถโตโยต้าวันเมคเรซ

ทั้ง 5 สนาม ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

  • สนามที่ 1        วันที่ 31 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน         จังหวัด ภูเก็ต
  • สนามที่ 2        วันที่ 28 – 30 มิถุนายน                      จังหวัด บุรีรัมย์
  • สนามที่ 3        วันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน            จังหวัด ชลบุรี
  • สนามที่ 4        วันที่ 25 - 27 ตุลาคม                       จังหวัด บุรีรัมย์
  • สนามที่ 5        วันที่ 29 พฤจิกายน – 1 ธันวาคม           จังหวัด เชียงใหม่         
 
 

SPORT PLACE : อีซูซุเปิดศึกการแข่งขัน “ISUZU ONE MAKE RACE 2019” เฟ้นหาสุดยอดเจ้าแห่งความเร็วในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแห่งปี

Saturday, 16 March 2019 14:16

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัดเป็นประธานในพิธีเปิดตัวและส่งมอบรถแข่งในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ ISUZU ONE MAKE RACE 2019”และ “ISUZU D-MAX 1.9Ddi BLUE POWERSAFETY CAR”ซึ่งเป็นรถนำขบวนรถแข่งเข้าสู่สนามแข่ง ที่ได้มีการปรับแต่งเครื่องยนต์ให้มีแรงม้ามากถึง 300แรงม้า ต่อเนื่องเป็นปีที่ 10

   โดยมีรถ “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” เข้าร่วมท้าประลองความเร็วในการแข่งขัน รวม 31 คัน ชิงถ้วยประทานจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ณ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ถนนวิภาวดีรังสิต

 
 

SPORT PLACE : ปอร์เช่ เคย์แมน จีที4 (Porsche Cayman GT4) รถแข่งสายพันธุ์แรลลี่ วิ่งทดสอบท่ามกลางหิมะและน้ำแข็ง

Tuesday, 05 February 2019 18:03

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัทผู้ผลิตยนตกรรมสปอร์ตชั้น จากZuffenhausenมีแผนที่จะหวนคืนสู่แวดวงการแข่งขัน แรลลี่อีกครั้ง และด้วยสาเหตุดังกล่าว แผนกมอเตอร์สปอร์ตซึ่งตั้งอยู่ในโรงงานWeissach กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนารถ แข่งสมรรถนะสูง ปอร์เช่718 เคย์แมน จีที4 คลับสปอร์ต (Porsche 718 CaymanGT4 Clubsport) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเข้าร่วมประลองความเร็วในรายการ แข่งขันตามหลักเกณฑ์ข้อกำหนดของFIA R-GT ทั้งนี้รถแข่งคันดังกล่าวมีกำหนดเสร็จสมบูรณ์พร้อมลงสู้ศึกในฤดูกาล2020 เป็นต้นไป ปัจจัยสำคัญที่เกื้อหนุนส่งเสริม ให้เกิดการตัดสินใจครั้งนี้คือผลลัพธ์ที่ดีจากการเปิดตัวรถต้นแบบการแข่งขันแรลลีอย่างเคย์แมนจีที4 (Cayman GT4 Rallye Concept Car) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างการแข่งขันแรลลี่รายการ2018 ADAC Rallye Deutschlandในขณะนั้น Romain Dumas(ฝรั่งเศส) รับหน้าที่ขับรถต้นแบบอวดโฉมสู่สายตาสาธารณชนในฐานะของรถแข่งคันหนึ่งการวิ่งทดสอบครั้งแรก ของยนตรกรรมสปอร์ตต้นแบบสายเลือดแรลลี่เกิดขึ้นท่ามกลางหิมะ และน้ำแข็งในกิจกรรมฤดูหนาวซึ่งจัดขึ้นโดยปอร์เช่ ก่อนการแข่งขันGP Ice Race ในZell am See (ประเทศออสเตรีย, 19/20 มกราคม) ยอดนักขับมากฝีมือผู้รับหน้าที่ในการ ควบคุมพวงมาลัยของรถต้นแบบคันล่าสุด คือRichard Lietz ผู้ซึ่งกำลังรั้งอันดับ 3 ในตารางคะแนนสะสมของการแข่งขัน รถยนต์ทางเรียบFIA World Endurance Championship (FIA WEC, รุ่น GTE-Pro)

   สิ่งที่แตกต่างของรถต้นแบบ นั่นคือรถแข่งแรลลี่ที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นในอนาคต จะไม่ได้พัฒนาบนพื้นฐานของปอร์เช่ เคย์แมนจีที4 คลับสปอร์ต (Porsche Cayman GT4 Clubsport)ที่ถูกผลิตขึ้นก่อนปี2018, แต่รถคันนี้จะมีพื้นฐาน มาจากปอร์เช่718 เคย์แมนจีที4 คลับสปอร์ต รุ่นใหม่ล่าสุด (The new Porsche 718 Cayman GT4 Clubsport) ที่เพิ่งเปิดตัวไปในช่วงต้นเดือนมกราคมเป็นรถแข่งที่สามารถตอบสนองต่อกลุ่มลูกค้าที่ ชื่นชอบกีฬาความเร็วได้อย่าง สมบูรณ์ ออกแบบพัฒนาขึ้นเพื่อการแข่งขันรุ่นGT4 รวมทั้งการเข้าร่วมกิจกรรมclubsport และtrackdayมาพร้อมด้วยสมรรถนะชั้นยอดจากขุมพลังเครื่องยนต์  6 สูบนอน ขนาดความจุ3.8ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด425แรงม้า(313กิโลวัตต์)แนวคิดในการออกแบบพัฒนา ปอร์เช่718เคย์แมน จีที4 คลับสปอร์ต รุ่นล่าสุด (The new PorscheCayman GT4 Clubsport)ไม่เพียงมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มสมรรถนะการขับขี่และศักยภาพในการทำความเร็วต่อ รอบสนามให้ดีเยี่ยมยิ่งขึ้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงการเลือกใช้วัสดุในการผลิตที่แข็งแรงทนทานรวมทั้งเป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อมอีกด้วยปอร์เช่718เคย์แมน จีที4 คลับสปอร์ต (Porsche 718Cayman GT4 Clubsport) คือรถแข่งจาก สายการผลิตคัน แรกที่ได้รับการติดตั้งชิ้นส่วนตัวถังที่ผลิตขึ้นจากวัสดุnatural-fibre composite

   การปรากฎตัวของรถต้นแบบการแข่งขันแรลลี ปอร์เช่ เคย์แมน จีที4 (Porsche Cayman GT4 Rallye Concept Car) ในการแข่งขัน2018 Rallye Deutschland สามารถสร้างเสียงตอบรับที่ดีจากบรรดาผู้ชื่นชอบกีฬาแรลลี่ ทีมแข่ง นักขับ และทีมงานผู้จัดการแข่งขัน เป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการตัดสินใจเดินหน้าโครงการพัฒนารถแข่งสมรรถนะสูงคันใหม่ ล่าสุด ข้อได้เปรียบที่เกิดขึ้นจากพื้นฐานอันยอดเยี่ยมของรถจากสายการผลิตปกติ ส่งผลไปถึงการประหยัดงบประมาณ ที่ใช้สำหรับการปฏิบัติงานเพื่อสร้างสรรค์รถแข่งให้สามารถผ่านหลักเกณฑ์ข้อกำหนดของรุ่นR-GTได้อย่างง่ายดาย

ปอร์เช่กับการแข่งขันแรลลี่: ประวัติศาสตร์มากด้วยเกียรติยศ

   ปอร์เช่มีประวัติความเป็นมายาวนานและเต็มไปด้วยความสำเร็จมากมายในแวดวงของการแข่งขันกีฬาแรลลี่ ไม่ว่าจะเป็น ชัยชนะแบบ overall จากรายการสุดหฤโหดDakar Rally เมื่อปี1986 ด้วยรถแข่งปอร์เช่959 (Porsche 959) และนี่คือประวัติศาสตร์ที่ถูกจารึกเป็นครั้งแรก ตามติดมาด้วยผลงานของรถแข่งปอร์เช่953 (Porsche 953)ซึ่งมีพื้นฐาน จากเวอร์ชันขับเคลื่อน 4 ล้อfour-wheel-drive ของรุ่น911 แน่นอนว่านี่คือการคว้าชัยชนะในรายการDakar Rallyมาได้อีกครั้ง มาถึงช่วงปลายยุค 60ต่อเนื่องไปยังช่วงต้นยุค70Vic Elford และBjörn Waldegard เป็นคู่หูนักแข่งที่สามารถเอาชนะในMonte Carlo Rallyหนึ่งในรายการแข่งขันแรลลี่รายการใหญ่ชื่อก้องโลกด้วยรถปอร์เช่911 หลังจากนั้นอีกหลายปี เหล่านักแข่งรถผู้แสวงหาความเป็นหนึ่งล้วนมอบความเชื่อมั่นไว้วางใจในสมรรถนะ ของปอร์เช่911 (Porsche 911)ในหลาก หลายเวอร์ชันความแรง ทั้งในการแข่งขันระดับประเทศและนานาชาติ ยิ่งไปกว่านั้น นักแข่งรถสังกัดทีมโรงงานปอร์เช่Timo Bernhard และRomain Dumasก็ได้ผันตัวเองเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ กีฬาแรลลี่ที่จัดตั้งขึ้นเป็นการส่วนตัว

ข้อกำหนดการแข่งขันFIA R-GT class

   หลักเกณฑ์ข้อกำหนดในการแข่งขันรุ่นR-GT ได้รับการประกาศใช้โดยสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ หรือFIA อันเป็น หน่วยงานที่ตั้งขึ้นเพื่อควบคุมกฎระเบียบการแข่งขันกีฬามอเตอร์สปอร์ตในระดับโลก สำหรับฤดูกาล2011 จุดมุ่งหมาย ของหลักการคือการเปิดโอกาสให้ทีมแข่งอิสระที่บริหารงานโดยบุคคลทั่วไป และนักขับระดับเริ่มต้นสามารถเข้าร่วมการ แข่งขันแรลลี่ในรายการสำคัญต่างๆ ภายใต้งบประมาณการทำทีมที่เหมาะสม ต่อเนื่องมาถึงฤดูกาล2014 ข้อกำหนด ดังกล่าวได้รับการปรับแก้ไขเพิ่มเติม เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถจัดกิจกรรมทดสอบในสนามแข่งทั่วทุกมุมโลก ได้ด้วยรถแข่งที่ผ่านหลักเกณฑ์ของR-GT-homologatedเนื้อหาดังกล่าวยังรวมถึงรายการ สำคัญอย่างMonte Carlo Rally และที่สุดของตำนานทางฝุ่นอย่างการแข่งขันWRC รายการMediterranean island of Corsica

 
 

SPORT PLACE : การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตฤดูกาล 2019 ปอร์เช่ส่งรถแข่ง 4 คัน สู้ศึก Le Mans

Wednesday, 26 December 2018 19:40

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ปอร์เช่ร่วมเฉลิมฉลองชัยชนะและความสำเร็จระดับโลก ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมของทีมแข่งและบรรดานักขับ ของทีมโรงงานตลอดฤดูกาลแข่งขัน2018 ทั้งนี้ งานดังกล่าวได้รับการจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ บริเวณโรงงานWeissachภายใต้ชื่องานNight of Champions motorsport gala และในโอกาสเดียวกันนี้  คณะกรรมการบริหารได้ประกาศถึง เจตนารมย์ที่ยังคงแน่วแน่สำหรับการเข้าร่วมการแข่งขันกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตต่อไปในรุ่นGT เช่นเดียวกับความมุ่งมั่น ตั้งใจของปอร์เช่ในการคิดค้นพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ มากมาย

พันธสัญญาที่มีต่อ Le Mans

   ในการแข่งขันรายการLe Mans24ชั่วโมง ครั้งที่87เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ปอร์เช่ได้จัดส่งรถแข่งของตนเป็นจำนวนถึง 4 คันเข้าร่วมชิงชัยโดยเป็นการเข้าร่วมในนามของทีมแข่งPorsche GT ถึง 2 ทีม ประกอบด้วยหนึ่งทีมจากรายการFIA WEC และอีกหนึ่งทีมจากรายการIMSA Weathertech Championship ซึ่งแต่ละทีมได้ส่งรถแข่ง 2 คันลงสนามในคลาสGT พร้อมพกพาพละกำลังมหาศาลติดตัวมาจากโรงงานWeissachกว่า510แรงม้า หลังพวงมาลัยของรถแข่งหมายเลข91 เป็นการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันระหว่างGianmaria Bruni, Richard Lietz และFrédéric Makowieckiในส่วนของรถ แข่งหมายเลข92 ควบคุมพวงมาลัยโดยเหล่านักขับเจ้าของตำแหน่งแชมเปียนส์เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา นั่นคือKévin Estre, Michael Christensen และLaurens Vanthoorสำหรับ Patrick Pilet, Nick Tandy และEarl Bamber เป็นอีกหนึ่งกลุ่มนักขับมากฝีมือที่ประจำการในรถแข่งหมายเลข93 ตามมาด้วยรถแข่ง 911 อาร์เอสอาร์ (911 RSR) ที่ออกสตาร์ทด้วยหมายเลข94โดยมีบรรดานักแข่งรุ่นใหม่เป็นผู้ขับขี่ ประกอบด้วยSven Müller, Mathieu Jaminet และDennis Olsenเช่นเดียวกับทุกๆ ปีที่ผ่านมา ฤดูกาลแข่งขัน2018ยังคงเป็นปีที่เต็มไปด้วยสีสันจากทีมแข่งอิสระ ที่เข้าร่วมการแข่งขันในคลาสGTE-Am ด้วยความแข็งแกร่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง นับเป็นครั้งแรกของปอร์เช่ในประวัติศาสตร์ การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบFIA World Endurance Championshipรายการ Le Mans24 ชั่วโมง อันถือเป็นการปิดฉาก ส่งท้ายด้วยชัยชนะที่ควรค่าแก่การจดจำ

ทีมงานยอดฝีมือ

   ปอร์เช่ยังคงให้ความสำคัญแก่บรรดานักแข่งสังกัดโรงงานอย่างต่อเนื่อง นักขับทุกคนที่รับหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของทีมใน ฤดูกาลแข่งขัน2018จะยังคงร่วมทีมภายใต้สัญญาเดิมต่อไปในฤดูกาลแข่งขัน2019ซึ่งครอบคลุมไปถึงนักแข่งในรุ่นPorsche Young Professionalsอีกด้วย ทั้งนี้มีเพียงนักขับหน้าใหม่เข้าร่วมทีมเพิ่มเติมอีกหนึ่งราย ในฐานะPorsche Junior นั่นคือJaxon Evansหนุ่มวัย22ปี ชาวนิวซีแลนด์ เจ้าของตำแหน่งแชมป์จากรายการPorsche Carrera Cup Australia และเป็นนักขับที่ทำผลงานได้โดดเด่น เหนือกว่าคู่แข่งที่มีฝีมือดีรายอื่นอีกกว่าสิบคนจากรายการ international one-make cup seriesรวมจำนวนนักแข่งที่เข้าร่วมระเบิดศึกความเร็วระดับโลกประจำฤดูกาล 2019ทั้งสิ้น24 ชีวิต

สหรัฐอเมริกา อีกหนึ่งความท้าทายของทีมโรงงานปอร์เช่

   เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลสำหรับทีมแข่งปอร์เช่ ในการเข้าร่วมแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการIMSA WeatherTech Championship 2019ด้วยรถแข่ง 911 อาร์เอสอาร์(911 RSR) 2 คัน พร้อมความร่วมมือกับCore Autosport ซึ่งเพิ่งได้รับการต่ออายุสัญญาไปอีก 3 ปี เฉกเช่นในอดีตที่ผ่านมา ห้องบังคับของรถแข่งหมายเลข 911เป็นสถานที่ปฏิบัติงานร่วมกันของNick Tandy และPatrick Piletโดยทั้งคู่จะได้ร่วมงานกันในการแข่งขันระยะยาวที่Daytona, Sebring, Watkins Glen และที่  Petit Le MansจะมีFrédéric Makowieckiเข้ามาร่วมทำการแข่งขัน ในส่วนของรถแข่งหมายเลข 912 รับผิดชอบหน้าที่หลังพวงมาลัยโดยคู่ของEarl BamberและLaurens Vanthoorทั้ง 2 รายจะได้รับการเสริมทัพในรายการแข่งขันระยะยาวสุดคลาสสิกจากMathieu Jaminet

แรงสนับสนุนเต็มพิกัด สำหรับนักแข่งอิสระ

   ปอร์เช่ยังคงให้การสนับสนุนบรรดาทีมแข่งอิสระ สำหรับการเข้าร่วมแข่งขันในรายการระดับGT3racing seriesทั่วทุกมุม โลก รถแข่งปอร์เช่911 จีที3 อาร์ (Porsche 911 GT3 R) รุ่นใหม่ล่าสุด ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมประสิทธิภาพด้าน อากาศพลศาสตร์ พร้อมทั้งปรับปรุงพัฒนาสมรรถนะการขับขี่ในทุกรายละเอียด แผนก Porsche Motorsport ได้จำหน่าย รถแข่งเป็นจำนวนถึง45 คันให้แก่ลูกค้าซึ่งเป็นนักแข่งอิสระ ในฤดูกาลแข่งขัน2019ทีมงานนักแข่งฝีมือฉกาจจะเข้า ร่วมการประลองความเร็วในทุกสนามของรายการIntercontinental GT Challenge และBlancpain GT Series Endurance Cup: ประกอบด้วย Romain Dumas, Sven Müller และMathieu Jaminet เช่นเดียวกับDirk Werner, Dennis Olsen และMatt Campbellนอกจากนี้ในรายการBlancpain GT World Challenge America และADAC GT Mastersปอร์เช่ยังได้ให้การสนับสนุนรถแข่งอย่างน้อย 2 คัน ซึ่งจะเป็นการขับขี่โดยนักแข่งอิสระจากระดับpro-categoryรวมไปถึง การสนับสนุนนักแข่งและลูกค้า อีกเป็นจำนวนมากในการแข่งขันระดับนานาชาติและกิจกรรมความเร็วอื่นๆ ที่ผ่านการ พิจารณา

การป้องกันตำแหน่งที่สนามNürburgring

   Manthey-Racing ทีมแข่งเจ้าของแชมป์เมื่อปีที่แล้ว มีเป้าหมายที่จะป้องกันตำแหน่งผู้ชนะของพวกเขาในรายการNürburgring 24ชั่วโมง ประจำฤดูกาล2019และด้วยแรงสนับสนุนจากโรงงานสำหรับโครงการดังกล่าว ส่งผลให้ ทีมงานคุณภาพจากเมืองMeuspathประเทศเยอรมนีทีมนี้ สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยรถ แข่งปอร์เช่ 911 จีที3 อาร์(Porsche 911 GT3 R)รุ่นใหม่ล่าสุดทั้งสองคัน โดยเหล่านักขับผู้คว้าชัยในปี2018ทุกราย ยังคงกลับมารับหน้าที่สานต่อความสำเร็จของพวกเขาเช่นเดิม ประกอบด้วยRichard Lietz, Frédéric Makowiecki, Patrick Pilet และNick Tandy ร่วมกันลงสู้ศึกหลังพวงมาลัยของรถแข่งเครื่องยนต์วางหลังสมรรถนะสูง เคียงข้างด้วย
Earl Bamber ที่เข้าร่วมการแข่งขันกับ 3 สหายเจ้าของตำแหน่งแชมเปียนส์รายการ Le Mans อย่างMichael Christensen, Kévin Estre และLaurens Vanthoorยิ่งไปกว่านั้น ปอร์เช่ยังให้การช่วยเหลือสนับสนุนข้อมูลทางด้านเทคนิคและ การวางแผนกลยุทธ์การแข่งขันให้แก่ทีมแข่งรวมทั้งนักแข่งรายอื่นอีกด้วย

เปิดตัวครั้งแรกของโลก ยนตรกรรมสายสนามผู้สืบทอดความแรง

   รถแข่งทายาทสายพันธุ์ความแรง ผู้ชนะในรายการแข่งขันPorsche Cayman GT4 Clubsport กำลังจะได้รับ การเปิดเผยโฉมอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรกของโลก ในวันที่3มกราคม2019ภายในกิจกรรมการ ทดสอบที่มีชื่อว่า“Roar before Daytona” โดยรถแข่งปอร์เช่ 718 เคย์แมน จีที4 คลับสปอร์ต (Porsche 718 Cayman GT4 Clubsport)เป็นรถแข่งจากสายการผลิตคันแรกที่มีตัวถังสร้างขึ้นจากชิ้นงานที่ออกแบบมาให้มีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ: ฝากระโปรง หน้า ประตูรถทั้ง 2 ฝั่ง และสปอยเลอร์หลังทรงสูง ล้วนแล้วแต่ผลิตขึ้นจากวัสดุnatural-fibre composite ทั้งสิ้น หลังจากเสร็จสิ้นการเปิดตัวเป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์ รถแข่งclubsportคันใหม่ล่าสุด จะเข้าร่วมการแข่งขันครั้งแรกใน รายการ Daytona 24ชั่วโมงและเข้าร่วมชิงชัยในสนามอื่นของรายการ GT4 clubsport อีกหลายแห่งซึ่งแผนกPorsche Motorsportได้ส่งรถแข่งเข้าร่วมประลองความเร็วอีกหลากหลายรุ่น อาทิ ปอร์เช่911 จีที2 อาร์เอส คลับสปอร์ต (Porsche 911 GT2 RS Clubsport) และปอร์เช่935(Porsche 935)

ทิศทางใหม่ของPorsche Motorsport

   ตั้งแต่วันที่1มกราคม2019Fritz Enzingerจะเข้ารับหน้าที่ในการบริหารงานภาพรวมทั้งหมดของแผนกPorsche Motorsportซึ่งนอกจากการเข้าร่วมทำศึกประลองความเร็วในคลาสของรถแข่งGT ปอร์เช่จะลงทำการแข่งขันรายการ Formula E ในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึงอีกด้วย ในขณะนี้Enzinger คือผู้รับผิดชอบการบริหารงานโครงการLMP1 และมีบทบาทเป็นผู้นำทีมในกลุ่มงานมอเตอร์สปอร์ตทั้งหมดของปอร์เช่ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี2018 สำหรับFrank-Steffen Walliserรองประธานกรรมการผู้ควบคุมงานด้านมอเตอร์สปอร์ตคนปัจจุบัน ซึ่งดำรงตำแหน่งดังกล่าวมาตั้งแต่ปี2014จะได้รับการโยกย้ายไปยังส่วนงานอื่นในฐานะCEOโดยเขาจะรับผิดชอบดูแลการผลิตและพัฒนารถสปอร์ตรุ่น718 และ911

Porsche Cup: Christian Ried รักษาตำแหน่งอันทรงเกียรติไว้ได้อีกครั้ง

   Porsche Cupการแข่งขันแห่งเกียรติยศ บทพิสูจน์ความเป็นนักแข่งอิสระที่ประสบ ความสำเร็จสูงสุดจากการขับขี่รถยนต์ ปอร์เช่ในปีนี้ตำแหน่งดังกล่าวยังคงตกเป็นของChristian Ried นักขับรถแข่ง/เจ้าของทีมDempsey Proton Racing วัย 39 ปี โดยได้รับมอบรางวัลอันทรงเกียรติจากDr Wolfgang Porsche, ประธานบอร์ดบริหารของPorsche AGนอกจากนั้นRied ยังได้รับเงินรางวัลจากปอร์เช่มูลค่าสูงถึง120,000 ยูโรทั้งหมดเป็นผลลัพธ์จากความสำเร็จ ของเขาในการแข่งขัน รายการFIA WEC และEuropean Le Mans Series, โดยเขาสามารถเก็บคะแนนรวมได้ถึง10,348คะแนน ตลอดฤดูกาลจากการลงสนามหลังพวงมาลัยของรถแข่งปอร์เช่911 อาร์เอสอาร์ (Porsche 911 RSR)ตามมาด้วยอันดับที่2  Robert Renauer,ผู้คว้ารางวัลPorsche Cup เมื่อปี2016รับมอบเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า30,000 ยูโรสำหรับอันดับที่ 3 เป็นของJulien Andlauer นักขับชาวฝรั่งเศส ได้รับเงินรางวัลมูลค่า25,000 ยูโรการมอบรางวัลPorsche Cup ได้รับการจัดขึ้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี1970 จากความคิดริเริ่มของFerry Porsche

นักแข่งทีมโรงงานประจำฤดูกาล 2019

Earl Bamber (28)  :  นิวซีแลนด์

Jörg Bergmeister (42)  :  เยอรมนี

Timo Bernhard (37)  :  เยอรมนี

Gianmaria Bruni (37)  :  อิตาลี

Michael Christensen (28)  :  เดนมาร์ก

Romain Dumas (40)  :  ฝรั่งเศส

Kévin Estre (30)  :  ฝรั่งเศส

Brendon Hartley (29)  : นิวซีแลนด

Neel Jani (35)  :  สวิสเซอร์แลนด์

Richard Lietz (34)  :  ออสเตรีย

Patrick Long (37)  :  สหรัฐอเมริกา

André Lotterer (37)  :  เยอรมนี

Frédéric Makowiecki (38)  :  ฝรั่งเศส

Sven Müller (26)  :  เยอรมนี

Patrick Pilet (37)  :  ฝรั่งเศส

Nick Tandy (34)  :  สหราชอาณาจักร

Laurens Vanthoor (27  :  เบลเยียม

Dirk Werner (37)  :  เยอรมนี

นักแข่งมืออาชีพรุ่นใหม่ Young Professionals

Matteo Cairoli (22)  :  อิตาลี

Matt Campbell (23)  :  ออสเตรเลีย

Mathieu Jaminet (24)  :  ฝรั่งเศส

Dennis Olsen (22)  :  นอร์เวย์

นักแข่งรุ่นเยาว์

Julien Andlauer (19)  :  ฝรั่งเศส

Jaxon Evans (22  :  นิวซีแลนด์

ภาพรวมของรายการแข่งขัน

FIA World Endurance Championship

รถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ หมายเลข 91  :  Gianmaria Bruni (Porsche 911 RSR)  :  Richard Lietz      

รถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ หมายเลข 92  :  Michael Christensen (Porsche 911 RSR)  :  Kévin Estre

Le Mans24 ชั่วโมง

รถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ หมายเลข 91  :  Gianmaria Bruni (Porsche 911 RSR)  :  Richard Lietz  / Frédéric Makowiecki

รถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ หมายเลข 92  :  Michael Christensen (Porsche 911 RSR)  :  Kévin Estre/ Laurens Vanthoor

รถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ หมายเลข 93  :  Earl Bamber (Porsche 911 RSR)  :  Patrick Pilet / Nick Tandy

รถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ หมายเลข 94  :  Sven Müller (Porsche 911 RSR)  :  Mathieu Jaminet / Dennis Olsen

IMSA WeatherTech Championship

รถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ หมายเลข 911  :  Patrick Pilet

(Porsche 911 RSR)  :  Nick Tandy

Frédéric Makowiecki (รายการ North American Endurance Cup)

รถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ หมายเลข 912   Earl Bamber

(Porsche 911 RSR)  :  Laurens Vanthoor

Mathieu Jaminet (รายการ North American Endurance Cup)

Nürburgring 24 ชั่วโมง, ทีมแข่ง Manthey Racing

รถแข่งปอร์เช่ 911 จีที3 อาร์  :  Earl Bamber

(Porsche 911 GT3 R)  :  Michael Christensen / Kévin Estre / Laurens Vanthoor

รถแข่งปอร์เช่ 911 จีที3 อาร์  :  Richard Lietz

(Porsche 911 GT3 R)  :  Frédéric Makowiecki  / Patrick Pilet/ Nick Tandy

Intercontinental GT Challenge และ Blancpain GT Series Endurance Cup

รถแข่งปอร์เช่ 911 จีที3 อาร์  :  Romain Dumas

(Porsche 911 GT3 R)  :  Sven Müller / Mathieu Jaminet

รถแข่งปอร์เช่ 911 จีที3 อาร์  :  Dirk Werner

(Porsche 911 GT3 R)  :  Dennis Olsen / Matt Campbell

 
 

SPORT PLACE : โตโยต้า มอเตอร์ สปอร์ต 2018 “DARE TO RACE” สนามที่ 4 สนุกสุดมันส์ ณ จังหวัดภูเก็ต

Tuesday, 25 September 2018 18:53

 

 

 

 

 

 

   การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการ“โตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต 2018 … DARE TO RACE” สนามที่ 4 เมื่อวันที่ 22-23 กันยายน ที่ผ่านมา ณ สวนสาธารณะสะพานหิน จังหวัดภูเก็ตโดยมี มร. มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายกวี ตันสุคตานนท์ รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต นายวิรัช พาที ผู้อำนวยการการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต และ ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าจังหวัดภูเก็ต ร่วมเปิดการแข่งขันท่ามกลางพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต ที่ให้ความสนใจเข้าร่วมชมการแข่งขันอย่างเนืองแน่น

มร.ซึงาตะ กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 31 ปีที่ผ่านมา โตโยต้ามุ่งมั่นสนับสนุนกีฬามอเตอร์สปอร์ต อย่างต่อเนื่อง อันเป็นการส่งเสริมทักษะของนักแข่งและพัฒนาการของวงการยานยนต์ สำหรับโตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต ในปีนี้ได้มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงเพื่อให้มีความสนุกสนาน ตื่นเต้นและเร้าใจยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “Dare to Race” เพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงสมรรถนะอันดีเยี่ยมของรถโตโยต้าอย่างใกล้ชิด ในรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบวันเมคเรซ ทั้ง 4 รุ่น”

   ผลการแข่งขัน “พุทธมนต์ ธนะพาสุข” จากทีม “CFON RACING TEAM” คว้าแชมป์ “โคโรลล่า อัลติส วันเมคเรซ” ส่วน “Wada Naoya” จากทีม Advics Racing Team CEF โชว์ฟอร์มเยี่ยม คว้าแชมป์ “วีออส วันเมคเรซ ดิวิชั่น 1” สำหรับรุ่น “วีออส วันเมคเรซ ดิวิชั่น 2” แชมป์ตกเป็นของ “จิรศักดิ์ คงพลับ” จากทีม “B-Quik Racing Team” และ “วีออส วันเมคเรซ เลดี้คัพ” สนามนี้ “นิสาธร กุละปาลานนท์” ทำผลงานยอดเยี่ยมเข้าเส้นชัยคว้าอันดับ 1 ส่วน “เอกสิทธิ์ นามแสงผา” คว้าแชมป์ในรายการ “ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซ” ไปครองได้สำเร็จ

“โคโรลล่า อัลติส วันเมคเรซ”
     การแข่งขัน “โคโรลล่า อัลติส วันเมคเรซ”มีรถลงแข่งขันทั้งสิ้น 15 คัน แข่งขัน 22 รอบสนาม โดยแชมป์อันดับ 1 ตกเป็นของ “พุทธมนต์ ธนะพาสุข”จากทีม “CFON Racing Team” ตามด้วย“เชาวลิต สุขหร่อง”จากทีม “Ruk ServiceTeam” ส่วนอันดับที่ 3 ตกเป็นของ “Kentaro Tsuchitori” นักแข่งฝีมือดีจากทีม “Advics Racing Team CEF” สำหรับ “ปรม พวงงาม”สื่อมวลชนสายยานยนต์ ที่เข้าร่วมการแข่งขันกับรถหมายเลข 54 เข้าเส้นชัยในอันดับที่ 7 จากการแข่งขันครั้งนี้

ผลการแข่งขัน “โคโรลล่า อัลติส วันเมคเรซ”

“วีออส วันเมคเรซ ดิวิชั่น 1 ”

“วีออส วันเมคเรซ ดิวิชั่น1” กับการแข่งขัน 22 รอบสนาม แชมป์สนามแรกนี้ ตกเป็นของ “Wada Naoya จากทีม“Advics Racing Team CEF” ในขณะที่อันดับ 2 เป็นของ “กฤษฏิ์ วสุรัตน์”นักแข่งจาก “Muangthai - Singha by Tein Master Shop” และอันดับที่ 3 เป็นของ “พีรกานต์ เงินมีศรี”จากทีม“Super Club Racing”

ผลการแข่งขันรุ่น โตโยต้า วีออส ดิวิชั่น 1

“วีออส วันเมคเรซ ดิวิชั่น 2 ”

ในขณะที่รุ่น “วีออส วันเมคเรซ ดิวิชั่น2” กับการแข่งขัน 15 รอบ มีรถร่วมเข้าแข่งขันบนจุดสตาร์ท 7คัน โดย “จิรศักดิ์ คงพลับ”คว้าแชมป์อันดับ 1 ตามด้วย “Kelvin Kwok” ในอันดับที่ 2 ส่วนอันดับที่ 3 ตกเป็นของ “Clement Leung”

ผลการแข่งขันรุ่น โตโยต้า วีออส ดิวิชั่น 2

“วีออส วันเมคเรซ เลดี้คัพ”

เปิดฉากการแข่งขันเป็นรุ่นแรกกับนักแข่งสาวสวยทั้ง 13 คน กับ 20 รอบการแข่งขัน – สนามนี้ “นิสาธร กุละปาลานนท์”นักแข่งสาวสวย น้องสาวของนักแข่งมากฝีมือจาก Toyota GAZOO Racing Team Thailand อย่าง ต้น-มานัต กุละปานานนท์ ขึ้นโพเดียมคว้าอันดับ 1 ตามด้วย อันดับที่ 2 “ธัญชนก เจริญสุขะวัฒนะ”ส่วนอันดับที่ 3 ตกเป็นของ “กมลชนก บุญคร่ำ”จากทีม “The Sittipol Group”

ผลการแข่งขัน “วีออส วันเมคเรซ เลดี้คัพ”

“ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซ”

   ปิดท้ายด้วยรุ่นไฮไลท์ การแข่งขันรถกระบะทางเรียบ “ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซ” กับเครื่องยนต์ 2,400 ซีซี บทพิสูจน์ของกระบะสายพันธุ์แกร่ง กับช่วงล่างที่หนึบและสมรรถนะที่แรงสุดขีด แข่งขันกัน 22 รอบสนาม เริ่มต้นการแข่งขันหลังจากสัญญาณไฟออกสตาร์ทดับลง เหล่านักแข่งก็ต่างเร่งเครื่องเพื่อแย่งชิงไลน์ในการเข้าโค้งแรก ด้วยความหนึบจากช่วงล่างของไฮลักซ์ รีโว่ ทำให้ทุกคนผ่านเข้าไลน์ได้อย่างยอดเยี่ยม สนามนี้ อันดับ 1 ตกเป็นของ “เอกสิทธิ์ นามแสงผา”ตามมาด้วย “โสภณ ภุมรินทร์”ในอันดับที่ 2 และ “กัมปนาท แก้วถังเมือง”ในอันดับ 3

ผลการแข่งขันรุ่น โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซ

นอกเหนือจากความสนุกเร้าใจจากบทพิสูจน์สมรรถนะอันดีเยี่ยมของรถโตโยต้าแล้ว โตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต 2018 ยังมาพร้อมกิจกรรมอีกหลายรูปแบบ

อาทิเช่น C-HR Test Drive Run on Trackให้แฟนพันธุ์แท้รถโตโยต้า ได้ร่วมประสบการณ์จริงบนสนามแข่งรถ Hilux Revo Drift Show…การโชว์ ดริฟท์กระบะพันธุ์แกร่ง ไฮลักซ์ รีโว่ ที่ทั้งแรง และหนึบจากลีลาการขับของนักดริฟท์ชั้นนำ นำโดยดริฟท์คิงจากแดนปลาดิบ TOYOTA Team Thailand Show…โชว์สมรรถนะและความสามารถของทีมแข่งรถระดับมืออาชีพลำดับต้นของประเทศ พร้อมปิดท้ายด้วยคอนเสิร์ตสุดมันส์โดนใจวัยรุ่นจากศิลปินวง BNK48

   พบกับ “โตโยต้า มอเตอร์ สปอร์ต 2018” สนามสุดท้าย ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในศึก Thailand Super Series 2018 27 – 28 ตุลาคม ศกนี้

ติดตามข้อมูลข่าวสาร และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.toyotamotorsport.net
Facebook / Instagram / Youtube : ToyotaMotorsportThai

 
 

SPORT PLACE : อีซูซุ กวาดเรียบทุกแชมป์ ในสมรภูมิ “เอเชียครอสคันทรีแรลลี่ 2018” ลุยทางแสนหฤโหด ไทย-กัมพูชากว่า 2,000 กม.

Friday, 24 August 2018 15:40

 

 

 

 

 

 

 

 

   “อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส บลูเพาเวอร์ 4x4” ประกาศศักดา รถแข่งขาลุย โชว์สมรรถนะเหนือระดับ อึด ถึก ทน กวาดเรียบทุกแชมป์ใน “เอเชียครอสคันทรีแรลลี่ 2018”  การแข่งขันรถยนต์และรถจักรยานยนต์ครอสคันทรี่แรลลี่นานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย  โดยทีมนักแข่งไทยคว้าแชมป์โอเวอร์ออลต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน (ปี 2015- 2018), แชมป์ประเภทรถรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลโมดิฟายด์ (T1D), แชมป์ประเภทรถรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลสแตนดาร์ด (T2D) และแชมป์ประเภททีม พร้อมครองอันดับ 3 และอันดับ 4 โอเวอร์ออล รวมทั้งสิ้น 6 รางวัล ตอกย้ำความเหนือชั้นในทุกด้านบนเส้นทางสุดโหด ไทย-กัมพูชา ระยะทางกว่า 2,000กม.

   กลุ่มตรีเพชร โดย มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัดเผยว่า “บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ให้การสนับสนุนทีมอีซูซุอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 4ปีติดต่อกันในการแข่งขันรถยนต์และรถจักรยานยนต์ครอสคันทรีแรลลี่ระดับนานาชาติ “เอเชียครอสคันทรีแรลลี่” ที่มีชื่อเสียงยาวนานและขึ้นชื่อในเรื่องเส้นทางอันแสนหฤโหด ซึ่งนักแข่งทีมอีซูซุเป็นเจ้าของกิจการผู้ใช้รถอีซูซุตัวจริง และชื่นชอบในการแข่งรถเป็นงานอดิเรก มั่นใจที่จะเลือกใช้รถ“อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส บลูเพาเวอร์ 4x4” เป็นรถแข่งคู่ใจในการแข่งขัน “เอเชียครอสคันทรีแรลลี่ 2018”  อีซูซุขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของนักแข่งชาวไทยอีกครั้ง โดย “ทีมอีซูซุ” ทั้ง 3 คันในนาม “ทีมสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย สิงห์ อีซูซุ”สามารถคว้าชัยชนะเหนือคู่แข่งที่มีทั้งนักแข่งไทยและนักแข่งต่างชาติที่มากด้วยประสบการณ์ทั้งในระดับเอเชียและระดับโลกที่เข้าร่วมการแข่งขันกวาดทุกแชมป์ได้อย่างน่าประทับใจ รวมทั้งสิ้น 6 รางวัล ทั้งแชมป์โอเวอร์ออล, แชมป์ประเภทรถรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลโมดิฟายด์ (T1D), แชมป์ประเภทรถรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลสแตนดาร์ด (T2D)และแชมป์ประเภททีม พร้อมครองอันดับ 3และอันดับ 4 โอเวอร์ออล การแข่งขันครั้งนี้จึงเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงสมรรถนะอันแข็งแกร่งทนทานที่เหนือกว่าของรถอีซูซุในฐานะ “รถแข่ง” ที่แกร่ง ทน อึด ทรงพลัง พร้อมก้าวข้ามทุกข้อจำกัด”  

   การแข่งขัน “เอเชียครอสคันทรีแรลลี่ 2018”  มีรถยนต์แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4x4) เข้าร่วมการแข่งขันรวม 27 คัน และมีรถจักรยานยนต์วิบากเข้าร่วมการแข่งขันรวม 29 คัน จัดแข่งขันขึ้นในระหว่างวันที่ 13-18 สิงหาคมที่ผ่านมา รวมทั้งสิ้น 6 วัน ตะลุยผ่านเส้นทางหฤโหด 6ช่วงการแข่งขัน (Leg)เริ่มต้นจากเมืองพัทยา-กบินทร์บุรี-บุรีรัมย์-ช่องจอม มุ่งสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านเสียมเรียบ-กัมปงธม-กัมปงจาม และไปสิ้นสุดการแข่งขันที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา  รวมระยะทางกว่า 2,000กม.  มีผู้เข้าแข่งขันจาก 8 ประเทศได้แก่  ญี่ปุ่น ไต้หวัน อินโดนีเซีย เกาหลี กัมพูชา จีน บรูไน และไทย โดยมีคุณณัฐพล            อังฤทธานนท์ ผู้ขับ และ น.อ.พีรพงษ์ สมบัติวงศ์ ผู้นำทาง รถอีซูซุหมายเลข 101 เข้าเส้นชัยด้วยเวลา 10:43:22 ชม. คว้าแชมป์อันดับหนึ่งโอเวอร์ออล และนับเป็นแชมป์อันดับหนึ่งโอเวอร์ออลถึง 4ปีซ้อน แถมพ่วงอันดับหนึ่งประเภทรถรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล โมดิฟายด์ (T1D)อีกด้วย ส่วนคุณศิริชัย ศรีเจริญศิลป์ ผู้ขับ และคุณประกอบ ชาวทะเล ผู้นำทาง รถอีซูซุหมายเลข 108 ครองแชมป์อันดับหนึ่งประเภทรถรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล สแตนดาร์ด (T2D)

สรุปผลรางวัลของ “อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส บลูเพาเวอร์ 4x4”ที่ได้รับจากการแข่งขัน    “เอเชียครอสคันทรี่แรลลี่ 2018” รวม 6 รางวัล ประกอบด้วย

1.      แชมป์อันดับที่  1 โอเวอร์ออล

·       รถหมายเลข 101   ผู้ขับ  :ณัฐพล อังฤทธานนท์      ผู้นำทาง :  น.อ.พีรพงษ์ สมบัติวงศ์

2.      แชมป์อันดับที่  1  ประเภทรถรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล โมดิฟายด์ (T1D) 

·       รถหมายเลข 101   ผู้ขับ :  ณัฐพล อังฤทธานนท์      ผู้นำทาง :น.อ.พีรพงษ์ สมบัติวงศ์

3.      แชมป์อันดับที่  1  ประเภทรถรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล สแตนดาร์ด (T2D)

·       รถหมายเลข 108   ผู้ขับ:ศิริชัย  ศรีเจริญศิลป์         ผู้นำทาง : ประกอบ ชาวทะเล

4.      แชมป์อันดับที่  1  ประเภททีม : ทีมอีซูซุ  

·       รถหมายเลข 101   ผู้ขับ :  ณัฐพล อังฤทธานนท์      ผู้นำทาง :น.อ.พีรพงษ์ สมบัติวงค์

·       รถหมายเลข 105   ผู้ขับ : วงษ์วิโรจน์ ปาลวัฒน์       ผู้นำทาง :ธันยพัต มีนิล

·       รถหมายเลข 108   ผู้ขับ :  ศิริชัย ศรีเจริญศิลป์          ผู้นำทาง :ประกอบ ชาวทะเล

5.      อันดับที่  3 โอเวอร์ออล

·       รถหมายเลข 108   ผู้ขับ :  ศิริชัย  ศรีเจริญศิลป์         ผู้นำทาง : ประกอบ ชาวทะเล

6.      อันดับที่  4 โอเวอร์ออล

·       รถหมายเลข 105   ผู้ขับ : วงษ์วิโรจน์ ปาลวัฒน์       ผู้นำทาง :ธันยพัต มีนิล

 
 

SPORT PLACE : ศึกไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์เดือด มาสด้าส่งนักแข่งวัยใส “จารุตม์ จรวิเศษ” เสริมทัพแกร่งคู่ “มานะ พรศิริเชิด”

Tuesday, 17 July 2018 19:04

 

 

 

 

 

 

   มอเตอร์สปอร์ตสนั่นชายหาดบางแสน หลังเปิดฉากรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบยอดนิยมอันดับหนึ่งของเมืองไทยและอาเซียน หรือ ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ 2018 นักแข่งจากทั่วสารทิศต่างขนทัพรถแข่งทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่เดินหน้าเข้าร่วมการแข่งขัน โดยเฉพาะทีมมาสด้าเตรียมประกาศศักดาความแรงของเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล ส่งมาสด้า2 สปอร์ตตัวจี๊ดลงสู้ศึกในรุ่น ไทยแลนด์ ซูเปอร์ คอมแพค (Thailand Super Compact) พร้อมด้วยนักแข่งมากประสบการณ์อย่าง มานะ พรศิริเชิด ประกบคู่มากับนักแข่งน้องใหม่วัยสดใส จารุตม์ จรวิเศษ ลงวาดลวดลายลีลาการขับเรียกเสียงเชียร์จากบรรดาแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตจนกระหึ่มชายหาดบางแสน ภายใต้สังกัดทีม Mazda Innovation Motorsport หลังจากประเดิมสนามแรกที่บุรีรัมย์ก็สร้างผลงานไว้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเข้าเส้นชัยยืนโพเดียมอันดับที่หนึ่งมาแล้ว

   นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหาร ฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความเป็นสปอร์ตนั้นไม่เคยจางหายไปจาก DNAของมาสด้า กับสโลแกน “ซูม-ซูม”เราใส่ความเป็นสปอร์ตลงไปในรถทุกคันที่ผลิต มาสด้าเริ่มต้นส่งมาสด้า2 ลงทำการแข่งขันในรายการ ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ ปีนี้ก็ย่างเข้าสู่ปีที่ 6 โดยส่งทั้งแฮตช์แบค 5 ประตู และซีดาน 4 ประตู เครื่องยนต์คลีนดีเซล 1500 ซีซี เพื่อตอกย้ำถึงสมรรถนะอันทรงพลังของมาสด้า2 ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงอยู่ในขณะนี้ พร้อมทั้งตอกย้ำกิจกรรมด้านสปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง (Sport Marketing) ให้ครอบคลุมทุกด้าน หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับการสนับสนุนฟุตบอลไทยกับทีมในไทยลีก นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ก่อให้เกิดกระแสบูมบอลไทย รวมทั้งเกิดการรับรู้เรื่องของการสร้างแบรนด์ นอกจากนี้มาสด้ากำลังเตรียมแสวงหากิจกรรมอื่นๆ เข้ามาเสริมสร้างภาพลักษณ์ความเป็นสปอร์ตของมาสด้า

   ความเป็นสปอร์ตของรถยนต์มาสด้านั้นถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จากอดีตจวบจนปัจจุบันและในอนาคตต่อจากนี้ มาสด้ากับกีฬามอเตอร์สปอร์ตนั้นถือว่ามีประวัติศาสตร์ร่วมกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะการแข่งขันในรถยนต์ทางเรียบ นับตั้งแต่การคว้าชัยชนะในการแข่งขัน 24 ชั่วโมง ที่เร้าใจกับชัยชนะที่ได้รับจากการแข่งขันที่ประทศฝรั่งเศส ในรายการ เลอ มังส์ 24 ชั่วโมง เอ็นดูแรนซ์ เรซ (Le Mans 24 Hour Endurance Race) เมื่อปี 1991 ของรถมาสด้า 787 บี  นั่นคือที่สุดแห่งความภาคภูมิใจของเราชาวมาสด้า และชาวญี่ปุ่น ในฐานะที่เป็นรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นรายแรก และรายเดียวที่ได้รับชัยชนะในการแข่งขัน…ความภาคภูมิใจหนึ่งเดียวนี้ กำลังจะถูกถ่ายทอดสู่รถยนต์นั่งสปอร์ตมาสด้า2 ที่กำลังจะลงสู้ศึกประลองความเร็วในรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย

   จารุตม์ จรวิเศษ หรือ “รุตม์” เป็นเด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์มาตั้งแต่อายุยังน้อย ชื่นชอบความเร็วเป็นชีวิตจิตใจ ด้วยวัยเพียง 9 ขวบ ก็สามารถกวาดรางวัลจากการแข่งขันมาได้ถึง 4 รางวัล ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ และยังคงพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยลงแข่งในรายการต่างๆ มากมายทั้งในประเทศไทย มาเลเซีย และมาเก๊า จนปัจจุบันสามารถคว้ารางวัลไปแล้วกว่า 128 รางวัล โดยครองตำแหน่งแชมป์มาได้ทั้งหมดถึง 13 รายการ โดยเฉพาะรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันรถคาร์ท ชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2560 รุ่น 125 Senior Openทั้งยังร่วมลงแข่งขันสนามในต่างประเทศมาแล้ว 19 รายการ นอกจากจะชื่นชอบความเร็วและการแข่งรถแล้ว ยังชอบกีฬาฟุตบอลเป็นงานอดิเรกอีกด้วย

   จากผลของการแข่งขัน2 สนามแรกที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้น ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม –3มิถุนายน 2561ที่ผ่านมา มาสด้าส่ง 2 นักแข่ง ลงทำการแข่งขันในประเภท ไทยแลนด์ ซูเปอร์ คอมแพค โดยสนามแรก จารุตม์ จรวิเศษ หมายเลข 55 ผ่านธงหมากรุกมาเป็นที่ 1 ส่วนมานะ พรศิริเชิด หมายเลข 43 ตามเข้ามาเป็นอันดับที่ 4 เนื่องจากรถมีปัญหาทางเทคนิคระหว่างการแข่งขัน ส่วนสนามที่ 2 มานะและจารุตม์ก็ควบมาสด้า2 เข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับหนึ่งและสองตามลำดับ ส่งผลให้คะแนนสะสมของนักแข่งทั้ง 2 คน ทั้งประเภทบุคคลและประเภททีมนั้นรั้งอันดับหนึ่ง

   สำหรับผลการแข่งขันสนามที่ 3 และ 4 ในวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นรอบ Qualify หมายเลข 43 ของมานะ ทำเวลาเร็วสุดที่ 1:56 นาที ออกสตาร์ทอันดับที่ 3 ส่วนจารุตม์ ทำเวลา 02:01 นาที ออกสตาร์ทอันดับที่ 7 มาดูกันว่าในศุกร์และวันอาทิตย์นี้คู่หูทั้ง 2 คน จะสามารถเข้าเส้นชัยจบอันดับที่เท่าไหร่

ผลการแข่งขันสนามที่ 3 (แข่งขันวันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม)

   หมายเลข 43 ซึ่งขับโดย มานะ พรศิริเชิด ปรากฏว่าในรอบที่ 8 เกิดอุบัติเหตุและไม่สามารถนำรถเข้าเส้นชัยได้ ส่วนน้องใหม่ หมายเลข 55 จารุตม์ จรวิเศษ นับเป็นครั้งแรกที่ได้ลงแข่งในสนามนี้แต่ยังสามารถนำมาสด้า2 คู่ใจขึ้นตำแหน่ง   โพเดียมในอันดับที่ 5ได้สำเร็จ

ผลการแข่งขันสนามที่ 4(แข่งขันวันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม)

   วันนี้มานะต้องพารถคู่ใจที่เพิ่งประกอบร่างเสร็จลงทำการแข่งขัน แต่ก็ไม่ทำให้แฟนๆ มาสด้าผิดหวังควบมาสด้า2 เข้าสู่เส้นชัยอันดับที่ 2 ส่วน จารุตม์ จรวิเศษ ต้องบอกว่าน่าเสียดายอย่างยิ่งหลังจากออกสตาร์ทก็ขึ้นนำตั้งแต่รอบที่สอง แต่ด้วยความที่ยังไม่คุ้นเคยกับแทร็คทำให้รถเกิดหมุนในรอบที่ 10 ทำให้ไม่สามารถพารถคู่ใจผ่านธงตาหมากรุกได้ แต่อย่างไรก็ตามสนามนี้ก็ทำให้ประเภททีม Mazda Innovation Motorsport ยังคงมีคะแนนสะสมรวมนำคู่แข่ง

ตารางการแข่งขัน Thailand Super Series 2018

- สนาม1 – 2 วันที่ 31 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน 2561 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

- สนาม3 – 4 วันที่ 11 – 15กรกฎาคม 2561 ณ บางแสน สตรีทเซอร์กิต จังหวัดชลบุรี

- สนาม5 – 6 วันที่ 31 สิงหาคม – 2 กันยายน 2561 ณ สนามพีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี

- สนาม7 – 8 วันที่ 25 – 28ตุลาคม 2561 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

 
 

More Articles...

Page 1 of 5

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )